Work Text:
ยองกยุนคิดอยู่เสมอว่าการเริ่มต้นความสัมพันธ์สักประเภทไม่ใช่เรื่องยาก ส่วนที่ยากคือการรักษามันไว้ต่างหาก เพราะไม่ว่าจะเวียนวนอยู่ในวงโคจรของกันและกันนานเท่าไรก็ไม่อาจนำเรื่องนั้นมาเป็นหลักฐานสนับสนุนหรือยืนยันความสนิทสนมได้ ถ้าอยากพัฒนาเพื่อเพิ่มความแน่นแฟ้นให้สายสัมพันธ์ไม่ถูกบั่นขาดง่าย ๆ จำต้องมีตัวเร่งบางประเภท ปัจจัยบางอย่าง อะไรสักอย่าง เขาเหลือบมองใบหน้าด้านข้างของยูแทยังผู้กำลังพิจารณาขนมหลากหลายชนิดบนชั้นวาง ยูแทยังเพิ่งเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตเขาเมื่อสองเดือนก่อน เด็กผู้ชายอายุมากกว่าสองปีจากโรงเรียนมัธยมปลายแบบเฉพาะทางสายวิทยาศาสตร์ ออดิชั่นผ่านเข้ามาเป็นเด็กฝึกในบริษัทเดียวกันได้ด้วยความสามารถด้านการเต้นแม้ว่าจะมีความสามารถทางการเล่นดนตรีอย่างกีต้าร์ไม่ด้อยไปกว่ากัน พี่แทยังเป็นคนพูดน้อย ไม่ถึงขั้นเปิดบทสนทนาไม่เป็นหรือต่อบทสนทนาไม่เก่ง แต่เทียบกับพี่คนอื่น ๆ โดยเฉพาะพี่อินซองกับพี่ซังฮยอกแล้วพี่แทยังก็เป็นเหมือนคนไม่รู้จักวิธีพูดไปโดยปริยาย เพราะอย่างนั้น ช่องว่างตรงกลางระหว่างยูแทยังกับคิมยองกยุนจึงแทบไม่ลดลงจากวันแรก จนกระทั่งตอนนี้ที่เขาทั้งสองคนเป็นฝ่ายแพ้เกม ต้องรับหน้าที่ออกมาซื้อขนมและเครื่องดื่มให้ทุกคนด้วยกัน
"ยองกยุนไม่กินซีฟู้ดใช่ไหม" อยู่ ๆ แทยังก็ถามขึ้นทั้งที่สายตายังมองซองขนมเบื้องหน้า
"ค-ครับ"
เพราะได้รับคำถามตอนไม่ทันตั้งตัว คำตอบรับจึงตะกุกตะกักจนแม้แต่ตัวเองยังไม่แน่ใจว่าได้ส่งเสียงออกไปจริง ๆ หรือเปล่า ยองกยุนกลืนน้ำลาย หวังว่าแทยังคงไม่ตีความปฏิกิริยาของเขาไปในทางลบแล้วตัดสินใจตัดบทสนทนาเอาดื้อ ๆ ทั้งที่เพิ่งเริ่ม
โชคเข้าข้างคิมยองกยุน หลังหยิบซองมันฝรั่งทอดกรอบสองถุงใส่ตะกร้าเพิ่ม แทยังหันมาทางเขา
"ยองกยุนชอบกินเค้ก"
"อื้อ"
"แล้วก็ชอบไอศกรีมด้วย"
"พี่แทยังก็ชอบไอศกรีมเหมือนกันนี่"
พอตั้งสติได้ยองกยุนก็โพล่งสิ่งที่ตนเองรู้กลับบ้าง แทยังได้ยินอย่างนั้นก็ผงกศีรษะ ก้าวขาไปทางตู้แช่เย็น ก้ม ๆ เดี๋ยวนึงก็ยกมือที่ถือไอศกรีมสองแท่งอยู่ขึ้น ริมฝีปากวาดยิ้มบาง
"ช็อคโกแลตเนอะ"
กระบวนการจ่ายเงิน บรรจุของลงในถุงพลาสติกสามถุงกินเวลาราวสองนาที จากนั้นพวกเขาก็เดินเอื่อย ๆ กลับบริษัท ยองกยุนเงยมองท้องฟ้ากว้างอันกำลังค่อย ๆ ถูกย้อมให้หม่นด้วยสีครามเข้มของเมฆฝนขนาดมหึมา สังเกตมันอยู่สักพักก่อนหันไปหาคนข้างตัว
"พี่แทยัง ฝนจะตก"
"งั้นเราวิ่งกันเถอะ"
กล่าวจบแทยังก็ย้ายถุงพลาสติกไปไว้มือซ้ายแล้วส่งมือมือขวามาคว้าข้อมือเขาก่อนออกตัววิ่ง ตัวเลือกที่ยองกยุนมีจึงถูกจำกัดให้เหลือเพียงทางเดียวคือต้องรีบจ้ำเท้าเร่งความเร็วตามคนโตกว่า ในทุกมัดกล้ามเนื้อของร่างกายยังมีอาการอ่อนล้าจากบทเรียนซ้อมเต้นตกค้างอยู่ การวิ่งไม่ใช่ความคิดที่ดี เราควรให้เวลาร่างกายฟื้นฟูตัวเองมากกว่านี้อีกหน่อย แต่เมื่อยองกยุนได้ยินเสียงหัวเราะจากแทยังที่เพิ่งชะลอความเร็ว เมื่อแทยังปล่อยข้อมือเขาแล้วยกมือนั้นขึ้นยีผมเขาแทน อาการปวดที่ว่าก็ถูกลืมไปทันที
การเริ่มต้นความสัมพันธ์สักประเภทไม่ใช่เรื่องยาก ส่วนที่ยากคือการรักษามันไว้ แต่หากไม่ได้ต้องดิ้นรนพยายามอยู่คนเดียว เรื่องนั้นอาจจะง่ายขึ้นมาก็ได้ ยองกยุนคิด มองแผ่นหลังของแทยังแล้วก้าวไปยืนข้าง ๆ ไว้กลับถึงบริษัทเมื่อไหร่เขาจะพูดมันออกไป ประโยคที่ค้างคาอยู่ในใจตลอดช่วงเวลาที่ผ่านมา
พี่แทยัง ผมอยากสนิทกับพี่มากกว่านี้จัง
—
