Actions

Work Header

Last word

Summary:

Stanley and Xeno have a fight but it didn't turns out well...

Notes:

- ooc
- lots of feels
ลองมาลงงานในนี้ดูค่ะพึ่งได้ลองใช้เว็บเป็นครั้งแรกเลยยังงงๆกับการลงงานมากๆ 5555555 จริงๆแต่งมาจากแค่ประโยคเดียวระหว่างกาวใน มคร พอรู้ตัวอีกทีก็มีฟิคสั้นแสตนเซแล้ว

(See the end of the work for more notes.)

Work Text:

กรอบรูปที่กระจัดประจาย กระจกใสบนภาพที่แตกไปทั่ว รอยของแก้วคมกริบอยู่ทุกทิศทาง

ความเจ็บปวดและโทสะโหมกระหน่ำราวกับพายุซัดเข้าหาชายฝั่งสะท้อนอยู่ภายในดวงตาสีคราม

เสียงตะโกนของทั้งสองคนปนเปกัน คำพูดที่ดังกลบหูหนวกปิดบังสายตาจากเหตุผลจนมืดบอด

คนทั้งคู่กลับหลงทางจากเหตุผลด้วยอารมณ์ที่ชักจูงอยู่

พวกเขาต่างผ่านการทะเลาะกันหลายครั้งตั้งแต่วัยเยาว์ แม้จะรุนแรงมากแค่ไหนสุดท้ายก็กลับมาปรับความเข้าใจกันได้เสมอ

 

นั่นคือสิ่งที่ต่างฝ่ายคิด

 

ความอดทนของฝ่ายใดฝ่ายนึงกำลังจะหมดลง สิ่งที่กำลังดำเนินอยู่อาจจะดับเหมือนกับเถ้าถ่านหลังไฟป่าที่รอความเข้าใจชะล้างดึงความสัมพันธ์กลับขึ้นมาจากความผิดใจ

ถ้าหากเขาไม่พูดออกไปมากกว่านี้...

กลิ่นบุหรี่ที่ยังคงคลุ้งภายในห้อง บรรยากาศอันน่าอึดอัด ความขุ่นมัวจุกเสียดแน่นภายในอกถูกดันออกมาด้วยความอยากเอาชนะเล็กๆจากคนในชุดกาวน์เสียเอง

 

"การรู้จักกับคุณเป็นข้อผิดพลาดที่สุดในชีวิตของผม!!"

 

เขาทำลงไปแล้ว...

 

ดวงตาที่วูบไหวจากคนตรงข้ามตอบสนองกับประโยคสุดท้าย

เพื่อนสมัยเด็ก.. คนสำคัญ คนรักของเขากำลังเงี่ยหูฟังประโยคที่ไม่ต้องการให้ได้ยินมากที่สุด

แต่แม้จะพูดออกไปไม่นานและควรที่จะหยุดก้าวล้ำไปมากกว่านี้ แต่กลับไม่สามารถหยุดประโยคต่อไปได้ราวกับการอาเจียนคำพูดออกมาอย่างไร้ที่สิ้นสุด

 

"ผมหวังว่าผมจะไม่ต้องเจอคุณอีกเลย!" เซโน่อยากจะปิดปากตัวเอง ลากตัวเขาออกมาจากห้องนั่งเล่นฝ่าความจองหองที่มองไม่เห็นออกไป หากแต่วาจาที่สวนทางกับความคิดยิ่งยากต่อการย้อนกลับ

 

แสตนยังคงยืนนิ่ง ผมที่เคยถูกรวบไปด้านหลังหลุดกระเซิงตกลงบังครึ่งหน้า มีเพียงบุหรี่ใกล้มอดที่สั่นระริกในมือ

ความเงียบปกคลุมภายในห้อง เจ้าของคำพูดเริ่มเสียใจกับสิ่งที่ออกมาจากปากไปเมื่อครู่ บางทีนั่นอาจจะล้ำเส้นเกินไป เขาควรที่จะออกปากคืนคำพูดในตอนที่ยังทำได้...

