Actions

Work Header

What happened in Westview ?

Summary:

Wanda's survival from The Snap leads to different outcome of Battle Of Earth & Westview Anomaly.

(Or WandaVision, but ScarletWidow.)

Notes:

Disclaimer : Characters belong to Marvel.

Original Story : Jac Schaeffer, Christopher Markus & Stephen Mcfeely

(A.N. : Translate recommended, even its not that good.)

Chapter 1: Part 1

Notes:

(See the end of the chapter for notes.)

Chapter Text

หญิงสาวคนหนึ่งนั่งลงในห้องรวมกลุ่มคน ตลอดห้าปีมานี้เธอเห็นคนรอบตัวในเมืองจัดกิจกรรมนี้ขึ้นอยู่บ่อยครั้ง แต่เธอไม่เคยมาเองเลยสักครั้งเดียว เธอไม่รู้จะมาทำกิจกรรมเพื่อเสียเวลาชีวิตไปทำไมจนกระทั่งวันนี้ วันนี้เป็นวันแรกที่เธอรู้สึกอยากระบายทั้งหมดกับใครสักคน

แต่คนๆนั้นไม่อยู่แล้ว เธอเลยต้องมาระบายกับที่นี่แทน

หากเป็นกิจกรรมสมัยช่วงห้าปีนั้น หัวข้อที่พวกเขามักพูดกันจะเป็น 'การรับมือความสูญเสีย' แต่ความสูญเสียในตอนนี้กับตอนนั้นมันต่างกัน ขึ้นอยู่กับว่าพวกเขาเผชิญกับความสูญเสียแบบไหน

ห้าปีก่อนผู้คนต่างสูญเสียคนที่รักไปจากเหตุการณ์ที่ผู้คนเรียกกันว่า เดอะ สแนป (The Snap) ครึ่งหนึ่งของจักรวาลถูกอาชญากรต่างดาวใช้มณีอินฟินิตี้คร่าชีวิตไป แต่ตุลาคมปี 2023 ทีมอเวนเจอร์สฟื้นชีวิตทุกคนได้สำเร็จ ขอบคุณศาสตราจารย์ฮัลค์ที่ทำให้เรื่องมหัศจรรย์เกิดขึ้น คืนความสุขให้คนทั้งโลก

แต่ไม่ใช่ทุกคน

บางคนกลับมาพบว่าบ้านตัวเองถูกขายให้ธนาคาร บางคนถูกอายัดบัญชีเพราะกลายเป็นคนตาย บางคนกลับมาพบว่าคนในครอบครัวตัวเองจากไป ใครที่ไม่มีอะไรจะเสียก็พบว่าวันต่อมาเสียชีวิตจากการฆ่าตัวตาย

แม้ว่าศาสตราจารย์ฮัลค์จะทำให้ทุกอย่างกลับมาได้ด้วยดี ทีมอเวนเจอร์สได้สูญเสียคนสำคัญในทีมไป ซึ่งไม่ใช่ใครที่ไหนเลย

'นาตาชา โรมานอฟฟ์' อดีตสายลับที่จากโลกนี้ไป นักเขียนคนหนึ่งได้เขียนในหนังสือเล่าเรื่องราวของเธอต่อทั้งโลกไว้ว่าเธอคือคนสำคัญต่อทุกคนในทีม โดยเฉพาะสมาชิกคนหนึ่งที่เป็นผู้พิชิตศึกในครั้งนี้ ทุกคนบนโลกได้รู้ว่าผู้เผด็จศึกปิดฉากทุกอย่างในสงครามตุลา 23 คือ 'วันด้า แม็กซิมอฟฟ์'

---

ด็อกเตอร์สเตรนจ์ได้บอกกับผมหลังจบศึกว่าเขาได้เห็นผลลัพธ์การต่อสู้ทั้งหมด 14,000,605 แบบ เขาไม่คิดว่าจะมีแบบที่ 14,000,606 อีก เขาบอกกับเพิ่มเติมว่าเดิมทีวันด้าจะเป็นหนึ่งในเหยื่อที่ถูกสลายไปจากการดีดนิ้วและโทนี่จะเป็นคนพิชิตธานอสด้วยมณีที่ได้โดยชีวิตของเขาเป็นราคาจ่าย ซึ่งแบบนี้ผมว่าดีกว่าอยู่แล้วเพราะเราไม่อยากเสียเพื่อนร่วมทีมที่สำคัญไปถึงสองคนหรอก

- อเวนเจอร์ส : สงครามแห่งโลก (บันทึกเหตุการณ์ประวัติศาสตร์ระดับจักรวาล)

บทสัมภาษณ์ บรูซ แบนเนอร์

(หน้าที่ 234)

---

แต่มีบางเรื่องที่คนไม่ค่อยรู้กัน มีแหล่งข่าวยืนยันแต่ไม่ค่อยมีใครสนใจนักเกี่ยวกับความสัมพันธ์พวกเธอจนกระทั่งเกิดเรื่องทั้งหมดขึ้นมา เนื่องจากเพราะอเวนเจอร์สแพ้ในศึกใหญ่จึงไม่มีใครใส่ใจพวกเขาอย่างที่เคย ไม่เหมือนตอนนิวยอร์ก โซโคเวีย หรือลากอส ทุกคนอยู่ในช่วงเศร้าโศกกับการจากไปของคนรัก

ก่อนหน้าเมื่อผู้หญิงคนนั้นเดินเข้าไปในห้องจัดกิจกรรม หลายคนในนั้นต่างคาดไม่ถึงว่าคนอย่างเธอจะมาเข้าร่วมอะไรแบบนี้กับพวกเขาได้ โดยเฉพาะกิจกรรมสำหรับคนที่สูญเสีย

เธอจะมาทำไม ในเมื่อเธอเป็นผู้กู้โลก เธอควรมีความสุข สนุกไปกับการได้ถูกสัมภาษณ์สิ ไม่ใช่มานั่งร่วมกับคนจิตตกอย่างพวกเขาแบบนี้

แต่คำตอบก็ประจักษ์เมื่อเธอคว้าป้ายชื่อและนั่งลงพร้อมกับกลุ่มคนในเมือง

"สวัสดีค่ะ ฉันวันด้า แม็กซิมอฟฟ์" เธอแนะนำตัว "คิดว่าหลายคนคงรู้จักฉันแล้วจากในข่าว รู้ว่าฉันเป็นใคร ฉันเชื่อว่าทุกคนคงคิดว่า ฉันจะมาทำไมวะ ไม่ก็ ทำไมสำเนียงอเมริกันของฉันมันคล่องจัง ฉันมาจากโซนยุโรปนี่"

เธอแค่นหัวเราะ

"เรื่องนี้ฉันไม่เคยเล่าให้ใครฟัง มีไม่กี่คนที่รู้" เธอเล่าต่อ "แต่คนในเวสต์วิวที่ไม่ได้ถูกดีดไปคงเคยเห็นฉันกับเธอสักพักแล้ว ใช่ค่ะ คนนั้นนั่นแหละ"

เธอถอนหายใจเล็กน้อย

"ฉันเคยคบกับหุ่นยนต์สองปีตอนช่วงหลบหนีเพราะผิดสัญญาโซโคเวีย สัญญาส้นตีนที่ทำทีมอเวนเจอร์สพังเป็นเสี่ยงๆ เราไปกันได้ด้วยดีจนธานอสมา... แต่ก็อย่างที่คุณรู้ เขาต้องการมณีที่อยู่บนหัวเขา คุณรู้ว่ามันจบลงยังไง ฉันภาวนาให้ตัวเองตายไปพร้อมกับเขาแต่หลังจากมันดีดนิ้วไปสิบกว่านาทีมันก็ยังไม่เกิดขึ้น ฉันไม่ตาย ฉันดันรอด รอดทำไมก็ไม่รู้ อีกนิดฉันจะได้ไปเจอทุกคนหลังความตายอยู่แล้ว"

"แต่ระหว่างที่ทุกคนขวัญผวา ระหว่างที่ฉันเศร้า เธออยู่ข้างฉัน เธอรู้ว่าตอนฉันเหยียบประเทศนี้ครั้งแรกฉันไม่มีครอบครัวด้วยซ้ำ หัวอกเดียวกัน เธอปลอบฉันทุกฉันทุกครั้งที่ร้องไห้ ศพเขาก็ไม่ได้ฝังเพราะสัญญาโซโคเวียที่เขาเซ็นไปดันต่างจากคนอื่น มันบอกว่าศพของเขาจะกลายเป็นทรัพย์สินของรัฐโดยชอบธรรม เธอบอกฉันว่าฉันไม่มีทางเลือกนอกจากต้องปล่อยไป..." ริมฝีปากเธอสั่น "ยังไงก็เถอะ เอาเป็นว่าฉันเสียคนรักไปหลายคนแล้วและฉันไม่รู้จะคุยกับใครเลยมาที่นี่ ฉันพูดไปกี่นาทีแล้วนะคะ"

"สามนาทีค่ะ" คนจับเวลาบอก

"เหลืออีกสองนาที โอเค" เธอเม้มปากเล็กน้อยก่อนเล่าต่อ "ที่ฉันอยากระบายคือ ทำไมฉันต้องเป็นคนเดียวที่เสียทุกอย่างด้วย ฉันยังทำดีไม่พอหรือว่ายังไง ฉันไถ่บาปไม่พอใช่มั้ย ทำไมทุกคนได้ทุกอย่างที่ต้องการกลับมายกเว้นฉัน ขอโทษที ทุกคนคงงงว่าฉันพูดอะไรอยู่กันแน่ ฉันเรียบเรียงคำพูดตัวเองไม่ถูก"

เธอสบตาทุกคนรอบวง "ตอนที่ฉันดีดนิ้ว ฉันแอบหวังให้มันฆ่าฉันด้วยนะ เห็นว่าแขนบรูซกับแขนธานอสพังตอนดีดก็เลยคิดว่าฉันน่าจะตายไปด้วย ฉันจะได้เจอเธอ" เธอเริ่มหัวเราะ "แต่ที่ตลกคือมันไม่ทำอะไรกับแขนฉันเลย ฉันดีดนิ้วได้ง่ายๆเลย ฮะๆๆ"

แต่ทั้งห้องเงียบสงัดเมื่อเห็นว่าผู้หญิงคนนั้นน้ำตาไหลตอนหัวเราะ

"ฉันไม่รู้จะทำยังไง ฉันอยากเจอเธออีก" เธอยิ้มให้ทุกคน "ฉันได้แต่หวังว่ามีปาฏิหาริย์สักอย่างที่ทำให้ฉัน..."

