Work Text:
ในบางครั้ง คุณต้องยอมรับว่าเราไม่สามารถแบกทุกเรื่องไว้คนเดียวได้ การสะสมสิ่งต่างๆ ไว้ในใจอาจทำให้วันหนึ่งคุณทนมันไม่ไหว ระเบิดมันออกมาและทำลายล้างสิ่งรอบตัว เพราะฉะนั้นเป็นการดีถ้าคุณได้ระบายมันออกไปให้ใครฟังเสียบ้าง เพื่อลดจำนวนของมวลระเบิดลง โดยองเองก็คิดแบบนั้น นี่จึงเป็นที่มาของการนั่งคุยกับเพื่อนสนิท(ที่มีอยู่ไม่กี่คน) หลังจากใช้เวลาทั้งหมดไปกับการทำงานกลุ่ม
ในหอพักชาย จอห์นนี่กำลังตัดต่อวีดิโอสุดท้ายที่ต้องส่งภายในวันพรุ่งนี้ ขณะที่แจฮยอนกำลังซดบะหมี่ถ้วยที่สามของวัน และตอนนี้เป็นเวลาเกือบตีหนึ่งแล้ว
“ เฮ้ ” โดยองเอ่ยขึ้นมาก่อนโดยไม่ได้เรียกชื่อใคร แต่คนแค่สองคนในห้องก็หันหน้ามามองแทบจะพร้อมกันทันที เขาซึ้งใจเหลือเกินที่เพื่อนใส่ใจขนาดนี้ มันเป็นเพียงแค่คำที่ไม่ได้เจาะจงด้วยซ้ำ
“ จำปาร์ตี้วันเกิดเตนล์ได้ไหม ” เมื่อมีคำว่าเตนล์ หูของเพื่อนชายอีกสองคนก็กางผึ่งแทบจะทันที ใครจะไม่รู้จักเตนล์คนนั้น คนเดียวที่ไม่มีใครเหมือน… จัดงานวันเกิดใหญ่โตที่บ้านของตนเอง(ซึ่งไม่สมควรเรียกว่าบ้านปกติ เพราะมันใหญ่ยังกับวัง) เชิญคนไปมากมายเกือบทั้งคณะ และสามหนุ่มเองก็ได้ไปงานนี้ด้วยเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว
“ จำได้ ทำไม? ” จอห์นนี่เป็นคนตอบคำถามนั้น ในขณะที่แจฮยอนใช้สายตามองตรงมาเป็นการตอบคำถามเพราะปากยังสูดเอาบะหมี่เข้าไปอยู่
“ เออ ปาร์ตี้นั่นแหละ ฉัน... ”
โดยองเว้นวรรคไปครู่หนึ่ง เป็นช่วงเวลาที่น่าอึดอัดของทั้งสามคน โดยองกำลังตัดสินใจว่าจะเล่าดีหรือไม่ ส่วนจอห์นนี่และแจฮยอนก็หยุดการกระทำเพื่อรอฟังเขาพูด
“ จูบกับคนๆ หนึ่ง ”
“ หืม… นั่นฟังดูไม่ใช่นายเลยเพื่อน ” จอห์นนี่พูดยิ้มๆ แจฮยอนวางถ้วยมาม่าลงก่อนจะเสริมเพื่อน “ หมายถึงจูบ ...kiss? ”
“ เออ จูบมันก็คือจูบไหมล่ะ ”
“ ใครคือผู้โชคดีคนนั้นกัน วู้ว! คิมดงยองเสียจูบที่สองไปให้ ”
“ ขอบใจนะ แต่ไม่ต้องย้ำก็ได้ว่านั่นคือจูบที่สอง ” แจฮยอนขำก๊าก ดีเหลือเกินที่เขาหยุดกินบะหมี่ไปแล้ว ไม่อย่างนั้นสภาพคงดูไม่จืด
“ นายต้องคิดในแง่ดีเพื่อน เอาล่ะ บอกมาดีๆ ว่าคนๆ นั้นคือใคร ”
“ นั่นแหละปัญหาที่คิดไม่ตก ”
จอห์นนี่ได้ยินแบบนั้นก็เลิกคิ้ว พร้อมๆ กับที่แจฮยอนพูดขึ้นมา “ ไม่รู้ว่าจูบกับใครหรอ ว้าว! ”
โดยองพยักหน้า มันติดอยู่ในใจของเขามาสองสัปดาห์แล้วตั้งแต่ปาร์ตี้วันเกิดเตนล์ครั้งนั้น เขาและเพื่อนอีกสองคนถูกเชิญไปในนาม เอ่อ เพื่อนร่วมเอกของเตนล์(แต่จอห์นนี่บอกว่าเตนล์รู้จักพวกเรา ซึ่งโดยองไม่แน่ใจนักเพราะเขามั่นใจว่าเตนล์ไม่รู้จักเขาอย่างแน่นอน) ปาร์ตี้ไม่ใช่สิ่งที่โดยองชื่นชอบและคุ้นชินสักเท่าไร เลิกเรียกเสร็จได้นอนนั่นก็สวรรค์แล้วสำหรับชายหนุ่ม
เขากำลังนั่งดื่มพั้นช์อยู่ตรงมุมขอบนอกสุดของวงปาร์ตี้ ในนั้นวุ่นวายและมีแต่เกมประหลาดๆ เป็นต้นว่าจริงหรือกล้า, ส่งไพ่ผ่านปาก ฯลฯ คนมากมายต่างเมาและเต้นกันมั่วไปหมด ตอนนี้โดยองพลัดหลงกับเพื่อนแล้วและเปล่าประโยชน์จะตาม
บ้านของเตนล์ใหญ่มาก และน่าสงสัยมากว่าพ่อแม่ของเตนล์ยอมให้เกิดปาร์ตี้ในบ้านได้อย่างไร ในเมื่อภาพเขียนสีน้ำมันของศิลปินเลื่องชื่อและแจกันแบบจีนแท้ๆ นั่นกำลังเสี่ยงจะถูกทำลายโดยฝีมือพวกขี้เมาอยู่ร่อมรอแล้ว ขณะที่เขากำลังนั่งมองปาร์ตี้ตรงหน้าด้วยสายตาเบื่อๆ นั่นแหละ โดยองสบตากับใครบางคนในจังหวะที่ไฟดับพอดี