บางทีตนควรจะเป็นฝ่ายยอมลดทิฐิแล้วหาทางแก้ไขการสนทนาที่มีแต่ความบาดหมางนี้ให้จบลง

 

"ได้"

 

แสงแหบพร่าของนายทหารหนุ่มแทรกกลางความเงียบ หน้าที่ก้มลงเงยขึ้นมาสบตาด้วยความแน่วแน่อันแข็งกร้าวหลังจากผ่านการตัดสินใจ ประกายของความเจ็บปวดฉายผ่านใบหน้าอันงดงามที่บิดเบี้ยวจากคำพูดที่เหมือนกับมีดที่ตัดสะบั้นความสัมพันธ์ลง

 

"ลาก่อน เซโน่"

 

แสตนลีย์เดินผ่านออกไปในทันที ก่อนที่นักวิททยาศาสตร์จะหันกลับเพื่อรั้งแขนเอาไว้ เสียงปิดประตูบ้านที่ดังไล่หลังพร้อมกับรถที่สตาร์ทค่อยๆเลือนหายไปเกินกว่าที่ตนจะตามทันไหว

 

ทำลงไปแล้ว...

นี่ไม่ใช่สิ่งที่ผมต้องการ...

ถ้าหากไม่มัวแต่ปล่อยให้ความสะใจเล็กๆบดบังเหตุผลล่ะก็..

 

ความคิดมากมายถาโถมภายในหัวดังก้องไม่หยุด เซโน่เหม่อมองหน้าบ้านของตัวเองจ้องไปยังถนนที่นำพาคนรักของเขาไปไกลสุดลูกหูลูกตา

เพื่อนบ้านที่อยู่ใกล้ๆสังเกตุเห็นความผิดปกติจากเจ้าของบ้านที่ยังนั่งอยู่ร่วมชั่วโมง ชายผิวสีเดินเข้ามาใกล้พยายามพูดอะไรบางอย่าง น้ำเสียงห่วงใยส่งไปไม่ถึงสติที่ตัดขาดจนร่างกายหยุดชะงักเหมือนกับตุ๊กตาไร้ชีวิต

โบรดี้สะกิดไหล่ของคนที่นั่งเหม่ออีกครั้ง กึ่งบังคับให้เซโน่ยืนขึ้นกลับเข้าไปนั่งบนโซฟาในบ้าน คนที่นั่งอยู่ยังคงไม่พูดอะไรกับเขา ถ้าหากมีคนแกล้งพูดว่าคนตรงหน้าวิญญาณหลุดออกไปก็คงจะเชื่อในทันที

คนในชุดลำลองกอดอกถอนหายใจ ตั้งแต่ที่รู้จักกับทั้งคู่นั้น แสตนและเซโน่แทบจะไม่เคยทะเลาะกันอย่างรุนแรงเท่าครั้งนี้มาก่อน บ่อยครั้งที่แสตนมักจะเป็นฝ่ายยอมการถกเถียงหลังฟังเหตุผลที่นักวิทยาศาสตร์หนุ่มอธิบาย หรือไม่ก็คนผมบลอนด์มักจะเป็นฝ่ายเฝ้ารอให้เซโน่ใจเย็นลงเพื่อเริ่มปรับความเข้าใจกัน

 

"เซโน่ นายจะไปค้างที่บ้านฉันก่อนมั้ย?" โบรดี้ออกปากชวนคนที่นั่งเหม่อ กังวลเล็กๆว่าถ้าปล่อยเอาไว้คนในชุดกาวน์อาจจะไม่ลุกไปไหนจนสลบบนโซฟาในวันต่อไป

 

"ผม.. ผมไม่เป็นไร.. ผมไม่อยากรบกวนภรรยาของคุณ" คนผมสีเงินฝืนยิ้มเสียงสั่นคลอเล็กๆอย่างปิดไม่มิด เดินไปส่งโบรดี้หน้าประตูหลังเพื่อนบ้านของเขาชวนซ้ำอีกครั้งก่อนขอตัวกลับหลังได้ยินคำปฏิเสธ