เธอกระพริบตาปริบๆ เล็กน้อย "ฉันทำไม่ได้ แนท ฉันทำไม่ได้ พระเจ้า"

เธอเดินออกจากห้องไป

ท้องฟ้าสว่างในเมืองมิสซูรี่นั้นสวยงาม แม่มดสาวคนนี้เดินผ่านตัวเมืองไปมา ระหว่างทางผู้คนต่างทักทายเธอและยิ้มให้ เธอยิ้มกลับให้ทุกคนเท่าที่ทำได้ แต่ยิ้มของเธอจะหุบลงทันทีเมื่อแน่ใจว่าไม่มีใครอยู่รอบตัว ภาพตอนนั้นที่เธอพยายามลืมมันยังคงฝังหัวเธอตลอดเวลา เมื่อเห็นซอยข้างทาง เธอรีบเดินไปในจุดบอดที่ไม่มีใครเห็น เธอเชื่อว่าไม่มีใครอยากเห็นผู้กอบกู้จักรวาลมานั่งคุกเข่าร้องไห้เหมือนหมาข้างถนนแน่ๆ

"แนท..."

 

sds

---

เธอเห็นผู้คนรอบตัวเธอทยอยสลายเป็นฝุ่นไปทีละคน ศพของวิชั่นอยู่ต่อหน้าเธอไม่ไปไหน เธอมองมือและร่างกายของเธอเองเผื่อสักพักเธอจะได้เป็นฝุ่นตามคนที่ถูกกำจัดไปด้วย

ความทรมานของเธอจะได้สิ้นสุดเสียที เธอจะได้เจอพ่อแม่ เจอปิเอโตร เจอวิชั่นในโลกหลังความตายเสียที เหตุการณ์ทั้งหมดมันทำให้เธอไม่เหลือเรี่ยวแรงต่อที่จะใช้ชีวิตแล้ว เธอยินดีต้อนรับความตายอย่างเพื่อนเก่า

แต่ผ่านไปสิบนาที ไม่มีอะไรเกิดขึ้นกับเธอเลยแม้แต่เพียงนิดเดียว ไม่มีส่วนไหนของตัวเธอแตกสลายกลายเป็นฝุ่น สิ่งที่เธอทำต่อจากนั้นมีเพียงนั่งอยู่ข้างศพที่เคยเป็นคนรักของเธอไปเรื่อยๆ

เธอไม่รู้ว่านาตาชามาอยู่ข้างเธอตั้งแต่เมื่อไหร่ รู้แค่ว่าเธอถูกดึงเข้าไปกอดแล้วร้องไห้ออกมาก็เท่านั้น เธอไม่สนใจว่าสตีฟ บรูซ ธอร์ จะมองเธออยู่หรือไม่ เธอรู้แค่ว่าเธออยากตาย เธอไม่อยากทรมานแบบนี้อีกต่อไปแล้ว เมื่อทุกอย่างเริ่มดีขึ้น จะต้องมีอะไรสักอย่างที่พาเธอลงเหวตลอดเลย

"วันด้า ไปกันก่อนนะ"

แม่มดสาวส่ายหัว ร่างกายเธอไม่เหลือเรี่ยวแรงที่จะลุกขึ้นยืนได้ เธอเพิ่งฆ่าคนรักตายเพื่อช่วยจักรวาลแต่กลับได้ดูเขาฟื้นคืนชีพแล้วถูกฆ่าตายอีกรอบ ไม่มีอะไรเลวร้ายไปกว่านี้แล้ว เธอไม่อยากมีชีวิตอีกต่อไปแล้ว

"เราต้องฝังเขา" วันด้าพูด เสียงอ่อนแรง "เขาควรได้นอนพัก เขาเหนื่อยมาพอแล้ว..."

"ฉันรู้วันด้า" นาตาชาลูบหลังและค่อยๆพยุงแม่มดให้ลุกขึ้นช้าๆ "เขาได้พักแน่ แต่ตอนนี้เธอต้องลุกก่อนนะ โอเค?"

---

ตลอดสิบวันหลังธานอสดีดนิ้ว วันด้าไม่สามารถออกไปจากฐานได้ เธอไม่สนใจว่าคนอื่นทำอะไรกัน เธอตั้งเป้าหมายสั้นๆไว้แค่ 'ล้างแค้นธานอส' เท่านั้น เธอเก็บแรงตัวเองทั้งหมดไว้เพื่อวันนั้น วันที่พวกเขาจะตามหาธานอสเจอสำเร็จ และถ้าหากได้มณีคืนมา เธออาจจะฟื้นวิชั่นกลับมาแบบเดียวกับที่ธานอสทำได้ก็ได้ นั่นเป็นความหวังเล็กความหวังเดียวที่เธอมี

จนมาถึงวันที่ยี่สิบสาม วันที่แครอล แดนเวอร์สพาโทนี่ สตาร์คกลับมาโลกพร้อมกับเพื่อนร่วมทีมคนใหม่จากอวกาศชื่อเนบิวล่า เมื่อได้ยินแรคคูนพูดได้บอกว่าตามหาที่อยู่ใหม่ของธานอสเจอแล้วจากการใช้มณี เธอไม่ลังเลที่จะไปร่วมรบเลย

แต่ทั้งหมดผิดคาด มณีทั้งหมดถูกทำลายด้วยตัวธานอสเอง เพื่อป้องกันไม่ให้คนอื่นเอาไปใช้ต่อ รวมทั้งมณีเวลาที่จะฟื้นคืนวิชั่นได้ และมณีจิตใจที่เป็นแหล่งพลังงานชีวิตของเขาไปหมดทั้งคู่

นั่นคือช่วงเวลาที่บางสิ่งในตัวเธอถูกฉีกขาดเป็นชิ้นๆ

เสียงกรีดร้องอย่างเดือดดาลดังขึ้นจากในกระท่อม ตามมาด้วยร่างของธานอสถูกฉีกกระจายเป็นชิ้นๆกระเด็นออกมาจากด้านใน ไม่มีใครห้ามวันด้าเพราะสิ่งที่ธานอสทำนั้นเกินให้อภัยได้ เพียงชั่วพริบตา ไร่ของธานอสถูกแสงพลังสีแดงเผาไหม้เละเป็นจุล

มันเลวร้ายกว่าเมื่อรู้ว่าคลิ้นท์และครอบครัวเขาทั้งหมดถูกทำให้หายไปด้วย เหลือเพียงแต่บ้านร้างที่ปล่อยทิ้งไว้ในมิสซูรี่ และตอนนี้คือไม่เหลือโอกาสที่จะให้พวกเขากลับมาแล้ว เท่ากับว่าวันด้าเสียคนสำคัญไปอีกคน คนที่เธอพูดได้ว่าเป็นตัวแทนพี่ชาย

---

วันด้าขังตัวเองในห้องเต็มๆหนึ่งเดือน

หัวเธอฟุบกับหมอน หมอนเธอเต็มไปด้วยรอยน้ำตาที่เธอหลั่งทิ้งไว้ตอนหลับ เธอไม่อยากขยับตัวไปไหนหรือทำอะไรทั้งสิ้น ความสิ้นหวังเป็นเพื่อนคนเดียวของเธอ

เธอได้ยินเสียงเคาะประตูจากด้านนอก เธอไม่ได้ล็อคประตูไว้ แต่เธอก็ไม่คิดจะลุกออกไปเปิดรับเช่นกัน

"ฉันเข้าไปนะ"

วันด้าได้ยินเสียงประตูเปิด ตามด้วยเสียงฝีเท้า เธอแอบเงยหน้าขึ้นมาเพื่อดูว่าวันนี้ใครเป็นคนที่เอาอาหารมาให้เธอ

"ก็ตื่นอยู่นี่นา" นาตาชาพูดเมื่อเห็นว่าสายตาของพวกเธอสบกันพอดี

ทั้งสองคนไม่พูดคุยกันตั้งแต่หลังพวกเขากลับมาจากอวกาศในวันนั้น วันที่ความหวังสุดท้ายของพวกเขาถูกตอกฝาโลง ส่วนมากนาตาชาจะเป็นฝ่ายชวนพูดเสมอแต่ได้การตอบรับเป็นความเงียบ

"เอาเป็นว่า กินเสร็จแล้วเอาจานไปไว้ที่ล้างด้วยนะ" สายลับสาวตบบ่าแม่มดที่นอนคุดคู้อยู่ใต้ผ้าห่มแล้วตั้งท่าลุกออกไปจากห้อง "วันนี้ฉันจะฝึกซ้อม เธอจะมาหรือไม่มาก็ได้ ฉันไม่บังคับเธอ"

แต่ยังไม่ทันที่สายลับจะออกจากห้อง แม่มดในชุดนอนลุกขึ้นจากเตียงและจับแขนของเธอไว้ นาตาชาผงะเล็กน้อยเมื่ออีกฝ่ายทำแบบนั้น

"มีอะไรหรือเปล่า" นาตาชาถาม

แม่มดไม่พูดอะไร เธอปล่อยแขนอีกฝ่ายออกก่อนลุกไปที่โต๊ะที่นาตาชาวางอาหารไว้ นาตาชาพยายามอ่านอาการอีกฝ่ายไปชั่วขณะหนึ่งก่อนเดินออกจากห้องไป ไม่นานนัก เธอกลับมาในห้องพร้อมกับแซนด์วิชเนยถั่วที่เธอชอบทาน

แม่มดเมื่อเห็นว่าสายลับกลับมาพร้อมอาหาร เธอทำหน้าฉงนไปสักพักในขณะที่อีกฝ่ายนั่งลงบนเตียงนอนของเธออย่างนุ่มนวล สิ่งที่นาตาชาพูดกับเธอหลังเห็นว่าเธอยืนนิ่งไม่ขยับไปไหนคือ

"มานั่งกินด้วยกันสิ" เธอพูดพร้อมกับตบฟูกนอนข้างตัวเอง

วันด้าหยิบของที่อยู่บนโต๊ะ ที่นาตาชาเอามาให้เป็นเบคอนทอดกรอบ ไข่ดาวราดซอสนิดหน่อย ระหว่างที่วันด้าใช้ส้อมจิกเบคอนเข้าปาก นาตาชาสำรวจรอบห้องเธอก่อนไปสะดุดตากับอะไรบางอย่างที่อยู่ใต้เครื่องเล่นบลูเรย์กับทีวีในห้องเธอ

"เธอดูเรื่องนี้ด้วยเหรอเนี่ย" นาตาชาพูดขึ้นหลังกินแซนด์วิชของเธอหมด

"เรื่องอะไร"

นาตาชาลุกไปที่ใต้เครื่องเล่นก่อนหยิบกล่องดีวีดีกล่องหนึ่งออกมา บนปกกล่องมีตัวอักษรขนาดใหญ่พิมพ์ว่า 'ดิ ออฟฟิศ' ตอนแรกมันตั้งพร้อมกับแผ่นซีรี่ส์แผ่นอื่น เช่น 'มัลคอล์ม อิน เดอะ มิดเดิล' หรือ 'เดอะ ดิก แวน ไดค์ โชว์'

"เธอรู้มั้ย ฉันชอบดูจิมกับดไวท์กัดกันมากเลยนะ" นาตาชาดูตัวละครที่อยู่บนปกกล่อง "แต่คนที่ฉันชอบที่สุดในเรื่องคือไมเคิลล่ะ"

"จริงเหรอ"

"จริงสิ" นาตาชาพูดก่อนกระแอม จากนั้นเธอพยายามล้อเลียนเสียงตัวละครตามฉากที่ตัวละครในเรื่องตะโกนเสียงดังลั่น "ฉันขอประกาศ...ล้มละลายยย!!!" ('I declare BANKRUPTCYYY!!!')

