Actions

Work Header

Rating:
Archive Warning:
Category:
Fandom:
Relationship:
Additional Tags:
Language:
English
Stats:
Published:
2019-05-09
Words:
19,198
Chapters:
1/1
Comments:
1
Kudos:
7
Hits:
10,262

Where I belong || ดวงใจทะเล

Summary:

รวบรวมฉาก CUT ของแฟนฟิค Where I belong || ดวงใจทะเล

Notes:

⚠️‼️เหมาะสำหรับผู้ที่อายุ 18 ขึ้นไป ผู้อ่านทุกคนควรใช้วิจารณญาณและสติในการอ่าน‼️⚠️

⚠️‼️ไม่อนุญาตให้ดาวน์โหลดผลงานบทนี้‼️⚠️

Work Text:

 

สถานบันเทิงแห่งหนึ่ง, กรุงเทพฯ, เวลา 21:00น.

ธนกฤตไม่ได้เที่ยวกลางคืนมานานแล้ว อายุขนาดเขาไม่นับว่าแก่จนลืมความสนุก แต่เพราะสมัยหนุ่มๆ เขาเฮี้ยวมามากแล้วเสียจนถึงจุดอิ่มตัวและระลึกรู้ว่าควรหรือไม่ควรทำอะไร เดี๋ยวนี้นานๆ ทีจึงจะออกมาสังสรรค์ในสถานที่แบบนี้กับเพื่อนๆ สักทีเวลาขึ้นมากรุงเทพฯ

แต่คืนนี้เขาไม่ได้มาเที่ยวหาความสนุกกับเพื่อนฝูง

แต่มาตามหาใครบางคน

ใครบางคนที่เขาอ่อนโอนผ่อนตามให้อย่างที่ในชีวิตนี้ไม่เคยทำให้ใครมาก่อน

ใครบางคนที่เอาแต่ใจตัวเองมากเหลือเกินจนตอนนี้เรียกได้ว่าเห็นแก่ตัว เพราะจู่ๆ ก็หายไปจากชีวิตเขาง่ายๆ 

ง่ายดายเหมือนไม่สำคัญ

ไม่อธิบายอะไรสักอย่าง

บทจะตัดกันก็ไร้เยื่อใยให้สานต่อ

ไร้เวลาให้ทำความเข้าใจ

จากที่อดทนใจเย็นมาตลอดให้กับคนๆ นี้ คราวนี้ธนกฤตจะขอเห็นแก่ตัวบ้างแล้วกัน

ดวงตาคมสีดำกวาดไปทั่วบริเวณรอบตัว พยายามมองทะลุแสงไฟวิบวับหลากสีแต่ทว่ารอบด้านกลับเป็นเพียงภาพสลัวมองยาก ค่อนข้างรำคาญเสียงดนตรีแผดใส่หูที่กำลังเร้าอารมณ์ของเหล่าคนกลางคืนให้ค่อยๆ ไต่ระดับไปถึงจุดสูงสุด 

ร่างสูงลองเดินหาไปรอบๆ ก่อนอย่างใจเย็น พยายามสอดส่องมองหาอย่างละเอียดที่สุดเท่าที่สภาพแวดล้อมจะเอื้ออำนวย เพราะผับแห่งนี้มีสองชั้น เมื่อหาชั้นแรกไม่เจอก็เกรงว่าอาจจะต้องขึ้นไปชั้นสองซึ่งเป็นโซน VIP เข้าถึงยาก เฉพาะสำหรับสมาชิกเท่านั้น

“อยู่ไหนของเขาวะ!” ธนกฤตบ่นกับตัวเองอย่างหงุดหงิดมากขึ้นเรื่อยๆ 

จะว่าไปเขาควรบอกให้ไอ้โอ๊ตถ่ายรูปไอ้อัลฟ่าเบลหรือบอลอะไรนั่นมาให้เขาบ้างเสียก็ดี เพราะเขาไม่รู้หน้าตาของอัลฟ่าคนนั้นเลย ทำให้ยากที่จะตามหาคุณตู่เจอไปด้วย จะตามจากกลิ่นก็ไม่ได้ เพราะในสถานที่แบบนี้ แม้จะมีระบบกรองและระบายอากาศอย่างดี แต่กลิ่นที่หลงเหลือในอากาศประปรายก็ตีกันมั่วซั่วจนฉุนน่าปวดหัวไปหมด

แต่ก่อนที่เขาจะได้ตัดสินใจขึ้นไปชั้นสองอย่างที่คาด ธนกฤตเลือกเดินตามหาคนในใจรอบสุดท้ายที่บริเวณห้องน้ำของผับ ซึ่งตั้งอยู่ใกล้กับทางออกฉุกเฉินหนีไฟหลังร้านพอดี ผู้คนบริเวณนี้กลับบางตากว่าที่คาด ส่วนใหญ่ก็มีแต่เพียงกลุ่มผู้หญิงจำนวนหนึ่งเดินเข้าออกห้องน้ำเท่านั้น ผิดกับห้องน้ำชายที่ค่อนข้างเงียบสงบกว่ามาก อีกอย่าง ผับแห่งนี้ค่อนข้างกว้าง จึงมีห้องน้ำมากกว่าหนึ่งแห่งและดูแล้วห้องน้ำฝั่งนี้จะไม่ค่อยเป็นที่นิยมเท่าใดนัก

ธนกฤตกำลังจะเดินจากไปแล้ว หากไม่สังเกตเห็นว่ากลุ่มผู้หญิงที่เดินผ่านหน้าห้องน้ำชายไปกำลังหัวเราะคิกคักเหมือนตลกขบขันแกมชอบใจ หูเขาแว่วได้ยินพวกเจ้าหล่อนคุยกันด้วยน้ำเสียงปกติเพื่อแข่งกับเสียงดนตรีว่า

"--สมัยนี้ใครเขายังทำในห้องน้ำกันอีกวะอิบ้า! สกปรกจะตาย!"

