Actions

Work Header

Rating:
Archive Warning:
Category:
Fandom:
Relationship:
Additional Tags:
Language:
ไทย
Series:
Part 11 of TEMPT
Stats:
Published:
2021-10-30
Words:
5,241
Chapters:
1/1
Kudos:
2
Hits:
60

For your own safety, please stand behind the line

Summary:

สถานีรถไฟฟ้าใต้ดินในเวลาใกล้สี่ทุ่มไม่ได้เงียบสงัดแต่ก็ไม่ได้วุ่นวาย

Work Text:

6.

สถานีรถไฟฟ้าใต้ดินในเวลาใกล้สี่ทุ่มไม่ได้เงียบสงัดแต่ก็ไม่ได้วุ่นวาย เด็กหนุ่มปรายตามองรอบ ๆ โดยไม่ใส่ใจนักเมื่อร่างกายอ่อนล้าจนแทบทรงตัวไม่ไหว เย็นวันศุกร์ที่ควรเป็นเวลาพักผ่อนจากการเรียนกลับกลายเป็นฝันร้ายเมื่อเขาเลือกใช้มันกับการทำงานพิเศษ ผู้คนมากมายเลือกมากินข้าวที่ร้านอาหารตอนเย็นวันศุกร์ด้วยเหตุผลหลากประการ ตั้งแต่เลี้ยงฉลอง คุยธุรกิจ ไปจนถึงบอกเลิกกับใครสักคน ด้วยเหตุนั้น ค่าแรงสำหรับพนักงานพาร์ทไทม์ในช่วงเวลาดังกล่าวจึงสูงกว่าปกตินิดหน่อยและเป็นแรงจูงใจให้เขายอมทรมานตัวเอง ยองกยุนยกมือปิดปากหาวเป็นครั้งที่สาม เมื่อเช้าเขารีบจนไม่ทันหยิบหูฟังใส่กระเป๋ามา น้ำหนักความเบื่อจึงโถมลงใส่มากกว่าปกติเป็นเท่าตัว สะเพร่าจริงคิมยองกยุน เขาบ่นตัวเองในใจ ก่อนหันไปสะกิดแขนคนยืนข้าง ๆ เมื่อเกิดคำถามต่อสิ่งที่แทบไม่เคยสนใจมาก่อน

"พี่แทยัง ทำไมเราถึงต้องยืนหลังเส้นอันนี้ด้วย"

"ตอนที่วัตถุเคลื่อนที่เร็ว ตอนที่รถไฟฟ้าแล่น จะมีอากาศห่อหุ้มอยู่ แล้วก็จะเกิดแรงดึดดูด ฉุดสิ่งที่อยู่รอบ ๆ เข้าหา" แทยังอธิบายเสียงเนือยพร้อมใช้มือทำท่าประกอบ "เส้นสีเหลืองเป็นตัวบอกระยะไม่ปลอดภัย ถึงได้ขีดไว้ แล้วก็ทำกระจกกั้นแบบนี้"

ยองกยุนผงกศีรษะ ส่งเสียงอือออในลำคอแล้วกลับไปยืนเงียบตามเดิม ไม่นานนักรถไฟฟ้าก็เคลื่อนมาเทียบชานชาลา เขาก้าวขาตามคนโตกว่า เดินตรงสู่ที่นั่งว่าง หย่อนตัวลง

 

5.

ความสัมพันธ์ของคิมยองกยุนกับยูแทยังมีชื่อเรียกว่ารูมเมท และมีชื่อเล่นว่ารักข้างเดียว

เขาสองคนมาเป็นรูมเมทกันด้วยคำแนะนำจากยองบิน รุ่นพี่ในสาขาการเรียนเดียวกับยองกยุนเมื่อเขาเปรยว่ากำลังมองหาที่พักและรูมเมทใหม่หลังคนเก่าย้ายออกด้วยเหตุผลชวนกลอกตาอย่างจะย้ายห้องไปอยู่กับคนที่คบกันอยู่ หมอนั่นแปลกนิดหน่อยแต่นิสัยดี วางใจได้ คือความเห็นของยองบินต่อยูแทยัง ส่วนความประทับใจแรกของยองกยุนต่อแทยังเป็นพูดเสียงเบาไปหน่อยแต่ทำอาหารอร่อยดี