น้ำเสียงที่เหมือนต้นฉบับทำให้วันด้าหลุดขำ

"ยิ้มแล้ว..." นาตาชายิ้มตามเมื่อสังเกตเห็น

จุดเปลี่ยนเริ่มจากตรงนั้น เมื่อวันด้าถามกลับ

"คุณได้ดูตอนที่ดไวท์พาทุกคนหนีไฟมั้ย ตอนนั้นฉันชอบมากเลยนะ"

---

"น้าวันด้า!!!"

"ไงเด็กๆ"

วันด้าทักทายลูกๆของคลิ้นท์ บาร์ตัน หลังจบศึกสุดท้ายไป เพราะฐานอเวนเจอร์สยังอยู่ในระหว่างปรับปรุงและกู้ซากทำให้วันด้าต้องอยู่ที่อื่นไปก่อน ถึงแม้ว่าเธอจะมีบ้านของตัวเองอยู่ที่เวสต์วิวแต่เธอกลับคิดว่าตัวเธอไม่สามารถกลับไปที่แห่งนั้นได้อีก

มันมีความทรงจำมากเกินไป ความทรงจำที่ดีเกินไป และมันทำให้วันด้าเจ็บปวดทุกครั้งเมื่อเธอนึกถึงมัน

แต่นาตาชาจากไปแล้ว เหลือเธอเพียงคนเดียวเท่านั้น คลิ้นท์เองก็ได้สูญเสียเพื่อนรักไปเช่นเดียวกันจึงเข้าใจเธอดีว่าตอนนี้เธอเจ็บหนักกว่าใคร

ลอร่า บาร์ตัน ภรรยาของคลิ้นท์ออกมาต้อนรับ

"มื้อเย็นพร้อมแล้วล่ะ มาเถอะ"

คลิ้นท์ให้วันด้าพักในห้องสำหรับแขก อย่างน้อยตื่นมาไม่เห็นซากสงครามที่เกิดขึ้นก็ทำให้วันด้าไม่รู้สึกแย่ไปกว่าเท่าที่เธอเป็นอยู่แล้ว และการที่ให้ลูกของเขาพาเธอออกไปเล่นอาจทำให้เธอลืมความเศร้าได้ อย่างน้อยก็สักพักหนึ่ง

มื้อเย็นของครอบครัวบาร์ตันผ่านไปอย่างสงบ วันด้านั่งลงข้างไลล่าก่อนสมาชิกทุกคนในบ้านผสานมือ คลิ้นท์กล่าวบทสวด

"พระบิดาเจ้า ขอบพระคุณสำหรับอาหารเย็น ขอชำระอาหารเหล่านี้ให้บริสุทธิ์ เพื่อจะเป็นประโยชน์ต่อร่างกาย ลูกขอน้อมรับอาหารด้วยการขอบพระคุณ ในพระนามพระเยซูคริสต์ อาเมน"

"อาเมน" คนอื่นในบ้านรวมทั้งวันด้าพูดตามก่อนเริ่มทานอาหาร

วันด้าจำไม่ได้ว่าเธอทำอาหารครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่ ตั้งแต่มาอยู่ที่กับครอบครัวบาร์ตัน เธอเคยพยายามช่วยลอร่าครั้งหนึ่ง แต่ลงเอยด้วยการบาดนิ้วมือตัวเองจากการใช้มีดหั่นผัก เป็นวินาทีที่วันด้ารู้ว่ายังไงก็ไม่มีทางเป็นเหมือนเดิมอีก

อาหารบนโต๊ะค่อยๆลดหายไป ระหว่างนั่งทาน ครอบครัวบาร์ตันคุยกันเรื่องสัพเพเหระ เรื่องที่เกิดขึ้น

วันด้าเคยถามครั้งหนึ่งว่าตอนที่มันเกิดขึ้นนั้นเป็นยังไง ไลล่าบอกเธอว่าเหมือนอยู่ดีๆก็วูบไป เหมือนหลับไป พอรู้สึกตัวอีกทีก็พบว่าเวลาผ่านไปห้าปีแล้ว ดังนั้นจะให้บอกว่าพวกเขาเข้าใจความรู้สึกของคนที่ไม่ถูกดีดไปเป็นไปไม่ได้เลย

แต่อย่างเดียวที่คิดว่าเป็นจุดร่วมของทั้งคนถูกดีดและไม่ถูกดีด คือมีสิ่งที่สูญเสียเหมือนกัน เสียน้อยเสียมากนั้นแล้วแต่คน คนที่ได้ประโยชน์จากมันก็มี หรือบางคนมีแต่เสียอย่างเดียวก็เช่นกัน วันด้าน่าจะเป็นเพียงคนไม่กี่คนบนโลกที่ทั้งได้ทั้งเสียจากเหตุการณ์ทั้งหมดที่เกิดขึ้น แม้แต่ตัวเธอเองก็คาดไม่ถึงเช่นกันว่ามันจะนำพาเธอมาสู่จุดนี้

ทั้งวิชั่น ทั้งนาตาชา สำหรับเธอและช่วงเวลาที่ใช้ไปกับพวกเขาสองคนเป็นช่วงเวลาที่เธอขโมยมาทั้งนั้นเลย

โชคชะตาคงต้องการให้เธอชดใช้ล่ะมั้ง ชดใช้ให้กับความสุขที่เธอไม่สมควรได้รับ

เมื่อทุกคนทานมื้อเย็นเสร็จ ครอบครัวแยกย้ายไปทำกิจกรรมส่วนตัวของตน วันด้าหากไม่ทำอะไรคงเป็นการรบกวนเกินไป

หลังช่วยลอร่าล้างจานและทำความสะอาดบ้านแล้ว เธอเตรียมตัวกลับเข้าห้องนอนของเธอ แต่ก่อนที่เธอจะปิดประตู คลิ้นท์ก็เดินมาหาเธอซะก่อน

"เข้าไปได้มั้ย" เขาถาม

วันด้าเมื่อเห็นเพื่อนตายของคนรักทักอย่างนั้น มีหรือจะปฏิเสธ

---

"แนทน่ะ" คลิ้นท์พูดหลังเข้ามาในห้องเธอแล้ว "ตลอดชีวิตเธอมีแต่งาน เมื่อจบไปงานหนึ่งก็มีงานใหม่เข้ามา เธอพยายามหาโอกาสที่จะไถ่บาปที่ต้องฆ่าคนบริสุทธิ์ไปด้วยแต่ก็ไม่เคยเลยสักครั้ง พวกเขาบังคับให้เธอทำงานแบบนั้นต่อไปจนกระทั่ง..."

"คุณเจอเธอ..." วันด้าจบประโยค

"ใช่ ฉันเจอเธอ..." คลิ้นท์ยิ้ม "ครั้งแรกที่เจอฉันก็รู้เลยว่าเธอไม่อยากทำอะไรแบบนั้นเลยสักนิด เธอโตมาไม่เคยมีสักครั้งที่จะได้ใช้ชีวิต ได้ออกไปวิ่งเล่นเหมือนเด็กคนอื่นๆ ได้ทำอะไรที่เป็นตัวของตัวเองบ้าง ฉันได้ฟังจากคนอื่นมาว่าเธอได้ทำสิ่งที่เธออยากทำแล้ว..."

คลิ้นท์เม้มปากเล็กน้อย พยายามเข้มแข็งไม่ให้เสียงที่ออกจากปากตัวเองสั่น "ขอบใจนะ"

"เรื่องอะไร"

"ที่ทำให้เธอได้ใช้ชีวิต อย่างน้อยฉันก็ได้รู้ว่าก่อนเธอจะ...นั่นแหละ เธอมีความสุขมากแค่ไหน..."

วันด้ารู้สึกเหมือนเธอกำลังจะร้องไห้อีกรอบ แต่เธอกดอารมณ์ทั้งหมดไว้เพราะเธอไม่ชอบทำตัวอ่อนแอต่อหน้าใคร ถึงเธอจะล้มเหลวในท้ายที่สุดทุกครั้งก็ตาม

แต่วันด้ารู้ว่าคลิ้นท์ไม่ได้มาเพราะเรื่องแค่นี้แน่ เธอจึงถามต่อ

"คุณมีอะไรจะบอกฉันนอกจากนี้หรือเปล่า"

"ใช่ มี..."

เขาเว้นจังหวะชั่วขณะก่อนพูดออกมา

"อีกไม่กี่วันสตีฟจะเอามณีไปคืน" คลิ้นท์พูด "เขาฝากมาถามเธอว่า เธออยากบอกลาแนทหรือเปล่า"

---

เธอมองสตีฟ โรเจอร์ส หายตัวไปในอุโมงค์ควอนตัมขนาดเล็กหลังบรูซเดินเครื่องทำงาน เขาเดินทางข้ามเวลาไปสู่อดีตแบบเดียวกับตอนที่พวกเขาทำแผนปล้นเวลา ความรู้สึกตอนที่เธอได้ข้ามเวลาครั้งแรกมั่นปั่นป่วนชวนอ้วก แต่เมื่อพบว่าตัวเองไปอยู่ในอดีตมันทำให้เธอตะลึงกับสิ่งที่ได้เห็นมาก

แต่วันนี้จะมีเพียงที่เดียวที่เธอจะไป พิกัดของเป้าหมายเธอตั้งไว้แล้วเรียบร้อย

"เธอพร้อมนะ วันด้า" บรูซถามหลังวันด้าเปิดการทำงานชุดข้ามเวลาของเธอ

"ฉันพร้อม"

"เอาล่ะ เข้าสู่ควอนตัมใน สาม สอง หนึ่ง"

ร่างของเธอชาไปทั้งตัวเมื่อเธอถูกดึงเข้าสู่มิติเวลา เธอพยายามตั้งสติไม่ให้ตัวเองสลบกลางทางเหมือนครั้งก่อนหน้า เมื่อทุกอย่างสิ้นสุดลง เธอพบว่าตัวเองอยู่ที่ทางขึ้นเขาของสถานที่ที่สร้างแผลใหญ่ในใจเธอไว้ตอนมาครั้งที่แล้ว

'วอร์เมียร์' สถานที่ที่เนบิวล่าได้บอกกับทีมอเวนเจอร์สว่ามีมณีวิญญาณหลับไหลอยู่ ธานอสพาลูกสาวสุดที่รักไปที่นั่นแล้วฆ่าเธอ แต่ไม่มีใครรู้ว่าธานอสฆ่าลูกสาวตัวเองไปทำไมจนกระทั่งคนที่อาสาไปที่นั่นได้รู้ด้วยตัวเอง

เสียดายที่กฎการข้ามเวลาไม่ได้เป็นอย่างที่เธอเคยเข้าใจ เธอสามารถเปลี่ยนอดีตได้ แต่อดีตที่เปลี่ยนไปนั้นจะไม่มีผลต่ออนาคตที่เธอจากมา แม้ว่าเธอจะย้อนกลับไปช่วยนาตาชาไม่ให้ตาย ปัจจุบันของเธอก็ยังเป็นอย่างเดิมไม่มีสิ่งใดเปลี่ยนแปลง หรือทางที่ดีที่สุดคือไปเปลี่ยนใจไม่ให้นาตาชาเลือกไปวอร์เมียร์ตั้งแต่แรกแล้วพาเธอมาที่โลกปัจจุบัน ถึงอย่างนั้น ในไทม์ไลน์ใหม่ก็ต้องมีใครสักคนที่ต้องตายเพื่อแลกมณีเช่นเดิม

เธอแอบหวังว่าไม่ต้องมีแผนปล้นเวลาตั้งแต่แรกซะยังดีกว่า

ชุดเวลาสำหรับเดินทางข้ามเวลาถูกพับเก็บหายไป เหลือเพียงสาวชุดแม่มดในทะเลที่ว่างเปล่า เธอคว้าของบางอย่างจากกระเป๋าเธอออกมา

มณีวิญญาณในฝ่ามือเธอส่องแสงสว่างจ้าราวกับมันมีความสุขที่กลับมาถึงบ้าน ในขณะที่คนถือนั้นกลับรู้สึกตรงกันข้ามชนิดฟ้ากับเหว

---

ชีวิตวันด้าหากบอกว่าช่วงไหนเป็นช่วงที่เธอมีความสุขที่สุด ช่วงก่อนศึกสุดท้ายเกิดขึ้นคือคำตอบ

เธอใช้เวลาสองปีในการพยายามทำใจจากการสูญเสียวิชั่น มันเป็นช่วงเวลาที่ลำบากสำหรับเธอ แต่นาตาชาที่อยู่ข้างเธอเสมอทำให้เธอพร้อมกลับมาลุกและเริ่มใช้ชีวิตอีกครั้ง นอกจากนั้น เพราะครึ่งจักรวาลถูกทำลาย สนธิสัญญาโซโคเวียถูกยกเลิกเนื่องจากรัฐของทุกประเทศบนโลกอยู่ในสถานะไม่มั่นคงที่จะตัดสินใจอะไรได้ ผลคือโทษของทุกคนที่ผิดสัญญาเป็นโมฆะทั้งหมด

พวกเธอสองคนใช้ชีวิตในฐานอเวนเจอร์สอย่างเดิม แต่หลังจากนาตาชาได้ดูซิทคอมที่วันด้าชอบ เธอพบว่าแนวครอบครัวสุขสันต์ใช้ชีวิตอย่างปกติสุขเป็นแนวที่วันด้าชอบดูมากที่สุด ได้ออกไปวิ่งสวนสาธารณะ มีบ้านให้กลับ และตัววันด้าที่ชอบทำอาหารในเวลาว่างอยู่แล้วเลยทำให้นาตาชาคิดทำอะไรบางอย่าง เย็นนั้นเธอเปิดคอมพิวเตอร์แล้วใส่คำค้นหาลงไป

"พรุ่งนี้เธอว่างมั้ย" นาตาชาถามเธอในคืนเดียวกัน ระหว่างที่พวกเธอกำลังดู 'โมเดิร์น แฟมิลี่'

"ว่าง"

"มีที่ๆหนึ่งที่ฉันอยากให้เธอไปกับฉัน เธอจะว่าอะไรหรือเปล่า"

---

วันด้านั่งมองนาตาชาที่กำลังขับรถพาพวกเธอออกจากนิวยอร์ก

"เรากำลังไปไหนกัน" วันด้าถามระหว่างที่นาตาชาแซงรถคันข้างๆไปอย่างระมัดระวัง

"เดี๋ยวก็รู้น่า ฟังเพลงบนรถรอไป"

"ฉันเปลี่ยนแผ่นซีดีได้มั้ย"

"ตามสบาย"

แต่สุดท้ายเธอก็ไม่ได้เปลี่ยน เพราะฟังไปฟังมาเธอกลับชอบเพลงที่นาตาชาเปิดฟังแทน

วันด้าสังเกตป้ายบอกทางที่ตั้งบนถนน นาตาชาเลี้ยวรถเข้าไปที่ถนนที่พาพวกเธอไปรัฐนิวเจอร์ซีย์

นาตาชาเช็คแผนที่ในโทรศัพท์ที่ตั้งไว้ข้างพวกมาลัย มันบอกว่าพวกเธอใกล้ถึงที่หมายแล้ว

ในที่สุด พวกเธอก็เลี้ยวเข้าไปในตัวเมืองเวสต์วิว มันเป็นเมืองที่ไม่ใหญ่มาก แต่บรรยากาศน่าอยู่ วันด้ายังคงสงสัยว่าทำไมนาตาชาถึงพาเธอมาที่นี่จนกระทั่ง...

รถของนาตาชาจอดตรงหน้าที่ดินแห่งหนึ่งในเมือง ที่ดินนั้นว่างเปล่าและมีซากบ้านเก่าตั้งอยู่ นาตาชาดับเครื่องยนต์ก่อนลงจากรถพร้อมวันด้า

"คุณพาฉันมาทำไม"

นาตาชาหันมาหาวันด้าพร้อมกับหยิบซองกระดาษซองหนึ่งจากกระเป๋าแล้วส่งให้เธอ

"เปิดสิ"

วันด้าคิ้วขมวดเล็กน้อยก่อนแกะซองออก เธอหยิบกระดาษอีกแผ่นที่อยู่ข้างในมาเปิดอ่าน

มันคือโฉนดที่ดิน

สายตาคนถือกระดาษหยุดลงที่ข้อความหนึ่ง

เจ้าของพื้นที่ : วันด้า แม็กซิมอฟฟ์

"ให้ปลูกเลยตอนนี้ก็กลัวเธอจะไม่ชอบ เลยอยากให้เธอเลือกเองมากกว่าว่าอยากได้แบบไหน" นาตาชาพูด "ส่วนเรื่องค่าใช้จ่ายไม่ต้องห่วง เดี๋ยวฉันออกเอง ระหว่างนั้นจนกว่าสร้างเสร็จก็อยู่ฐานไปก่อ...อุ้บ!"

วันด้ากอดนาตาชาทันทีโดยไม่รอให้อีกฝ่ายพูดจบ แรงผลักของแม่มดทำสายลับเผลอถอยหลังไปเล็กน้อยสองสามก้าว

"ขอบคุณ" วันด้าพูดออกมาระหว่างซุกหน้าที่ไหล่ซ้ายของนาตาชา

"ของเธอ วันด้า เธอควรมี"

วันด้าผละตัวเองออกจากนาตาชาก่อนจูบที่ปากอีกฝ่าย นาตาชาตกใจเล็กน้อยแต่ยอมให้อีกฝ่ายจูบโดยดี

"ไม่" วันด้าพูดขึ้นหลังจูบเสร็จและยิ้มกว้างครั้งแรกในรอบหลายปี "นี่ของเรา"

สายลับยิ้ม

"ของเรา" นาตาชาแก้คำพูดของตัวเองก่อนจูบวันด้ากลับ

"ใส่ชื่อคุณเพิ่มด้วยนะ" วันด้าพูด หัวเราะอย่างมีความสุข แผลในใจจากเรื่องโหดร้ายที่ผ่านมาเหมือนได้ถูกรักษาทีละนิด

---

พวกเธอย้ายเข้ามาอยู่ในเวสต์วิวอย่างเป็นทางการหลังบ้านที่วันด้าเลือกแบบเองถูกสร้างเสร็จ พวกเธอขนของเข้าบ้านโดยวันด้าเลือกที่จะไม่ใช้พลังเพราะอยากทำตัวเป็นคนธรรมดามากที่สุด จากบ้านเปล่าๆไม่นานเต็มไปด้วยเฟอร์นิเจอร์ ชั้นวาง และข้างของเครื่องใช้ต่างๆ บ้านของวันด้าก็ได้เกิดขึ้นเป็นรูปเป็นร่างหลังเธอเห็นในความฝันมานาน จนเธอคิดว่าจะเป็นยังไงหากครอบครัวเธอยังอยู่

"พวกเขาคงรักที่นี่แน่" วันด้าพูดกับนาตาชาหลังบ้านของพวกเขาเสร็จแล้ว น้ำเสียงของเธอเศร้าเล็กน้อยเมื่อนึกถึงพ่อแม่ที่เสียชีวิตไปตั้งแต่ยังเยาว์วัย และซิทคอมที่เธอเคยดูสมัยเด็ก

"ฉันรู้"

ปีแรกในการใช้ชีวิตในเมืองใหม่มีเรื่องที่น่าอึดอัดใจไปบ้าง เพราะบางคนในเมืองที่ตื่นเต้นกับอเวนเจอร์สยังคงมีอยู่ พวกเธอมักถูกเรียกไปถ่ายรูปทุกครั้งเวลาออกไปข้างนอก (คล้ายดาราที่ถูกปาปารัซซี่ตามถ่ายรูป) ต้องใช้เวลาสักพักพวกเขาถึงเลิกตามและมองพวกเธอเป็นคนในเมืองที่เข้ามาอาศัยธรรมดาทั่วไป

นาตาชาตัดสินใจว่าอยากลองใช้ชีวิตธรรมดาแบบคลิ้นท์ดูบ้างหลังเสียเวลาครึ่งชีวิตไปกับการฆ่าและถูกศัตรูทุกมุมโลกตามล่าไปมา เธอจึงสมัครไปเป็นครูในโรงเรียนประถมในเมือง เด็กๆตื่นเต้นที่มีสมาชิกทีมอเวนเจอร์สเป็นครูของพวกเขา ที่สำคัญนาตาชาก็น่ารักกับเด็กอีกด้วย เธอรู้หลายวิชาแต่วิชาที่เธอตัดสินใจเลือกสอนคือวิชาวิทยาศาสตร์ เธอเพิ่งรู้ตัวมาไม่นานว่าชีวิตใหม่ของเธอดันใกล้เคียงกับที่เยเลน่าพูดพอดี ติดแค่เธอไม่ได้มีสามีรับปรับปรุงบ้าน แต่มีคนรักรับปรับปรุงเมืองแบบฟรีๆแทน

โดยก่อนออกไปทำงานแต่ละวันเธอกับวันด้าจะผลัดกันทำผมให้ ครึ่งหางม้าเป็นทรงที่นาตาชาชอบทำให้วันด้าบ่อยที่สุด แต่บางครั้งก็เปลี่ยนลุคให้เธอบ้างจะได้ไม่ซ้ำจนเกินไป

ในเวลาว่าง ไม่พ่อก็แม่ของลูกๆจากโรงเรียนจะเอาของมาให้วันด้าที่บ้าน เป็นการขอบคุณที่นาตาชาสอนลูกของพวกเขาในโรงเรียน เท่าที่เธอได้ฟังจากพ่อแม่แต่ละคนเล่ามา นาตาชาเป็นครูที่ดีเลยทีเดียว