"มึงเห็นสภาพโอเมก้าผู้ชายคนนั้นไหมล่ะ? ขนาดนั้นก็คงไม่ไหวจริงๆ"

"แรดฉิบหาย เอาไม่เลือกสถานที่เลย 55555"

"คงจะเมาอ่ะกูว่า ถึงรอแฟนพากลับบ้านไม่ได้"

"แต่หน้าตาคุ้นๆ ว่ะ เหมือนคนที่ชื่ออะไรนะ? ภพธร? พิภพ?"

'ไม่ใช่น่า.....'

"คนหน้าคล้ายมั้งมึง คนอย่างคุณชายภพธรจะมาทำอะไร--"

บทสนทนาที่ไม่สมบูรณ์เพราะพวกเจ้าหล่อนเดินผ่านเขาไปแล้ว แต่สิ่งที่ธนกฤตได้ยินกลับยังคงวนเวียนอยู่ในหัวจนเสียงทุกอย่างกลายเป็นเสียงอื้ออึงไม่ได้ศัพท์ เหลือเพียงสิ่งที่เขาได้ยินจากกลุ่มหญิงแปลกหน้าเท่านั้น

ไม่รู้ตั้งแต่เมื่อไหร่ที่ธนกฤตกำมือทั้งสองข้างแน่นจนขึ้นข้อขาว คนที่เดินผ่านไปผ่านมาเหลือบเห็นเขาก็สะดุ้งโหยงตกใจเพราะกลิ่นอัลฟ่าของเขากำลังแผ่กระจายด้วยอารมณ์คุกกรุ่น ส่งสัญญาณอันตรายให้คนที่เฉียดใกล้เป็นผวาตาโตและรีบเดินหนีออกไปให้พ้นทางนักล่าที่กำลังโกรธเคือง แววตาแข็งกร้าวอย่างที่เป็นไม่บ่อยนัก สันกรามนูนขึ้นเพราะขบกรามและเขี้ยวจนแน่นด้วยพยายามจะข่มอารมณ์ในอกให้สงบแต่ก็ทำได้ยากเต็มที

ธนกฤตค่อยๆ เดินเข้าไปในห้องน้ำชายที่เงียบสงบจนน่าขัน ทว่าเสียงครวญครางและเสียงหอบหายใจของคนสองคนที่ดังก้องสะท้อนกำแพงกระเบื้องของห้องน้ำกว้างทำให้ใครก็ตามที่คิดจะเข้ามาเป็นต้องเดินหนีออกไปที่อื่นทันที.....แต่ไม่ใช่กับอัลฟ่าธนกฤต

เขาไม่รู้จักเสียงแรก...แต่รู้ว่าโคตรจะเกลียดเสียงนี้โดยไม่ต้องเห็นหน้าเจ้าของ

เขารู้จักเสียงที่สอง...รู้จักดีเชียวล่ะ...เสียงครวญครางที่เขาเคยแอบจินตนาการถึงในความมืด...

ธนกฤตค่อยๆ ย่างเท้าไปตามต้นเสียง ยิ่งใกล้ต้นตอเสียงครวญบาดใจนั้นก็ยิ่งดังขึ้นจนแทบทนไม่ไหว แต่ยังก่อน เขาต้องใจเย็น เขาอยากแน่ใจมากกว่านี้...

เสียงดังขนาดนี้...แม้แต่ประตูคนน่าไม่อายสองคนก็ยังไม่คิดจะล็อค...

แต่นั่นทำให้ธนกฤตเห็นทุกอย่างง่ายดายและชัดเจน

ผิวสีน้ำผึ้งที่โดดเด่นพราวสะดุดตาด้วยหยาดเหงื่อที่เริ่มผุดพราย แต่งแต้มเป็นตำหนิรอยช้ำสีแดงเล็กน้อยตามผิวกาย กายเนื้อนุ่มนั่งนิ่งเกร็งด้วยสัมผัสจากอัลฟ่าที่นั่งคุกเข่าระหว่างขา อกแอ่นจนตัวโยนชูยอดถันสีน้ำตาลอ่อนให้โดดเด่นยั่วยวนไม่รู้ตัว มือข้างหนึ่งประคองตัวเองกับกำแพงห้องน้ำ ส่วนมืออีกข้างจับชายเสื้อที่เลิกขึ้นสูงจนเห็นร่างกายท่อนบนเกือบหมดเอาไว้แน่นระบายอารมณ์ปั่นป่วนจากการปรนเปรอ ณ จุดอ่อนไหวด้านล่าง

"อัล...อัลฟ่า...อื้ม...อา..."

เสียงครางหวานหูที่ธนกฤตเคยเพียงจินตนาการ เป็นจริงขึ้นมาในวันนี้

...แต่มันน่ารังเกียจ น่าขยะแขง และน่าโมโหเหลือเกิน...

เพราะมันไม่ใช่เขาที่สร้างเสียงนั้นขึ้นมา...

ธนกฤตผลักเปิดบานประตูห้องน้ำอย่างแรง จนบานประตูกระแทกเข้ากับแผ่นหลังของอัลฟ่าที่นั่งคุกเข่าอยู่บนพื้น หยุดกิจน่าบัดสีผิดที่ผิดเวลาชะงัก อัลฟ่าบนพื้นที่ธนกฤตเชื่อว่าน่าจะชื่อ 'เบล' ร้องอุทานตกใจ หันขวับตาขวางมาแยกเขี้ยวใส่เขาอย่างหงุดหงิด ก่อนจะชะงักไปเมื่อพบกับร่างสูงใหญ่กว่าของอัลฟ่าท่าทางขึงขังเคืองขุ่น จ้องมองเขาด้วยดวงตาสีดำเข้มเจิดจ้าด้วยไฟโทสะ เผยเขี้ยวแหลมบอกสถานะเพศจ่าฝูงพร้อมส่งเสียงข่มขู่ในลำคอ

"อัล...อัลฟ่า?"

