Chapter Text
สัญญาณไฟจราจรค้างเติ่งสีเดิมอยู่ครู่ใหญ่ เป็นเหตุให้บุคคลหลังพวกมาลัยจำต้องติดแหงกอยู่บนถนนไปด้วย ดวงตาเรียวฉายแววกังวล มองผ่านกระจกครั้งแล้วครั้งเล่า ความไม่แน่นอนเริ่มก่อตัวราวกับคลื่นลูกใหญ่ใต้ผืนน้ำ แม้ไม่เห็นด้วยตาเนื้อ แต่นาแจกกยอนรู้ดีว่ามีบางอย่างแปลก ๆ ซุกซ่อนอยู่
ลีจีฮุนกำลังทำอะไร และอินชอนจะเป็นอย่างไรต่อกันแน่
มีเพียงผู้ชายคนนั้นที่ตอบคำถามดังกล่าวได้ เขาจึงยอมเปลี่ยนเส้นทางจากอินชอน มุ่งตรงสู่ห้องพักของดาราหนุ่ม นาแจกยอนเหยียบคันเร่งทันทีที่แสงสีเขียวสาดลงจากเสาไฟ พาร่างมาหยุดยืนอยู่หน้าห้องของเป้าหมายภายในระยะเวลาสั้น ๆ
น่าแปลกที่ประตูไม่ล็อก
“ว่าไงครับ คุณนาแจกยอน”
บานประตูถูกผลักอ้า เผยร่างลีจีฮุนยืนดูเม็ดฝนร่วงผ่านกระจก สอดส่ายสายตาชมวิวเมืองหลวง ท่าทีไม่ทุกข์ร้อนอะไร ทั้งยังเอ่ยชื่อเขาโดยไม่หันมามอง หมายความว่าการมาถึงของนาแจกยอนอยู่ในการคาดเดาของเจ้าตัว
“นายกำลังทำอะไรกันแน่ลีจีฮุน แล้วแผนของเราล่ะ ไหนนายบอกว่า—”
“คุณยังต้องการอินชอนอยู่หรือเปล่า”
ร่างสูงสบตาเขานิ่ง รังสีอย่างผู้ล่าไล่ให้ขนอ่อนลุกเกรียวขึ้นมาจากข้อเท้าถึงลำคอ ลีจีฮุนถามทั้งที่รู้ว่าผู้ฟังต้องตอบว่าใช่ แน่นอนว่าคนตรงหน้ากำลังจะยื่นข้อเสนออื่นเพิ่มจากเดิม แม้นาแจกยอนทราบดีว่าอีกฝ่ายเจ้าเล่ห์เพทุบาย ซ้ำยังเล่นแง่ แต่อำนาจของลีจีฮุนเป็นสิ่งที่ตัวเขาเองไม่อาจเมินเฉยได้โดยง่าย
“ราชาอินชอนจะกล้าเอาตัวเข้าแลกไหมครับ บางที... ผมอาจจะยกให้ก็ได้นะ”
เปลือกตาสีมุกเบิกกว้างด้วยอาการตกใจ ลีจีฮุนไม่มีแววหยอกล้อ ทำเพียงยืนรอคำตอบด้วยท่าทีสงบนิ่ง ข้อแลกเปลี่ยนในครานี้ต่างออกไปจากครั้งแรก ลีจีฮุนรู้ว่านาแจกยอนคงลำบากใจพอสมควร อีกฝ่ายจึงปล่อยเขานิ่งคิดโดยไม่เร่งเร้า
แต่แล้วราชาอินชอนจะไปทำอะไรได้หากตัวคนเดียว เทียบกับการการมีตัวตนยิ่งใหญ่ผู้เป็นตำนานยุคหนึ่งอยู่ด้วย แม้จะระแวงหน้าพะวงหลัง ทว่าทุกคนทราบโดยทั่วกัน ผู้ชายคนนี้แข็งแกร่งยากจะเอาชนะ แข็งแกร่งระดับที่สามารถชี้เป็นชี้ตายชะตาของชีวิตคนหนึ่งคนได้ง่าย ๆ ไม่ต่างจากมีพลังเหนือมนุษย์ในกำมือ
หากอีกฝ่ายเอ่ยว่าจะพังสิ่งใด สิ่งนั้นย่อมไม่เหลือชิ้นดี และหากเอ่ยว่าจะปกป้องสิ่งใด สิ่งนั้นย่อมไม่มีวันถูกทำลายเช่นกัน
เพื่ออินชอนแล้วเขาจำเป็นต้องมีลีจีฮุน เมื่อคำนึงถึงผลประโยชน์ในระยะยาว สิ่งที่ใช้แลกคงไม่นับเป็นอะไร
...