วันด้าทำในสิ่งที่ต่างออกไปจากนาตาชา เพราะพลังวิเศษของเธอทำให้เธอได้รับฉายาจากคนในเมืองว่าเป็น 'ซาแมนธา สตีเฟนส์' แห่งอเวนเจอร์ส คงเพราะเธอคอยช่วยเหลือทุกคนในเมืองระหว่างที่เธอออกมาวิ่งออกกำลังกายทุกเช้า เธอใช้พลังหยุดรถที่เกือบชนใส่หมาน้อยกลางถนน หยุดช่างซ่อมหลังคาบ้านไม่ให้ตกถึงพื้นหลังเผลอเสียหลักจากบันได และมีบางครั้งที่เธอซ่อมป้ายถนนตามจุดต่างๆที่เธอวิ่งผ่าน ทำให้มันสะอาดขึ้น และสวยขึ้น และเธอมักจะไปช่วยงานสวนตามชานเมืองอยู่บ่อยๆ ได้ผักบางส่วนกลับมาปลูกเองที่บ้านก็มี

เมืองเวสต์วิวเริ่มมีสีสันมากขึ้นเรื่อยๆ การมีอยู่ของวันด้าทำให้ผู้คนในเมืองมีความสุขตามจากเดิมที่เคยเป็นเมืองลับแลไร้ความสนใจในแผนที่โลก ทุกเย็นเธอจะต้อนรับนาตาชากลับบ้านและพาเธอทานข้าวที่เธอเตรียมไว้ให้ เปิดดูซิทคอมจากเว็บไซต์สตรีมมิ่งในเน็ตไม่ก็เล่นกีตาร์ร้องเพลงแต่ละคืนก่อนนอน

พวกเธอมีครบทุกอย่าง แต่ขาดเพียงอย่างเดียว และเป็นสิ่งที่วันด้าต้องการไม่แพ้ครอบครัวเลย ซึ่งสิ่งนั้นวันด้าได้ทำใจนานแล้วตั้งแต่เริ่มคบกับนาตาชา ถึงอย่างนั้นก็อดหวังเล็กน้อยไม่ได้เมื่อเห็นผู้หญิงที่กำลังตั้งครรภ์เดินผ่านเธอในร้านหนังสือ

เธออยากมีลูก จะเป็นเด็กชายหรือเด็กสาวก็ได้เธอไม่ว่า อยากให้พวกเธอได้เป็นครอบครัวที่สมบูรณ์ อยากเห็นลูกของเธอเติบโต อยากอ่านนิทานก่อนนอนให้ลูกเหมือนที่แม่เธอเคยอ่านให้เธอฟัง แต่เพราะนาตาชาเป็นผู้หญิง เรื่องแบบนี้จึงเป็นไปได้ยาก ยกเว้นว่าเธอจะไปรับอุปการะเด็กมาเลี้ยงเองสักคนสองคน

แต่วันด้าไม่รู้ว่านาตาชาพร้อมหรือไม่พร้อมกับเรื่องนี้ ความคิดนั้นจึงถูกปัดตกไปชั่วคราว (อย่างน้อยจนกว่าเธอจะรู้ว่าอีกฝ่ายพร้อม) และเพราะพวกเธอยังไม่แต่งงานกัน ทั้งคู่เลยยังไม่ได้เป็นภรรยาและภรรยาอย่างเป็นทางการ

แต่การเป็นอยู่ของเธอตอนนี้ก็ไม่ต่างกันเท่าไหร่ แค่นี้ก็เพียงพอแล้วสำหรับเธอ

จนกระทั่งปีที่สามของพวกเขา หรือห้าปีหลังธานอสดีดนิ้ว ความหวังที่ตายไปของทุกคนก็กลับมา เมื่อสก็อตต์ แลงที่ถูกคิดกันไปว่าโดนดีดนิ้วสลายไปพร้อมกับคนอื่นเมื่อห้าปีที่แล้วมาติดต่อที่ฐานอเวนเจอร์ส พวกเธอไม่รู้เรื่องจนกระทั่งสตีฟกับสก็อตต์เดินทางมาหาถึงที่

"คุณแม็กซิมอฟฟ์" สก็อตต์ แลงเขย่ามือทักทายเธอในชุดแม่บ้านตามมารยาท "ว้าว บ้านสวยมากเลย ลูกสาวผมน่าจะชอบนะ"

"ขอบคุณค่ะ"

"ที่มาเพราะว่าผมมีเรื่องที่อยากมาคุยด้วยนิดหน่อย ไม่นานหรอกครับ ว่าแต่คุณโรมานอฟฟ์ล่ะ"

"ทำงานที่โรงเรียนอยู่ แต่ใกล้ถึงเวลาเลิกงานแล้วค่ะ" วันด้าตอบ "พวกคุณเข้ามารอแนทในบ้านก่อนก็ได้นะ สตีฟ คุณก็ด้วย"

"รบกวนหน่อยนะ"

สก็อตต์ได้อธิบายให้พวกเธอฟังเรื่องสุดเหลือเชื่อที่เกิดขึ้นกับเขาหลังนาตาชากลับมาถึงบ้าน โดยสตีฟและนาตาชาพร้อมกลับมาลงสนามทันทีเมื่อสก็อตต์บอกว่ามีโอกาสแก้ไขเรื่องที่เกิดขึ้นได้ แต่วันด้ากับโทนี่เป็นสมาชิกทีมที่เหลือที่ยังลังเลว่าจะกลับมาดีหรือไม่ เพราะพวกเขายอมรับกับชีวิตใหม่นี้แล้ว ถ้าหากมีอะไรผิดพลาดขึ้นมามีแต่เสียกับเสีย

คืนนั้น นาตาชากับวันด้าก็ได้คุยกันเกี่ยวกับเรื่องของวันนี้ สายลับเห็นว่าแม่มดทำหน้ากลุ้มใจตลอดเวลาตั้งแต่หลังทั้งสองคนกลับไป

"กังวลเหรอ" นาตาชาถามระหว่างที่วันด้าทิ้งหัวนอนบนหน้าตักเธอ เป็นจุดที่วันด้าชอบหนุนหัวมากที่สุด

"ไม่ใช่ฉันไม่เห็นด้วยนะ เพียงแต่..." วันด้าจ้องโทรทัศน์ที่ปิดอยู่ "ถ้าหากมันไม่ได้ผลล่ะ"

"ก็ถือว่าได้ลอง" นาตาชาพูดต่อ "อย่างน้อยถ้าหากมันไม่สำเร็จ เราก็ได้พยายาม"

แล้วแผนปล้นเวลาก็กำเนิดขึ้นหลังโทนี่กับฮัลค์สร้างไทม์แมชชีนได้สำเร็จ สมาชิกทีมอเวนเจอร์สถูกแบ่งเป็นกลุ่มย่อยเพื่อไปเอามณีจากแต่ละแห่งในอดีต เพราะวอร์เมียร์เป็นสถานที่ที่ไม่มีใครในทีมคุ้นเคยเลยสักคน (เนบิวล่าเองก็รู้แค่ชื่อกับพิกัด) นาตาชาจึงอาสาไปที่นั่นเอง แน่นอนว่าวันด้าอาสาตามไปด้วยเช่นกัน

และน่าจะรู้กันอยู่แล้วว่าบทสรุปเป็นอย่างไร

---

วันด้าใช้พลังส่งตัวเองบินขึ้นไปบนเขา ผ้าคลุมสีแดงปลิวไปตามสายลมที่ปะทะเหมือนตอนที่เธอมาที่นี่ครั้งแรก เธอร่อนลงที่สันเขาก่อนเดินต่อไปถึงยอด ที่ๆความสุขของเธอจบลง เธอนึกถึงตัวเองกับนาตาชาก่อนมาถึงที่นี่

---

ทีมปล้นเวลา 2014 แบ่งออกเป็นอีกสองทีมย่อย โรห์ดี้กับเนบิวล่าแสตนด์บายที่มอร์แอกเพื่อรอสตาร์ลอร์ดมาขโมยมณีพลัง ในขณะที่นาตาชาและวันด้าใช้ยานเบนาตาร์ของทีมการ์เดี้ยนบินต่อไปยังวอร์เมียร์ ระหว่างเส้นทาง นาตาชาคิดอยากบอกอะไรสักอย่างให้วันด้า แต่ในใจเธอยังคงลังเลว่าจะบอกดีหรือไม่บอกดี

นาตาชาเดินมาหาวันด้าที่กำลังสำรวจยานอวกาศของเพื่อนร่วมทีม วันด้าที่เห็นนาตาชาเดินมาจึงพูดขึ้น

"แนท พวกเขามีกันห้าคนใช่ไหม แล้วคุณคิดว่าเจ้าต่ายเขานอนตรงไหน"

"ไม่รู้สิ" นาตาชาพูด "สำคัญด้วยเหรอ"

"ก็อยากรู้เฉยๆ"

"นี่ วันด้า"

"หืม"

"ถ้าเราทำสำเร็จ..." สายลับเว้นช่วงเล็กน้อย "ถ้าเราทำสำเร็จ..."

วันด้าเลิกคิ้ว

นาตาชารู้ว่าถ้าหากพูดออกไปมันจะไม่มีทางหวนกลับ และถ้าเกิดอะไรกับใครสักคนขึ้นมา หากภารกิจของพวกเธอผิดพลาดขึ้นมาแล้วดันมีคนรอดอยู่แค่ฝ่ายเดียวละก็...

"ช่างเถอะ ไม่มีอะไร"

เก็บไว้บอกเธอหลังทุกอย่างจบลงดีกว่า...

---

เมื่อเธอไปถึงยอด เธอพบว่าเรดสกัลผู้คุ้มครองมณียังคงอยู่ที่เดิมแม้ว่าเธอจะได้มณีไปแล้ว

"นึกว่าคุณเป็นอิสระแล้วซะอีก"

"เกรงว่ามีอีกสิ่งที่ข้าจะต้องทำก่อนได้รับการปลดปล่อย" เรดสกัลตอบ "มณีบอกข้าว่าเจ้าจะกลับมาและเจ้าก็กลับมาแล้ว ข้าคงไม่ต้องเดาน่าจะพอทราบว่าเจ้าประสงค์สิ่งใด"

"ฉันเอามณีมาคืน..." วันด้าตอบ "และพาแนทกลับไป"

"เกรงว่าไม่ได้"

"ทำไมจะไม่ได้" วันด้าพยายามคุมไม่ให้อารมณ์โกรธครอบงำเธอ

"ตามข้อตกลง มันคือการแลกเปลี่ยนชั่วนิรันดร์ ต่อให้คืนมณีไป นาตาชาของเจ้าก็ไม่มีวันฟื้นคืน"

"ไม่ต้องฟื้นคืนก็ได้" วันด้าพูดต่อ "ฉันขอแค่ร่างของเธอ ให้ฉันได้พาเธอกลับไปฝังเถอะ ที่นี่มันหนาวเกินไป นาตาชาคงไม่ชอบ"

เรดสกัลส่ายหัว ยืนยันปฏิเสธคำเดิม

"ฮึก...แม่งเอ๊ย!!!" วันด้าเสกพลังสาดใส่เรดสกัลปลิวใส่กำแพง "ฉันขอแค่ร่างกลับไปแค่นี้มันไม่ได้เลยเหรอวะ!!! เรื่องมากอะไรกันนักกันหนา!!! ยังให้ฉันเจ็บไม่พอใช่มั้ย!!!"