จะมีก็แต่โอเมก้าสีน้ำผึ้งที่ยังตัวสั่นเทาสะท้อนไหวด้วยแรงอารมณ์ ครวญครางสับสนไม่เข้าใจสถานการณ์ตรงหน้า ครางเรียกหาอัลฟ่าที่กำลังมองความสุขให้ตนเมื่อครู่

ธนกฤตพยายามสนใจแต่อัลฟ่าสุพลบนพื้น เขาเอ่ยเสียงเข้มลอดไรฟัน

"ไสหัวไป"

อัลฟ่าสุพลค่อยๆ ลุกขึ้นจากพื้น กลิ่นอารมณ์เป็นปฏิปักษ์ชัดเจนจากอัลฟ่าผู้มาใหม่ทำให้เขาระมัดระวังมากขึ้น

"เออ เดี๋ยวพวกกูไป มึงก็ออกไปก่อนแล้วกัน" สุพลพยายามเอาความใจเย็นเข้าสู้

"กูหมายถึง" ธนกฤตเอ่ยอีกครั้ง "มึงน่ะ ไสหัวไปซะ ส่วนคุณตู่ กูจะพาเขากลับบ้าน"

สุพลชะงัก ก่อนจะสังเกตเห็นใบหน้าของผู้มาใหม่ชัดเจนขึ้นจึงรู้ว่าเป็นใคร

"ธนกฤต"

"....."

สองอัลฟ่าประจันหน้ากันอย่างนิ่งสงบ แต่ภายใน อารมณ์ของทั้งสองฝ่ายกำลังปั่นป่วนไปด้วยความรุนแรงของสัญชาตญาณจ่าฝูงที่พร้อมจะทำร้ายอีกฝ่ายได้ทุกเมื่อ โดยเฉพาะเมื่อพวกเขาต่างก็ต้องการสิ่งเดียวกันในนาทีนี้....

"อื้อ...อัลฟ่า...อัลฟ่า..."

สุพลเหมือนเพิ่งรู้ตัวว่าเผลอลืมให้โอเมก้าผิวน้ำผึ้งอารมณ์ค้างคาอยู่คนเดียว ตนจึงรีบหันไปส่งเสียงชู่ว์ปลอบโยน ยกมือหนาขึ้นลูบข้างแก้มภพธรที่ยังคงเพรียกหาเหมือนละเมอฝัน

"ไม่ร้องครับ ไม่ร้อง เดี๋ยวเบล--"

แต่ก่อนที่เบลจะได้ทำอะไรไปมากกว่านี้ มือใหญ่ของธนกฤตก็คว้าหมับเข้าที่หลังคอของสุพลและกระชากร่างของเขาออกห่างจากโอเมก้าภพธร จนกระเด็นหงายหลังล้มไถลออกมาจากห้องน้ำ เสียงขู่คำรามเหมือนสัตว์คลั่งของธนกฤตดังก้องสะท้อนไปทั่วห้องน้ำกว้าง สุพลไม่เสียเวลาเจ็บปวด แต่รีบลุกขึ้นยืนประจันหน้ากับอัลฟ่าธนกฤตที่สติขาดเพราะความหึงหวงโกรธเคือง แยกเขี้ยวขาวขู่กลับอย่างไม่ยอมแพ้

ไม่บ่อยนักที่สมัยนี้อัลฟ่าสองคนจะต่อสู้เพื่อแก่งแย่งโอเมก้า ด้วยมนุษย์ได้มีการวิวัฒนาการ กดทับสัญชาตญาณดิบตามธรรมชาติของเพศสถานะลงไปมาก และใช้สติสัมปชัญญะในการควบคุมตนเองไม่ให้กลับไปเป็นเพียงสัตว์ป่าที่ทำแต่เพียงเรื่องป่าเถื่อน

ทว่าหากอัลฟ่าสองคนเกิดปล่อยให้สัญชาตญาณตัวเองมาเหนือกว่าสติสัมปชัญญะเมื่อไหร่ ความรุนแรงที่ตามมาก็น่าหวาดหวั่นนัก บางกรณีก็ถึงขั้นเสียชีวิต...

ธนกฤตเป็นฝ่ายพุ่งเข้าจู่โจมสุพลก่อน หมัดหนาพุ่งกระแทกเข้าที่ใบหน้าของอีกคนอย่างแม่นยำรวดเร็วจนสุพลล้มลงกับพื้นอีกครั้ง สุพลที่เสียเปรียบตอนนี้แทบเห็นตาพร่าเห็นแต่ดาวเดือนแต่ก็พยายามจะไม่ยอมแพ้เมื่อรู้สึกว่าร่างสูงใหญ่ของธนกฤตขึ้นคร่อมเขาและพยายามชกหน้าเขาซ้ำ สุพลพยายามโต้กลับโดยการต่อยสวนเข้าที่ลิ้นปี่ของธนกฤตจนอีกคนจุก เป็นจังหวะให้สุพลดันร่างของธนกฤตออกไปจากตน

ขณะที่อัลฟ่าทั้งสองกำลังซัดหมัดใส่กันนัวเนีย โอเมก้าภพธรสายตาเลื่อนลอย สติสับสนไม่เข้าใจ หูไม่รับรู้ถึงเสียงปะทะกันรุนแรงของสองอัลฟ่าอีกต่อไป

ร่างกายสีน้ำผึ้งค่อยๆ ร่วงลงทรุดกับพื้นห้องน้ำ หอบหายใจถี่หนักผิดปกติ ความเย็นของพื้นห้องน้ำไม่อาจต้านทานอุณหภูมิที่พุ่งขึ้นสูงของกายสีน้ำผึ้งได้เลย โอเมก้าผิวน้ำผึ้งกระสับกระส่ายไปมาบนพื้น รู้สึกว่างเปล่าในอกแต่ก็เต็มปรี่อ่อนไหวไปทุกโสตประสาท ริมฝีปากนุ่มพยายามครางหาอัลฟ่า กายค่อยๆ คดคู้เป็นก้อนกลมดูน่าสงสาร สั่นเทาไม่หยุดแต่เติมเต็มไม่ได้ ความชุ่มชื้นที่เอ่อล้นจากช่องทางหวานของกายกำลังเปื้อนป้ายไปทั่วต้นขาด้านใน...