ปีแรกพ้นผ่านไปโดยมีเรื่องขัดแย้งถึงขึ้นมีปากเสียงกันไม่เกินสิบครั้ง นอกเหนือจากนั้นมีเพียงเรื่องเล็ก ๆ ที่เพียงแค่พูดคุยกันก็จัดการได้ ปีที่สองก็ดำเนินไปในจังหวะเช่นเดิม

จนย่างเข้าปีที่สาม

ไม่แน่ชัดว่าจุดเริ่มต้นอยู่ตรงไหน เป็นฝ่ามือที่ลูบศีรษะแทนคำชมและคำปลอบโยนทุกครั้งที่บอกเล่าเรื่องกวนใจหรือสิ่งใด ความตระหนักโรยตัวลงในสำนึกอย่างเชื่องช้า กว่าจะเข้าใจว่าความรู้สึกที่มีต่ออีกฝ่ายไม่ใช่แบบเดียวกับที่เคยมี ก็เป็นตอนที่มือขวาล้วงลงระหว่างขา ส่วนมือซ้ายปิดปากตัวเองไม่ให้เอ่ยชื่อเจ้าของเตียงอีกหลังในห้องที่ยังไม่กลับมาออกไป

ไม่ได้มีรสชาติขม ออกจะหวาน หวานจนแสบคอ สมเป็นรักแรก ยองกยุนยกแก้วในมือจรดริมฝีปาก สายตาทอดไปยังแผ่นหลังคนกำลังทำมื้อเย็น ขณะดื่มน้ำ เขาจินตนาการว่าหากเดินเข้าไปกอด แทยังจะมีปฏิกิริยาอย่างไร

 

4.

ขึ้นชื่อว่าเป็นชั่วโมงเร่งด่วน ไม่ว่าจะของวันไหนก็ไม่ใช่เวลาน่าเดินทางแม้ว่าการขนส่งสาธารณะของกรุงโซลจะเป็นระบบระเบียบดีก็ตาม ทว่านั่นไม่อาจหน่วงเวลาให้เดินช้าลง คนรีบเร่งอย่างไรก็รีบเร่งอย่างเดิมเมื่อยังมีหลายคนนับหนึ่งวินาทีหรือเพียงแค่เสี้ยวเดียวของมันว่าเป็นสิ่งซึ่งไม่อาจเสียไปได้

ภายในขบวนรถไฟฟ้าใต้ดินแน่นขนัด ถึงมีส่วนสูงเกินค่าเฉลี่ยของผู้ชายในเกาหลีใต้มาพอประมาณก็ยังรู้สึกหายใจไม่สะดวก ยองกยุนมองซ้ายขวาเมื่อมีแรงดันมาจากด้านหลัง เขาถอนหายใจ ขยับเท้า พาตัวชิดเข้ากับคนสูงกว่า แล้วเงยมองสำรวจสีหน้าอีกฝ่าย เมื่อไม่เห็นอะไรมากไปกว่าความแปลกใจก็เอนซบไหล่

ยองกยุนเป็นคนฟังเพลงเสียงดัง ทั้งคนในครอบครัวและเพื่อน ๆ ก็ทักท้วงหลายครั้งว่าดังเกินไป จะเป็นอันตรายต่อประสาทรับฟัง ที่ผ่านมาเขาจะยอมลดระดับเสียงเพลงลงด้วยความเกรงใจ แต่วันนี้ เมื่อเสียงก้อนเนื้อในอกเขาเต้นดังกว่าเสียงล้อรถไฟบดราง เป็นครั้งแรกที่ยองกยุนสงสัยว่าจะสามารถปรับเสียงเพลงให้ดังขึ้นได้อีกไหม เพราะเขารู้สึกว่ามันยังดังไม่มากพอ

 

3.

บรรยากาศรอบตัวยูแทยังช่างแสนสงบ
จนน่าโมโห
น่าอิจฉา
ความรู้สึกนั้นพลุ่งพล่านอยู่ข้างใน แทบกดเก็บไว้ไม่อยู่

มากขึ้น มากขึ้น ปริ่มขอบ

อยากเห็นภาพที่เห็นมาตลอดถูกฉีกออก
เป็นริ้ว
ไม่อาจปะต่อกลับคืนเป็นอย่างเดิม

มากขึ้น มากขึ้น
ล้นออก

 

2.