 

"ถ้าแสตนติดต่อมา... ผมฝากให้คุณบอกเขาทีว่าผมอยากจะพูดกับเขาอีกครั้ง"

 

เจ้าของบ้านทิ้งท้ายก่อนเอ่ยคำลาพร้อมขอโทษอีกครั้งที่รบกวน

จากวันผ่านเป็นสัปดาห์ และจากหลายสัปดาห์ผ่านไปจนเป็นเดือน.. เซโน่ส่งทั้งข้อความผ่านมือถือและเขียนจดหมายส่งไปให้แสตนอย่างสม่ำเสมอ ปลายสายถูกตัดทุกครั้งแม้จะพยายามโทรติดต่อไปหลายต่อหลายครั้งแต่กลับไม่มีการโทรกลับมา

ความกังวลค่อยๆก่อตัวขึ้นช้าๆ ทุกครั้งที่มีจดหมายมาส่งเขาทำได้แค่วิ่งลงไปหาซองสีขาวจ่าหน้าถึงชื่อตนที่เขียนด้วยลายมืออันคุ้นเคยไม่ต่างกับคนเขลาที่เฝ้ารอหวังอย่างลมๆแล้งๆ

เสียงปลายสายของโทรศัพท์ที่ไม่มีคนรับเปลี่ยนเป็นเสียงฝากข้อความ นิ้วชี้เคาะมือถือซ้ำๆเพราะความเครียดโดยไม่รู้ตัว

 

"แสตน...ผม..."

 

เซโน่ส่ายหน้าเล็กๆ บังคับให้ตัวเองหายใจเข้าลึกๆ

"ถ้าคุณได้ยินข้อความนี้ได้โปรดช่วยตอบกลับมาด้วย ไม่ว่าทางไหนก็ได้.."

 

"ถ้าหากคุณยังฟังผมอยู่..."

 

เขาไม่ควรปล่อยให้อารมณ์อยู่เหนือกว่าเหตุผลจนพลาดพลั้งเหมือนกับครั้งที่แล้ว.. เซโน่ถอนหายใจก่อนจะกดวางสายกลับเข้าไปภายในห้องทำงานของตัวเองอีกครั้งเพื่อเคลียร์งานที่คั่งค้าง

แม้จะทะเลาะกันจนผ่านมาหลายเดือน แต่คนรู้จักในกองทัพช่วยบอกข่าวคราวของแสตนเสมอมาทำให้เขาหายห่วงไปบ้างแต่นั่นก็แค่เรื่องผิวเผินด้วยประโยคเดิมๆที่ตอบกลับมา

บางทีแสตนอาจจะรู้ว่าตัวเขาจะต้องมาถามเลยสั่งให้คนอื่นๆตอบไปอย่างส่งๆโดยไม่ก้าวก่ายเรื่องส่วนตัวมากเกินไป

และอาจจะเพื่อกีดกันตนออกจากชีวิตให้ได้มากที่สุด...

 

อีกครั้งที่แสตนยังคงไม่ตอบกลับ จดหมายมากมายที่เก็บแยกเอาไว้เป็นอย่างดีโดยไม่ถูกเปิดออก ข้อความเสียงเป็นเพียงอย่างเดียวที่คนในชุดลายพรางกดฟังอย่างไม่ได้ตั้งใจ

เพราะการแยกขาดจากกันทำให้ยิ่งโหยหา แต่แสตนเลือกที่จะข่มใจตัดการติดต่อทุกด้านเท่าที่จะทำได้มากที่สุด

ประโยคสุดท้ายถูกเล่นวนอีกครั้ง และอีกครั้ง... บุหรี่มวนแล้วมวนเล่าถูกจุดขึ้นและลดร่อยหรอไปจนเหลือเพียงไม่กี่มวน