เสียงเพลงแฮปปี้เบิร์ดเดย์ดังขึ้นท่ามกลางความเงียบของคนหลังไฟดับอย่างกะทันหัน ต้นเสียงน่าจะเป็นเพื่อนสนิทไม่ก็แฟนของเจ้าของบ้าน หลังจากนั้นคนอื่นก็ร้องตามๆ กันจนมันฟังไม่รู้เรื่อง ระหว่างนั้นเองนั่นแหละ ร่างกายของเขากับใครบางคนก็สัมผัสกัน เจ้าของแววตาคู่นั้นไล้มือไปตามกรอบหน้าของโดยอง น่าแปลกที่คนอย่างเขาไม่ขัดขืนหากยิ่งรู้สึกประหลาดใจ เมื่อใบหน้าของเจ้าของมือใกล้เข้ามาทุกขณะจนเขาได้กลิ่นหอมบางอย่างที่น่าจะเป็นน้ำหอมแบรนด์ไหนสักแบรนด์ และคนตรงหน้าก็คงได้กลิ่นช็อกโกแลตจากบุหรี่ไฟฟ้าที่โดยองเพิ่งขอเพื่อนในเอกมาดูดเมื่อตะกี้แน่ๆ
จะด้วยบรรยากาศ แอลกอฮอล์ในกระแสเลือด หรือกลิ่นหอมจากอีกฝ่ายก็ไม่อาจทราบได้ ไม่ทันไรโดยองก็รู้สึกว่าลมหายใจของเรากำลังประสานกันเป็นหนึ่ง ช่องว่างลดลงเรื่อยๆ จนกระทั่งริมฝีปากจรดเข้าหากัน มันเป็นความรู้สึกแปลกประหลาดที่ดีกว่าจูบแรกของเขากับแฟนสมัยไฮสคูลเสียอีก ปากประกบปาก ลิ้นเกี่ยวกระหวัดอย่างช้าๆ ท่ามกลางเสียงเพลงอวยพรวันเกิดเจ้าของงานที่โดยองรู้สึกว่าเบาลงไปเรื่อยๆ ยิ่งตอนที่ริมฝีปากล่างถูกขบเม้มกับคนตรงหน้า มือของเขาเริ่มไม่อยู่สุก มันเอื้อมไปลูบหลังของอีกฝ่ายที่ดูเบาบางและเรียบเนียนในชุดเปิดหลัง เจ้าของกลิ่นหอมเองก็ไม่น้อยหน้าด้วยการโอบรอบคอของโดยองอย่างเป็นธรรมชาติ มันหวือหวาแต่เป็นไปตามขั้นตอนอย่างแท้จริง กระทั่งริมฝีปากของคนตรงหน้าเลื่อนต่ำมาบริเวณคอ โดยองแอบคิดว่านี่มันผิดตำแหน่งหรือเปล่า แต่ไม่ทันคิดมากไปกว่านั้นฝ่ายตรงข้ามก็ขบเม้มไหปลาร้าของเขาเบาๆ
ช่วงเวลานั้นเอง ที่โดยองได้รู้สึกถึงการร่วงหล่น ...จากสวรรค์หรืออะไรก็ตามที่มันดีจนอธิบายไม่ถูกลงมายังโลกแห่งความเป็นจริง
โลกตรงหน้าเต็มไปด้วยผู้คนที่กำลังเต้นเพลงฮิปฮอปยอดนิยมในชาร์ตอเมริกา เค้กของเตนล์กระจัดกระจายทั่วงานจนดูสกปรกมากกว่าน่ากิน และข้างหน้าเขา ...ที่ว่างเปล่า นั่นทำให้โดยองครุ่นคิดถึงจูบหอมหวานที่เขาไม่อาจจะระบุได้แม้กระทั่งคนที่จูบด้วยอยู่ทุกวันหลังจากปาร์ตี้วันเกิดจบลง
“ ก็คือไม่เคยเห็นหน้าด้วยซ้ำ ”
“ นี่มันโคตรอเมซิ่งสำหรับเพื่อนเราเลยนะจอห์น ” แจฮยอนพูดด้วยความกระตือรือร้น จอห์นได้ฟังเรื่องราวในวันนั้นที่เขามัวแต่ยุ่งกับการมิกซ์เพลงเพื่อเอาใจเจ้าของวันเกิดก็ยังรู้สึกประหลาดใจ ที่คิมดงยองกล้าจูบกับใครก็ไม่รู้ ‘เหล้าทำให้คุณกล้าขึ้น’ ท่าจะจริง
“ ที่เล่ามานี่มีจุดประสงค์อะไร ” จอห์นนี่ฉลาดเสมอ โดยองคาดไว้อยู่แล้วว่าเพื่อนต้องถามคำถามนั้นและเขาเองก็กำลังต้องการมันอยู่พอดี “ อยากหาคนไง ”
“ โอ้มายก้อด ” แจฮยอนนั่นเอง “ หมายความว่าจูบนั้นมันตราตรึงใจจนต้องตามหา ”
“ ก็ใช่ ”
แจฮยอนได้ยินเพื่อนตอบตรงๆ ยิ่งร้องหนักขึ้นไปอีก อุทานอยู่สามสี่ครั้งจนโดยองโยนตุ๊กตาของจอห์นนี่เข้าไปถูกหน้านั่นแหละถึงได้เงียบปาก
“ แต่ว่านะ นายไม่รู้ชื่อ คณะ เอก แค่หน้าตายังไม่ชัด จะเอาอะไรไปหาเธอคนนั้นกัน? ” จอห์นนี่ครุ่นคิด เขาชะงักตอนท้ายเมื่อตัวเองพูดสรรพนามเพศออกมา “ คนที่นายจูบด้วยน่ะ เพศ… ? ”
“ ผมยาว ใส่ชุดเปิดหลัง ”
“ อืม เป็นหลักฐานที่ช่วยได้เยอะมาก ”
“ ก็รู้แค่นี้นี่หว่า ...จำกลิ่นน้ำหอมได้ แล้วก็ เออ! สีลิปสติก ” ทันทีที่คำสุดท้ายออกจากปาก สองเกลอที่นั่งฟังอยู่ก็ถึงกับตาโต “ สีลิป? ”