รอยยิ้มของยูแทยังหวานเสียจนอดอยากรู้ไม่ได้ว่าหากลองตวัดลิ้นเลียจะลิ้มรสชาติมันได้หรือเปล่า ถ้าหวาน จะเป็นความหวานแบบไหน หวานจาง ๆ เหมือนลิปบาล์มกลิ่นผลไม้ หวานเหมือนท็อฟฟี่คาราเมล หรือหวานเหมือนครีมเค้กที่เราต่างเพิ่งกินไปคนละชิ้น ชอร์ทเค้กสีขาวเนื้อนุ่มรสวานิลลาผสมกับไวท์ช็อคโกแลต ตกแต่งด้วยสตรอว์เบอร์รี่ลูกโตฉ่ำรสหวานซ่อนเปรี้ยว

"พอได้แล้ว"

"พออะไร"

"อย่าทำแบบนี้"

ป่วยการจะแสร้งไม่รู้ว่าการแสดงออกใดของตนเองรบกวนอีกฝ่ายจนต้องออกปากปราม ยองกยุนมองริมฝีปากคนตรงหน้าต่ออีกพักหนึ่ง ก่อนช้อนตาขึ้นหาดวงตาสีเข้ม

"ทำ...ไม่ได้เหรอครับ"

เรียกว่าจูบคงไม่ถูกเท่าไหร่ ค่อนคล้ายไปทางกัด แทบจะฉีกทึ้งกลีบปากให้ขาดไปกับฟัน สัมผัสจากยูแทยัง ยองกยุนสะดุ้งโหยง ทว่าอ้าปากรับลิ้นที่รุกเร้าเข้าอย่างเอาแต่ใจ เขาปล่อยให้ร่างกายตอบสนองต่อสิ่งที่ได้รับโดยง่าย ไม่คิดอยากยับยั้งแม้แต่น้อย ความตึงเครียดที่สั่งสมจึงขยายตัวคับในกางเกงในเวลาไม่นาน สะโพกขยับหาอะไรก็ตามที่อาจช่วยคลายปมอารมณ์ที่มัดแน่นออกได้ จนเสียงครางลอดออกจากริมฝีปาก เสียงหายใจดังจนกลบเสียงทุกอย่าง แทยังก็ผลักเขาออก

"ยองกยุน อย่าทำแบบนี้อีก"

 

1.

ไม่มีอะไรเปลี่ยนไป ไม่มีอาการปฏิเสธเมื่อเข้าใกล้ สายตาของแทยังที่มองมาหายังคงอ่อนโยน ไร้วี่แววความชิงชังแอบแฝง นอกเหนือจากในความทรงจำแล้วก็เหมือนว่าเหตุการณ์นั้นจะไม่เคยเกิดขึ้นที่ไหนอีก ยองกยุนนั่งกอดเข่ามองภาพเคลื่อนไหวบนจอโทรทัศน์ ต้นแขนตรงที่แตะกับส่วนเดียวกันของคนนั่งข้าง ๆ ร้อนผ่าว ลิ้นตวัดผ่านแผลบนกลีบปากล่างตนเองโดยไม่รู้ตัว

ขม

 

0.

หรือจะซื้อหูฟังอีกอันดีนะ?

ยองกยุนคิดขณะทนยืนฟังเสียงจอแจภายในสถานีรถไฟใต้ดินอย่างเลี่ยงไม่ได้ เขาหยิบโทรศัพท์ออกมาเตรียมเข้าเว็บไซต์เช็คราคาสินค้าที่ต้องการ แต่แล้วมันก็สั่นพร้อมแสดงป็อปอัปบอกว่ามีข้อความเข้า ยองกยุนเปิดดู ตอบกลับด้วยสติกเกอร์หนึ่งตัวก่อนเก็บความตั้งใจเมื่อครู่และโทรศัพท์ลงกระเป๋ากางเกงเมื่อได้ยินเสียงประกาศการมาถึงของสายที่จะโดยสาร

แทยังบอกว่ามื้อเย็นเป็นข้าวผัดกระเทียม ซุปมันฝรั่ง และไก่ทอดจากร้านที่เขาเคยบอกว่าอยากกินแต่ก็ไม่ได้สั่งสักทีจนลืมไปสนิท

โปรดระวังช่องว่างระหว่างรถและชานชลา

ยองกยุนก้มมองเส้นสีเหลืองที่ปลายเท้าตนเองครู่หนึ่ง ตัดสินใจว่าพอกลับถึงห้อง เขาจะกล่าวขอโทษเรื่องวันนั้น แล้วสารภาพรักกับยูแทยัง

Series this work belongs to: