Chapter Text
วานรขนดำนั้นว่องไวนัก
เทหะยักษายืนนิ่ง เขาไม่ได้ตั้งท่าต่อสู้ แต่ก็เตรียมพร้อมจะปัดป้องหรือรับการโจมตีอยู่ทุกชั่วขณะ
หลังจากล้มทหารยักษ์ได้อย่างง่ายดาย เจ้าลิงก็มุ่งเป้ามายังเขาทันที
มันหยั่งเชิงเขา พุ่งเข้าโจมตี แล้วดีดตัวหนีกลับออกไปอย่างรวดเร็ว ไม่ปล่อยช่องว่างให้โจมตีกลับ แม้การโจมตีจะเบา แต่ก็มีประสิทธิภาพ มันกำลังหาช่องว่าง กำลังศึกษาทั้งกำลังของเขาและของมันเอง จากมีดคู่คมปลาบ แปรร่างเป็นแขนกลคู่ใหญ่ทรงพลัง เพียงกระแทกหมัดก็ส่งเสียงกัมปนาท กระทั่งพวกวานรที่ถอยไปหลบก็ยังสะดุ้ง
เทหะยักษาขยับเท้า ขยับมือเตรียมพร้อม
เมื่อหมัดเหล็กคู่นั้นพุ่งเข้ามา เขาไม่จำเป็นต้องหลบ
การโจมตีของมันทรงพลัง หากเป็นยักษาทั่วไป ยกแขนรับตรงๆคงจะแหลกไปแล้วอย่างแน่นอน
แต่เทหะยักษาไม่ใช่เพียงยักษ์ทั่วไป เขารับการโจมตีได้ทุกหมัด แรงกระแทกเพียงไม่กี่ครั้งส่งจนพื้นยุบ แต่พญายักษายังทำท่าประหนึ่งเพียงปัดแมลงที่กวนใจ
วิชชุไม่ได้เสียกำลังใจหรือรำคาญใจในท่าทางนั้น
เทหะยักษาหยิ่งทะนงและลำพอง จึงได้เดินเข้ามาหาเอง เห็นได้ชัดว่าต้องการจะท้าทายอำนาจอาวุธวิเศษ
วานรขนดำรักษาความสุขุมของตนไว้
เกราะแขนกลเทวะอาจพิฆาตยักษ์มามาก แต่นั่นคือเมื่อประทับร่างสายเลือดพระพาย มิใช่วานรสามัญเช่นเขาซึ่งจะไม่มีวันใช้พลังของมันได้อย่างเต็มที่
รู้อย่างนั้น เขาก็อดคิดไปถึงผู้สืบสายเลือดพระพายไม่ได้
แม้จะเพียงชั่วเสี้ยวพริบตา กิริยานั้นก็ไม่รอดพ้นสายตาของพญายักษา
เจ้าวานรน้อยกำลังว่อกแวก
เขาเปิดฉากโจมตีทันที พุ่งเข้าหมายจะคว้าคอเจ้าลิงที่รีบเผ่นหลบไปอย่างรวดเร็ว หมัดต่อมาพลาดขนมันไปเพียงเส้นยาแดง พื้นซึ่งคือลำต้นของต้นมณีโคดแตกเป็นวงกว้าง หมัดที่สามวิชชุต้องใช้แขนเกราะรับการโจมตี ซึ่งแม้รับได้ก็ยังถูกแรงซัดกระเด็นไปไกล
มันหลบเลี่ยงการโจมตีของเขาไปอีกหลายกระบวนท่า หากโจมตีคืนได้บ้างก็จะรีบถอยออกไปเพื่อรักษาระยะห่าง ทุกครั้งที่ถอยออกไป ตาของมันจะหลุบมองไปทางอื่นชั่วขณะ
"มองหาองค์ชายอยู่หรือ เจ้าลิง"
มันสะดุ้งทันที แม้จะแค่เท่าลมหายใจยุงมันก็สะดุ้งให้เขาเห็น
ความเมืองในอาณาจักรวานร มีหรือเทหะยักษาจะไม่รู้ แม้ว่าเขาจะไม่ได้เล็งเห็นว่าองค์ชายตัวดีจะหายหัวไปจากพิธีการสำคัญเยี่ยงนี้ก็ตาม
องค์ชายวาตะผู้ควรสืบทอดเกราะแขนกลเทวะเป็นลิงเหลวไหลไม่ได้ความ ส่วนยอดฝีมือตรงหน้า วิชชุ บุตรแห่งบ้านสลาตันไม่มีสายเลือดพระพายโดยตรง คงจะถูกเลี้ยงมาโดยตั้งใจให้เป็นองครักษ์มากกว่าอย่างอื่น
และแม้จะเป็นยอดฝีมือ ก็ยังเยาว์วัย