หลังจากต่อสู้กันได้เกือบห้านาที เป็นธนกฤตที่เอาชนะสุพลได้ด้วยการเสยหมัดเข้าใต้คางสุพลไป ทำเอาอัลฟ่าสุพลหน้ามืดตาพร่า ล้มลงสลบกับพื้นสิ้นท่า ธนกฤตยืนหอบหายใจอยู่สักครู่ ก้มมองร่างสลบแน่นิ่งแทบเท้าด้วยดวงตาสาแก่ใจแกมเคืองขุ่นไม่หาย ก่อนจะถ่มน้ำลายเลือดของตนลงพื้นข้างสุพล ยกมือใหญ่เช็ดเลือดที่มุมปากและปลายจมูกลวก ๆ ก่อนจะค่อยๆ เดินกลับไปที่ห้องน้ำที่โอเมก้าภพธรยังคงอยู่ข้างใน

"คุณตู่..."

หลังจากได้ระบายอารมณ์ให้สาสมใจแล้ว อัลฟ่าหนุ่มร่างสูงใหญ่ก็รู้สึกใจเย็นขึ้นมาก แม้ความกรุ่นโกรธยังคงล่องลอยในใจเหมือนฝุ่นเหนือน้ำ แต่อย่างน้อยเขาก็พอจะมีสติยับยั้งอดกลั้นอารมณ์มากขึ้นกว่าเมื่อครู่เยอะ น่าจะพอสนทนากับภพธรอย่ามึเหตุมีผมได้อยู่บ้าง

"คุณตู่!?"

แต่เมื่อเดินมาเห็นร่างนอนคุดคู้บนพื้นของโอเมก้าภพธรก็ตกใจและใจหาย นึกว่าอีกฝ่ายเป็นอะไรไป หรือโดนลูกหลงจากเขาและอัลฟ่าสุพลไปหรือเปล่าหนอ

ร่างสูงรีบเข้าไปทรุดตัวคุกเข่าลงข้างร่างบนพื้น มือและแขนประคองกอดอีกฝ่ายให้ค่อยๆ ลุกขึ้นนั่ง พิงอิงแอบแนบอกตนไว้

"คุณตู่! คุณตู่ครับ เป็น--!?"

กลิ่นหอมหวานที่ผสานจากกลิ่นกายเฉพาะตัวของโอเมก้าในอ้อมแขนฟุ้งอบอวลโสตประสาทของอัลฟ่าภายในไม่กี่วินาที ทำเอาใจของอัลฟ่าหนุ่มสั่นวูบไหวผิดจังหวะ ร่างกายสั่นเทาน้อยๆ ด้วยสัญชาตญาณดิบที่ตื่นตัวอีกครั้ง ความตื่นเต้นและความกระหายที่ค่อยๆ คืบคลานมาปกคลุมสติสัมปชัญญะของเขาไว้อย่างช้าๆ...

กลิ่นหอมหวานที่คุ้นเคย...มีโอกาสได้ประสบครั้งเดียวบนเกาะลูกดาว...

"คุณตู่...คุณ...ฮีท?...ได้ไง??"

ธนกฤตรู้ดีว่าภพธรผ่านช่วงฮีทมาตั้งแต่อาทิตย์ที่แล้ว แต่เหตุใด—

"!?"

"อัลฟ่า...อัลฟ่า..."

วงแขนสีน้ำผึ้งยกขึ้นโอบกอดรอบลำคอขาวของอัลฟ่าตรงหน้า กลิ่นของพื้นดินชื้นและสายฝนมีความคุ้นเคยอย่างประหลาด ชวนให้ใจเคลิบเคลิ้มหลงใหลง่ายดาย โอเมก้ายกประคองตนเองขึ้นนั่ง ใบหน้าใกล้ชิดกับอัลฟ่ามากขึ้นทุกวินาที ดวงตาสีดำเลื่อนลอยหลับพริ้ม ประทับริมฝีปากของตนอย่างนุ่มนวลกับริมฝีปากของอัลฟ่ากลิ่นไอดินและสายฝน สัมผัสที่นุ่มนวลในวินาทีแรกเปลี่ยนเป็นแนบแน่น ลิ้นร้อนพยายามสอดแทรกไรฟันของร่างสูงเข้าไปลิ้มรสร้อนในโพรงปากนั้น เสียงนุ่มครวญหวานวิงวอน วงแขนรอบลำคอขาวกระชับแน่นขึ้นพร้อมกับกายสีน้ำผึ้งที่บดเบียนแนบชิดเข้ามา...

ธนกฤตงงงวยในตอนแรกกลับมามีสติอีกครั้ง ก่อนจะถูกโอเกม้าภพธรดันตัวเข้ามาใกล้จนเขาเกือบล้มหงายหลังไปเสียเอง แต่ก็เพียงแค่ล้มนั่งจุมปุกลงกับพื้นเย็นของกระเบื้องห้องน้ำ เป็นโอกาสให้โอเมก้าภพธรตะเกียกตะกายขึ้นคร่อมร่างสูง บดเบียดช่องทางด้านล่างที่กำลังชื้นแฉะให้แนบชิดกับส่วนจุดอ่อนไหวที่สุดของอัลฟ่า ริมฝีปากยังคงพยายามนัวเนียขอความลึกซึ้งจากริมฝีปากของอีกคร

