Work Text:
“มีบางอย่างอยู่ในห้องฉัน”
เคนยะพูดกับชิราอิชิขณะที่กำลังจิบชาถ้วยที่สามเพื่อไม่ให้ง่วง ทั้งสองนั่งอยู่ในห้องนั่งเล่นของแชร์เฮ้าส์หลังหนึ่งสำหรับสี่คนในยามบ่ายแก่ ๆ ข้างนอกมีฝนตกหนักซึ่งดูไม่มีทีท่าว่าจะเบาลง เคนยะมองไปที่หน้าจอแล็บท็อปของเขาอย่างเหน็ดเหนื่อยที่กำลังแสดงหน้าต่างของวิดีโอความยาวสามสิบนาทีกำลังเรนเดอร์อยู่
“จริงเหรอเคนยะ?” เคนยะพยักหน้าช้า ๆ เพื่อยืนยันสิ่งที่เขาพูดและถอนหายใจยาวหนึ่งครั้ง บริเวณใต้ตาของเขาเริ่มมีรอยดำชัดขึ้นจากการนอนหลับไม่เพียงพอมาหนึ่งสัปดาห์
“บางอย่างที่ว่าเนี่ย มันเป็นยังไงเหรอ?” ชิราอิชิถามรายละเอียดเพิ่มจากเคนยะ ช่วงนี้เขาสังเกตเห็นว่าเคนยะดูเหนื่อยและง่วงตลอดเวลา สภาพดวงตาของเคนยะทำให้เขานึกถึงตอนที่เคนยะต้องตัดต่อวิดีโอสามชิ้นซึ่งเป็นงานของวิชาเรียนเอกภาพยนตร์ข้ามวันข้ามคืนเมื่อเทอมที่แล้ว แต่ตอนนี้มันแย่กว่านั้น
“ฉันไม่รู้จะอธิบายมันยังไง อืม…” เคนยะนั่งนิ่งและพยายามเรียบเรียงความคิดในหัวของเขาแต่การที่เขานอนน้อยมันทำให้เขาทำอย่างที่ว่านั่นยากเหลือเกิน
“มันค่อนข้างซับซ้อน แต่ว่า…” เขาเว้นวรรคเล็กน้อยก่อนจะพูดต่อ “ฉันคิดว่ามันเริ่มต้นเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว” ชิราอิชินั่งฟังเคนยะเงียบ ๆ
“คืนนั้นฉันกำลังตัดต่อหนังสั้นอยู่จนถึงราว ๆ ตีสอง ฉันเหนื่อยมากจนอยากจะหลับให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ ฉันนอนอยู่บนเตียง ตากำลังจะปิด แต่ว่า..” เขาดูไม่สบายใจเล็กน้อยแต่ก็พูดต่อ “ฉันได้ยินเสียง”
“เสียงอะไรเหรอ?”
“เสียงแหลมสูง ฟังดูคล้ายกับใครสักคนกรีดร้องดังมาจากที่ไกล ๆ” เขาดูหวาดกลัวเมื่ออธิบายถึงเสียงนั้น “มันดังอยู่ประมาณหนึ่งนาที เมื่อมันหายไปฉันก็หลับทันทีเพราะเหนื่อย”
“ฟังดูไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร ใช่ไหม?” ชิราอิชินึกภาพตามสิ่งที่เคนยะเล่า
“ตอนแรกก็ใช่” หลังจากเคนยะพูดจบ ชิราอิชิก็เริ่มสงสัย
“ประเด็นคือ ฉันได้ยินมันทุกคืน ยิ่งผ่านไปหลายคืนมันก็เริ่มน่ากลัวขึ้น มันนานขึ้นและเข้ามาใกล้มากขึ้น บางทีมันอาจจะอยู่ในห้องฉันแล้วก็ได้ เมื่อคืน ไม่แน่ใจว่าฉันคิดไปเองไหมนะ แต่ฉันคิดว่าฉันเห็นอะไรบางอย่างรูปร่างคล้ายคนอยู่ในห้องของฉัน” ชิราอิชิหลุดอุทานออกมาทันทีหลังจากเคนยะพูดจบ
“นี่คือเหตุผลที่นายไม่ค่อยได้นอนใช่ไหม?” เคนยะพยักหน้า เขาจิบชาและถอนหายใจอีกครั้ง
“เฮ้ออออ ฝนตกหนักมากเลยข้างนอก ไม่ชอบเลย มันแฉะ ยี้” บุคคลที่สามเข้ามาในบ้านและบ่นกระปอดกระแปดในขณะที่กำลังถอดรองเท้าของตัวเองไปด้วย ตามมาด้วยบุคคลที่สี่ที่กำลังหุบร่มของตัวเอง ทั้งสองคนที่ว่าเข้ามาขัดจังหวะของชิราอิชิและเคนยะ เคนยะเกือบจะสำลักน้ำชาเพราะสะดุ้ง