รองเท้าถูกถอดวางทิ้งไว้บริเวณหน้าประตู ก่อนลีจีฮุนพาเขาเข้ามายังห้องนอน ไม่แน่ใจนักว่าเนื่องจากเท้าเปล่าสัมผัสพื้นเย็นเฉียบ หรือด้วยเหตุผลอื่น จึงทำให้ผู้มาเยือนขนลุกซู่อย่างแปลกประหลาด ทั้งที่มองด้วยตาก็ดูกว้างขวางน่าอยู่ แต่บรรยากาศภายในกลับชวนหายใจลำบากดุจหินก้อนหนักกดทับไหล่
ยิ่งเมื่อตีคู่กับกลิ่นอ่อน ๆ จากฟีโรโมนของลีจีฮุน พวกมันคล้ายไม้ไหม้ปนเรซิน หาใช่เหม็นไหม้ แต่แฝงไปด้วยความเข้ม นุ่มลึก ราวกับสูดดมต้นกฤษณาลนไฟ ฟุ้งกระจายปะปนกับอากาศ พาเอาความรู้สึกยากอธิบายคืบคลานถึงตัวนาแจกยอนช้า ๆ
คล้ายอาการโอเมก้ายามโดนข่มอย่างไรอย่างนั้น
แต่เพราะไม่เคยโดนจึงไม่อาจเข้าใจได้ชัดเจน การดำเนินชีวิตบนโลกที่อัลฟ่าเป็นใหญ่ ไม่ใช่เรื่องแปลกหากนาแจกยอนหรืออัลฟ่าคนอื่น ๆ จะไร้ประสบการณ์ส่วนนี้ ราชาอินชอนปักใจเชื่อว่าตนเองกำลังประหม่ามากกว่า
“ถอดเสื้อครับ”
ลีจีฮุนเอ่ยสั่งทันทีที่ท่อนล่างแนบลงบนเตียง คนผมบลอนด์ทราบดีว่าขัดอีกฝ่ายไปคงไม่เกิดผลดี จำยอมปลดเสื้อเชิ้ตเลอะเทอะทิ้งลงพื้น เผยให้เห็นผิวกายขาวสะอาดตามฉบับหนุ่มเจ้าสำอางค์
รอยยิ้มพึงใจปรากฏบนใบหน้าหล่อ ตำนานยุคหนึ่งคร่อมทับอยู่ด้านบน ขณะราชาอินชอนเอนกายนอนราบฟูก ลีจีฮุนประกบริมฝีปากลงมาหนัก ๆ ลากลิ้นร้อนกวาดชิมความหวานจากร่างใต้อาณัติ เป็นจูบที่ทั้งเอาแต่ใจและหิวกระหาย มิวายงับกลีบปากเขาส่งท้ายก่อนผละออก
หน้าอกถูกมือใหญ่เคล้นคลึง เพราะนาแจกยอนไม่ใช่คนผอมบาง ทว่าไม่ถึงกับอุดมด้วยกล้ามเนื้อแน่น ๆ ทุกอย่างจึงกำลังพอดีในสายตาลีจีฮุน ประกอบกับผิวขาวผุดผาดต้องไฟ ยามถูกบีบเฟ้นแรง ๆ ก็มักจะเกิดรอยขึ้นมา
“อ๊ะ”
ร่างสูงอดใจไม่ไหว ก้มหน้าลงไปรังแกยอดอกสีหวาน ปลายลิ้นสะกิดเขี่ยจุกนมจนตั้งชัน เขี้ยวคมเป็นเอกลักษณ์ทำทีครูดผ่านเบา ๆ ให้อีกฝ่ายสะดุ้ง ก่อนขบดูดผิวเนื้อโดยรอบจนขึ้นรอยแดง รสเสียวแปลบ ๆ แล่นสู่ประสาทสัมผัสของนาแจกยอน ใบหน้าสวยขึ้นร้อนผ่าวสีระเรื่อ คนโตกว่าหลับตาพริ้มพลางปล่อยเสียงครางหวิวอย่างสุดกลั้น
แม้ไม่อยากยอมรับ แต่ปฏิเสธได้ยากว่าสัมผัสจากผู้ชายคนนี้ทำให้เขาถูกกระตุ้นเช่นกัน เพราะหลักฐานของอารมณ์ที่ไต่ระดับขึ้น อยู่ภายใต้สายตาคู่คม ทั้งเสียงร้องด้วยท่าทีสุขสม หรือกลิ่นชาดำจากฟีโรโมนของนาแจกยอนเองที่เริ่มหลั่งออกมาโดยธรรมชาติ ล้วนเปิดเปลือยความรู้สึกโดยไม่ต้องเอ่ยพูด
ลีจีฮุนไม่ยื้อเพื่อเล้าโลมต่อ เมื่อกางเกงสแลคถูกปลดซิป กลิ่นไม้กฤษณาก็ยิ่งสะกิดจมูกโหมรุนแรง บ่งบอกว่ามีอัลฟ่ากำลังต้องการปลดปล่อย ไอดอลหนุ่มอวดกลางกายอันใหญ่สมเป็นเพศจ่าฝูง เส้นเลือดพาดทั่วลำชวนให้มวนท้อง พวกมันผงาดตั้งอยู่ในท่าเตรียมใช้งาน
“เดี๋ยวสิ นายไม่คิดจะเบิกทางก่อนหรอ”
นาแจกยอนคว้าหมับยั้งมือคนด้านบน ครั้นเห็นว่าลีจีฮุนเตรียมจะสอดใส่ทันที กับไอ้ของสิ่งนั้นที่แค่มองก็หวาดหวั่น หากมันเข้ามาจัง ๆ โดยไม่มีตัวช่วยอื่นเกรงว่าร่างกายเขาคงรับไม่ไหว
“ถ้าคุณต้องการแบบนั้น ก็ทำเองซะสิครับ”
รอยยิ้มจางทำให้คู่สนทนาตกตะกอน สถานการณ์บีบบังคับเช่นนี้อยู่ในแผนของผู้ชายเจ้าเล่ห์ตรงหน้าเป็นแน่ อีกฝ่ายดูกระเหี้ยนกระหือรืออยากเห็นเขาในสภาพน่าอายยิ่งกว่าอะไร