ในที่สุดธนกฤตก็ทนไม่ไหว ทั้งรสจูบ ทั้งกลิ่นฟีโรโมนหอมฟุ้งกวนโสตประสาทและสติ เขาจึงยอมจำนนเปิดปากรับลิ้นร้อนนุ่มสีแดงเข้ามา แต่เปลี่ยนเป็นฝ่ายจู่โจมเสียเอง ตวัดลิ้นร้อนเอาแต่ใจนั้นอย่างใคร่กระหาย มือใหญ่ยกขึ้นสัมผัสที่สะโพกของโอเมก้าบนตัก ค่อยๆ ลากไล้ลงไปจนถึงก้อนบั้นท้ายนุ่มกลมกลึงทั้งสอง บีบเคล้นเบาๆ ในทีแรกเหมือนลองเชิง ก่อนจะขยำเต็มไม้เต็มมือเรียกเสียงครางหวานจากในลำคอของโอเมก้าภพธรได้เป็นอย่างดี นิ้วยาวรู้สึกได้ถึงความเปียกชุ่มระหว่างขาของโอเมก้าบนตัก จึงลากเลื่อนมือหนึ่งขึ้นมาบริเวณช่วงเอวเพรียว ค่อยๆ ส่งนิ้วยาวสอดแทรกผ่านเนื้อผ้ากางเกงยีนต์ของภพธรเข้าไปอย่างง่ายดายเพราะถูกปลดหมดแล้วก่อนหน้า

โอเมก้าภพธรสะดุ้งโหยง ตาเบิกโพลง ผละจากรสจูบเร่าร้อนของอัลฟ่าธนกฤต และส่งเสียงครางดังก้องสะท้อนทั่วพื้นที่ บิดเร้าแทบทนไม่ไหวเมื่อรู้สึกได้ถึงนิ้วยาวร้อนจัดของอัลฟ่าสัมผัสโลมเล้าที่บริเวณช่องทางหวานชุ่มชื้นก่อนจะค่อยๆ ชำแรกแทรกเข้าไปเพียงครึ่งนิ้วช้าๆ ควงวนหยอกเย้ากระตุ้นแรงปรารถนาของโอเมก้าให้ค่อยๆ พุ่งขึ้นสูง โอเมก้าภพธรครางกระเส่า ร่างกายเกร็งเล็กน้อยด้วยความเสียวซ่านจนต้องเงยหน้าร้องครางระบายความสุขสมออกมาเสียงหลง

อัลฟ่าธนกฤตตัวสั่นด้วยความตื่นเต้นชอบใจ สัญชาตญาณแห่งอัลฟ่าที่อยากครอบครองคู่หมายในใจกำลังเข้าแทรกแซงสติเขาอย่างเงียบงัน ดวงตาสีดำเข้มขึ้นและวาวโรจน์ด้วยแรงปรารถนามุ่งมั่น เขาแลบลิ้นเลียริมฝีปากตนยามเห็นลำคอสีน้ำผึ้งปรากฏชัดต่อหน้าต่อตา จนอดใจไม่ไหวอ้าปากใช้คมเขี้ยวขบไล้หยอกล้อสร้างรอยกัดบางเบาและรอยช้ำสีแดงจ้ำใหญ่หลายจุด เรียกเสียงครวญครางพอใจจากโอเมก้าบนตักได้เป็นอย่างดี

มือใหญ่ทั้งสองข้างยังคงทำหน้าที่ไม่หยุด ข้างหนึ่งยังคงบีบเค้นก้อนเนื้อหนุ่มอย่างเมามัน ขณะที่อีกข้างยังเย้าเล่นอารมณ์รัญจวนกับช่องทางสีหวานฉ่ำชื้นด้วยแทรกนิ้วกลางเพิ่มเข้าไปอีกนิ้ว และขยับเข้าออกช้าๆ ชวนให้กายสีน้ำผึ้งบิดเร้าด้วยอารมณ์แตกซ่าน บางครั้งก็ถอนนิ้วทั้งสองออกและลูบไล้เนื้อนุ่มอ่อนไหวที่ปากทางเข้านั้นเหมือนแกล้งให้โอเมก้าบนตักร้องครวญวิงวอนเสียงหวานข้างหูตน

"อ๊า...อัลฟ่า...อัลฟ่า...อา..."

"อา...คุณตู่..."

คราวนี้ธนกฤตสอดชำแรกนิ้วทั้งสองเข้าไปลึกขึ้นกว่าเดิม และสัมผัสเร่งเร้ากระทบกับจุดอ่อนไหวที่สุดภายในช่องทางหวาน นั่นทำให้ร่างสีน้ำผึ้งกระตุกวูบก่อนจะร้องครางกระเส่าเสียงลั่นกอดร่างสูงตรงหน้าแน่น ใบหน้าซุกเข้ากับไหล่กว้าง และเพียงไม่กี่นาทีก็กรีดร้องเสียงหลงร่างกายกระตุกสองสามทีเมื่อความรู้สึกสุขสมสูงสุดแผ่ซ่านไปทั่วสรรพางค์ ดวงตาพร่าเลือนไปด้วยแสงขาว แก่นกายอ่อนไหวที่ไร้การสัมผัสปลดปล่อยหลักฐานความรัญจวนร้อนเร่าสีขาวออกมาจนเปราะเปื้อนบริเวณหน้าท้องของสองร่างไปหมด นิ้วยาวเคลื่อนกระตุ้นเข้าออกอีกสองสามครั้งก่อนจะค่อยๆ ผละออกมาอย่างสมบูรณ์

ธนกฤตหอบหายใจหนัก ความปวดหนึบจนเกือบเจ็บระหว่างขายังคงอยู่ เขาหลับตา ประคองกอดเอวของโอเมาก้าบนตักแน่น รู้สึกได้ว่าร่างบนตักยังคงสั่นเทาและกระตุกเล็กน้อยเพราะอารมณ์สุขสมที่เขามอบให้เมื่อครู่ยังตกค้าง แต่เพียงไม่นาน ร่างสีน้ำผึ้งก็ค่อยๆ สงบนิ่ง เพียงแต่หอบหายใจเท่านั้น ก่อนจะเริ่มซุกไซร้ซอกคอของธนกฤตช้าๆ ส่งเสียงในลำคอเหมือนจะออดอ้อน จุมพิตและขบเม้มที่ลำคอและบริเวณสันกรามเขาเหมือนเอาใจ วงแขนเรียวที่โอบรอบไหล่กว้างและลำคอเขามาตลอดเริ่มเคลื่อนย้ายลูบไล้ร่างกายเขาเพื่อปลุกเร้าอารมณ์อีกครั้ง

"อัลฟ่า...อืม...อัลฟ่า...อัลฟ่า..." เสียงนุ่มที่เขาจำได้ขึ้นใจแม้ในยามฝันกระซิบอ้อนข้างใบหู

ธนกฤตค่อยๆ ดันภพธรออกห่าง ก่อนจะเริ่มจัดแจงเสื้อผ้าให้อีกคนอย่างลวกๆ ไปก่อน พลางเอ่ยไปด้วยเพื่อรั้งสติตัวเองเอาไว้ให้ได้มากที่สุด

"นี่มันไม่ปกติ คุณตู่...อดทนอีกหน่อยนะ"

"อืม...อัลฟ่า..."

