Chapter Text
“Come over to the right side, Draco … you are not a killer. …”
“But I got this far, didn’t I?” he said slowly. “They thought I’d die in the attempt, but I’m here…”

“นายหมายความว่าไง ที่บอก ‘ปีหน้าอาจจะไม่มาฮอกวอตส์’ น่ะ” แพนซี่ พาร์กินสันหรี่ตาถามพลางเหลือบตามองเบลส ซาบินี่ที่มองเดรโกด้วยสีหน้าสงสัยจากที่นั่งฝั่งตรงข้ามบนรถไฟ
“ก็...ไม่รู้สิ” เดรโก มัลฟอยยิ้มมุมปากด้วยความเคยชิน แม้ครั้งนี้มันจะดูเป็นยิ้มที่ฝืนเสียเหลือเกิน “ฉันอาจจะไปทำอะไรที่ดีกว่า...ยิ่งใหญ่กว่า” และอันตรายกว่า… เดรโกคิดในใจ เขาหลับตาและปล่อยให้แพนซี่จับเส้นผมสีบลอนด์ของเขาและพยายามไม่คิดมาก
“นายหมายถึง…’เขา’ น่ะเหรอ”
เดรโกยักไหล่ “แม่อยากให้ฉันเรียนจบก่อน แต่ก็นะ ไม่สำคัญหรอกมั้งถ้าจอมมารได้ขึ้นมาเป็นใหญ่ ใครได้คะแนน ว.พ.ร.ส. หรือ ส.พ.บ.ส. มากน้อยแค่ไหนก็ไม่สำคัญหรอก”
เดรโกมองสีหน้าวินเซนต์ เกร็กกอรี่และแพนซี่ที่กำลังตื่นตะลึง พวกนั้นคงกำลังตื่นเต้นกับพลังและอำนาจถ้าจอมมารได้ขึ้นมามีอำนาจ แต่คงไม่มีใครคิดหรอกมั้งว่ามันต้องใช้อะไรแลกมาบ้าง...
เดรโกกลืนน้ำลายอึกใหญ่ เขาไม่แน่ใจว่าตัวเองจะได้เห็นวันนั้น ไม่ใช่เพราะจะมีคนมาขัดขวาง เขามั่นใจว่าแผนการของจอมมารคงจะสำเร็จ แต่เขาอาจจะไม่มีโอกาสมีชีวิตเห็นวันนั้นก็ได้
“แล้วเด็กอายุสิบหกแบบนายจะทำอะไรได้” เบลสถามเสียงเรียบ
เดรโกตอบซาบินี่แบบขอไปทีด้วยความหงุดหงิด เขาจำไม่ได้ด้วยซ้ำว่าตอบอะไรไป และไม่สนใจด้วย--ทำไมต้องเป็นเขานะ
“เห็นฮอกวอตส์แล้ว” เดรโกชะเง้อมองเงาปราสาทนอกหน้าต่าง ไม่ใช่ว่าเขาต้องการจะเปลี่ยนเรื่องอะไรหรอกนะ แต่รีบออกไปจากวงสนทนานี้ก็คงจะดี
ตึก!
พรึ่บ
เสียงกระแทกอะไรบางอย่างดังขึ้นบริเวณรางวางสัมภาระเหนือที่นั่ง เดรโกเหลือบตามองด้านบนอย่างสงสัย หรือว่า…
“ไปกันก่อนเลย” เดรโกปฏิเสธมือของแพนซี่ที่ยื่นออกมา คนอื่นๆ เดินออกไปจากตู้โดยสารรถไฟ เขาสะบัดไม้กายสิทธิ์ปิดม่านในตู้รถไฟทั้งขบวนเพื่อไม่ให้ใครเห็น ก่อนที่จะเปล่งคาถาอย่างรวดเร็ว
“เพ็ตตริพีคัส โททาลัส!”