“ อืม มันติดอยู่บนเสื้อขาว ” ตอนที่ขบไหปลาร้านั่นแหละ มันถูกทำผ่านเสื้อเชิ้ต
“ ไม่ใช่ว่านายซักมันไปแล้วหรือไง ”
“ ยัง ”
คำตอบของโดยองเรียกเสียงอุทานได้อีกครั้งจากแจฮยอน “ โอ้มายก้อด ”
“ นี่หมายความว่ามันถูกเก็บไว้งั้นหรอ ”
“ อืม ”
คิมดงยองเดินไปยังตู้เสื้อผ้า ค้นๆ รื้อๆ อยู่สักครู่หนึ่งก็เจอเสื้อตัวนั้น มันเป็นเชิ้ตขาวคอจีน ตรงด้านหน้ามีรอยลิปสติกสีออกม่วงๆ ประดับอยู่ จอห์นนี่มองแล้วก็ยังไม่แน่ใจว่าจะเอาอะไรไปหาเธอคนนั้น(ขอเดาว่าเป็นผู้หญิงแล้วกัน)ได้ ลิปสติกและน้ำหอมน่ะซ้ำกันไม่รู้ตั้งกี่ราย และที่ร้ายที่สุดก็คือขนาดผู้ชายที่เข้าใจเพศตรงข้ามแบบเขาเองน่ะยังแยกอะไรแบบนี้ไม่ออก แล้วผู้ชายทื่อๆ แบบโดยองน่ะหรอจะรู้
“ คงจะยากนะเพื่อน ” แจฮยอนได้ยินจอห์นนี่พูดแบบนั้นก็เอามือลูบไหล่โดยองเบาๆ เจ้าตัวเพียงแค่ยืนมองรอยลิปสติดนั่น ก่อนจะตัดสินใจโยนมันลงตะกร้าผ้า
เขาคงไม่ได้เจอเธออีก
******
โดยองเลิกคิดเรื่องวันนั้นไม่ได้
โอเค มันอาจจะจริงที่เขาถอดใจจะตามหาคนๆ นั้นไปแล้ว แต่เขายอมรับว่ายังโหยหาอะไรบางอย่างจากจูบนั้นอีก นี่เป็นเหตุผลที่เขากำลังยืนจูบกับหญิงสาวแปลกหน้าในคลับ ก่อนจะถอนริมฝีปากออกเมื่อค้นพบว่านี่ไม่ใช่สิ่งที่เขาตามหา
หลังจากเปิดใจกับเพื่อนสนิท แจฮยอนก็ดันพลั้งปากล้อในตอนที่โยนโบว์กับเพื่อนคนอื่นในเอก ทำให้ยูตะเสนอไอเดียบางอย่างออกมา ซึ่งสองเกลอของโดยองแอบสนับสนุนด้วยและคิดว่าไม่เสียหายอะไร นั่นจึงเป็นที่มาของการที่คิมดงยองผู้ไม่ค่อยเที่ยวกลางคืนกลับโลดแล่นอยู่ในคลับแทบทุกวัน เขาไม่ได้ไปเพื่อเมา แต่ไปเพื่อเจอคนใหม่ๆ ที่จะทำให้เลิกนึกถึงคนๆ นั้นเสียที ซึ่งโดยองคิดว่ามันไม่ได้ผล
เขาผละออกจากหญิงสาว กล่าวขอโทษหล่อนสองสามคำที่ไปต่อด้วยไม่ได้ แน่ละว่าเธอไม่พอใจ แต่หล่อนก็ใจดีพอที่จะไม่ตบหน้าโดยอง แค่พูดกระทบกระเทียบก่อนจะเดินจากไปเท่านั้น
โดยองถอนหายใจ เดินลัดเลาะไปยังห้องน้ำชายที่โล่งแปลกๆ เสียงเพลง tranquility base hotel and casino ของ Arctic Monkeys ดังเข้ามาถึงด้านในนี้ เขาล้างมือช้าๆ ฟังเพลงแล้วก็มองหน้าตัวเองในกระจกไปด้วย ก่อนที่จะสบตากับใครบางคนที่เพิ่งออกมาจากห้องน้ำด้านหลังในกระจกบานนั้น คิมดงยองคงไม่หยุดล้างมือแล้วปล่อยให้น้ำไหลผ่านไปอย่างสิ้นเปลืองแน่ๆ ถ้าเขาไม่รู้สึกว่าคุ้นเคยกับแววตาคู่นี้ ...เหมือนที่งานวันเกิดเตนล์ชะมัด
คนข้างหลัง ผมสีน้ำตาลอ่อน และก็สั้นในระดับแฟชั่นผู้ชายปกติทั่วไป เขากำลังเดินเข้ามาใกล้โดยองมากขึ้นเรื่อยๆ จนในที่สุดก็มายืนล้างมือข้างกัน และสิ่งที่โดยองแอบหวังก็คือกลิ่นน้ำหอม ...บางทีเขาอาจจะจดจ่อกับคนข้างๆ มากเกินไปจนเจ้าตัวหันมามอง
น่าประหลาด
วินาทีที่สายตาประสาน แล้วริมฝีปากของอีกฝ่ายยกขึ้นยิ้มอย่างเป็นธรรมชาตินั้นทำเอาคิมดงยองหมดความคิดร้อยแปดในหัวไปชั่วขณะ
แล้วคนๆ นั้นก็เดินออกไปโดยที่โดยองไม่ทันได้ยิ้มตอบ
“ อยู่นี่เอง ” จอห์นนี่เดินสวนเข้ามา
“ มีอะไร? ”
“ แจฮยอนเมา เราต้องกลับแล้ว ” โดยองเช็ดมือและไม่ค่อยเข้าใจว่ามันเกี่ยวข้องกันอย่างไร แต่เขาก็ไม่มีอารมณ์อยู่ที่นี่แล้วเหมือนกันจึงไม่ได้ปฎิเสธเพื่อน เดินตามออกไปโดยไม่ได้ตอบอะไร ก่อนจะพบว่าจอห์นนี่หมายความอย่างไร เมื่อแจฮยอนกำลังร้องไห้… กับเตนล์