“พวกนายทั้งสองทำฉันตกใจ ยูจิ! โคฮารุ!” เคนยะตะโกนใส่ผู้มาใหม่ทั้งสอง
“โถ่เคนยะคุง ขอโทษนะ~♡” โคฮารุขอโทษเคนยะแบบหยอกเล่นแถมส่งจูบให้และตามมาด้วย “โคฮารุ นอกใจฉันเหรอ!?” ของยูจิ
“พวกนายทั้งคู่ดูเครียด ๆ นะ เกิดอะไรขึ้นเหรอ?” โคฮารุถามชิราอิชิและเคนยะเนื่องจากสังเกตเห็นถึงบรรยากาศที่ดูอึมครึมกว่าปกติ
“คืองี้นะ…” ชิราอิชิหันไปมองที่เคนยะก่อนที่เขาจะพยักหน้าเพื่ออนุญาตให้เล่าเรื่องดังกล่าวได้ ชิราอิชิจึงเล่าเรื่องนี้ให้ยูจิและโคฮารุฟัง เมื่อทั้งคู่ฟังจบก็นิ่งไป
“เดี๋ยวนะคุราริน พวกเราอยู่ที่นี่กันมาเป็นปีแล้วไม่ใช่เหรอ? แล้วทำไมก่อนหน้านี้ไม่เจออะไรแนว ๆ ผีหรือสิ่งเหนือธรรมชาติเลยล่ะ? ทำไมเคนยะคุงเพิ่งมาเจอเมื่อสัปดาห์ที่แล้วเองล่ะ?” โคฮารุตั้งคำถามหลังจากที่เขาเห็นความไม่สมเหตุสมผลในเรื่องเล่านี้
“ก็จริงนะ…” เคนยะที่นั่งฟังเงียบ ๆ ก็เออออตามโคฮารุ
“นายไม่ได้ทำอะไรแปลก ๆ แบบเอาของที่ดูต้องสาปเข้ามาในห้องหรือพูดอะไรสุ่มสี่สุ่มห้าจนกลายเป็นการเชิญบางอย่างเข้ามาใช่ไหม?” ยูจิแกล้งแหย่เคนยะ
“ฉันดูเป็นคนที่จะทำเรื่องแบบนั้นเหรอ? หา” เคนยะตอบด้วยน้ำเสียงเจือหงุดหงิด
“นี่ทุกคน เอางี้ไหม?” ความคิดบางอย่างผุดขึ้นมาในหัวของโคฮารุ เขาจึงเสนอต่อเพื่อนร่วมบ้านที่เหลือ
“ทำไมพวกเราทุกคนต้องมานอนรวมกันบนพื้น? ทำไมไม่แบ่งสักคนสองคนไปนอนบนเตียงฉันบ้าง?” เคนยะบ่นและถอนหายใจเมื่อเห็นว่าเพื่อนร่วมบ้านทั้งหมดปูที่นอนของตัวเองและนอนเรียงกันเป็นแถวตอนหนึ่งแถวในห้องแคบ ๆ ของเขา โดยเมื่อเริ่มนับจากฝั่งที่ติดเตียงนอนก็จะมีเคนยะ ชิราอิชิ โคฮารุ และยูจิ ตามลำดับ
“หน่า ๆ เคนยะคุง ยิ่งคนเยอะยิ่งอุ่นใจนะ” เคนยะยอมโคฮารุโดยไม่ได้เต็มใจ
คืนนี้มีพายุฝนฟ้าคะนอง บรรยากาศในเวลานี้ให้ความรู้สึกราวกับว่ากำลังอยู่ในภาพยนตร์สยองขวัญสักเรื่อง ทุกครั้งที่ฟ้าแลบก็เกิดแสงวาบขึ้นจนทำให้ภาพข้างนอกหน้าต่างสว่างขึ้นชั่วขณะและภาพนั้นดูน่ากลัวปกติ ความกลัวค่อย ๆ ก่อตัวขึ้นในใจของเคนยะทีละน้อย
เมื่อถึงเวลาประมาณเที่ยงคืนทุกคนยกเว้นเคนยะก็หลับไปแล้ว เคนยะลืมตาโพลงในห้องมืด ๆ ไม่รู้ว่าเพราะชาสามถ้วยที่เขาดื่มไปเมื่อตอนกลางวันหรือความกลัวที่ทำให้เขาไม่รู้สึกง่วงเลยสักนิด เขากวาดสายตามองไปทั่วห้องแบบหวาดระแวง ฝนที่ตกก็ยังไม่หยุด เสียงฟ้าร้องจากที่ไกล ๆ ดังมาเป็นระยะ ผ่านไปนานแค่ไหนตัวเขาไม่รู้ เขาเริ่มจะรู้สึกถึงหนังตาที่หนักขึ้นเล็กน้อย เขาจึงพยายามข่มตาเพื่อหลับ