เรดสกัลทรงตัวก่อนบินกลับไปหาวันด้า ไร้ท่าทีเปิดศึกใดๆกับแม่มด

"อย่างที่ข้าได้กล่าวไว้ตอนเจ้ามาครั้งก่อน นี่คือการแลกเปลี่ยนชั่วนิรันดร์ เจ้าน่าจะเข้าใจเงื่อนไขดี" เรดสกัลกล่าว "แต่ถ้าเจ้าอยากให้ข้าพูดสิ่งที่เจ้าเบาใจ งั้นข้าจะกล่าวว่า ถ้าเจ้าเชื่อว่าคืนมณีแล้วจะได้คนรักของเจ้าคืนมา งั้นก็ทำซะ"

นั่นคือทั้งหมดที่เธออยากได้ยิน

วันด้ากัดฟันกรอดก่อนเดินผ่านผู้นำทางโดยไม่หันหลังกลับ เธอเดินไปที่ปลายหน้าผา และคว้ามณีวิญญาณออกมาอีกครั้ง มณีวิญญาณส่องสว่างจ้าในฝ่ามือเธอรอให้เธอโยนมันลงไป หากเธอโยนลงไปแล้ว ภารกิจคืนมณีของเธอก็จะสิ้นสุดลง

วันด้ายื่นมือไปพ้นหน้าผา เตรียมปล่อยมณี

เธอหลับตา เพราะไม่อยากเห็นมันตอนหายไปจากมือเธอเหมือนตอนนั้น

ตอนที่เธอปล่อยนาตาชาไป

---

"เธอพาเราขึ้นไปได้มั้ย"

วันด้าเสกพลังให้ทั้งเธอและคนรักลอยขึ้นเหนือพื้น ก่อนพาตัวไปยังจุดหนึ่งของสันเขา พวกเธอมาถึงวอร์เมียร์ได้สักพักแล้ว เธอสังเกตว่าตั้งแต่มาเหยียบที่นี่พลังของเธอต้องใช้แรงมากกว่าเดิมถึงจะเรียกใช้ได้ มันลำบากมากขึ้นเมื่อเธอใกล้ถึงจุดหมายเข้าไปทุกที

"วันด้า เธอโอเคนะ" นาตาชาถามเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายหอบหนักหลังใช้พลังเสร็จ

"มันกำลังหายไป ฉันรู้สึกได้" วันด้าบอกนาตาชาระหว่างที่พวกเธอเดินต่อไปเรื่อยๆ

"เธอจะกลับไปรอบนยานก่อนก็ได้"

วันด้าส่ายหัว

"ฉันจะอยู่กับคุณ เรามาไกลขนาดนี้แล้ว"

นาตาชายิ้มให้วันด้าก่อนยื่นมือให้เธอ

"งั้นอยู่ข้างฉันไว้นะ"

"ค่ะ"

แม่มดจับมือสายลับก่อนเดินต่อไปข้างหน้า

ทางขึ้นวอร์เมียร์ต่อจากนั้นเต็มไปด้วยอุปสรรค พวกเธอต้องปีนเขาหลายจุดจนกระทั่ง...

"ขอต้อนรับ"

นาตาชาควักปืนออกจากกระเป๋าแล้วเล็งไปที่เจ้าของเสียงอย่างรวดเร็ว

"นาตาชา ธิดาแห่งไอแวน" ผู้คุ้มครองมณีพูดกับสายลับก่อนหันไปหาแม่มดที่ยืนอยู่ข้างหลัง "วันด้า ธิดาแห่งโอเลค"

วันด้าพยายามเสกพลังอีกครั้ง แต่พบว่าไม่มีอะไรออกมาจากปลายนิ้วเธอเลยแม้แต่น้อย

"ไม่ต้องกังวล" เรดสกัลพูด "พลังของเจ้ายังอยู่ มันเพียงแค่หายไปชั่วคราว สำหรับที่นี่ พลังเดียวที่สามารถใช้ได้ในที่แห่งนี้คือพลังจากมณีเม็ดอื่นเท่านั้น อย่างน้อยจนกว่าจะมีผู้ใดได้มณีไปครอง"

วันด้าขมวดคิ้ว พลังที่เธอใช้อยู่ไม่ได้มาจากมณีหรอกเหรอ

"คุณเป็นใคร" นาตาชาถาม ปืนยังคงไม่ลด

"คิดซะว่าข้าเป็นไกด์..." เรดสกัลกล่าว "ให้เจ้า และทุกคนที่ตามหามณีวิญญาณ..."

"เยี่ยมเลย" นาตาชาพูด "บอกมาว่ามันอยู่ไหน แล้วจะไม่กวนอีก"

"ถ้าง่ายอย่างนั้นก็ดีสิ..." เรดสกัลยิ้มอย่างมีเลศนัยก่อนหันหลังให้พวกเขา "เชิญทางนี้..."

นาตาชาตั้งท่าจะเดินตามไปแต่วันด้าจับมือเธอไว้

"แนท ฉันว่านี่ไม่เข้าท่าเลย"

"ทำไมล่ะ"

"ฉันไม่ไว้ใจเขา ถ้าเกิดเป็นกับดักขึ้นมาล่ะ"

"ก็กำจัดเขาซะ อย่างที่เราถนัดไง"

วันด้าลังเลเล็กน้อยก่อนยอมปล่อยให้นาตาชาเดินตามหลังผู้นำทางไป เธอเดินตามทั้งสองไปแม้ว่ายังคงหวาดระแวงอยู่ก็ตาม

เมื่อทั้งสองมาถึงหน้าผาสูงชัน เรดสกัลได้เอ่ยปากอีกครั้ง

"สิ่งที่ตามหาอยู่ตรงหน้าเจ้าแล้ว พร้อมกับสิ่งที่เจ้ากลัว"

นาตาชาหันไปหาเรดสกัลก่อนมองดูพื้นที่อยู่ใต้หน้าผา

"มณีอยู่ข้างล่าง"

"สำหรับคนเดียว ส่วนอีกคนหนึ่ง..."

วันด้ารู้สึกถึงความเย็นยะเยือกในแบบที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ทุกส่วนในตัวเธอกำลังขอร้องให้พาคนตรงหน้าออกไปจากที่นี่ซะ

"การจะได้ครองมณี เจ้าต้องสูญเสียซึ่งสิ่งที่รัก" วันด้าตัวแข็งทื่อเมื่อได้ฟังประโยคที่เหลือ "การแลกเปลี่ยนที่มิอาจแลกคืน..."

เธอรู้สึกได้ว่าตัวเองสั่นไปหมดทั้งร่าง

"วิญญาณ แลกวิญญาณ..."

นาตาชาที่พยายามเข้มแข็งยังรู้สึกได้ว่าตัวเองตัวสั่นไม่แพ้กัน เธอหันไปพบว่าวันด้ากำลังมองเธออย่างวิตก เธอพาวันด้าเดินไปอีกทางให้ไกลจากเรดสกัล

"เฮ้ๆ"

วันด้าพูดตะกุกตะกัก เธอเรียบเรียงคำพูดไม่ถูก เธอไม่อาจรับเงื่อนไขที่พวกเธอจะต้องทำได้หากต้องการมณี อารมณ์ของเธอตีไปมามั่วไปหมด ทั้งสับสน ทั้งโกรธ ทั้งกลัว เธอไม่รู้ว่าเธอควรแสดงสีหน้าแบบไหนให้นาตาชาเห็น ที่ออกมาจากปากเธอมีเพียง...

"เราน่าจะเลือกภารกิจอื่น เราไม่น่ามาเลย" วันด้าจับมือนาตาชาอย่างแน่นหนา

"ฉันรู้ แม่มดน้อย" นาตาชาใช้ชื่อเล่นของเธอเพื่อพยายามปลอบ "แต่ถ้าเราไม่ได้มณีไป ล้านล้านชีวิตจะยังสูญ"

"มันไม่แฟร์..."

"มันไม่เคยแฟร์อยู่แล้ว" นาตาชาจับมือวันด้ากลับ "ถ้าให้เลือกได้ฉันก็ไม่อยากทำหรอก"

"งั้นก็ไม่ต้องทำ เรากลับกันไปก่อนก็ได้"

"แล้วจะให้บอกกับทีมว่ายังไง"

วันด้าอยากตอบแต่ไม่รู้จะตอบนาตาชาว่าอะไร พวกเธอรู้ดี หนึ่งในพวกเธอสองคนจะต้องเอามณีกลับไปในวันนี้

"งั้นฉันทำเอง"

"อะไรนะ"

"ให้ฉันทำเถอะ" วันด้าพูด "ให้ฉันได้ไถ่บาปที่ช่วยอัลตรอนและพังบ้านเกิดฉันเถอะนะ"

"ไม่ได้หรอก"

"ทำไมล่ะ!"

"เธอเด็กกว่าฉันตั้งห้าปีนะ" นาตาชาพูด "และเธอก็รู้นี่นาว่าก่อนอเวนเจอร์สฉันทำอะไรมาบ้าง บาปที่เธอทำเทียบกับฉันไม่ติดด้วยซ้ำ"

"ฉัน...ฉัน..."

"ไม่อยากให้มันจบแบบนี้ใช่มั้ย เชื่อเถอะฉันก็ไม่อยาก" นาตาชายิ้มอย่างเศร้าโศก

วันด้าส่ายหัวเมื่อรู้ว่านาตาชากำลังจะพูดอะไรต่อ

"แนท ไม่ว่าคุณจะคิดอะไร หยุดซะ เราจะไม่บอกลากันที่นี่หรอกนะ"

นาตาชาก้มหน้าด้วยความรู้สึกผิด

"แม้ต้องสูญเสีย..." นาตาชาพูดออกมาก่อนสบตากับวันด้า

วันด้าส่ายหัวหนักกว่าเดิม น้ำตาคลอ

"อย่าเลยนะ..."

นาตาชาดึงหัวของวันด้า หน้าผากของพวกเธอสัมผัสกัน

"ขอบคุณสำหรับทุกอย่าง"

วันด้าส่ายหัว เธอห้ามน้ำตาไม่ไหวอีกต่อไป เธอยอมให้นาตาชาจูบเพื่อมอบความอบอุ่นอย่างเดียวที่มีบนดาวนี้

ทันใดนั้น เหมือนนาตาชาคาดการณ์ทุกอย่างล่วงหน้า เธอจับวันด้าทุ่มใส่พื้นจนตัวเธอขยับไม่ได้ แต่เธอลืมไปว่าตัวเองเคยฝึกวันด้าให้โต้กลับหากไม่มีพลังด้วย เมื่อวันด้าเตะขานาตาชาจนเสียหลักแล้วขโมยที่ช็อตไฟฟ้าของเธอออกมาใช้แทน

"ฉันสิต้องขอบคุณ" เธอพูดก่อนยิงที่ช็อตใส่คนรักตัวเอง

"อั่ก!!!"