ภาพตรงหน้าก็คือเพื่อนของเขากำลังร้องไห้อย่างหนักโดยที่เตนล์คอยลูบหลังในสภาพที่เจ้าตัวเองก็ไม่ได้ดีไปกว่าแจฮยอนสักเท่าไร ข้างๆ มีเพื่อนของเตนล์อีกสามคนยืนคอยอยู่เฉยๆ และหนึ่งในนั้นคือคนที่เขาเจอในห้องน้ำ
จอห์นนี่ปรี่เข้าไปแกะแจฮยอนออกจากแขนของเตนล์ ที่กำลังหัวเราะอย่างไม่มีสาเหตุจนเพื่อนคนหนึ่งเข้ามาช่วยจอห์นนี่นั่นแหละ โดยองถึงตระหนักได้ว่าตนเองก็ควรเข้าไปช่วยเพื่อน
“ ฮือ ...ทำไมจั๊งค์ฟู้ดต้องอร่อยกว่าอาหารคลีนด้วยวะ ทำไมโลกแม่งไม่ยุติธรรม ”
“ ใช่เว้ยนาย! คนรวยไม่ได้นิสัยเสียเหมือนจั๊งค์ฟู้ดซะหน่อย ” เตนล์พูดขึ้นก่อนจะยกวอดก้ามากระดกอีกรอบ จนเพื่อนต้องช่วยกันปราม
“ แจยูเมาแล้ว ” จอห์นนี่เอ่ยกับเพื่อนที่ร้องไห้ด้วยเรื่องไม่เป็นเรื่อง โดยองพึมพำขอโทษเพื่อนของเตนล์ แต่พวกเขาก็ดูไม่คิดอะไร นอกจากจะกันเตนล์ออกจากแอลกอฮอล์บนโต๊ะ จอห์นนี่ยืนแบกแจฮยอนอยู่ด้านหลัง สะกิดไหล่เพื่อนเมื่อเห็นว่าโดยองยืนนิ่งอย่างไม่มีเหตุผล ...อันที่จริงเขามีเหตุผล คิมดงยองมองการกระทำของคนๆ นั้นอย่างสนใจใคร่รู้ มือคู่นั้นจับใบหน้าของเตนล์ให้ตรงกับตัวเอง เหมือนจะถามอะไรบางอย่างกับเตนล์ ซึ่งคนเมาก็ทำท่าจะฟุบลูกเดียว
“ เราจะไปกันยัง? ”
จอห์นนี่เรียกซ้ำอีกครั้ง โดยองถึงได้สติแล้วมาช่วยเพื่อนแบกคนเมากลับหอ โดยที่เขาเองก็ไม่รู้ว่าคนๆ นั้นก็มองตนเองอยู่จนลับสายตาเหมือนกัน
*****
ท้องฟ้าวันนี้อึมครึม อากาศก็อบอ้าวชวนให้หัวเสีย
โดยองกำลังหงุดหงิดเรื่องงานพิเศษที่ตนทำอยู่ เขาจัดสรรเวลาใหม่ไม่ได้และคิดไม่ตกว่าถ้าออกจากงานที่เก่าแล้วจะไปที่ไหน งานพิเศษที่เขาทำอยู่ตอนนี้ เป็นพนักงานในร้านอาหารเช้าที่เปิดถึงบ่าย เหตุสุดวิสัยจากเรื่องเรียนอาจทำให้เขาต้องหางานใหม่
เขานั่งคิดฟุ้งซ่านอยู่ที่ใต้ต้นไม้ใหญ่หลังอาคารเรียนรวม ข้างตัวมีกระเป๋าเป้กับโค้กกระป๋องที่ดื่มหมดแล้ว ถอนหายใจรอบที่ร้อยของวัน
คิมดงยองมองเวลาบนหน้าปัดนาฬิกา เขาต้องกลับเข้าไปเรียนแล้วและยังไม่รู้ว่าจะหางานใหม่ที่ไหนดี ในตอนที่เขาลุกขึ้นนั่นแหละ กระป๋องโค้กเจ้ากรรมก็ดันกลิ้งลงจากม้านั่ง โดยองถอนหายใจรอบที่ร้อยหนึ่งก่อนจะมองตามกระป๋องนั้นว่ามันจะไปหยุดที่ไหน และ ...อา มันหยุดลงตรงหน้าใครบางคน สนีกเกอร์สีดำ ยีนส์ฟอกสีเดียวกับแจ็คเกต ใบหน้า… ที่เขาเคยเจอมาก่อน เพื่อนของเตนล์คนนั้น
ฝ่ายนั้นมองกระป๋องโค้กที่เท้าตนเอง ก้มลงไปหยิบมันขึ้นมาแล้วก็สบตาโดยองอย่างเหมาะเจาะ
เอาจริงๆ นะ โดยองคุ้นแววตาคู่นี้เอามากๆ มันเหมือนกับตาของคนนั้นในงานวันเกิดเตนล์ เขารู้สึกมันได้ตั้งแต่เมื่อวานแล้ว
ดูเหมือนอาการนิ่งคิดของโดยองจะนานไปสักหน่อย เพราะคนตรงหน้ากำลังจะเอากระป๋องโค้กของเขาไปทิ้ง แล้วก็เดินจากไปอีก โดยองจึงตัดสินใจพูดออกไป “ ผมจัดการเองดีกว่า ”
เจ้าของผมสีน้ำตาลชะงัก ก่อนจะยื่นกระป๋องนั่นคืนให้โดยอง
“ เป็นเพื่อนของเตนล์หรอ? ”
ให้ตาย! นั่นมันใช่คำที่คนเขาจะชวนคุยกันดีๆ หรือไงวะ โดยองหัวเสียในใจหลังจากพลั้งปากออกไปแล้ว แต่ผลลัพธ์กลับตรงข้าม ฝ่ายนั้นส่งยิ้มบางๆ มาให้ ตอบกลับด้วยเสียงที่นุ่มและเบา
“ ครับ คุณเอง… ก็เป็นเพื่อนของ อา จอห์นนี่? แล้วก็คนเมื่อวาน… ”
“ แจฮยอน หมอนั่นคือแจฮยอน ”
“ ครับ ผมจองอูนะ ส่วนคุณ…? ”
“ โดยอง ”
“ คุณโดยอง ”
นี่มันบ้าชะมัด! โดยองรู้สึกชอบชื่อตัวเองตอนที่มันออกมาจากปากของอีกฝ่ายอย่างประหลาด
“ ไม่ต้องเรียกคุณหรอก เราคนกันเองนี่ ”