"อย่าได้ห่วงมันไปเลย จัดการเจ้าแล้วข้าจะให้ทหารตามหาตัวมัน ลากมันมาดูศพเจ้ากับท้าววาโย" เทหะยักษาเอ่ย ลองยั่วโทสะมันดูจากอาการว่อกแวกที่จับได้ก็ได้ผลทันตา
"เจ้าอย่าบังอาจ!!!" วิชชุตะโกนลั่น โหมพลังโจมตีเข้าใส่สุดแรง
"ข้าไม่ให้เจ้าแตะต้ององค์ชาย!!" มันว่าต่อ ยังคงโจมตีเข้าไปอย่างต่อเนื่อง
"หรือท่านท้าววาโย!!" แรงตีของมันหนักหน่วงกว่าเดิม เทหะยักษาไม่อาจรับได้ด้วยแขนเพียงข้างเดียวอีกต่อไป เขาต้องรับด้วยสองแขน กระนั้นก็ยังแทบจะเซไป แต่เจ้าลิงก็เสียสมาธิและความสุขุมของมันไปแล้ว
เขาเห็นได้ว่าวิชชุยังพยายามข่มใจตน ด้วยรู้ดีว่าศัตรูตรงหน้าไม่อาจชนะได้โดยสักแต่ใช้แรงเข้าว่า มันยังมองหาจังหวะถอยหลบ เมื่อใดเขาตอบโต้จะดีดตัวห่างให้พ้นระยะ
"จะสู้ไปทำไม ต่อให้เจ้าชนะวันนี้ ผู้สืบทอดเหลวแหลกเช่นนั้นมีแต่จะทำให้มณีโคดล่มจม" พญายักษาเอ่ยอีก เจ้าลิงก็แยกเขี้ยว ไม่ได้ทันรู้ตัวว่าถูกยั่วโมโห
"ยักษาโฉดชั่วเช่นเจ้า ข้าจะฝังไว้เป็นปุ๋ยให้ต้นมณีโคด!"
"เจ้าคิดว่าทำได้ก็ลองดู"
วิชชุเคลื่อนไหวเร็วกว่าเขาอยู่เล็กน้อย แต่ยิ่งไล่บี้เข้าไป ก็ยิ่งตามใกล้เข้าเท่านั้น วิชชุต้องใช้แรงมากกว่าเขา มันเคลื่อนไหวมากกว่าเขามาตั้งแต่ต้น ทั้งเกราะแขนกลก็ไม่ยอมรับมันเป็นนายอย่างเต็มร้อย
หากยื้อกันต่อไป วิชชุเองจะเป็นฝ่ายเสียเปรียบในไม่ช้า
มันจึงโต้ตอบ แทนที่จะหลบหลีกอย่างเคยก็โจมตีสวนเข้าไป แม้จะเสี่ยงชีวิตตนเองยิ่งกว่าเดิม วิชชุพลาดถูกหมัดของเทหะยักษาเข้าไปจนกระเด็นล้มกลิ้งไปหลายตลบ
เมื่อดันตัวขึ้นมาได้ยังถึงกับสำลักเลือด แต่มันยังไม่ยอมแพ้ เอาหลังมือปาดเลือดพลางมองพญายักษ์ที่ย่างสามขุมเข้าไปหา
"ใยไม่ให้ข้าครองดินแดนนี้แทนองค์ชายเหลวไหลของเจ้า" เทหะยักษาเอ่ยอีก ยื่นมือมาจะคว้าตัววานร แต่วิชชุยังมีแรงถอยหนี พญายักษ์ทำเป็นไม่ตาม กลับมองไปทางพวกลิงที่ยังหลบกันอยู่ตามซอกมุมท้องพระโรง ยังลอบเห็นลูกลิงขนดำที่เกาะแน่นกับท้าววาโยที่โอบมือสั่นเทาปกป้องไว้
"หรือไม่อย่างนั้น...สู้ข้าลากองค์ชายนั่นมาฆ่าทิ้ง ให้เจ้าครองมณีโคดเป็นเมืองขึ้นต่อคีรีกัณฑ์เป็นอย่างไร" เขาทำเป็นเสนอ เห็นเพลิงโทสะในดวงตาเจ้าลิงที่บาดเจ็บลุกโชนขึ้นมากับตา
"เจ้าอย่ามาดูถูกข้า!!" มันตะโกนพร้อมกระโจนเข้าใส่ เกราะแขนกลเปลี่ยนร่างอีกครั้ง ครานี้เป็นดาบเล่มเขื่องเกินตัวเจ้าของเสียอีก แต่เผ่าวานรมีพละกำลังมากพอจะใช้อาวุธที่ดูเกินตัว
"ไอ้ยักษ์โฉดชั่ว! ลงนรกไปซะ!" มันโถมฟันเข้ามา ไม่มีการยั้งมือหรือประมาณกำลังตนอีกต่อไป
เทหะยักษายังไม่เคยเห็นร่างนี้ของเกราะแขนกลเทวะ ชั่วขณะที่แปลกใจนั้นจึงกะจังหวะที่จะรับดาบผิดไป ใบดาบฟันแขนลึกเกือบถึงกระดูก