หากภพธรไร้สติไม่รู้ว่าเขาเป็นใครขนาดนี้ก็คงเป็นอาการฮีทจริงๆ ธนกฤตขบฟันแน่น มั่นใจอย่างยิ่งว่าเจ้าอัลฟ่าที่นอนสลบไสลไม่ได้สติอยู่ข้างนอกห้องน้ำต้องทำอะไรบางอย่างกับภพธรของเขา

"อยู่ตรงนี้ก่อนนะครับ"

ธนกฤตจำต้องบังคับให้ภพธรนั่งรอในห้องน้ำเมื่ออีกคนไม่ยอมปล่อยเขาและส่งเสียงร้องเหมือนน้อยใจเบาๆ น้ำตาซึมที่หางตาน้อยๆ เหมือนสับสนจนเสียใจว่าทำไมอัลฟ่าทิ้งต้องละทิ้งตนไปสองรอบ ซึ่งเหล่านี้เป็นปฏิกิริยาตามธรรมชาติของโอเมก้าในช่วงฮีท ธนกฤตอยากรู้มาตลอดว่าภพธรจะเป็นยังไงเวลาฮีท แต่แม้จะได้เห็นกับตาตัวเองแล้วในตอนนี้ เขากลับไม่ดีใจเลยสักนิด เพราะมันทั้งไม่ถูกที่ ไม่ถูกเวลา และเกิดขึ้นในสถานการณ์อันไม่น่าอภิรมย์เลย

อัลฟ่าหนุ่มเดินดุ่มๆ ไปที่ร่างสลบไสลของสุพล และเริ่มลงมือหาอะไรก็ตามที่ดูผิดสังเกตและน่าสงสัยอันน่าจะเป็นสาเหตุที่ทำให้ภพธรเกิดอาการฮีทผิดช่วงรอบเดือนแบบนี้

ไม่กี่นาทีต่อมา เมื่อธนกฤตพลิกร่างของสุพลให้นอนคว่ำ ก็เห็นว่าที่ช่องกระเป๋าด้านหลังของกางเกงมีรอยเปียกเป็นวงเล็ก ๆ ขนาดเท่ากำปั้นเด็ก ร่างสูงขมวดคิ้วสงสัย แม้จะไม่อยากแต่ก็ตัดสินใจล้วงกระเป๋าด้านหลังนั้นก่อนจะร้องโอ๊ยเจ็บปวดตกใจ ชักมือออกและพบสาเหตุก็คือ เศษแก้วใสสีน้ำตาลเข้มจนเกือบดำซึ่งน่าจะเคยประกอบรวมเป็นสิ่งเดียวมาก่อน ธนกฤตรีบพยายามล้วงเอาเศษซากที่เหลือออกมา และพบว่าเศษแก้วเหล่านี้เคยเป็นขวดขนาดเล็กบรรจุของเหลวอะไรบางอย่าง ธนกฤตพยายามอ่านหน้าฉลากที่ยังหลงเหลืออยู่แต่มันเป็นศัพท์ภาษาอังกฤษเฉพาะทางอ่านยาก จึงถ่ายรูปเก็บไว้เป็นหลักฐานเสียแทน

เขาตั้งใจจะส่งภาพไปให้ปราโมทย์เพื่อนสนิทช่วยตรวจสอบเพราะมันมีคนในครอบครัวเป็นหมอ แต่แล้วก็ชะงัก ไม่แน่ใจว่าควรจะบอกเพื่อนเรื่องนี้ดีหรือไม่ เพราะเรื่องนี้เกี่ยวพันกับศักดิ์ศรีและชื่อเสียงของภพธรโดยตรง บางทีเขาควรจะบอกคุณนิรุตติ์ก่อน กระนั้นก็ตามเรื่องขวดปริศนานี่ยังไงเขาก็ต้องการความช่วยเหลือจากเพื่อนอยู่ดี ขณะที่กำลังพรมนิ้วจะอธิบายให้เพื่อนฟัง แต่เสียงครางเหมือนทรมานของภพธรดังมาจากห้องน้ำเสียก่อน ทำเอาเขาตกใจทำมือถือร่วงหล่นลงพื้น

ธนกฤตรีบก้มลงเก็บมือถืออย่างรวดเร็ว ไปล้างมือให้สะอาด และรีบกลับไปที่ห้องน้ำที่เขาจำเป็นต้องทิ้งให้อีกคนรออยู่

ภาพที่เห็นตรงหน้าทำเอาปวดใจอีกรอบ แต่คราวนี้เป็นด้วยความสงสารแกมรู้สึกผิดยิ่ง เพราะโอเมก้าภพธรนั่งพับเพียบกอดตัวเองแน่น ตัวสั่นเทาไม่หาย แต่พอธนกฤตย่อตัวลงมาจับหัวไหล่ โอเมก้าภพธรก็เงยหน้าขวับ และโผเข้ากอดคนตรงหน้าด้วยสัญชาตญาณโอเมก้าที่เพรียกหาผู้เติมเต็ม

"อัลฟ่า...อัลฟ่า..."