“ ครับ โดยอง ”
ขอเวลานอก คิมดงยองต้องการเวลานอก
ยังไม่ทันจะได้ต่อบทสนทนากัน เสียงฟ้าร้องก็ดังขึ้นขัดเสียก่อน แล้วก็ตามมาด้วยน้ำฝนแบบที่ทั้งสองคนไม่ทันตั้งตัว จองอูตาโตมองฝนที่ตกลงมา ในขณะที่โดยองคว้าเอามือของคนที่เพิ่งรู้ชื่อให้ออกวิ่งไปด้วยกัน เป้าหมายคือใต้อาคารข้างหน้า
ฝนกระหน่ำราวกับพายุเข้า ลมพัดแรงจนเขาและจองอูต้องพากันเข้ามาหลบด้านในสุดของอาคาร(ที่ไม่ใช่อาคารเรียนในคาบต่อไปของเขา) นักศึกษามากมายหลั่งไหลเข้ามา ทำให้บริเวณที่โดยองยืนอยู่กับเพื่อนของเตนล์ยิ่งคับแคบลงไปอีก ระยะห่างค่อยๆ ลดลงจนใบหน้าของอีกฝ่ายตรงกับเขาแทบจะเหมาะพอดี
คิมดงยองสบสายตาของคนตรงหน้า มันคล้ายกับคนในวันนั้นมากจริงๆ ติดก็แต่ว่าจองอูผมสั้นและไม่ใช่ผู้หญิง
“ เอ่อ ขยับออกไปหน่อยได้ไหมครับ? ”
ฝ่ายนั้นร้องถาม โดยองมองคนที่เบียดเข้ามาหาตนจากด้านหลังแล้วก็หันมาทางจองอู “ ไม่ได้ ”
แล้วบทสนทนาก็จบลงเพียงเท่านั้น เมื่อพายุฝนที่เพิ่งกระหน่ำอย่างรุนแรงเริ่มเบาลง แต่ฝนก็ยังเม็ดใหญ่อยู่ดี คิมดงยองมองนาฬิกาข้อมือ ...เขาต้องไปแล้ว ใช่ ต้องไปแล้ว “ มีเรียนที่ตึกบี ...ไปก่อนนะ ”
จองอูพยักหน้าเบาๆ มองอีกฝ่ายผละออกไปกับผู้คนจนลับสายตา ก่อนจะยกมือทาบหน้าอกของตัวเอง ใจเต้นแรงเป็นบ้า
*****
คิมดงยองนั่งจ้องที่นั่งฝั่งตรงข้ามเป็นเวลาชั่วโมงกว่าแล้ว
เขากำลังรอคู่ทำงานของตนเองที่นัดกันมาตั้งแต่สิบโมงเช้าจนตอนนี้สิบเอ็ดโมงครึ่งแล้ว ยังไม่เห็นแม้แต่เงาของอีกฝ่าย ห้องสมุดมหาวิทยาลัยในวันเสาร์ไม่ค่อยมีคนมากนัก ในตอนนี้โดยองจึงนั่งคนเดียวและได้ยินเพียงเพลงของวง Queen ผ่านหูฟังบลูทูธอันโปรดเท่านั้น
I work hard (he works hard) every day of my life
I work 'til I ache in my bones
At the end (at the end of the day)
ใช่… แทนที่วันนี้จะได้ไปทำงานแต่ต้องมานั่งรอคนไม่ตรงต่อเวลา
I take home my hard earned pay all on my own
I get down (down) on my knees (knees)
And I start to pray
'Til the tears run down from my eyes
จะรอต่อไปหรือไปหาอะไรกินดีนะ? ที่สำคัญจะกินอะไรดีกว่า… เบเกิ้ล? แซนวิช? หรือซูชิในร้านสะดวกซื้อดีล่ะ
Lord, somebody (somebody), ooh somebody
(Please) can anybody find me somebody to love?
ใครสักคนน่ะหรอ ถ้าเป็นคนที่จูบวันนั้นก็คงจะดี
“ โทษนะครับ ”
เสียงนุ่มๆ ของใครสักคนแว่วผ่านจังหวะทิ้งเสียงของเฟรดดี้ เมอคิวรี่พอดี นั่นทำให้โดยองได้สติและถอดหูฟังออกข้างหนึ่ง เงยหน้าจากโต๊ะไปยังเก้าอี้ตรงข้ามที่ตอนนี้มีคนมานั่งแทนแล้ว ...แต่ไม่ใช่คู่ทำงานของเขา นี่ไม่ใช่เตนล์คนดังของคณะ แต่นี่คือ จองอู
“ จองอู? ”
“ ครับ ผมเอง ”
“ เดี๋ยวนะ ทำไมเป็นนายล่ะ ” คิมดงยองท้วง เขาจำได้ว่าในเซคจับคู่กันครบแล้ว เขากับเตนล์ดันเข้าสายพร้อมกันพอดีทำให้จำเป็นต้องทำงานคู่กัน
“ เตนล์ไม่สบายน่ะครับ ผมเลยมาแทน ”
“ อ๋อ ...อืม ” พูดไม่ออกเสียนี่ จะยังไงดีนะ? ใจของโดยองตอนนี้มันไปอยู่ที่อาหารกลางวันเสียแล้วน่ะสิ แถมเขายังรู้สึกว่าการที่อีกฝ่ายมาทำงานแทนนี่มันรบกวนจองอูมากไปหรือเปล่า(ถึงเขาจะไม่ใช่คนวานเจ้าตัวมาก็เถอะ)
“ นี่มันก็จะเที่ยงแล้ว เราไปหาอะไรกินแถวนี้แล้วค่อยทำงานกันดีไหมครับ? ”
“ กำลังคิดอยู่พอดี ”