กระนั้นก็ยังไม่เพียงพอ
วิชชุถูกซัดกระเด็นออกมา ครั้งนี้เมื่อตั้งหลักได้จะลุกขึ้นก็ถูกซ้ำจนลอยไปกระแทกผนัง เกราะแขนกลเทวะเมื่อผู้ใช้อ่อนแรงเข้าก็คลายสภาพ กลับมาเป็นเพียงเกราะแขนกับมีดคู่
"ข้าเล่นพอแล้ว ลิงน้อยเอ๋ย ถึงเวลาจัดการให้จบเสียที" พญายักษาก้าวตามเจ้าลิงที่กระเด็นไป คีบคอขึ้นมาจับไว้อย่างง่ายดาย
"อ...ไอ้เดนตาย! ปล่อยข้า!" มันยังดิ้นรน กระเสือกกระสนตะกุยมือที่จับคอไว้
เทหะยักษาจับวิชชุให้หันไปมองทางเหล่าวานรที่หลบอยู่
"ลูกลิงขนดำๆนั่น น้องเจ้าใช่ไหม" เขาเอ่ยถามอย่างเรียบง่าย แต่วิชชุเบิกตาขึ้น ตระหนกและหวาดกลัวยิ่งกว่ายามประจันหน้ากับพญายักษา ถูกแล้ว เขาเป็นบุตรคนโต มีน้องอีกสามตัว
"ม ไม่!!! ห้ามแตะพวกเขา! เจ้าจะทำอะไร!" วิชชุยิ่งตื่นตระหนก ยิ่งตะเกียกตะกาย เทหะยักษาเขวี้ยงมันกระแทกพื้นแล้วเหยียบซ้ำลงไปจนร้องไม่ออก
"แล้วเจ้าจะทำอะไรข้าได้ ข้าจะแสดงให้ดูว่าเจ้านั้นอ่อนแอ และแม้แต่เกราะวิเศษ ต่อหน้าข้าก็เป็นเพียงของเล่น" เทหะยักษาว่า พลางก้มลงไป จับคอวานรขนดำที่สะบักสะบอมยกขึ้นให้ระดับสายตาเท่ากัน
เขาเรียกทหารยักษ์เข้ามา เขวี้ยงร่างวิชชุให้พวกมันจับตัวเอาไว้ แล้วจึงหันไปทางเหล่าวานร
ท้าววานรา วาโยก้าวออกมาขวางระหว่างเทหะยักษากับประชาชนของตน
"ท่านเทหะยักษา..."
"ไม่! ท่านจ้าว! ท่านจะยอมศิโรราบไม่ได้ ท่านจ้าว!" วิชชุร้อง พยายามดิ้นรนแต่ไร้ผล
"อย่างน้อย..ท่านโปรดไว้ชีวิตพวกเด็กๆ" สิ้นเสียงท้าววาโย ลูกวานรขนดำตัวหนึ่งก็วิ่งออกมาขวาง
"อย่าออกมา!" วิชชุร้องลั่นมาแต่ไกล พยายามจะเอื้อมมือ จะเอาตัวเองออกมาจากการจับกุมของทหารยักษ์ก็ทำไม่ได้
"ข้าจะ...ข้าจะปกป้องท่านวาโย" วานรน้อยนั้นตะโกนสู้ ในมือมีเพียงมีดยาว ทั้งยังสั่นกลัวเป็นเจ้าเข้า แม้เทหะยักษามองมันตรงๆก็ยังไม่ยอมถอยไป
"เจ้าโง่ ถอยออกมา!" ท้าววาโยรีบเรียก แต่สายไปเสียแล้ว
บุตรคนรองแห่งบ้านสลาตัน ถูกเทหะยักษาบีบกะโหลกแตกต่อหน้าพี่ชายตนเอง
จากตรงนั้น วิชชุไม่รับรู้อะไรอีกแล้ว เขาจำได้แต่เสียงกรีดร้องของตนเอง จำได้แต่น้ำตาที่ไหลอาบหน้า ดูเหมือนว่าจะอาละวาดได้อีกชุดใหญ่ ฝืนดึงพลังจากเกราะแขนกลเทวะจนแม้แต่ร่างกายตนเองก็แทบหมดสภาพก่อนที่จะถูกเทหะยักษากำราบอีกครั้ง เขาได้ยินเสียงพญายักษาสั่งให้ 'เลาะ' เกราะแขนกลเทวะจากร่างตน
ท้าววาโยถูกจับไว้เช่นกัน ให้ดูเหล่าวานรที่เปรียบเสมือนลูกของตนถูกสังหารทีละตนๆ ก่อนที่จะถูกเหยียบจนตาย
อาณาจักรมณีโคดจึงพ่ายแพ้ต่อคีรีกัณฑ์
องค์ชายวาตะมาพบแต่ต้นซากต้นมณีโคดที่มอดไหม้ ร่างย่อยยับของบิดาตน
..
...แต่ไม่มีศพของวิชชุ
