Work Text:
หิมะสีขาวร่วงโปรยลงมาจากฟากฟ้า ชายหนุ่มหลับตาเงยหน้าแล้วอ้าแขนรับราวกับจะโอบกอดปุยสีขาวของความหนาวเย็นไว้
เอลเลียตยิ้มเมื่อเกล็ดน้ำแข็งแตะที่แก้มขาว เขาอ้าปากแลบลิ้นรอรับก่อนจะหัวเราะขำการกระทำที่เหมือนเด็กน้อยของตนเอง ชายหนุ่มทิ้งตัวลงท่ามกลางกองหิมะบนพื้นแล้วถอนหายใจอย่างพึงพอใจ ดวงตากลมสีเขียวเข้มปรือขึ้นมองท้องฟ้าและเกล็ดสีขาวที่ร่วงลงมา
สำหรับคนที่เกิดและโตมาในแอริโซนา หิมะเป็นสิ่งมหัศจรรย์สำหรับเอลเลียตเสมอ
ไม่ใช่ว่าเขาไม่เคยเห็น แต่เรียกว่าเป็นประสบการณ์นานๆ ครั้งเสียมากกว่า
ถ้าไม่นับคริสต์มาสปีหนึ่งที่พวกเขาไปแถวทะเลสาปทาโฮและเช่าบ้านไม้กลางป่า ครอบครัวลาฟีเวอร์มักใช้เวลาช่วงวันหยุดยาวหน้าหนาวไปรับอากาศอบอุ่นตามเมืองท่องเที่ยวเขตเส้นศูนย์สูตรแทน เบ็นมีวันหยุดยาวที่เหมาะจะไปต่างประเทศที่สุดของปีในช่วงนั้น แนนซี่บอกว่าเธออยากเปลี่ยนทัศนียภาพจากทะเลทรายกว้างสุดลูกหูลูกตาที่เห็นมาเกือบทั้งปีไปเป็นชายหาดที่คนพลุกพล่านมากกว่า เบ็คกีอยากมาอบผิวแทนไปอวดเพื่อนหลังปิดเทอมฤดูหนาว
ส่วนเอลเลียต เอลเลียตก็แค่ตามใจทุกคน
แล้วก็จะแอบหวังนิดๆ ว่ามันต้องมีซักปีที่เขาตื๊อให้ครอบครัวเปลี่ยนใจได้สำเร็จหรือเบ็คกีจะกลับไปคลั่งไคล้สกีจนพ่อเขากดจองที่พักกลางภูเขาหิมะทันทีโดยที่เขาไม่ต้องพูดขออะไรทั้งนั้น
แต่นั่นมันก็เป็นแค่ความหวัง ไม่สิ... ความฝันที่ไม่มีวันเป็นจริงอีก
"ไง" เสียงทุ้มต่ำดังขึ้นพร้อมร่างสูงยืนคร่อมหัวเขาจนเป็นเงาพาดผ่าน เอลเลียตหลุดจากอดีต เงยหน้าเห็นรอยยิ้มยิงฟันขาวที่คุ้นตา
มาร์โกนั่งลงข้างๆ เขา เอลเลียตลุกขึ้นนั่ง
"ไง" เขาทักกลับ ฝืนยิ้มบางๆ ให้
"ฉันเอานี่มาให้" มาร์โก้กางผ้าห่มที่ถือมาจากในบ้านให้เขา ก่อนจะคลุมรอบตัวเขาให้ความอบอุ่น
"ฉันไม่หนาว" เขาพูด แต่ก็กระชับผ้าห่มอยู่ดี
"จมูกแดงแล้วนะ"
ดวงตาสีเขียวทองเบิกกว้างก่อนมือขาวจะรีบเอื้อมไปแตะจมูก แฟนหนุ่มของเขายิ้มแล้วใช้นิ้วแตะๆ จมูกเขาเบาๆ