จองอูยกยิ้มราวกับเข้าใจในตัวเขา อีกฝ่ายลุกขึ้นนำไปยังด้านนอกห้องสมุด ยืนคอยระหว่างที่โดยองกำลังเปลี่ยนเพลย์ลิสต์ในโทรศัพท์ จนกระทั่งฝีเท้าของเราทั้งสองคนก้าวไปพร้อมๆ กัน คิมดงยองรู้สึกแปลกๆ อย่างบอกไม่ถูก เขาเหมือนทำอะไรไม่เข้าที่เข้าทางสักอย่าง ยิ่งตอนที่อีกฝ่ายจับมือตนข้ามถนนเพราะมัวแต่มองท้องฟ้า
“ ทำไมไม่ข้ามสักทีละครับ ” จองอูคว้ามือคนข้างกายให้เดินตามมาด้วย นึกขำอยู่หน่อยๆ ที่อีกฝ่ายมัวแต่ฮัมเพลงของอาริอาน่าจนไม่สนใจข้ามถนน
“ เอ่อ… โทษที ”
“ ฮ่าๆ ไม่เป็นไรครับ ”
“ เราจะกินอะไรกันดี? ” โดยองเอ่ยขึ้นมาก่อน เขามองไปรอบๆ เลิกคิดถึงเมนูอาหารเดิมที่คิดไว้เพราะมีคนมาด้วย
“ ร้านนั้นผมเคยกินอยู่ ไม่แพง บะหมี่อร่อยด้วยครับ ” จองอูชี้ไปยังร้านในสุด โดยองเห็นแบบนั้นก็พยักหน้าตาม เขากินได้ทุกอย่างอยู่แล้ว ยิ่งอีกฝ่ายบอกว่าไม่แพงมากยิ่งโอเค ทีแรกยังคิดว่าถ้าจองอูพาเข้าร้านหรูๆ จะทำอย่างไร เขาสารภาพว่าแอบมองอีกฝ่ายเป็นเหมือนเตนล์ ลูกคนรวยที่ใครๆ ก็อยากคบคนนั้น(เว้นเขาไว้คน)
เราจับจองที่นั่งด้านนอก ติดริมหน้าต่างที่มองเห็นคนเดินได้ทั่วไป สั่งบะหมี่มาคนละชามและเกี๊ยวมากินด้วยกันอีกหนึ่ง มันเรียบง่ายและเชื่องช้า ไอร้อนจากบะหมี่อบอวลไปทั่วโต๊ะของเราสองคน บทสนทนาสั้นๆ ที่เขาและอีกฝ่ายยกมาพูดไม่พ้นเรื่องของงานในวันนี้
“ ขอโทษด้วยนะครับที่ทำให้รอนาน ”
“ อ้อ ไม่เป็นไรหรอก อันที่จริงนายไม่ต้องมาทำงานแทนก็ได้ มันส่งสัปดาห์หน้ายังพอมีเวลาอยู่น่ะนะ ”
“ ครับ ”
จองอูได้แต่ตอบรับ แล้วทั้งโต๊ะก็เงียบลงไปอีก ได้ยินเพียงเสียงตะเกียบกระทบกับชามเซรามิค เสียงเจ้าของร้านพูดคุยกับเด็กเสิร์ฟ
“ นายมีน้องสาว หรือพี่สาวไหมจองอู ” จู่ๆ โดยองก็ถามขึ้นมา
“ มีพี่สาวครับ ”
คำตอบนั่นทำเอาโดยองหลังตรง ตั้งใจถามต่ออีกนิด “ หรอ… เธอเรียนอยู่หรือเปล่า? ”
จองอูยิ้มนิดๆ ก่อนตอบ “ คุณเจอเธอได้ที่คณะข้างๆ เรานะครับ ”
“ หมายความว่า.... ”
คิมดงยองคาดหวัง เขาคิดว่าอยากจะเจอหน้าพี่สาวจองอูสักหน่อย เขาคุ้นดวงตาของจองอูเอามากๆ แต่ลักษณะมันไม่ใช่เลยนะสิ เขาถึงได้ถามหาคนอื่นๆ ที่อาจจะเหมือนจองอูแบบนี้ คนตรงข้ามเงียบไปสักพัก ยังไม่ตอบเพราะเคี้ยวเกี๊ยวซ่าอยู่จนแก้มตุ่ย โดยองได้แค่รอ… รอจนอีกฝ่ายคีบบะหมี่อีกคำโต รอจนอีกฝ่ายดื่มน้ำให้เสร็จ
“ พี่ผมเป็นอาจารย์ครับ ”
“ อ่า… ” โดยองผงกหัว แล้วก็สนใจบะหมี่ต่อ ...เขาถอดใจแล้ว
หลังจากจัดการอาหารกลางวันเสร็จ ทั้งสองคนก็กลับเขาไปในห้องสมุดต่อ จองอูเอาสมุดที่เตนล์ร่างงานคร่าวๆ มาด้วย โดยองถึงได้โล่งใจที่อย่างน้อยๆ เตนล์ก็ไม่ได้แย่อย่างที่เขาคิด(ซึ่งอันที่จริงนอกจากโดยองแล้วทุกคนในคณะก็ชื่นชอบเตนล์กันหมดนั่นแหละ) พวกเขาใช้เวลาประมาณสองชั่วโมงก็จัดการงานเสร็จ เหลือเก็บรายละเอียดอีกนิดหน่อยที่จองอูขอเอากลับไปให้เตนล์จัดการ
ท้องฟ้าด้านนอกสว่างโล่ง เขาและจองอูหยุดยืนอยู่หน้าประตูอาคารห้องสมุด
“ นายกลับยังไง? ”
“ เดี๋ยวเดินไปนั่งรถฝั่งนู้นครับ ”
“ อ้อ ”
สิ้นสุดเพียงเท่านั้นเอง จองอูยิ้มก่อนจะข้ามถนนไปอีกฝั่งเมื่อรถของมหาวิทยาลัยมาถึงพอดี โดยองเดินไปหาจักรยานของตนเอง ถอนหายใจเฮือกใหญ่ให้กับวันนี้ ... ทำไมไม่พูดอะไรสักหน่อยวะ
*****
“ เตนล์จะจัดปาร์ตี้ ”
“ ถามจริง? ” เป็นแจฮยอนที่เงยหน้ามาจากเท็กซ์เมื่อได้ยินยูตะพูดขึ้นมา ในขณะที่พวกเขากำลังคร่ำเคร่งกับการอ่านหนังสือเกือบจะสัปดาห์แล้ว
“ ไม่ใช่ว่าเรากำลังสอบอยู่หรอ? ” จอห์นนี่เลิกคิ้วนิดๆ ยูตะก้มมองโทรศัพท์เพียงครู่ก็เอ่ยปากชี้แจง
“ คืนวันสอบเสร็จ เตนล์บอกว่าเป็นปาร์ตี้หลังสอบ ...เขาว่างั้นน่ะนะ ”
“ ทำหน้าแบบนั้นคืออะไร? ” คิมดงยองถาม เมื่อแจฮยอนหันหน้ามาจ้องเขาแบบจริงจัง “ หมายความว่าเราต้องไปไงเพื่อน ”
“ ไม่เอา จะนอน ”
“ โธ่! ไม่รู้อะไรเลยคิมดงยอง ถ้าเกิดว่าคนๆ นั้นของนายก็ไปอีกล่ะ ” เป็นประโยคที่ทำให้โดยองเลิกสนใจหนังสือได้อย่างแท้จริง จากวันเกิดเตนล์จะครบหนึ่งเดือนแล้ว ...เขาไม่ได้เจอเจ้าของจูบนั้นอีกเลย อันที่จริงเขาแอบคิดไปแล้วด้วยซ้ำว่าอีกฝ่ายคงเข้าใจผิดคิดว่าเขาเป็นแฟนหนุ่มของตนเองกระมัง
โดยองถอนหายใจ พยักหน้ารับปากเพื่อนไป
จนกระทั่งถึงวันนี้
วันที่สอบตัวสุดท้ายเสร็จ ...เขามาอยู่ที่เดิม เวลาเดิม แต่ลักษณะปาร์ตี้เปลี่ยนไปค่อนข้างจะมากอยู่ ครั้งนี้เหมือนเตนล์จะเชิญแค่คนสนิทมากๆ เท่านั้น(และโดยองมั่นใจว่าไม่ใช่ตนเอง แต่แจฮยอนกับจอห์นนี่ยังคงยืนยันว่าเตนล์รู้จักพวกเราดีมาก) เขานั่งมองเจ้าของบ้านและเพื่อนๆ หัวเราะกับมุกตลกของยูตะ แจฮยอนกำลังมีความสุขกับพั้นช์ในแก้วที่เดินตักแล้วตักอีก
โดยองกำลังมอง มองเพื่อนของเตนล์ทุกคนที่เขารู้จัก ...แต่เขาไม่เห็นจองอู เขาแค่นยิ้มกับตัวเอง ส่ายหน้าเบาๆ เมื่อรู้สึกได้ว่าทำไมถึงต้องมองหาฝ่ายนั้น
เวลาผ่านไปช้าๆ วงปาร์ตี้เริ่มสนุกมากขึ้นเมื่อพวกเขาเล่นเกมตลกๆ กัน คิมดงยองละเลียดแอลกอฮอล์ในแก้วไปมาจนเขาอยากเข้าห้องน้ำ เขาลัดเลาะไปยังห้องน้ำที่อยู่ข้างบันได อาศัยคลำเอาเพราะเจ้าของบ้านเปิดไฟไว้ไม่กี่ดวง และเขาเห็นเสี้ยวหน้าของใครบางคนได้จากไฟเหล่านั้น
“ จองอู? ”
ร่างนั้นดูตกใจเล็กน้อย เขาว่าใช่นะ… เจ้าตัวคงเพิ่งเข้าห้องน้ำเสร็จ แต่น่าแปลกที่เขาไม่เห็นอีกฝ่ายในงานเลย แต่เพิ่งมาเจอตอนนี้… หลบหน้ากันหรอ? คิมดงยองสลัดความคิดฟุ้งซ่านออกจากหัว เข้าห้องน้ำต่อจากอีกฝ่ายที่ทำเพียงยิ้มแล้วก็เดินออกไป เขาทำธุระเสร็จแล้วก็ล้างมือ แล้วสายตาก็เหลือบไปเห็นอะไรบางอย่างตรงอ่างล้างหน้า
“ ลิปสติก? ”
เขาหยิบมันติดมาด้วย บางทีอาจจะเป็นของเพื่อนเตนล์สักคนในงานที่สีดันคล้ายกับรอยจูบวันนั้น(โดยองใช้คำว่าคล้าย เพราะเขาไม่รู้หรอกว่าสีมันต่างกันยังไง) กำลังจะเดินกลับไปที่โถงนั่นเอง ดันชนกับใครบางคนเข้าเสียก่อน
“ คุณ? จองอู? ”
โดยองจับร่างที่เพิ่งชนเขาตรงหน้าไว้ได้ เป็นใบหน้าของจองอูแต่ผมยาวเหมือนกับหญิงสาวในวันนั้น
อ่า… ความลับแตกแล้วสิ
“ หมายความว่าไง ”
“ ผมเอง ”
จองอูกัดฟันตอบไป ให้ตาย! ความเป็นจริงแล้วก็คือเขาน่ะพนันกับเตนล์เป็นว่าเล่น อีกฝ่ายรู้ว่าเขาแอบชอบโดยองคนนี้อยู่ เขาแพ้พนันเลยต้องแต่งเป็นผู้หญิงมาหลอกจูบโดยอง...ส่วนครั้งนี้น่ะหรอ เตนล์เห็นว่าการส่งจองอูไปทำงานแทนตนเองไม่เห็นจะคืบหน้าอะไร เลยพนันกันอีกครั้งหนึ่งและเขาแพ้! คิมจองอูเลยต้องมาแต่งครอสเดรสอีกรอบหนึ่ง ...แต่ไม่คิดว่าจะโดนจับได้จังๆ แบบนี้
“ ขอโทษจริงๆ นะครับ ” จองอูไม่รู้จะพูดอะไรในนาทีนี้ ตอนที่โดยองมองเขาสลับกับลิปสติกในมืออีกฝ่าย มันพังแล้วจริงๆ พังตั้งแต่วันที่เขาเข้าไปจูบอีกฝ่าย ...อาศัยช่วงที่คนตรงหน้ายังยืนนิ่ง คิมจองอูก็วิ่งหนีขึ้นไปบนห้องของเตนล์ เขาทนอยู่ตรงนั้นต่อไปไม่ได้หรอก
คิมดงยองยืนเฉยอยู่พักใหญ่
หมายความว่าเจ้าของจูบวันนั้นคือจองอู?
หมายความว่าเขารู้สึกคุ้นดวงตาของอีกฝ่ายก็ถูกแล้วงั้นสิ?
“ กลับกันเถอะ จู่ๆ เตนล์ก็ไล่ทุกคนกลับหมดเลย ” เป็นจอห์นนี่นั่นเองที่เดินเข้ามา แบกร่างของเพื่อนสนิทอีกคนอย่างแจฮยอนไว้ด้วย
“ กลับอาราย ม่ายยยยย ” แจฮยอนโวยลั่น
“ ช่วยทีเถอะ ” จอห์นนี่ร้องขอ โดยองถอนหายใจก่อนจะเดินไปช่วยแบกเพื่อนเจ้าปัญหา
*****
เขามาดักรอจองอู
ใช่! โดยองมาดักรอคนๆ นั้นตั้งแต่เช้าแล้ว
นับตั้งแต่เหตการณ์วันนั้นจบลง เขาใช้เวลาทบทวนหัวใจของตนเองพักใหญ่ -สามวัน เขาแค่ประหลาดใจที่เป็นจองอู แต่ก็ไม่ได้รู้สึกแย่ที่เป็นอีกฝ่าย เรื่องราวในคืนนั้นถูกเล่าให้จอห์นนี่และแจฮยอนที่สร่างเมาแล้วฟัง เป็นเหตุผลให้เขามายืนรออีกฝ่ายที่หน้าห้องเลกเชอร์ที่อีกฝ่ายเรียนอยู่
โดยองยืนฟังเพลงจนกระทั่งมีคนออกมาจากห้อง เขาพยายามมองหาจองอูตั้งแต่หน้าประตูจนถึงข้างใน ก่อนจะพบกับดวงตาคู่นั้นที่เมื่อเจ้าตัวเปลี่ยนจากการมองเพื่อนสนิทมาเป็นเขาก็แปลกไปทันที คิมจองอูหุบยิ้มลง เตนล์ที่เดินมาด้วยกันก็เช่นกัน ...เขายังนึกโทษตัวเองอยู่เลยว่าไม่น่าแกล้งเพื่อนแบบนั้น
“ ขอคุยด้วยหน่อย ”
โดยองพูดเมื่อเห็นอีกฝ่ายทำท่าจะเดินหนีไป
“ ไม่ต้องจะดีกว่ามั้ง ” เตนล์ตอบแทน แต่โดยองไม่ยอมง่ายๆ หรอก “ จะคุยกับเพื่อนนาย ไม่ใช่นาย ”
เตนล์อ้าปากค้าง จองอูได้ยินแบบนั้นก็ถอนหายใจเบาๆ พยักหน้ากับเตนล์ว่าโอเค เพื่อนสนิทถึงได้ยอมเดินออกไป “ รอที่โรงอาหารนะ ”
จองอูตอบรับเตนล์เบาๆ ถึงได้หันมาเผชิญหน้ากับคนที่รออยู่ร่วมชั่วโมง
“ เงยหน้ามาคุยกันที ”
“ ไม่เอา ” จองอูดื้อกว่าที่โดยองคิด
“ ทำไม? ”
“ ผมขอโทษ แบบว่า… ” โดยองเป่าลมออกจากปาก ตัดสินใจขั้นเด็ดขาดแล้วก็คว้ามืออีกฝ่ายมาจับไว้ จองอูพูดต่อไม่ถูก สะดุ้งนิดๆ เพราะไม่ได้คาดไว้ว่าอีกฝ่ายจะทำอะไรแบบนี้
“ ชอบ ”
“ หา? ”
“ ชอบจูบวันนั้น ชอบจนจำรายละเอียดได้ ...เป็นใครก็ไม่สำคัญหรอก แต่พอเป็นนายมันยิ่งดี ” คิมดงยองกล่าวมาจากใจจริง
“ หมายความว่า…? ”
“ ฉันชอบนายไง ”
บ้าน่า! จองอูไม่รู้จริงๆ ว่าคิมดงยองที่เขาแอบชอบมาตั้งแต่ปีหนึ่งจะมาบอกชอบเขาแบบนี้ ในขณะที่โดยองรู้สึกว่ามันนานเกินไปจนเขาทนไม่ไหว “ นายล่ะ? ”
“ ก็ชอบเหมือนกัน ผมชอบมาตั้งแต่แรกแล้ว ”
“ ฮะ? ” โดยองได้ยินคำตอบของอีกฝ่ายก็เอียงคอถามแทบจะทันที
“ ผมน่ะชอบโดยองมาตั้งแต่ปีหนึ่งแล้วครับ ”
จองอูพูดความจริง เขาแอบชอบโดยองมาตั้งแต่วันปฐมนิเทศ ผู้ชายที่เอาแต่หลับตอนคณบดีขึ้นพูด แล้วก็มัวแต่นั่งฮัมเพลงตอนรุ่นพี่เรียกรวมคนนั้น แล้วคิมจองอูก็เริ่มสาธยายเหตุการณ์มากมายที่เกิดขึ้นในช่วงสองปีที่ผ่านมา บอกเหตุผลร้อยแปดที่ไม่สามารถตัดใจจากโดยองได้ รวมไปถึงอะไรที่ทำให้ตนเองต้องแต่งครอสเดรสไปขโมยจูบคิมดงยอง
ทั้งสองคนตกอยู่ในความเงียบพักหนึ่ง จนโดยองที่ได้รับรู้เรื่องทั้งหมดแล้วกระแอมไอขึ้น
“ งั้นช่วยจูบฉันอีกทีสิ ”
“ หา? ” จองอูทำหน้าเหวอ ก่อนจะหัวเราะเบาๆ เมื่อเห็นว่าใบหน้าของคนที่แอบชอบกำลังขึ้นสีแดงระเรื่อ เขามองซ้ายทีขวาที รู้สึกว่าปลอดคนแล้วถึงได้ขยับใบหน้าเข้าหาโดยองอย่างเชื่องช้า คิมดงยองมองปากที่ไร้ลิปสติกแต้มของคนตรงหน้าก่อนจะจูบลงไป
เชื่องช้า บางเบา แต่หวานอบอวลในใจเป็นที่สุด!
Daisy B.
