Work Text:
ทุกครั้งที่หลับตาเพื่อพักผ่อน โกะโจ ซาโตรุจะนึกถึงโอกินาว่า
ผืนทะเลไกลสุดตาสะท้อนสีสันของท้องนภาที่จรดถึงกัน ณ ปลายขอบฟ้า บรรยากาศสดใสแจ่มจ้าเปี่ยมโอโซนที่ทำให้หายใจได้คล่องยิ่งกว่าสวนสาธารณะใด ๆ ในโตเกียว
อุณหภูมิของสายลมที่พัดผ่านมายังติดแน่นบนผิว ยังจำได้ดีถึงความเย็นของน้ำที่ห่อหุ้มร่างกาย สัมผัสสาก ๆ ของเม็ดทรายซึ่งเกาะแกะตามเนื้อตัว
แว่วเสียงจากสุงุรุเรียกให้รีบขึ้นจากน้ำเมื่อใกล้ถึงเวลาที่จองโต๊ะในร้านอาหารเอาไว้ เมื่อเขาทำตามนั้นก็ได้รับผ้าขนหนูสะอาดเอี่ยมมากับคำสั่งให้เช็ดเนื้อตัว หน้าตา และล้างมือก่อนเริ่มลงมือกินของที่สั่งมาแทบเต็มโต๊ะแม้จะมีกันเพียงสองคน สารพัดอาหารทะเลสดใหม่ให้รสชาติแตกต่างกับของภัตตาคารห้าดาวในเมืองโดยสิ้นเชิง แยกความต่างได้อย่างนี้แล้วก็ทำให้ไม่อยากกลับไปกินอะไรแบบเดิม พอบ่นสิ่งที่คิดออกไปสุงุรุก็ตอบกลับอย่างจิกกัดกลั้วหัวเราะว่า "อย่าเรื่องมากหน่อยเลยคุณชาย"
หลังจัดการอาหารเรียบร้อยก็เดินหาดต่ออีกหน่อยแล้วค่อยกลับโรงแรม ในห้องพักเป็นเตียงแยก ต่างคนต่างนอนบนเตียงของตัวเอง เขาไม่ได้พกเครื่องเกมมาด้วยจึงไม่ได้เล่นเกม สุงุรุไม่ได้พกนิยายมาด้วยจึงไม่ได้กำลังอ่านมัน พวกเขาชวนกันเปิดโทรทัศน์ดูอะไรก็ตามเพียงเพื่อจะพบว่ามันน่าเบื่อ เลยตัดสินใจย้ายไปนั่งที่ระเบียง สร้างบทสนทนาตอบต่อกันเรื่อยเปื่อยเหมือนกับที่ทำตอนอยู่หอพักของโรงเรียน แบ่งปันเรื่องราวชีวิต อดีต ปัจจุบัน ความชอบ ความคิดเห็น ความฝัน สิ่งที่ปรารถนา สิ่งที่ต้องการจะเห็น อนาคต
ช่างล่องลอย ไร้แก่นสารสาระ หากก็สร้างรอยยิ้มและเสียงหัวเราะที่ยังก้องกังวานไม่เลือน
หากเผลอหลับไปก่อน ทุกครั้งที่เขาเป็นฝ่ายผลอยหลับไปก่อน ตอนที่รู้สึกตัวขึ้นมาบางครั้งจะพบผ้าห่มคลุมร่าง บางครั้งก็จะพบตัวเองว่าอยู่บนเตียง ไม่ใช่พื้นที่นั่งอยู่เมื่อคืน เมื่อกวาดตาถึงคนร่วมห้อง จะไม่มีคำพูดใดมากไปกว่า "อรุณสวัสดิ์"
สุงุรุไม่พูดอะไรในตอนเช้า สุงุรุไม่เคยพูดอะไร แต่ซาโตรุก็ได้รับคำตอบต่อคำถามที่ตนเองมีจากนัยน์ตาดำขลับรับกับเส้นผมสีเดียวกันของเจ้าตัว
เขาเองก็ไม่พูดอะไรไม่ว่าเมื่อไหร่ เขาไม่เคยบอกออกไป ไม่เช่นนั้นเรื่องราวเหล่านั้นทั้งหมดก็คงอาจยังดำเนินต่อมา มันอาจเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำทุกวัน ไม่ได้จำกัดขอบเขตไว้กับสถานที่ใดที่หนึ่ง ทว่าทุกความเป็นไปได้ก็แตกหน่อเติบโตได้แค่ในจินตนาการเท่านั้น ไม่มีวันได้แย้มบานในความเป็นจริง
เพราะเกะโท สุงุรุตายไปแล้ว
ด้วยมือคู่นี้เองในวันคริสต์มาสอีฟของปี 2017
กระแสเยียบชาที่ห้อมล้อมร่างกายถูกทำลายลงด้วยเสียงนาฬิกาปลุกแผดลั่นเป็นสัญญาณบอกว่าถึงเวลาต้องเริ่มต้นใช้ชีวิตวันใหม่ ซาโตรุเอื้อมแขนข้างถนัดออกไปคว้ามัน กดปิดการทำงาน แล้วชักมือกลับมาลูบหน้าก่อนจึงค่อยลืมตา
วันนี้เขาไม่ได้ฝัน ดูท่าว่าคงต้องฝากความหวังไว้กับวันพรุ่งนี้อีกที
—