ธนกฤตกอดตอบภพธรแน่น จูบเน้นที่ขมับอีกคนอย่างถนอมและรักใคร่

"กลับกันเถอะครับ"

แต่การจะพาภพธรกลับนั้นค่อนข้างทุลักทุเลเล็กน้อย เพราะโอเมก้าที่อยู่ในช่วงฮีทมีแรงปรารถนาเกือบตลอดเวลาพอๆ กับอัลฟ่าในช่วงรัทนั่นแหล่ะ แม้ธนกฤตพยายามจะมีสติมากแค่ไหนระหว่างขับรถ แต่มือไม้ของโอเมก้าภพธรที่ซุกซนเหลือเกินทำเอาเขาแทบแหกโค้งแหกไฟแดงไปหลายรอบ ในที่สุดก็ทนไม่ไหว เพราะหากให้ขับไปบ้านภพธรคงได้เป็นข่าวอุบัติเหตุหน้าหนึ่งแน่ๆ ธนกฤตไม่มีทางเลือกอื่น จึงพาภพธรกลับโรงแรมของครอบครัว ซึ่งอยู่ใกล้กว่ามากทีเดียว

เมื่อมาถึงโรงแรม เนื่องจากดึกแล้ว แขกเหรื่อเริ่มบางตา ธนกฤตจึงพาภพธรขึ้นลิฟต์ไปยังชั้นที่พักของตัวเองได้โดยไม่ดึงดูดสายตามากนัก ระหว่างทางจากในลิฟต์จนถึงหน้าประตูห้อง ธนกฤตอดกลั้นอดทนอย่างที่ในชีวิตนี้เขาคงทำไม่ได้อีกแน่ๆ

ภพธรที่เขาคุ้นเคย แทบจะถือเนื้อถือตัวตลอดเวลา กว่าเขาจะไดจับมือ โอบเอวก็ใช้เวลาเป็นเดือนๆ แต่โอเมก้าภพธรในช่วงฮีทกลับซุกซนช่างเอาแต่ใจเอาแต่ได้  (จะว่าไปก็เหมือนนิสัยตอนปกติอยู่นะ) พยายามเรียกร้องความสนใจจากเขาตลอดเวลาด้วยการเบียดแนบชิดกาย พรมจูบที่ใบหน้าและลำคอเขาไม่หยุด กระซิบเรียกและวิงวองให้เขาสัมผัสตนบ้างอย่างน่าเอ็นดู

"อัลฟ่า...อัลฟ่า...จูบนะ...นะ...อื้ม!"

ธนกฤตไม่ใช่พระอิฐพระปูน แต่เขาก็ยังอยากจะเป็นสุภาพบุรุษ

ภพธรไม่มีสติ และทำไปโดยไม่รู้ตัว

เขาจะทำลายความไว้ใจที่ภพธรเคยเชื่อใจไม่ได้

นั่นคือสิ่งที่เขาพยายามบอกตัวเอง.....

แผ่นหลังกว้างของภพธรกระแทกเข้ากับบานประตูห้องพักแบบเพนต์เฮาส์ของธนกฤตเสียงดัง แต่โอเมก้าผิวน้ำผึ้งไม่สนใจ อ้าปากรับจูบลึกซึ้งและลิ้นร้อนจากอัลฟ่าตรงหน้าอย่างกระตือรือร้นจนอัลฟ่าหนุ่มแทบละลายให้กับความเชื่อฟังน่าเอ็นดูนี้เหลือเกิน มือเรียวกว่าที่เคยลูบไล้กายสูงเคลื่อนลงไปที่ขอบกางเกงสแล็คของธนกฤต และมาหยุดที่ร่มผ้านูนโป่งอัดอั้น

ธนกฤตส่งเสียงสูดปากอย่างเสียวซ่านยามมือเรียวนั้นนวดคลึงให้อย่างรู้งาน จนเขาให้รางวัลโอเมก้าคนดีของเขาด้วยจูบลึกซึ้งดูดดุนลิ้นร้อนอย่างที่อีกฝ่ายชอบเหลือเกินจากที่เขาลอบสังเกต

แม้จะนัวเนียกันอยู่ แต่ระหว่างนั้นธนกฤตพยายามควานหาคีย์การ์ดในกระเป๋ากางเกงอย่างยากลำบาก เพราะสมาธิถูกแบ่งย้ายไปเสียหลายทาง แต่ในที่สุดเขาก็เปิดประตูห้องได้สำเร็จ สองร่างเกือบถลาล้มเข้าไปในห้องหากธนกฤตไม่มีสติกว่ากอดประคองร่างของภพธรเอาไว้ก่อน

ปิดประตูเรียบร้อย และทั้งโลกในตอนนี้มีแค่พวกเขา ธนกฤตยกตัวภพธรขึ้นจากพื้นด้วยแรงของอัลฟ่าโอเมก้าภพธรอุทานตกใจเบา ๆ วงแขนกอดรอบลำคอยาว และสองขากอดเอวร่างสูงกว่าเอาไว้แน่นเพื่อไม่ให้ตก

ธนกฤตรีบพาพวกเขาเข้าห้องน้ำก่อน ก่อนจะค่อยๆ วางอีกคนให้นั่งลงบนเคาท์เตอร์อ่างล้างหน้า พรมจูบทั่วใบหน้าของคนรักอย่างถนอม กลิ่นหอมหวานจากภพธรอบอวลไปทั่วห้องน้ำและห้องพักของเขาอย่างรวดเร็วจนเกือบทำเขาหน้ามืดตามัว

"ทูนหัว ถอดเสื้อนะครับ อาบน้ำสักหน่อยนะครับ”

โอเมก้าภพธรในช่วงฮีทว่าง่ายอย่างไม่น่าเชื่อ ยอมให้เขาถอดเสื้อผ้าปกคลุมกายอย่างไม่ร้องบ่นคำใด กลับกันเหมือนยิ่งถูกใจเมื่อพบว่าร่างกายของพวกเขาทั้งคู่เปลือยเปล่าจนเนื้อกายอุ่นของอัลฟ่าและเนื้อร้อนรุ่มของโอเมก้าได้แนบชิดกันในที่สุด