วันด้าหันกลับไปที่หน้าผา เธอหลับตาและนึกถึงครอบครัวของตัวเอง เธอจินตนาการเห็นพวกเขาอยู่เบื้องล่าง รอให้เธอลงไป เธอออกวิ่งไปยังหน้าผานั้น

แต่นาตาชาสลัดที่ช็อตออกได้รีบลุกแล้ววิ่งตามวันด้า เธอยิงที่ช็อตใส่วันด้าจนล้มลงไปก่อนวิ่งตรงไปยังผา เธอตั้งท่ากระโดดแต่วันด้ารีบลุกมาคว้ามือเธอได้ซะก่อน ส่งผลให้วันด้าล้มตามจนเธอกระแทกกับพื้น

"อย่าไปนะ!!!" น้ำตาของทั้งสองคนไหลไม่หยุด นาตาชาเริ่มร้องตามเมื่อเห็นว่าอารมณ์ของวันด้าถึงขีดสุด "คุณขึ้นมาก่อน ฉันจะดึงคุณขึ้นให้ มันต้องมีทางอื่นสิ คุณจะไปตอนนี้ไม่ได้ ฉันไม่ยอม!!!"

วันด้าพยายามใช้เท้าตัวเองเกี่ยวพื้นไว้ แต่เพราะน้ำหนักของนาตาชาทำให้วันด้าถูกลากตามเธอไปด้วยเรื่อยๆ

"ร...เราไม่มีเวลาแล้ว"

เธอรู้ว่าถ้าไม่ให้วันด้าปล่อยเธอไป จะไม่มีใครได้มณีวิญญาณเลยแม้แต่คนเดียว ทั้งหมดนี้จะสูญเปล่าและคนที่ถูกดีดนิ้วจะไม่มีวันฟื้น แต่อารมณ์ของวันด้าอยู่เหนือตรรกะความเป็นจริงไปแล้ว และนาตาชาคิดไว้อีกทางคือหากเธอขึ้นไปได้สำเร็จ วันด้าจะกระโดดลงไปแทนเธออย่างไม่ลังเลแน่

"ไม่ ไม่เอา!! ฉันไม่อยากเสียคนที่ฉันรักไปอีกแล้ว!!!" เธอตะคอกอย่างเจ็บปวด ทั้งพ่อแม่เธอ ปิเอโตร วิชั่น และคนที่เธอรักหมดใจในเวลานี้อย่างนาตาชา เธอรู้สึกได้ว่าอนาคตที่สวยงามของเธอกำลังจะพังทลาย

"มันจะไม่เป็นไร วันด้า"

"ไม่ อย่า ฉันขอร้อง!!"

สีหน้าของวันด้าทำให้นาตาชาเจ็บปวดเหลือเกิน มันหนักหนากว่าตอนที่เห็นวันด้ากอดศพวิชั่นเสียอีก เธออยากผลักตัวเองขึ้นไปยอมให้วันด้าด่าและทุบตีใส่เธอที่คิดทำอะไรโง่ๆ แต่เมื่อเธอเห็นยานอวกาศกำลังร่อนลงมาจากท้องฟ้าทำให้ทางเลือกของเธอไม่เหลือแล้ว

"ฉันขอโทษ"

วันด้าส่ายหัวพลางรั้งข้อมือเธอแน่นขึ้นอีก

"ได้โปรด!!!"

"ฉันรักเธอ"

 

sds

"แนท!!!"

นาตาชากระโดดถีบตัวเองออกจากหน้าผา มือของทั้งคู่หลุดออก หัวใจของวันด้าตายไปพร้อมกับคนรักที่ร่วงลงสู่พื้น เสียงกรีดร้องสุดทรมานของคนที่ยังมีชีวิตอยู่ดังสะท้อนไปทั่วดาวเคราะห์ แสงสีขาวสว่างวาบจากท้องฟ้า และทุกอย่างก็ดำมืด

เมื่อสติเธอกลับมา มณีวิญญาณก็มาอยู่ที่ฝ่ามือเธอเรียบร้อยแล้ว เมื่อเธอกลับไปถึงโลกอนาคต เธอยังคงช็อคกับเรื่องที่เกิดขึ้น เธอจำไม่ได้ว่าเธอส่งมณีวิญญาณให้โทนี่ตั้งแต่ตอนไหน หรือเห็นพวกเขาสร้างถุงมือขึ้นมาใหม่สำเร็จตั้งแต่เมื่อไหร่ หรือเห็นศาสตราจารย์ฮัลค์สวมถุงมือดีดนิ้วตามด้วยโดนยานอวกาศเหนือฐานยิงถล่มใส่ตอนใด

จนกระทั่งมีประตูมิติขนกองทัพมาสู้กับธานอส เธอถึงรู้ว่ามันได้ผลจริง เธอได้ยินเสียงกัปตันอเมริกาพูดเปิดศึกสุดท้ายอย่างเป็นทางการ เธอลุยไปพร้อมกับคนอื่น จัดการสมุนธานอสเท่าที่เธอทำได้ จนกระทั่ง...

"คลิ้นท์!" วันด้าเห็นคนที่พี่ชายเธอเคยช่วยชีวิตไว้ปรากฏตัว เธอวิ่งไปกอดเขาด้วยความดีใจ

"ไง ไอ้หนู" เขาคลายกอดจากเธอเพราะรู้ว่านี่ไม่ใช่เวลาสังสรรค์ "ฉันวางมือไปสักห้านาที แล้วทุกอย่างก็เละเป็นขี้ไปหมด"

วันด้าหัวเราะเมื่อนึกได้ว่าคลิ้นท์เคยพูดทำนองแบบเดียวกันตอนพาเธอหนีจากวิชั่น

"ก็ยังไม่รู้หรอกนะว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง แต่จะสู้เต็มที่เหมือนเคยก็แล้วกัน" คลิ้นท์ดึงธนูออกมาจากหลังแล้วยิงใส่ศัตรู "ระหว่างทางก็เล่าให้ด้วยล่ะจะได้ตามทัน"

วันด้าพยักหน้าก่อนกลับเข้าสู่โหมดต่อสู้

---

เธอเห็นธอร์ สตีฟ และโทนี่พยายามแย่งมณีอย่างสุดพลังระหว่างที่เธอจัดการกองทัพไปอีกชุด แม้แต่แครอลที่ธานอสหัวโขกไม่ติดยังเผลอพลาดท่าเลย เธอรู้ว่าถ้าหากเธอไม่ทำอะไรสักอย่าง คราวนี้ทุกคนจะได้ตายจริง และเพราะมันเป็นสาเหตุหลักทำให้เธอเสียทุกอย่างไป เธอจึงอยากปิดบัญชีมันอีกครั้งให้จบ

เธอพาตัวเองมายืนต่อหน้าศัตรู... ธานอสสวมถุงมืออีกครั้งพอดีและพร้อมดีด แสงมณีหกสีสว่างวาบไปทั่วร่างของเขา เขาหันมาเห็นวันด้ากำลังจ้องเขาด้วยสายตาอาฆาต

"เจ้าบังอาจ พรากทุกสิ่งไปจากข้า..."

"ข้าไม่รู้ด้วยซ้ำ เจ้าเป็นใคร"

"เดี๋ยวก็รู้..."

พลังของเธอระเบิดออกมาในคราวเดียว สร้างความตกใจให้กับศัตรูรอบด้าน วันด้าลอยตัวจากพื้นดิน ดวงตาเธอเต็มไปด้วยความแค้นพร้อมทำลายทุกอย่างที่พรากสิ่งที่เธอรักไป

เพื่อวิชั่นและนาตาชา

พลังของเธอพุ่งใส่กองทัพของธานอสที่อยู่ใกล้เธอทั้งหมด ร่างของพวกเขาถูกพลังเธอบดขยี้เพียงเสี้ยววิ จากชุดยูนิฟอร์มอเวนเจอร์สเดิมของเธอเปลี่ยนเป็นชุดใหม่ มงกุฎสีแดงประดับเหนือหน้าผาก สร้างความตกตะลึงให้กับทุกฝ่าย แม้แต่มหาจอมเวทย์อย่างดร.สเตรนจ์ก็ตาค้างไปตามกัน เพราะผลลัพธ์ที่เขาคาดไว้ก่อนหน้ามันช่างต่างกันมากเพราะตอนใช้มณีเวลาส่องอนาคต ไม่มีฉากนี้ปรากฏให้เขาเห็นเลยในตลอด 14,000,605 แบบ

สเตรนจ์เอ่ยชื่อในตำนานออกมาโดยไม่รู้ตัว

"สการ์เล็ต วิทช์"

 

sds

สการ์เล็ตวิทช์เรียกมณีที่อยู่กับถุงมือสร้างใหม่มาที่ตัว มณีทุกเม็ดหลุดออกจากตำแหน่งของมันมารวมที่มือขวาของเธอแทน แสงสีจากมณีสว่างไสวบนหลังมือเธอราวกับเธอกำลังใส่ถุงมือล่องหน ตาที่สะท้อนแสงมณีของเธอแสดงให้ธานอสเห็นว่าเธอรับมือพลังของมณีได้หมดโดยไม่มีผลกระทบแม้แต่น้อย

ธานอสถอยหลังไปสองสามก้าว เมื่อเธอเอียงคอเล็กน้อยก่อนหลับตาและ...

 

 

 

 

ดีดนิ้ว

 

 

 

 

พลังของมณีแผ่รังสีกระจายไปทั่วสนามรบ

กองทัพทั้งหมดของธานอสเริ่มสลายกลายเป็นฝุ่นไปทีละคน ยานอวกาศขนาดใหญ่ยักษ์ที่ลอยอยู่เหนืออากาศทุกลำสลายเป็นฝุ่นไปตามกัน จนเหลือเพียงธานอสเพียงคนเดียวที่อยู่ต่อหน้าเธอ เขารู้สึกกลัวและไม่คิดว่ามนุษย์ที่อยู่ตรงหน้าจะมีพลังมหาศาลขนาดนี้...

เขาสลายตามทุกอย่างไปในเวลาต่อมา...

วันด้าที่เห็นว่าทุกอย่างจบลงแล้วจึงลดตัวลงพื้นดิน มณีทุกเม็ดบนฝ่ามือเธอร่วงใส่พื้นเหมือนหินธรรมดาทั่วไป

"มันไม่ได้ผล..."