"ไม่หนาวได้ไง รูดอล์ฟ" มาร์โก้หยอกเขา
ไม่ เขาไม่ได้หนาว แต่ให้มาร์โก้เชื่อว่าเขากำลังหนาวจะดีซะกว่าอีก
เขากางผ้าห่ม สะบัดให้มันพาดไหล่กว้างของมาร์โก้ โอบพวกเขาทั้งคู่ไว้ในไออุ่น ก่อนจะเอนหัวซบไหล่แฟนหนุ่ม
"คิดอะไรอยู่เหรอ?" มาร์โก้ถาม
เอลเลียตไม่ตอบ เขามุดหน้าลงไปซบแผ่นอกกว้างของมาร์โก้แทน ผืนผ้าห่มคลุมเขาไว้เหมือนเต๊นต์อุ่นๆ
มือใหญ่แหวกผ้าออกแล้วลูบลงที่ท้ายทอยของเขา ก่อนจะค่อยๆ ลูบตามกลุ่มผมสีทองขึ้นลง เอลเลียตรู้สึกเหมือนมีก้อนจุกอยู่ตรงคอ เขาเม้มปากเล็กน้อย อิงอยู่กับแผ่นอกของคนรักอยู่ครู่ใหญ่ ดื่มด่ำกับไออุ่นและเสียงหัวใจ ก่อนจะเงยหน้าขึ้น
"นายว่ามันบ้าไหมนะ ที่ในรัฐเดียวจะมีทั้งชายหาด ทะเลทราย กับภูเขาหิมะอยู่ด้วยกัน"
มาร์โก้เลิกคิ้วแปลกใจใส่คำถามนั้น มันดูไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ย...
แต่เขาไม่ได้ตอบคำถามนั้น เอลเลียตยื่นหน้ามาแล้วกดริมฝีปากประทับเขาอย่างแผ่วเขา ก่อนจะเอียงคอแล้วยิ้มมุมปากบางๆ ให้ แต่ดวงตาคู่นั้นไม่ได้ยิ้มด้วย
ขอโทษที แต่เสียงฉันมันไม่ได้เหมาะให้พูดจริงใจ
มาร์โก้นึกถึงสิ่งที่ชายหนุ่มเคยบอกเขาตอนที่เริ่มจีบกัน
"เอล! มาร์โก้! มาช่วยทางนี้หน่อย" เสียงเข้มติดสำเนียงยานคานดังขึ้นมาจากหลังบ้านดึงทั้งสองออกจากโลกส่วนตัว ก่อนที่เจ้าของเสียงจะเดินออกมาหาพวกเขา เรตต์ถือของมาเต็มมือ เขากับมาเรียเพิ่งลงไปที่เมือง แวะดูตลาดคริสต์มาสเผื่อมีของสำหรับบาร์บีคิวคืนนี้ ซึ่งดูจากของที่ชายหนุ่มหอบมาก็ถือว่าไม่น่าจะไปเสียเที่ยว
"โอเคเรตต์!" มาร์โก้ตะโกน แต่มือยังโอบตัวเขาอยู่ ก่อนจะกระซิบถาม "นายโอเคไหม?"
"ฉันอยากนั่งต่ออีกนิดนึง... นายไปก่อนได้ไหม?" ลูกแก้วสีเขียวใสช้อนมองเขาเป็นเชิงขอ มุมปากกระตุกยิ้มก่อนจะโน้มตัวมาจูบเขาอีกรอบ "อันนี้เป็นมัดจำ"
"ก็... ก็ได้..." ชายหนุ่มชะงักงันกับการกระทำของแฟนหนุ่ม
"ส่วนคืนนี้ค่อยจ่ายส่วนที่เหลื-
"เอล นาย... โอเคจริงๆ ใช่ไหม?"