อดไม่ได้ที่จะลอบเดาะริมฝีปากเบา ๆ เสียงจิ๊จ๊ะไม่ได้ลดความสุขของคู่สนทนาลงเลยสักนิด กระทั่งทราบดีว่าร่างใต้อาณัติกำลังครุ่นคิดอย่างไม่ค่อยพอใจนัก แต่มันกลับกลายเป็นสิ่งลีจีฮุนที่ชื่นชอบยามได้เห็นเช่นกัน
อัลฟ่าผมบลอนด์กลั้นใจส่งนิ้วเรียวเข้าปาก ดูดเลียพอให้น้ำสีใสเคลือบสุดข้อ แม้พยายามหลีกเลี่ยงการสบตากับคู่สนทนา ทว่ากลิ่นไม้กฤษณาเคล้าอำพันยิ่งโหมรุนแรง ทำให้พอรู้ว่าลีจีฮุนกำลังมองตนด้วยอารมณ์แบบไหน
ภาพริมฝีปากทรงสวยลากเลียนิ้วขาว ๆ ด้วยใบหน้าแดงซ่านปรากฏแก่สายตาคมกร้าว ถึงเจ้าตัวจะกระทำด้วยความไม่เต็มใจ แต่แล้วอย่างไร เมื่อนาแจกยอนดูสวยมากจากมุมนี้ ตะกอนที่กองอยู่ก้นบึ้งของจิตใจลีจีฮุนถูกกวนจนขุ่นฟุ้ง ความคิดชั่วร้ายกำลังกระซิบเสียงเบา เขาอยากย่ำยีอีกฝ่ายจวบจนเละเทะสิ้นท่า ให้นาแจกยอนร้องไห้สะอึกสะอื้น น้ำตาเปียกใบหน้าสวย ๆ ยามหมดหนทางเพราะถูกตนย่ำยี ล้างภาพลักษณ์ราชาอินชอนที่ใคร ๆ ต่างยำเกรง
“อ๊ะ”
โพรงหวานที่ไม่เคยถูกรุกล้ำถูกแหวกอ้า แค่แยงก้านนิ้วเข้าไปความไม่คุ้นชินก็ทำนาแจกยอนขมวดคิ้ว กระนั้นกลับไม่ได้รู้สึกเจ็บปวดเสียทีเดียว จึงชำแรกพวกมันลึกข้อขึ้นด้วยท่าทีงุ่มง่ามอย่างคนไม่ช่ำ
เข็มนาทีขยับดีดไปไม่ทันถึงสองขีด ทว่าลีจีฮุนไม่คิดอดทนต่อภาพยั่วอารมณ์ครั้นสัญชาตญาณดิบถูกจุดติด ร่างสูงผลักมือเรียวกันพวกมันออกพ้นทาง ก่อนจับข้อพับขาพาดไหล่กดแทรกกลางกายเข้าไปสุดลำ ร่างใต้อาณัติพลันร้องลั่นด้วยไม่ทันตั้งตัว
“อ๊า! อะไรของนายเนี่ย”
ลีจีฮุนก้มลงสูดดมซอกคอขาวกรุ่นกลิ่นชาดำ อ้าปากฝากรอยเขี้ยวทิ้งบนลาดไหล่ ก่อนแลบลิ้นเลียทับบนผิวเนื้อ ขณะกระแทกลำเอ็นตอกตรึงช่องทางสีหวาน ความอุ่นนุ่มที่โอบล้อมทำคนด้านบนครางเสียงพร่า
“ซี๊ด”
“ช้า อ๊ะ ช้าหน่อย”
มีหรืออีกฝ่ายจะฟัง ตำนานยุคหนึ่งปฏิเสธคำขอผ่านการโถมกายหนัก ๆ กระทุ้งจุดหวามไหวจนร่างระหงบิดเร่า กลิ่นฟีโรโมนของสองอัลฟ่าผสมผสานฟุ้งรอบบริเวณดุจประกาศกร้าว ร่างสูงเคลื่อนไหวอย่างเอาแต่ใจทุกจังหวะเข้าออก นาแจกยอนครางหวิวขณะช่องทางนุ่มกลืนกินท่อนลำจนสุดโคน
“อย่าเสร็จจนกว่าผมจะสั่ง เข้าใจไหมครับ”
เสียงทุ้มเอ่ยสั่ง ขณะแหวกอ้าท่อนขาให้แยกออกเมื่อคนโตกว่าพยายามหุบเข้า ผนังสีหวานตอดตุบบีบรัดตัวตนของลีจีฮุนแนบแน่น ทุกสัมผัสล้วนชัดเจนในความรู้สึก ยามหัวมนเยิ้มน้ำครูดผ่านเพื่อดันเข้า หรือกระทั่งยามรั้งออกจนวูบโหวง นาแจกยอนจิกเล็บลงบนผ้าปูเตียง ระบายอารมณ์เสียวซ่านผ่านเนื้อผ้า
“อึก อ๊า”
“เป็นอัลฟ่าแต่มาแหกขาให้ผมเอาแบบนี้ ผมเปลี่ยนให้เป็นโอเมก้าน่าจะดีกว่าไหมนะ”
เสียงทุ้มกระซิบแผ่วข้างหู คำพูดเหล่านั้นทำให้ผู้ฟังทราบว่าเพศรองของอีกฝ่ายมีสถานะสูงกว่าตน ความรู้สึกถูกข่มที่สัมผัสได้ตั้งแต่เท้าเหยียบพื้นหาใช่การคิดเองเออเองอย่างที่เข้าใจ
ลีจีฮุนเป็นอีนิกม่า
ผู้ชายคนนี้เพียบพร้อมเกินกว่าบุคคลธรรมดาจะเทียบเคียงได้ ทั้งรูปร่างหน้าตา พละกำลัง กระทั่งสถานะทางเพศ คนเบื้องล่างทำได้เพียงข่มตารับสัมผัสรุนแรงจากอีกฝ่ายด้วยความจำยอม ทว่าต่อให้นาแจกยอนต้องการขัดขืนจริง ๆ ฟีโรโมนของลีจีฮุนก็สามารถบังคับให้อัลฟ่าศิโรราบได้โดยมิใช่เรื่องยาก หากเขาต้องการ