แต่แล้ว เขาก็ได้ยินเสียงแหลมสูงดังขึ้นมาจากที่ใดสักที่ในห้องของเขา เขานอนตัวแข็งทื่อ ไม่กล้าแม้แต่จะขยับตัวหรือร้องขอความช่วยเหลือจากชิราอิชิที่นอนอยู่ทางซ้ายของเขา แต่สุดท้ายเขาก็เขย่าตัวชิราอิชิอย่างลุกลี้ลุกลน
“เคนยะ มันมาแล้วเหรอ?” ชิราอิชิกระซิบถามเคนยะ เคนยะพยักหน้าตอบและปลุกอีกสองคนที่เหลือ เมื่อโคฮารุตื่นและทำท่าเหมือนจะพูดอะไรสักอย่างชิราอิชิก็เอานิ้วชี้มาแตะที่ปากของตัวเองเพื่อบอกให้เงียบ ทั้งสี่นั่งนิ่งและตั้งใจฟังเสียงที่ว่า ทุกคนนั่งตัวแข็งทื่อด้วยความกลัว ชิราอิชิที่นึกอะไรบางอย่างได้ก็เดินไปเปิดไฟในห้องและเดินไปทั่วห้องเพื่อตามหาที่มาของเสียง เขาไปหยุดตรงที่หน้าต่างหนึ่งเดียวภายในห้องที่ติดกับผนังฝั่งเดียวกับที่เตียงนอนตั้งอยู่ เขาแหวกผ้าม่านดูและสังเกตเห็นอะไรบางอย่าง เขาจึงหันไปบอกกับคนที่เหลือ
“ฉันพอจะรู้แล้วว่าเสียงที่ว่ามันมาจากไหน” ชิราอิชิพูดจบก็แหวกผ้าม่านออก ทำให้เห็นว่ามีบานหน้าต่างบานหนึ่งแง้มอยู่เล็กน้อย ชิราอิชิกวักมือเรียกเคนยะให้ไปเงี่ยหูฟังบริเวณที่หน้าต่างแง้มอยู่ เมื่อเคนยะลองฟังดูก็พบว่ามันคล้ายกันมากกับเสียงที่เขาได้ยินทุกคืน
“ฉันคิดว่าเสียงที่เคนยะได้ยินมันน่าจะเป็นเสียงลมที่พัดผ่านช่องแคบ ๆ นี่จนเกิดเสียงแหลมสูงคล้ายกับเสียงกรีดร้อง แถมช่วงนี้ก็มีพายุเข้าด้วยอะเนอะ” สามคนที่เหลือร้องอ๋อแทบจะพร้อมกัน ชิราอิชิจัดการปิดหน้าต่างบานนั้นให้สนิท
“แล้วที่ฉันเห็นสิ่งที่รูปร่างคล้ายคนเมื่อคืนล่ะ?” ชิราอิชิคิดตามที่เคนยะถาม เขาก็หันไปมองรอบ ๆ ห้องก็หันไปเห็นเสื้อคลุมยาวตัวหนึ่งที่ถูกแขวนอยู่กับไม้แขวนเสื้อ มันถูกแขวนอยู่หน้าตู้เสื้อผ้าตรงปลายเตียงของเคนยะ
“ฉันคิดว่าน่าจะเป็นไอ้นั่นนะ” ชิราอิชิชี้ไปยังเสื้อคลุมยาวที่ว่า “บางทีอาจจะเป็นเพราะห้องปิดไฟมืดบวกกับช่วงนี้เคนยะพักผ่อนน้อยก็เลยคิดไปเองว่าเจ้านี่คือคนก็ได้นะ” เคนยะพยายามคิดตามชิราอิชิ เขารู้สึกว่ายังมีอะไรบางอย่างที่คาใจแต่เขาก็หาสาเหตุไม่ได้ อย่างไรก็ตาม เขาเลือกที่จะปล่อยผ่านมันไป
“คืนนี้คงไม่มีอะไรแล้วแหละ งั้นฉันปิดไฟเลยนะ ฝันดีทุกคน” ชิราอิชิเดินไปปิดไฟตรงสวิตช์ที่อยู่บริเวณประตูห้องนอน ทั้งห้องมืดลงทันใดประจวบเหมาะกับที่เกิดฟ้าแลบวาบหนึ่งพอดี เคนยะไม่อยากจะเชื่อสายตาของตัวเองแต่เขามั่นใจอย่างที่สุดว่า ภาพที่เขาเห็นตรงหน้าเมื่อครู่นี้มันคือภาพที่น่ากลัวที่สุดในชีวิตของเขา
เมื่อครู่นี้ เขาเห็นว่า มีสิ่งหนึ่งรูปร่างคล้ายคนยืนอยู่ข้างหลังชิราอิชิ เมื่อดวงตาของเขาคุ้นชินกับความมืดเขาก็ยิ่งมั่นใจว่ามันคือร่างเดียวกับที่เขาเห็นเมื่อคืนอย่างแน่นอน ร่างกายของมันขาวซีด ใบหน้าเละจนแทบดูไม่ออกว่าส่วนไหนคืออะไร สิ่งที่ดูเหมือนเป็นปากค่อย ๆ แสยะยิ้มอย่างน่ากลัวและดวงตาลึกโหลของมันจ้องมาที่เคนยะ