ไม้กายสิทธิ์ของเดรโกรชี้ไปทางร่างของเด็กหนุ่มที่โผล่ขึ้นภายใต้ผ้าคลุมล่องหน เดรโกยิ้มเยาะ เขาใช้ปลายรองเท้าเขี่ยผ้าคลุมปรากฏร่างของพอตเตอร์ที่ถูกตรึงอยู่บนพื้น พอตเตอร์นอนนิ่ง ดวงตามองเดรโกไม่กระพริบ
“ว่าแล้ว” เดรโกยิ้มมุมปาก “ฉันได้ยินแล้วก็เห็นเงานายตอนที่เบลสขยับตัว”
ดวงตาสีเทากวาดมองร่างของคู่แข่งบ้านกริฟฟินดอร์ที่มองอยู่บนพื้นอย่างช้าๆ
“เสียใจด้วยนะพอตเตอร์ ฉันไม่ได้พูดอะไรมากนักหรอก แต่ในเมื่อนายมาอยู่นี่แล้ว…”
พลั่ก!
รองเท้าหนังฟาดหนักลงไปที่สันจมูกของพอตเตอร์อย่างรุนแรง เลือดสดกระจายเต็มใบหน้าของเด็กชายผู้รอดชีวิต
“อันนั้นพ่อฉันฝากมา ทีนี้ก็…”
เดรโกก้มไปหยิบผ้าคลุมล่องหนเข้ามาคลุมร่างนิ่งของพอตเตอร์เอาไว้ ดวงตาเต็มไปด้วยอารมณ์ขัน
“คงจะมีใครเจอนายตอนถึงลอนดอนล่ะมั้ง” เดรโกเอ่ยเบาๆ “ไว้เจอกัน...รึเปล่านะ”
เดรโกลุกขึ้นพลางเดินออกจากตู้รถไฟ แต่ก็ไม่ลืมที่จะบรรจงเหยียบนิ้วมือภายใต้ผ้าคลุมเป็นการบอกลา
อารมณ์ดีขึ้นมานิดหน่อย แต่ถ้าปีนี้ไม่มีพอตเตอร์จริงๆ คงจะเงียบพิลึก
--------------------
หอบ้านสลิธิรีนยังคงมีกลิ่นอายเช่นเคย เย็นยะเยือก เงียบ แต่ก็ปลอดภัย อันที่จริงเขาก็ไม่อยากยอมรับนักหรอกว่าเขารู้สึกปลอดภัยที่ฮอกวอตส์ แต่การใช้เวลาส่วนหนึ่งของชีวิตอยู่ที่นี่มานานกว่า 6 ปีก็ทำให้เขาอดรู้สึกผูกพันไม่ได้ แม้แต่หน้าตาโมโหร้ายของฟิลช์ หรือมุกตลกที่ไม่ตลกของดัมเบิลดอร์
ดัมเบิลดอร์
เดรโกกระพริบตาช้าๆ เขามีภารกิจที่ต้องทำ
‘แล้วเด็กอายุสิบหกแบบนายจะทำอะไรได้’
คำถามของเบลสยังคงดังก้องอยู่ในหัว นั่นสิ เขาจะไปทำอะไรได้ นอกจากเป็นสัญลักษณ์ที่บ่งบอกข้อผิดพลาดของพ่อของเขา เป็นหมากให้จอมมารสั่งเดินไปเพียงเท่านั้น
เดรโกจัดแจงวางข้าวของไว้ใกล้เตียง เขาเหลือบมองรอบๆ เมื่อไม่เห็นผู้คนจึงถอดเสื้อคลุมออก เดรโกค่อยๆ พับแขนเสื้อเชิร์ตด้านซ้ายขึ้นอย่างบรรจง
ตรามารสีเข้มปรากฏขึ้นอย่างชัดเจนราวกับมันกำลังล้อเลียนอาการกระวนกระวายใจของเขา เดรโกกัดฟันแน่น เขามีหน้าที่ที่ต้องทำ ไม่ว่าจะอย่างไรก็ตาม
แต่จอมมาร พวกผู้เสพความตายคนอื่นๆ คิดว่าจะกำจัดเขาไปได้ง่ายๆ ด้วยการเป็นตัวหมากให้เดินตามเกมไปอย่างงั้นเหรอ? ไม่มีทาง… ถึงเขาจะไม่ได้แข็งแกร่งขนาดนั้นแต่เขาจะทำทุกวิถีทางให้หลุดพ้นจากวงจรชีวิตงี่เง่าแบบนี้ไปให้ได้ เดรโกเคยหลงกับชื่อเสียงตระกูลพ่อมดเลือดบริสุทธิ์แต่สุดท้ายแล้วมันก็ไม่สามารถทำให้ชีวิตเขาดีขึ้นแม้แต่น้อย…
เดรโกเดินออกจากห้องนอนมาห้องนั่งเล่น เด็กสลิธิรีนปีต่างๆ หันมามองเขาด้วยความสนใจ เดรโกไม่สนใจพลางเดินไปหาวินเซนต์กับเกร็กที่นั่งรออยู่ก่อนแล้ว
วินเซนต์กับเกร็กวางแผนแกล้งพวกเด็กปี 1 แต่ปีนี้เดรโกไม่ได้ให้ความร่วมมือมากนัก เขาหยิบหนังสือออกมาแกล้งทำเป็นนั่งอ่านก่อนจะคิดแผนการเอาตัวรอด
ถ้าเขาไม่ทำตามคำสั่งของจอมมารพ่อกับแม่ก็จะต้องเป็นอันตราย ถ้าหนีไปคนเดียวก็จะต้องห่วงแม่อีก แล้วเด็กนักเรียนปี 6 แบบเขาจะทำอะไรอาจารย์ใหญ่ของฮอกวอตส์ได้…
หรือจะบอกดัมเบิลดอร์ดี แต่ถ้ามีคนไปบอกจอมมาร เขามีแต่ตายสถานเดียว จะเลือกช่วยชีวิตดัมเบิลดอร์หรือจะช่วยชีวิตตัวเอง ทำไมเขาต้องคิดด้วยนะ
ถ้าสมมติ...ถ้าสมมติว่าเขาทำทั้งสองอย่างล่ะ? ถ้าทำตามคำสั่งของจอมมารแต่ก็ช่วยชีวิตดัมเบิลดอร์ไปด้วยในเวลาเดียวกัน ทิ้งเรื่องไร้สาระอย่างชื่อเสียงตระกูลพ่อมดบริสุทธิ์มัลฟอยทิ้งไป
จะเลือกเป็นหมากตัวสำคัญของพ่อมดผู้ยิ่งใหญ่อย่างจอมมาร เป็นชื่อที่ถูกจารึกลงในประวัติศาสตร์ว่าสามารถสังหารอาจารย์ใหญ่ของฮอกวอตส์ หรือเลือกที่จะเป็นผู้ทรยศต่อสายเลือดของตัวเอง
เดรโกขมวดคิ้ว ฟันเฟืองในหัวทำงานอย่างหนัก วินเซนต์กับเกร็กกำลังคุยกันเรื่องร้านขนมเปิดใหม่ที่ฮอกส์มี้ด แหงล่ะ พวกนั้นตะกละจะตาย เขาไม่ได้สนใจมากนักและพยักหน้าเออออตามไป
“ถ้าทริปแรกของฮอกส์มี้ดเริ่มเมื่อไหร่ฉันจะรีบไปซื้อทันที”
“แต่มันมาจากขนมของพวกมักเกิ้ลไม่ใช่เหรอ”
“เหอะน่า ถ้ามันอร่อยก็ไม่เป็นไรหรอก ใช่ไหมเดรโก”
“หือ อืม…” เดรโกพยักหน้า
“เห็นว่าลูกเจ้าของร้านเป็นเด็กฮัฟเฟิลพัฟปี 2 บางทีพวกเราอาจจะขู่ให้ส่งมันมาก่อนไปฮอกส์มี้ดก็ได้นะ”
“จริง แพนซี่คงสนใจนะ นอกจากพวกเราก็เบลส แพนซี่...5 แก้วมะ”
“5 แก้ว”
“โอเค ตามนี้นะ” วินเซนต์สะกิดเดรโก เขาเงยหน้าขึ้นมา หืม… พวกนี้พูดถึงอะไรกันนะ
“อะไรนะ”
“ชานมไข่มุกจากร้านฮอกส์มี้ดอะ อยากได้อีกมะ”
“อ๋อ เท่านี้ก็ได้มั้ง”
เดรโกตอบแบบขอทีไปที อะไรคือชาไข่มุกนะ เขามัวแต่เออออไปไม่ได้ฟัง แต่มีเรื่องสำคัญกว่านั้นให้คิดตั้งเยอะ ปล่อยให้สองคนนั้นทำตามใจไปแล้วกัน
ขอ-ถอน-คำ-พูด!
ชานมไข่มุกอร่อยเป็นบ้า เดรโกคิดแล้วก็รีบดูดเอาแป้งกลมสีดำเข้าปากพร้อมชานมหวาน ดูเหมือนวินเซนต์กับเกร็กจะไปขู่เด็กสักคนมาได้ ทั้งที่เป็นของกินของมักเกิ้ลแต่อร่อยกว่าที่คิดเยอะเลย แถมตอนที่เด็กปี 1 บางคนเผลอแล้วเกร็กพ่นไข่มุกผ่านหลอดใส่ก็ตลกเป็นบ้า
ถ้าได้เล่นสนุกแบบนี้ไปอีกปีก็ดี
พอความคิดนี้แล่นเข้ามาในหัวเดรโกก็สะดุดกึก ขณะนั้นเขาเดินมาถึงโต๊ะอาหารบ้านสลิธิรีนพอดี ดูเหมือนวินเซนต์กับเกร็กจะไปขู่เอาชาไข่มุกมาได้อีกแล้วเพราะเด็กสลิธิรีนกลุ่มหนึ่งกำลังหัวเราะสนุกสนานกับแก้วน้ำในมือ
ขณะที่เขากำลังเดินไปหาเพื่อนในบ้านดวงตากลับทรยศคำสั่งในหัวด้วยความเคยชิน เขาเหลือบมองไปยังโต๊ะอาหารบ้านกริฟฟินดอร์ ไม่รู้ว่าเพราะอะไรเป้าหมายของสายตานั้นกลับจ้องมาที่เขาก่อนอยู่แล้ว
เดรโกกลืนน้ำลาย เขาทำตัวไม่ถูกไปชั่วขณะแต่ทว่าก็รีบตั้งสติอย่างรวดเร็ว เขาแสยะยิ้ม สวมบทบาทคุณชายเอาแต่ใจแห่งบ้านมัลฟอย ปลายนิ้วข้างที่วางแตะไปที่สันจมูกของตัวเองเพื่อล้อเลียนจมูกของอีกฝ่ายที่ถูกรองเท้าหนังของเขากระทืบลงไปเมื่อวันที่เพิ่งมาถึงฮอกส์วอตด้วยรถไฟ
พอตเตอร์ขมวดคิ้วไม่พอใจ เดรโกอยากมองต่อว่าหมอนั่นจะทำอะไร แต่ใครคนหนึ่งส่งแก้วชาให้เขาพอดี เดรโกรีบรับมาด้วยความเต็มใจและเลิกสนใจเด็กชายบ้านกริฟฟินดอร์อีก
ซะเมื่อไหร่… เขาลอบมองพอตเตอร์อย่างอารมณ์เสีย แทนที่เขาจะได้เพิ่มน้ำตาลในเลือดด้วยความอารมณ์ดีกลับต้องมาเจอคนที่ทำให้เขานึกถึงเรื่องแย่ๆ อีก
พอตเตอร์จอมจุ้น… ถ้าหมอนั่นรู้เรื่องเขาวางแผนสังหารดัมเบิลดอร์คงไม่มีทางเงียบปากแน่ๆ ถ้าแผนแตกเขาและครอบครัวก็ต้องตาย จะให้พอตเตอร์รู้ไม่ได้เด็ดขาด
ไม่ใช่แค่พอตเตอร์ แผนที่เขาตั้งใจจะทำจะให้ใครรู้ไม่ได้เด็ดขาด แม้แต่สเนป
เขาตัดสินใจแล้ว
ถ้าไม่มีใครรู้ว่าด้านไหนคือด้านที่ถูกต้องของประวัติศาสตร์จนกระทั่งมันถูกเขียนขึ้นโดยผู้ชนะของสงครามแล้วล่ะก็...เขาก็ขอชิงเขียนบทนำก่อนแล้วกัน