"อาบน้ำก่อนนะครับ" ธนกฤตเอ่ยอย่างอ่อนโยน พยายามพาอีกคนไปชำระกายอย่างที่ตั้งใจ ไม่อยากจะล่วงเกินอีกคนมากไปกว่านี้

แต่โอเมก้าภพธรกลับไม่เห็นใจความตั้งใจดีของธนกฤต กลับโถมตัวเข้าหาร่างสูงใหญ่เปลือยเปล่า เขย่งปลายเท้าพลางกอดรั้งลำคอสูงให้ก้มลงมาจูบตนอย่างเอาแต่ใจอีกครั้ง ตัวสั่นเทาถอนหายใจพึงใจเมื่อรู้สึกถึงแก่นกายแข็งขืนของอัลฟ่าเสียดสีหน้าท้องตน

"อัลฟ่า...อัลฟ่า...เข้ามานะ...อัลฟ่า...เข้ามา...ข้างใน..."

ธนกฤตรู้สึกหน้าร้อนตัวร้อนไปหมด รู้ทั้งรู้ว่าไม่ควรแต่กลิ่นกายของอีกคนที่ปั่นป่วนประสาทเขามานานเกือบชั่วโมงจนสติที่เขามีอยู่น้อยนิดเริ่มจะสูญสลาย และยังต้องมาเจอโอเมก้าภพธรออดอ้อนร้องขอน่าเอ็นดูเพียงนี้ 

"ทูนหัวครับ--"

"อืม...นะ...เข้ามาหน่อย...อัลฟ่า...เข้ามานะ..."

ริมฝีปากนุ่มจูบเขาอย่างอ่อนโยนเหมือนเขิยอาย แม้สิ่งที่เอ่ยขอมาก่อนหน้าจะตรงกันข้ามก็ตาม

กระนั้นก็ทำให้เส้นสติสุดท้ายของธนกฤตก็ขาดผึง ปล่อยให้สัญชาตญาณของอัลฟ่าและกลิ่นหอมหวานชวนลิ้มรสของโอเมก้าภพธรครอบครองร่างกายของเขาอย่างสมบูรณ์

"อ๊ะ!?"

โอเมก้าภพธรอุทานตกใจเมื่อถูกจับให้โก้งโค้ง หันหน้าเข้าหากระจก แขนวางเท้ากับเคาท์เตอร์หินอ่อนเพื่อพยุงตัว ก่อนจะสะดุ้งโหยงและครางเสียงหลงเมื่อรู้สึกได้ถึงปลายหัวร้อนของแก่นอ่อนไหวจากอัลฟ่าค่อยๆ สัมผัสแทรกรุกเข้ามาในช่องทางสวรรค์สีหวานชุ่มชื้นที่รอคอยสัมผัสนี้มานาน

"อ๊า...อัลฟ่า...อัลฟ่า....อา...."

เสียงร้องครางของโอเมก้าเหมือนกระตุ้นให้อัลฟ่ายิ่งตื่นเต้นพอใจยิ่ง ดั่งคำชมเชยที่ตนสามารถปรนเปรอคนรักให้สุขสมได้ทุกวินาที มือใหญ่จับเอวเพรียวกว่านุ่มนิ่มนั้นเอาไว้มั่น ค่อยๆ ดันตัวเองเข้าไปในกายสีน้ำผึ้ง ส่งเสียงครางพลางสูดปากด้วยอารมณ์แตกซ่านหลงใหล ไออุ่นของโอเมก้าโอบรัดเขาไว้อย่างจนแทบคลั่ง ความชุ่มชื้นหอมหวานช่วยให้สองกายประสานกันอย่างแนบสนิท

ความว่างเปล่าในอกที่กวนใจโอเมก้าภพธรมานานถูกเติมเต็มอย่างสมบูรณ์ในที่สุดตามสัญชาตญาณ กายสีน้ำผึ้งสั่นสะท้านจนเกือบดิ้นเร้าหากไร้มือแกร่งประคองเอวตนไว้ยามที่ร่างสูงด้านหลังเริ่มขยับเคลื่อนไหว จากช้าๆ เน้นย้ำที่จุดกระตุ้นภายในทีแรก ก่อนจะค่อยๆ เร่งความเร็วเป็นลำดับจนกระทั่งเสียงครางครวญหวานของทั้งคู่ผสมผสานกับเสียงเนื้อกระทบเนื้อดังก้องห้องน้ำกว้าง

สองกายสอดประสานมัวเมาเหมือนจะไม่รู้จบ พร่ำเรียกกันและกันเหมือนจะขาดใจให้ได้เดี๋ยวนี้ตอนนี้

"อัลฟ่า...อัลฟ่า..."

อัลฟ่าหนุ่มหยุดการสอดประสานจนโอเมก้าร้องประท้วง แต่เสียงทุ้มต่ำแหบพร่ากระซิบข้างใบหูว่า

"เรียกชื่อผม...เรียกว่าน...ว่าน"

"อัลฟ่า...อื้อ...อัลฟ่า...ได้โปรด..."

"ชู่ว์...คนดี...เรียกชื่อผมเร็วสิครับ"

"อื้อ..."

"ว่าน"

"อือ...ว...ว่าน...ว่าน....ได้โปรด"

จุมพิตข้างแก้มเป็นรางวัลให้คนน่ารักในอ้อมแขน "ไม่แกล้งแล้วครับ คนดี"

"ว่าน....อ๊า!"

.

.

.

จะผิดแค่ไหน?

จะมีโอกาสอีกไหม?

จะจริงแท้หรือเปล่า?

คำถามเหล่านี้จะไร้คำตอบในคืนนี้

ด้วยคืนนี้สำคัญเพียงสองร่างตระกองกอดกันสู่ฝั่งฝัน

ซ้ำแล้วซ้ำเล่า

ตลอดคืน

.

.

.

โปรดติดตามตอนต่อไป