"อะไรไม่ได้ผล วันด้า เธอเพิ่งกำจัดธานอสไปนะ"

วันด้าส่ายหัว เธอหันไปหาคลิ้นท์ก่อนทรุดตัวลงกับพื้น

"แนท..." วันด้าปล่อยให้น้ำตาสองข้างไหลออกมา "แนทไม่กลับมาแล้ว แนทไม่มีวันกลับมาแล้ว..."

นั่นคือช่วงขณะที่ทุกคนได้รู้ว่าวันด้าไม่ได้เพียงใช้มณีจัดการธานอสและกองทัพทั้งหมดของเขาอย่างเดียว เธอดีดนิ้วเพื่อให้นาตาชากลับมาด้วย แต่วันด้ารู้ทันทีตั้งแต่ตอนดีดนิ้วว่ามันไม่ได้ผล ความจริงเธอรู้อยู่แก่ใจตั้งแต่บรูซดีดนิ้วแล้ว

วันด้าตั้งท่าจะเรียกมณีมาที่มือตัวเองอีกครั้งแต่คลิ้นท์รู้ทันทีว่าวันด้าคิดจะทำอะไร เขารีบคว้ามณีอวกาศไปก่อนที่เธอจะเรียกมณีทุกเม็ดมาได้สำเร็จ

"หยุดนะ"

"ปล่อยฉัน ให้ฉันไปอยู่กับพวกเขาเถอะ ฉันไม่ไหวแล้ว..." วันด้าขอร้องคลิ้นท์ น้ำตาไม่หยุดไหล เธอต้องการมณีแต่เธอก็ไม่ต้องการทำร้ายคนที่เธอเพิ่งฟื้นชีวิตกลับมาเช่นกัน

"ฟังฉัน แนทไม่ได้สละชีวิตตัวเองเพื่อที่จะให้เธอตายตามไปหรอก..." คลิ้นท์เองก็เสียใจไม่แพ้วันด้าเหมือนกันเมื่อรู้ว่าเพื่อนตายของตัวเองเสียชีวิตไปแล้ว แต่เขาจะไม่ยอมให้คนที่แนทรักเป็นอะไรไปแน่

ด้านวันด้าเองนึกถึงคำพูดสุดท้ายก่อนนาตาชาปล่อยมือเธอไป

"มันจะไม่เป็นไร"

เธออยากถามนาตาชาว่ามันจะไม่เป็นไรได้ไง

มันไม่มีทางไม่เป็นไร มันจะไม่มีวันไม่เป็นไร

ผู้พิชิตสงครามระดับจักรวาลทรุดตัวลงอีกครั้งและคร่ำครวญดั่งเป็นคนพ่ายศึกเสียเอง

เหล่าอเวนเจอร์สที่อยู่ในสนามได้แต่ก้มหน้าไว้อาลัยให้กับผู้เสียสละในศึกนี้

ทุกอย่างไม่มีวันเป็นเหมือนเดิมอีกต่อไป...

---

เธอทำไม่ได้

เธอปล่อยมณีไปไม่ได้

มณีเม็ดนี้คือสิ่งสุดท้ายที่นาตาชาทิ้งไว้ให้ และไทม์ไลน์ของมิตินี้ก็เปลี่ยนไปแล้วด้วยซ้ำ ไม่มีธานอสที่จะไปสละชีวิตลูกสาวของเขาเพื่อมณีเม็ดนี้แล้ว ดังนั้นไม่มีความจำเป็นสำหรับเธอที่จะต้องคืนมณีอีกต่อไป...

วันด้าเก็บมณีเข้ากระเป๋า แล้วกลับสู่โลกอนาคตที่เธอจากมา

---

เธอโกหก

เธอโกหกทุกคนว่าเธอคืนมณีไปแล้วและรีบบินกลับบ้านทันทีโดยไม่รอให้ใครได้จังหวะถาม แต่ทุกคนเข้าใจเธอดี เธอสูญเสียมากเกินไป เสียเกินกว่าที่จะพูดคุยเปิดใจกับใครได้ถ้าไม่ใช่คนที่เธอไว้ใจและสนิทจริง

เธอตัดสินใจว่าจะให้มณีเม็ดนั้นอยู่กับเธอสักพัก อย่างน้อยหากเป็นการแลกเปลี่ยน มันก็คือตัวแทนของนาตาชา เมื่อเธอพร้อม เธอจะฝังมันลงดินและไม่พูดอะไรถึงมันอีก เธอเปลี่ยนใจไม่บินกลับไปมิสซูรี่แต่มุ่งตรงไปอีกทาง

เวสต์วิว นิวเจอร์ซีย์

บ้านของเธอ

เมื่อเธอกลับมาถึงหน้าบ้าน เธอเปลี่ยนชุดกลับเป็นชุดธรรมดา เธอแอบยิ้มเล็กน้อยเมื่อพบว่าเพื่อนบ้านเธอยังคิดถึงเธออยู่ มีข้อความแสดงความเสียใจเรื่องนาตาชาวางไว้ในตู้จดหมาย เธอเก็บจดหมายทุกฉบับก่อนเปิดประตูบ้านและเดินเข้าไปในนั้นเป็นครั้งแรกในรอบสามเดือน

ทันใดนั้น เธอพบบางอย่างตั้งอยู่บนโต๊ะรับแขก

มันเป็นกล่องเล็กสี่เหลี่ยม เธออ่านข้อความในกระดาษที่ถูกเทปกาวติดไว้บนกล่องใบน้อยใบนั้นดู มีลายมือของใครสักคนเขียนไว้ว่า

'ถึง นาตาชา โรมานอฟฟ์ ขอให้โชคดีกับวันด้าค่าา!!! - แอกเนส'

วันด้าดึงแผ่นกระดาษออกและเปิดดูของที่อยู่ในกล่อง เธอพบว่าข้างในนั้นมีแหวนคู่ที่สั่งทำพิเศษจากร้านอยู่สองวง จากหลักฐานคาตาทำให้วันด้ามีข้อสรุปอย่างเดียวที่สมเหตุสมผลที่สุด

นาตาชากำลังจะขอเธอแต่งงาน...

นาตาชากำลังจะขอเธอแต่งงาน...

นาตาชากำลังจะขอเธอแต่งงาน...

ไม่ได้มีแต่มณีที่นาตาชาทิ้งไว้ให้...

ความหมายของมันมีอีกหลายแง่ การแต่งงานไม่ใช่แค่จุดเริ่มต้นขั้นต่อไปของความสัมพันธ์ แต่เป็นหลักฐานที่แสดงว่านาตาชาพร้อมจะใช้ชีวิตที่เหลือไปกับวันด้า ทั้งดีหรือร้าย หรืออะไรก็ตามที่จะเกิดขึ้นต่อไปในอนาคต เธอพร้อมเผชิญหน้าไปด้วยกัน ดั่งคำปฏิญาณที่บาทหลวงให้คู่รักปฏิญาณตนในพิธี

ความจริงที่เธอได้รู้ทำให้วันด้ามีความสุขเหลือเกิน แต่เมื่อนึกได้ว่าเจ้าของแหวนไม่อยู่บนโลกนี้นั้นไม่ต่างกับการได้เห็นคนรักของเธอตายต่อหน้าอีกรอบ แผลในใจที่เธอพยายามรักษามานานถูกเปิดออกอีกครั้งและแผลนั้นกว้างกว่าเดิม...

"แนท..."

วันด้ารับความเจ็บปวดนี้ไม่ไหวแล้ว เธอทรุดตัวลงกับพื้นบ้าน น้ำตาของเธอไหลออกมาราวกับสายเลือด กล่องแหวนตกใส่พื้นโดยที่เธอไม่รู้ตัว

"แนท.. แนท.."

เธอคร่ำครวญชื่อคนรักซ้ำไปซ้ำมา เธออยากเจอนาตาชาอีกครั้ง เธอไม่อยากกลับไปอยู่อย่างโดดเดี่ยวอีก แต่โชคชะตาก็เล่นตลกกับเธอเสมอ และเธอเกลียดมันจับใจ เธอเกลียดตัวเองที่ตอนนาตาชาไปเธอไม่ได้บอกรักตอบด้วยซ้ำ

"กลับมา..." วันด้าสะอื้น "ได้โปรด..."

เธอรู้...

ยังไงนาตาชาก็ไม่มีวันกลับมา...

เธออยากตาย...

เธออยากย้อนเวลาไปหยุดคลิ้นท์ไม่ให้ห้ามเธอดีดนิ้วให้ตัวเองตายไปซะ...

เธอไม่อยากอยู่บนโลกที่ไม่เหลืออะไรให้เธออีกต่อไป...

 

"นาตาเลีย..."

 

วันด้านั่งร้องไห้อยู่กลางบ้านอย่างนั้นจนกระทั่ง...

เธอไม่รู้ว่าเสื้อผ้าเธอเปลี่ยนไปเป็นชุดแม่มดตั้งแต่เมื่อไหร่ หรือว่าของในบ้านเริ่มบินลอยไปลอยมาอย่างควบคุมไม่ได้ตั้งแต่ตอนไหน เธอไม่รู้สึกถึงมณีวิญญาณที่ส่องแสงสว่างจ้าหรือพลังสีแดงมหาศาลที่ออกมาจากร่างเธอเสียด้วยซ้ำ และไม่รู้ด้วยว่าพลังเหล่านั้นไหลไปยังมณีทั้งหมด

ทันใดนั้น มณีเม็ดนั้นระเบิดออก พลังสีส้มจากมณีผลักทุกอย่างกระเด็นไปรวมทั้งตัววันด้า เธอรู้สึกว่าตัวเองถูกโยนกระแทกใส่ผนังบ้านก่อนล้มลงกับพื้น เธอไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่ และมันเกิดขึ้นได้ยังไง

เมื่อเธอได้สติ เธอพบว่าบ้านของเธออยู่ในสภาพเละเทะไปหมด โทรทัศน์ โซฟา โต๊ะ เก้าอี้กระจัดกระจายไปคนละทาง บ้างยังใช้ได้ แต่บ้างก็ชำรุดหักเป็นท่อนๆ ของที่วางบนชั้นวางของบางชิ้นตกลงมาแตกเป็นเสี่ยงๆ

จนกระทั่งเธอเห็นบางอย่างปรากฏที่กลางบ้านแทนมณี เป็นร่างของคนๆหนึ่ง คนที่เธอพยายามทำใจว่าไม่มีวันกลับมาแล้วตลอดสามเดือน คนที่เธอตั้งใจไว้ว่าจะใช้ชีวิตร่วมด้วยถึงวันสุดท้ายของชีวิตจนกระทั่งเหตุการณ์ที่วอร์เมียร์ทำทุกอย่างพังพินาศ เธอไม่รู้สึกว่าตัวเองน้ำตาไหลอีกรอบจนกระทั่งคนๆนั้นเงยหน้าลุกตัวขึ้นมาสบตาเธอและเรียกชื่อเธอ

 

"วันด้า?"

 

Notes:

Spotify Playlist : https://open.spotify.com/playlist/2KiAvWUZYO7X6kx1v9bSDM?si=WwDzJjlcR1udtTXisat_tQ&utm_source=copy-link