ต่อให้อยู่หรือกลับไปก็ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง

แม้จะขาดแสตนลีย์ไปจากชีวิต เซโน่จะยังคงตั้งสติและก้าวต่อไปได้

เพราะนั่นคือชายที่ตนรู้จักเป็นอย่างดี... เขารู้ว่าเซโน่จะไม่จมปลักกับความล้มเหลวในอดีต

และตัวตนของเขาจะถูกลืมเลือนไปเองตามกาลเวลาถ้ายังรักษาระยะห่างออกไปเรื่อยๆจนตัดขาดในที่สุด

นั่นเป็นทั้งหมดที่แสตนจะทำได้เพื่อให้อีกฝ่ายไม่ต้องเจอเขาอีก... เหมือนกับคำสั่งที่รั้งตรึงเอาไว้ร้อยเป็นโซ่ตรวนรอบคอ

 

เซโน่ตัดสินใจฝากข้อความเสียงอีกครั้งหลังยังไม่มีการติดต่อใดๆร่วมเดือน ตัดสินใจที่จะไปหาแสตนเองถ้าหากยังไม่ได้รับคำตอบจากครึ่งวิญญาณของตน

เสียงสัญญาณฝากข้อความดังขึ้นเป็นสัญญาณให้เริ่มพูด

 

"แสตน.. ผมเสียใจกับสิ่งที่ผมพูดออกไปครั้งนั้น"

 

"นั่นไม่ใช่สิ่งที่ผมต้องการจริงๆผมไม่ต้องการที่จะตัดคุณออกไปจากชีวิตที่เหลือของผม และผมสำนึกกับเรื่องในครั้งนั้นตลอดมา"

 

"เพราะอย่างนั้น ได้โปรดเถอะแสตน..ได้โปรดกลับมาหาผมถ้าคุณยังฟังอยู่ในตอนนี้"

 

"ผมต้องการอนาคตที่มีคุณอยู่เคียงข้างผม แสตนลีย์"

 

หลังจากพูดทั้งหมดออกไป เซโน่เลือกที่จะถือสายรอเอาไว้จนสัญญาณเสียงดับลง

ไม่นานนักเสียงจากปลายสายดังขึ้น เจ้าของมือถือกดฟังแนบข้างหูโดยที่ไม่ดูหน้าจอด้วยความมั่นใจว่าปลายสายจะต้องเป็นคนที่เขารู้จักมากที่สุดในชีวิต

แต่นั่นกลับไม่ใช่เสียงของคนรักที่เขาเข้าใจ...

ข่าวการเสียชีวิตของคนรักพร้อมการแสดงความเสียใจด้วยน้ำเสียงทางการดังข้างหู มือปล่อยมือถือลงโดยไม่รู้ตัว

แสตนลีย์สไนเดอร์ถูกยืนยันว่าเสียชีวิตไม่กี่ชั่วโมงก่อนหลังมีคนพบศพของนายทหารระหว่างการออกปฎิบัติภารกิจ

 

เขาไม่รู้ว่าเมื่อไหร่คำพูดสุดท้ายจะเป็นการจากลา..

 

ไม่เคยรู้เลยว่าประโยคในครั้งนั้นจะเป็นการบอกลาครั้งสุดท้ายอย่างไม่ตั้งใจ

คนผมสีเงินยืนนิ่งค้าง ร่างกายแน่นิ่งไม่ขยับเขยื้อน

ความว่างเปล่าที่กลืนกินไปทั้งตัว เศษเสี้ยวของความเศร้าที่ผุดออกมาผ่านม่านน้ำตา

 

คำพูดที่ส่งไปไม่ถึงปลายทาง

รอยยิ้มที่จะไม่มีทางได้เห็นอีก

คนสำคัญที่สุดในชีวิตได้จากไปอย่างไม่หวนกลับถาวร

ตอนนี้เขาเหลือเพียงตัวคนเดียวไปตลอดกาล

End.

Notes:

ขอบคุณที่เข้ามาอ่านนะคะ ไว้จะเอาเรื่องนี้ไปลงใน รอร ทีหลัง พูดคุยหลังไมค์ได้ที่ @stickyjelly987 ค่ะ

I will translated this later (or delete it...)