นิ่ง
สีหน้าออดอ้อนเลือนหาย
เอลเลียตเงียบไป
หลบตา
"ฉันรักนาย" เขากระซิบเสียงค่อย
หัวใจของมาร์โก้กระตุกวูบ
"ฉันก็รักนายเหมือนกัน"
เขาเกลี่ยปอยผมสีทอง ก่อนจะจูบเบาๆ ลงที่หน้าผาก
"เฮ้ย!" เรตต์ร้องเรียกมาจากไกลๆ
เอลเลียตนั่งอยู่ที่จุดเดิม มองแฟนหนุ่มช่วยมาเรียตั้งเตาย่าง เรตต์ขนฟืนและถ่านที่เตรียมไว้ออกมา
หิมะยังคงโปรยปรายไม่หยุด
เริ่มหนาวเกินไปแล้ว
เขากวาดขาไปมาจนปุยขาวที่พื้นดูทรงเหมือนกระโปรงของนางฟ้าตัวน้อยๆ
มันคงจะดีไม่น้อยถ้าหากคนที่ถือฟืนอยู่คือเบ็น คนยืนคอยกำกับให้พนักงานรีสอร์ตวางเตาย่างให้ถูกจุดเป็นแนนซี่ คนนั่งเลือกเครื่องดื่มจากกระติกน้ำแข็งเป็นเบ็คกี้ส่วนเขากูเกิ้ลสูตรค็อกเทลที่แฝดสาวต้องการจากโทรศัพท์มือถือ พวกเขาจะนั่งลงด้วยกัน นั่งแทะบาร์บีคิวที่เต็มไปด้วยผักและเนื้อปลานิดหน่อยซึ่งดูไม่สมศักดิ์ศรีคำว่าปิ้งย่างเลย ก่อนที่เบ็นจะตั้งขากล้องแล้วเรียกให้ถ่ายรูปรวมกัน ทั้งที่เบ็คกี้ท้วงว่าพวกเขาเซลฟี่เอาก็ได้
เป็นลาฟีเวอร์ ครอบครัวประหลาดๆ แต่ถึงประหลาด ก็ยังอยู่กันพร้อมหน้า
แต่ภาพแบบนั้นไม่เคยเกิดขึ้นจริง ภาพแบบนั้นคงไม่มีวันเกิดขึ้นจริง ภาพแบบนั้นไม่มีโอกาสให้เขาฝันว่ามันอาจจะเกิดขึ้นจริงได้อีกแล้ว
ต้องให้พูดไหมว่าได้ผิงไฟกันครั้งสุดท้ายคือตอนที่พวกเขาเผาของใช้ของเบ็คกี้?
เอลเลียตกระชับผ้าห่มให้โอบตัวไว้ก่อนจะหลับตา
เขาสูดหายใจเข้าลึกจนได้ยินเสียงลมหายใจของตัวเองกระตุกขาดช่วงเพราะเผลอสะอื้น
อดีตของเขามันพังทลาย
พยายามบอกตัวเองว่าที่มีอยู่ตอนนี้ก็ดีมากแล้ว แต่ก็อดอาลัยสิ่งที่เสียไปอยู่ไม่ได้
เขาให้เวลาตัวเองได้เศร้า ก่อนจะเช็ดจมูก ปรับเสียงให้ปกติไม่สั่น ลุกจากกองหิมะ เดินเข้าหาแสงไฟและเสียงพูดคุยอย่างสนุกสนานของคนสำคัญในชีวิตอีกสามคนที่เขายังเหลืออยู่ คนสำคัญที่เขาเจอ ตอนที่คิดว่าตัวเองไม่เหลืออะไรอีกแล้ว
ภาพอนาคตของเขาอาจจะไม่ได้แจ่มชัด
แต่ที่เห็นในปัจจุบันมันก็ไม่ได้เลวร้ายเท่าไหร่
หลังมื้อเย็นพวกเขายังนั่งเบียดกันผิงไฟท่ามกลางหิมะที่โปรยปราย มาเรียไม่ประสบความสำเร็จกับการย่างมาร์ชเมลโลว์ เรตต์เริ่มเมาได้ที่และหยิบกีต้าร์ขึ้นมา ส่วนนักดนตรีอย่างมาร์โก้เลือกที่จะเป็นผู้ฟัง และเอลเลียตบันทึกทุกอย่างด้วยโทรศัพท์มือถืออย่างเงียบๆ
และในคืนนั้น มาร์โก้โอบกอดเอลเลียตไว้แน่น ตอนที่ชายหนุ่มนอนดูคลิปที่บันทึกไว้จากโทรศัพท์ และน้ำตาอุ่นๆ หยดเผาะลงบนอกเขา