ปลายนิ้วสากด้านขยี้ส่วนหัวแดง เกี่ยวพรีคัมเหนียวใสยืดยาวติดมือ รูดรั้งถอกขึ้นลงจังหวะเดียวกับตอนซอยบั้นเอว เมื่อโดนโจมตีสองทางร่างระหงก็บิดเร่าอย่างทรมาน สองขาเผลอหนีบเข้าหากันโดยอัตโนมัติ ทว่าร่างสูงก็รั้งแหวกพวกมันอ้าออกเสมอ
ใบหน้าสวยประดับด้วยดวงตาสีนิลปรือปรอย เพราะส่วนหัวมนบดเบียดจุดหวามไหวจนจุกตื้อ ครั้นถูกรังแกมากเข้า ครู่เดียวก็กายกระตุกเกร็ง ฉีดพ่นของเหลวขาวขุ่นเปรอะผิวเนื้อ ขณะลีจีฮุนยังคงชำเราโพรงรักอีกพักหนึ่ง กระทั่งความรู้สึกอุ่นวาบแผ่กระจายในช่องท้อง ทำให้ทราบว่าอีกฝ่ายเสร็จสมอยู่ภายในร่าง
“ผมบอกว่าไงครับ คุณนาแจกยอน”
ราชาอินชอนถูกฤทธ์ฟีโรโมนจากอีนิกม่า ที่ถูกปล่อยตามธรรมชาติตลอดการร่วมรักกัดกิน ทั้งเหนื่อยอ่อนและไร้ความคิด หูซ้ายทะลุหูขวาดุจสมองขาวโพลนไปครึ่งหนึ่ง ทำเพียงหอบหายใจบนเตียงนุ่ม ตรงข้ามกันตำนานยุคหนึ่งยังคงไว้ซึ่งพลังงาน เพียงมองร่องรักชื้นแฉะที่เจิ่งนองด้วยร่องรอยของเขา ก็พร้อมจะคร่อมทับลงบนร่างระหงอีกครา
กลิ่นธูปหอมลอยปนแทรกลม ทว่าคนที่นอนอยู่บนเตียงไม่ทันรับรู้สถานการณ์ มีเพียงเจ้าของห้องหันขวับตามต้นตอ ปรากฏร่างเด็กหนุ่มยุคสองเส้นผมสีเงินเป็นเอกลักษณ์สภาพหืดหอบ เอื้อมมือผลักประตูเข้ามา
แขกไม่ได้รับเชิญกำลังรัทได้ที่เสียด้วย
ดวงตาของคนอ่อนวัยกว่าจับจ้องบุคคลที่ตั้งใจมาตามล่าตัว ลีจีฮุนไม่ถอยหนีซ้ำยังยกยิ้ม ด้วยสัญชาตญาณอัลฟ่าควบคุมแทบทุกอย่างในร่าง พวกมันจึงบังคับจางฮยอนเดินสโลสเลเข้าสู่เขตห้องนอน แต่เป้าหมายถูกเปลี่ยนเป็นร่างเปลือยเปล่าบนเตียง
ตำนานแห่งยุคหนึ่งไร้อาการห้ามปราม เขาคิดว่ามันคงสนุกดีหากได้เห็นนาแจกยอนสภาพเละเทะขึ้นอีกหน่อย ครั้นปลายจมูกแตะเข้ากับไม้จันทร์เคล้าควันธูป ราชาอินชอนจึงกวาดสายตาสังเกตเงาแปลกปลอม พบผู้มาเยือนก็ยันกายนั่ง มองสำรวจอัลฟ่าหนุ่มที่กำลังหน้ามืดตามัวสาวเท้าลดระยะห่างใกล้ขึ้นทุกที
“ลีจีฮุน นาย...”
หวังจะหันไปพึ่งอีนิกม่าเพียงหนึ่งเดียว ทว่าอีกฝ่ายกลับกดสายตานิ่งมองมา เป็นประกาศิตราวกับสั่งให้คู่สนทนาเงียบปาก เพียงเท่านั้นคนโตกว่าก็จำต้องกลืนคำพูดลงคออย่างเสียไม่ได้
“นี่คือบทลงโทษของคุณที่ขัดคำสั่งผมครับ นาแจกยอน”
นาแจกยอนถูกจับให้อยู่ในท่าคล้ายกับคลานสี่ขา ด้านบนถูกลีจีฮุนยึดครอง ขณะด้านล่างมีจางฮยอนซึ่งกำลังรัทได้ที่ประกบซ้อน กรุ่นกลิ่นสองพันธ์ุไม้ กฤษณากับจันทร์ผสมรวมกันจนยากระบุว่าใครเป็นใคร
“อ้าปากครับ”
ลีจีฮุนออกคำสั่งพร้อมกับเอ็นลำเขื่องที่ชี้หน้าเขาประหนึ่งเร่ง นาแจกยอนพอรู้ว่าตนต้องทำสิ่งใดต่อ จึงอ้าริมฝีปากครอบลงบนแท่งร้อน พยายามใช้ลิ้นเลียเส้นเลือดปูนโปนที่พาดลำเอ็น ชิมรสชาติจากพรีคัมเหนียวใสของอีนิกม่าผมดำ ดูดดุนไปตามความยาว
ทว่าจู่ ๆ มือที่สามกลับจับยึดเอวสอบแนบแน่น ก่อนกดกายกระแทกอย่างไม่ทันได้ตั้งตัว จางฮยอนแทรกตัวตนเข้ามาเต็มตื้น คนโตกว่าร้องลั่นแม้มีแท่งทวนอีกอันคาอยู่ในปาก ความกระสันซ่านสาดกระจายใส่ช่องท้อง ครั้นจะถอยหนีสักทางก็ทำไม่ได้
“อึก”
เขาต้องปรนเปรอไอดอลหนุ่ม และรับการเคี่ยวกรำจากเด็กยุคสองไปพร้อม ๆ กัน โดยมีลีจีฮุนมองด้วยท่าทีคล้ายกับสนุกสนานยามเห็นสภาพเละเทะของตน แม้เวลาล่วงผ่านมานานมากแล้วจากคราแรกที่พบกัน แต่ความกวนประสาทของอีกฝ่ายไม่แตกแถวไปจากเดิม ถึงกระนั้นตัวเขาในตอนนี้คงได้แค่คิด เพียงอยากด่าผู้ชายใจดำตรงหน้าสักคำยังเป็นไปได้ยาก
มือใหญ่จิกเส้นผมสีสว่าง บังคับเสือกไสเอ็นเนื้อเข้าโพงปากอย่างไร้ปราณี นาแจกยอนจุกระคายลำคอคล้ายจะสำลัก หยาดใสรินลงหางตาโดยอัตโนมัติ ตะเกียกตะกายคว้าจับท่อนขาแกร่งตรงหน้าไว้เป็นหลักยึด
“อึก แค่ก อื้ออ”
อัลฟ่าที่ถูกสัญชาติดิบครอบงำสวนกลางกายเข้าภายใน บดเบียดจุดกระสันจนทรงตัวไม่มั่น นาแจกยอนทั้งกระสันซ่านเคล้าทรมานเกินบรรยาย ไม้จันทร์ควันธูปฟุ้งปะปนอำพันกฤษณาคละคลุ้งมัวเมาคนตรงกลางแทบสิ้นสติ
ราชาอินชอนกายสั่นระริก ตลอดทั้งใบหน้าจนถึงปลายเท้าร้อนรุ่มดุจไฟสุม แม้เครื่องปรับอากาศจะยังทำหน้าที่อยู่ แต่ทุกสัมผัสจากบุคคลสองผู้ชัดเจน สะท้านในความรู้สึกยามถูกจับต้อง พาให้ริมฝีปากนุ่มอ้าออกเพื่อพ่นลมหายใจระบายอุณหภูมิร่างกาย
พลันจางฮยอนปล่อยน้ำคาวข้นหลั่งเข้าร่องรัก ซึ่งคราแรกชื้นแฉะจากของเก่าของลีจีฮุนมากอยู่แล้ว เมื่อรวมกับรอบใหม่ของตัวนาแจกยอนเองด้วยแล้ว บัดนี้ยิ่งเลอะเทอะจนรินหยดลงตามแนวขาขาว ชวนให้เหนียวเหนอะอย่างบอกไม่ถูก
ลีจีฮุนเองก็เสร็จสมภายในโพรงปากภายใต้ระยะเวลาเคียงกัน ทำเอานาแจกยอนไอโขลก สำลักของเหลวแปลกปลอมที่สาดเข้ามากระทบช่องคอ ดวงตาคมกล้าเห็นคนโตกว่าป้องปากทำทีจะคาย พลันมือใหญ่คว้าจับใบหน้าเชิ่ดขึ้น
“กลืนครับ”
ร่างตรงกลางจำยอมกลืนพวกมันลงคอ รสฝาดเฝื่อนสะกิดปุ่มลิ้นผ่านไปจนถึงช่องท้อง ชวนให้วูบวาบราวกับดื่มแอลกอฮอล์ เป็นความรู้สึกที่ค่อนข้างยากต่อการอธิบาย ครั้นดูทีนาแจกยอนว่านอนสอนง่าย ตำนานยุคหนึ่งจึงใจดีปาดส่วนที่เลอะมุมปากออกให้ด้วยแววเอ็นดูเล็ก ๆ
ครู่ถัดมา ลีจีฮุนช้อนร่างให้นาแจกยอนนั่งบนเตียง โดยมีเจ้าตัวซ้อนรองด้านหลัง จางฮยอนตามมาประกบข้างหน้า สองกายสูงดักทางหน้าหลังท่าทางล่อแหลมจนคนผมบลอนด์เหงื่อตก
คราบคาวขุ่นจากหนึ่งอัลฟ่าหนึ่งอีนิกม่าแฉะนองในรู แค่เอานิ้วถ่างเบา ๆ ก็ไหลทะลักออกมาข้างนอกเปียกเยิ้มนิ้วกร้าน ลีจีฮุนแหวกรูรักอ้ากว้างชำแรกตัวตนเข้าไปช้า ๆ
“อ๊า”
นาแจกยอนเอนพิงแผงอกเจ้าของห้อง เบียดเสียดแผ่นหลังกับผิวเนื้อระบายความกระสัน ขณะกลางกายอันใหญ่แทรกผ่านผนังอุ่นจนสุดหัวหน่าว ท่อนลำของอัลฟ่าก็กระทุ้งใส่ซ้ำ ร่างตรงกลางดีดดิ้นน้อย ๆ เสียวสุดใจ
“ฮึก อ๊ะ”
อัลฟ่าผมบลอนด์อ้าปากครางเสียงหวิว กายขาวบิดเร่าในทุกจังหวะ ความอึดอัดจุกแน่นอยู่ในช่องท้อง ทว่าเคล้าไปกับอารมณ์หวามไหวชวนสับสน จะว่าทรมานก็พูดได้ไม่เต็มปาก แรงจากคนด้านหน้าสอดใส่เข้ามาหนักแน่นรุนแรง ร่างระหงแนบชิดคนด้านหลัง เส้นผมนุ่มสลวยคลอเคลียลาดไหล่ที่เอนพิง
คนคั่นกลางกระดอนน้อย ๆ ยามถูกคลื่นกระแทกลูกใหญ่ ขมับชื้นเหงื่อกาฬจนผมบางส่วนเปียกลู่ ครางปนสะอื้นฮึกแผ่วเบาเพราะเสียดเสียว ลีจีฮุนบีบคลึงหน้าอกจากทางด้านหลัง ขยี้จุกนมสีหวานแข็งชูชัน ยิ่งช่วยเร้าอารมณ์ของนาแจกยอนให้พุ่งสูง
สุดท้ายลีจีฮุนและจางฮยอนก็เสร็จสมภายในร่างเขา เงยหน้าครางเสียงพร่าจนสมดั่งใจ จึงค่อยรั้งเอากลางกายออกมาจนคนโดนรู้สึกวูบโหวงด้านใน ร่างระหงหอบหายใจถี่อกกระเพื่อมขึ้นลง เนื้อตัวมีทั้งรอยกัดรอยดูด แก้มก้นถูกกระทบจนขึ้นรอยแดง หมดสภาพอย่างแท้จริง ตรงข้ามกับเจ้าของห้องที่ยังคงหน้าระรื่นคล้ายอิ่มเอม
ทว่าเมื่อมองหาเด็กหนุ่มยุคสอง จางฮยอนกลับหลับฟุบแนบเตียง คาดว่าหมดสติไปหลังสิ้นสภาวะรัท เด็กนั่นคงเหนื่อยมาทั้งวันจากการตามตัวลีจีฮุน แต่เพราะสัญชาตญาณควบคุมร่างจึงยังสามารถทำเรื่องอย่างว่าได้เต็มเม็ดเต็มหน่วย นาแจกยอนจึงละความสนใจ หันมาเจ้าของรอยเขี้ยวบนลาดไหล่
ลีจีฮุนเกลี่ยปอยผมซึ่งตกลงทัดหู สำรวจร่างขาวเนียนที่ถูกเขาตีตราทั่วผิวขาว ยามกวาดสายตามองท่อนล่าง เห็นหยาดเหนียวข้นรินลงจากแก้มก้นสู่เรียวขา ก็รู้สึกปวดหนึบที่กลางกายขึ้นมาเสียดื้อ ๆ
มือแกร่งประคองใบหน้าสวยให้ตั้งตรง ลากแตะกลีบปากนุ่มที่มีรอยเลือดจาง ๆ เพราะเจ้าตัวกัดมันระบายอารมณ์ คนเด็กกว่าแลบลิ้นเลียชิมรสสนิม พลางกดท้ายทอยให้นาแจกยอนเปิดรับสัมผัสจากเขา
เสียงแลกลิ้นเฉอะแฉะจากน้ำลายดังก้องแข่งกับเครื่องปรับอากาศ มือซุกซนเขี่ยยอดอก ดูด้วยตาพวกมันคล้ายจะบวมขึ้นนิดหน่อย คงเพราะถูกรังแกมายาวนาน แต่ยังสามารถสร้างความกระสันให้ราชาอินชอนได้อย่างไม่มีตก ร่างเล็กกว่าร้องอืออาในลำคอ มือเรียวปัดป่ายทั่วกายแข็งแรงหาที่ยึดเกาะ
“ลีจีฮุน”
นาแจกยอนเผยสีหน้าลำบากใจ เพราะทราบดีว่าสถานการณ์ต่อไปคงไม่พ้นเรื่องอย่างว่า แต่ช่องทางรักของเขาเริ่มเจ็บตึงขึ้นมาจากทีแรก หากให้แบกรับอะไรต่อมิอะไรนานเข้า ตนอาจจะไม่ไหวแล้วจริง ๆ
“สิ่งที่คุณขอจากผมคืออินชอนเชียวนะครับ อย่าลืมสิ”
ลีจีฮุนลูบเส้นผมสลวยก่อนกระซิบเสียงเบาข้างหู คำพูดของคนอ่อนวัยกว่าทำเอาราชาอินชอนสะอึก อินชอนไม่ใช่เศษกระดาษที่หาเก็บได้ตามพื้น ขณะที่ใครหลายคนต่อสู้แย่งชิงอำนาจมาครอบครอง เขากลับนอนครวญครางใต้ร่างผู้เป็นตำนานแห่งยุค ไม่ต้องเสี่ยงเสียแขนสักข้าง เมื่อเทียบสิ่งที่ต้องแลก มันไม่แปลกนักหากลีจีฮุนต้องการใช้งานเขาอย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย
แต่ลึก ๆ นาแจกยอนก็ยังแอบหวังให้ลีจีฮุนเหลือเมตตาไว้บ้าง
อีนิกม่าหนุ่มพาคนโตกว่าขยับมาอีกเล็กน้อย เหลือพื้นที่ให้จางฮยอนพักผ่อนหย่อนใจ ความจริงพวกอัลฟ่าหลังรัทเมื่อพลังงานถูกรีดออกมากเข้าก็คงไม่ตื่นขึ้นง่าย ๆ กิจกรรมคาวโลกีย์จึงดำเนินต่อโดยไม่มีใครให้ความสนใจเด็กยุคสองหลงถิ่น
ร่างระหงถูกสั่งให้นอนหงายเพื่อที่คนด้านบนจะสามารถรังแกส่วนอื่น ๆ ได้สะดวก พลันสองขาเรียวจับพาดบนบ่าแข็งแรง เปิดเปลือยรูรักแดงช้ำจากการถูกเคี่ยวกรำเป็นเวลานานและถี่รัว
“อ๊ะ
“เรียกชื่อผมสิครับ”
“ฮึก ลีจีฮุน”
นาแจกยอนสะอื้นฮึกขณะเรียกชื่อคนด้านบน น้ำตาเม็ดเล็กไหลอาบข้างแก้ม เปียกแพขนตายาวงอน พวกมันจับกันเป็นช่อเมื่อเปียกชื้น ดูน่าสงสารเหลือคณา
ราชาอินชอนกำลังร้องไห้งอแงอยู่ใต้ร่างเขาจริง ๆ นอกจากจะไม่มีเยื่อใยของความเห็นใจ คู่สนทนายังเพิ่มจังหวะชำแรกกายแรงขึ้นเล็กน้อย ลีจีฮุนปาดของเหลวสีใสออกพ้นใบหน้าสวยหวาน ราชาอินชอนผู้ซึ่งอดีตเคยเป็นที่ยำเกรง กลับหลบสายตาหนีเพราะรับความน่าสมเพชของตัวเองไม่ไหว เขายกมือป้องหน้าหลีกเลี่ยงการถูกคนด้านบนจ้องมอง
ลีจีฮุนไร้แววสงสาร ซ้ำยังคว้าข้อมือขาวรวบเหนือหัว ขณะตะบี้ตะบันซอยเอวจนน้ำที่คั่งค้างเสียดสีเป็นฟองคาปากรู ยามมองใบหน้าทรมานของนาแจกยอน มันราวกับโยนเชื้อเพลิงลงบนกองไฟ ทั้งสะใจและเร้าอารมณ์เกินพรรณนา
ใบหน้าหล่อคลอเคลียลำคอ ลูบเค้นสีข้างถึงหน้าอก จะว่าอ่อนโยนก็ห่างไกล แต่จะว่ารุนแรงก็คล้ายไม่ใช่เสียทีเดียว หากให้อธิบาย คงเป็นความรู้สึกซุกซน เล่นแรงบ้าง หยอกเย้าบ้าง จนเขาตามอารมณ์ไม่ทัน แต่มันทรมานไม่น้อยเลยในตอนนี้
ท่อนลำของลีจีฮุนบดเบียดร่องรัก แทรกเข้า ถอยออก วนซ้ำไปมาทว่ารสเสียวยังแพร่กระจายไม่ลดลง ขณะน้ำตาก็พรั่งพรูไม่หยุด รู้สึกถึงความน่าสังเวชอย่างหาที่สุดไม่ได้
“อ๊า”
นาแจกยอนไร้เรี่ยวแรง กระตุกกายเสร็จสมครานี้ไม่มีสิ่งใดออกมาอีกแล้ว นี่เป็นครั้งแรกที่ตัวเขาได้สัมผัสอาการเสร็จแห้ง แบบที่พวกโอเมก้าชอบเป็นเวลาโดนชำเรานานเข้า ลีจีฮุนโยกเอวตอกตรึงท่อนลำใส่โพรงอุ่นจังหวะสุดท้าย ก่อนร่างระหงบิดงอลำตัวยามช่องทางถูกราดรดด้วยน้ำกามเป็นรอบที่สี่
รู้สึกได้เลยว่าพวกมันอัดแน่นอยู่เต็มท้อง
แต่ถึงกายจะเหนียวเหนอะและอึดอัด ทว่าความอ่อนล้าที่ถูกเคี่ยวกรำต่อเนื่องสะสมจนพูนอย่างสุดฝืน นาแจกยอนไม่อาจประคองสติไว้ได้นาน ร่างกายบังคับให้เอนหัวพิงลงบนหมอน ครู่เดียวก็เข้าสู่ห้วงนิทราไปเสียแบบนั้น
...
ความรู้สึกประหลาดทำให้ราชาอินชอนสะลึมสะลือตื่น ร่างกายคล้ายถูกสัมผัสบางอย่างรบกวน ชวนให้คนที่กำลังฝันหวานเกิดหงุดหงิดขึ้นมา เนื่องจากไม่สามารถกล่อมสมองให้ยืดเวลาพักผ่อนต่อไปได้ เปลือกตาสีมุกจึงเบิกกว้างขึ้น แลเห็นใบหน้าหล่อคุ้นเคยในระยะใกล้
“ตื่นแล้วหรอครับ ผมกวนคุณหรือเปล่า”
“นายทำอะไร”
อีนิกม่าหนุ่มเอ่ยถามแม้รู้อยู่แก่ใจ ร่างเพรียวยันกายขึ้นเล็กน้อยเมื่ออีกฝ่ายถอยออกห่าง ดวงตาดำขลับมองสำรวจร่างกาย ช่วงตัวเขายังคงเปลือยเปล่าล่อนจ้อน เผยร่องรอยอารยธรรมที่สองหนุ่มก่อทิ้งไว้เมื่อคืนเสียทั่วผิวเนื้อ
“อึก ลีจีฮุน”
แต่ก่อนที่นาแจกยอนจะได้คิดอะไรเพิ่ม บางอย่างซึ่งเบียดเสียดอยู่ภายในช่องทางกลับสะกิดขึ้นมา เจ้าของชื่อยกยิ้มร่า พลางมือใหญ่กำรอบรีโมตสำหรับของเล่นชนิดควบคุมระยะไกล แรงสั่นเบา ๆ ทำร่างเล็กกว่าครางเสียงเครือ ความวูบไหวซึ่งไม่ทันเตรียมใจสะท้านไปทั้งกาย ยามมันปัดผ่านจุดกระสันยิ่งจิกเกร็งปลายเท้าเผลอถีบถูผ้าปูเตียงอย่างควบคุมไม่ได้
“อ๊ะ เอาออกไปนะ”
เจ้าของห้องแสดงออกว่าสนุกสนานอย่างไม่ปิดบัง ภาพร่างเปลือยเปล่าสั่นระริกสะท้อนในดวงตาคู่คม นิสัยชอบแกล้งแหย่ทั้งยังกวนประสาทไม่จางไปจากแต่ก่อน นาแจกยอนสมองว่างเปล่า เขายังตื่นไม่เต็มที่ดีก็ถูกรังแกด้วยของเล่นที่อีกฝ่ายใส่เข้ามา ทุกความนึกคิดไปกองรวมกันที่หว่างขา ส่วนหน้ากำลังผงาดตั้งดั่งความต้องการที่พุ่งพรวดหลังโดนกระตุ้น กรุ่นกลิ่นไม้โอ๊คเคล้าชาดำตามฟีโรโมน
ครั้นจุดกระสันถูกจี้มากเข้า น้ำตาก็ตีรื้นขึ้นคลอหน่วย ดูน่าสงสารระคนน่ารังแกอยู่ในที ร่างสูงช้อนกายกายขาวอุ้มเข้าเอว นาแจกยอนตะเกียกตะกายเกาะรอบลำคอโดยอัตโนมัติ จนผิวร้อน ๆ แนบชิดกัน น่าแปลกที่เขาไม่ใช่คนตัวเล็ก แต่อีกฝ่ายสามารถหยัดยืนแบกรับน้ำหนักตนได้อย่างมั่นคง
ลีจีฮุนพาร่างระหงออกมาบริเวณระเบียงกั้นกระจก ระดับความสูงใกล้เคียงกับคำว่าเสียดฟ้า เมื่อไล่สายตามองลงไป ทั้งสิ่งก้อสร้างและผู้คนล้วนหดเล็กจิ๋ว แน่นอนว่าบนนี้ย่อมไร้ร่องรอยสิ่งมีชีวิต แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่าการออกมาทำเรื่องลามกแบบไม่มีเพดานบดบังท้องฟ้า ก็ทำให้ความรู้สึกแตกต่างออกไป นาแจกยอนกวาดสายตาซ้ำแล้วซ้ำเล่า เผยท่าทีระแวงคล้ายกับกระต่ายตื่นคน เห็นดังนั้นอีนิกม่าขี้แกล้งกลับนึกเอ็นดูขึ้นมา
“ไม่มีใครเห็นหรอกครับ ว่าสภาพคุณเป็นแบบนี้น่ะ”
“อ๊ะ”
ตำนานยุคหนึ่งเอ่ยเสียงกระซิบคล้ายเป่าลมร้อนรดข้างหู ร่างระหงถูกวางบนโต๊ะไม้เคลือบสีเข้ม จ่อท่อนลำแข็งขืนตั้งตรงเบียดปากทาง พวกมันหลั่งน้ำใสออกมาเคลือส่วนหัววาววับ กลิ่นอำพันกฤษณาคุ้นเคยแตะจมูก
“เอาออกลีจีฮุน อย่าใส่เข้ามาพร้อมกัน”
“สั่งผมอยู่หรอครับ”
ดวงตาคมกร้าวจ้องมองนิ่ง นาแจกยอนขนลุกเกรียวยามมือสากด้านเชยปลายคาง สัญชาตญาณอัลฟ่าร้องเตือนลั่นเมื่อรังสีกดข่มของอีนิกม่าเข้าถึงตัว
“ล้อเล่นครับ ผมไม่ใจร้ายขนาดนั้นหรอก”
ร่างสูงนึกขันใบหน้าเหงื่อตกของคนโดนแหย่ นิ้วยาวแหวกโพรงรักอ้ากว้าง เกี่ยวเอาวัตถุทรงรีสีน่ารักออกมา พลันผนังช่องทางถูกครูดผ่าน ราชาอินชอนเผลอร้องในลำคอ พวกมันเปียกแฉะด้วยน้ำอะไรต่อมิอะไรที่คนตรงหน้ากับเด็กยุคสองทิ้งเรี่ยราดไว้ หยดเยิ้มลงตามแรงโน้มถ่วง เกิดเป็นภาพลามกจนไม่อาจทนมองไหว
“น่าถ่ายเก็บไว้เหมือนกันนะ”
“หยุดเลย!”
ลีจีฮุนหัวเราะในลำคอ ชำแรกดุ้นลำเขื่องเข้าสู่โพรงร้อน แรงบีบรัดทำเอาเขาสูดปากครางพร่า ขณะนาแจกยอนจิกเล็บลงบนแผ่นหลังกว้าง ความใหญ่โตจุกแน่นอยู่ในท้องแม้จะไม่ใช่รอบแรกที่มันเข้ามา คนด้านบนตอกเอวกระแทกลึก ราชาอินชอนยันศอกประคองกาย เชิ่ดหน้าครางแว่วหวาน
“อื้ออ”
ลีจีฮุนก้มลงประกบริมฝีปากหยักทับลงจูบ เกี่ยวลิ้นร้อนนัวเนียจวบจนหยาดใสเลอะมุมปาก ร่างระหงโยกไหวตามแรงบนโต๊ะไม้ เสียงกระแทกแทรกด้วยขาโต๊ะที่สั่นกุกกัก คนด้านบนอ้าปากกัดซ้ำลงบนรอยเขี้ยวที่เจ้าตัวเป็นคนสร้างไว้เมื่อคืน พลันความเจ็บแล่นสู่ผิวเนื้อ ร่างใต้อาณัติก็ร้องลั่น
“อ๊า”
น้ำตาเม็ดโตร่วงผลอยรินลงตามแก้มเนียน ทั้งเสียวซ่านและเจ็บแสบกับสัมผัสของอีกฝ่าย แก่นกายลำเขื่องกระแทกกระทั้นโพรงอุ่นรุนแรง ไม่นานนักนาแจกยอนตัวกระตุกเกร็ง เสร็จสมออกมาเปรอะหน้าท้อง ลีจีฮุนนึกหมั่นเขี้ยวจึงฟาดมือลงบนก้นกลม คนโตกว่าสะดุ้งเฮือก ท่าทางไม่ต่างจากกระต่ายตื่นคนเลยสักนิดในสายตาลีจีฮุน
อีกฝ่ายซอยบั้นเอวอีกครู่หนึ่ง ก่อนจะแช่กายคาไว้ด้านใน อัดน้ำเชื้อข้นคลั่กสู่ร่องรักกระทั่งคนโดนรู้สึกร้อนวูบในท้อง ร่างระหงหายใจเข้าลึก ปรับอุณหภูมิร่างกายให้ลดต่ำลง ทั้งเช้าค่ำเขาไม่ได้พักเลยสักนิด
“แล้วสรุปว่าเรื่องอินชอน นายจะทำยังไง”
น้ำเสียงโรยราเอ่ยถามอีนิกม่าขี้แกล้ง แม้สภาพตอนนี้จะดูไม่น่าคุยเรื่องดังกล่าว ทว่าเขาจำต้องรู้แผนการของอีกฝ่ายเกี่ยวกับเขตปกครองของตน ลีจีฮุนกรอกตาทำทีครุ่นคิด ก่อนปั้นหน้าเอ่ยด้วยรอยยิ้มบาง ดวงตาหยีปิดอย่างน้อยครั้งจะเห็น
“ผมกำลังพิจารณาน่ะครับ”
