Work Text:
สไตลส์ฮัมเบา เรียวลิ้นเคาะเป็นจังหวะประกอบขณะที่รอเดเรกกลับบ้านของพวกเขา พลางนึกว่าเมื่อไหร่กันที่พวกเขาได้กลายเป็นคู่รักแม้จะยังไม่เป็นทางการก็ตาม
เมื่อไหร่ก็ตามที่นึกถึงมัน ความคิดนี้มักจะรบกวนเขา วุ่นวายกับความคิดเขา และรบเร้าจนทำให้คิดเรื่องอื่นไม่ได้ มันช่างน่าขัน
เด็กหนุ่มรำพึงขณะขบกัดยางลบบนปลายดินสออย่างใจลอย เขาเคยกลัวเดเรกจนแทบหัวหด สไตลส์มุ่นหัวคิ้วครุ่นคิด แน่ล่ะ ในเมื่อย้อนกลับไป ช่วงเวลานั้น เขายังไม่รู้ว่าเดเรกน่ะเก่งแค่ขู่ แต่กัดไม่เป็น ช่างน่าโล่งใจ
เขาไม่อายหรอกนะที่จะยอมรับว่าจมปรักอยู่กับปริศนาของอดีตเดเรก ให้ตายเถอะ ตอนนี้เขาก็ยังเป็นอยู่ และไม่มั่นใจด้วยซ้ำว่าความสงสัยใคร่รู้นั้นจะหายไปหรือไม่ อย่างไรก็ตามเขาก็ไม่คิดจะถามเจ้าตัวเกี่ยวกับอดีตที่สงสัย เรื่องบางอย่างปล่อยไว้แบบนั้นจะดีที่สุด ยกเว้นเสียแต่ว่าเดเรกจะปริปากบอกเขาเอง แม้จะคิดได้แบบนั้น เด็กหนุ่มรู้ดีว่าข้อมูลที่ได้มาถ้าไม่แลกด้วยเลือดก็คงเป็นน้ำตา
ความคิดอันเรื่อยเปื่อยของสไตลส์หยุดชะงักลงเมื่อประตูบ้านถูกเปิด ชายหนุ่มอายุมากกว่าสีหน้าอิดโรยและมีน้ำเจิ่งนองบริเวณพื้นรอบตัว
“เฮ้ สไตลส์” เดเรกเอ่ยเรียกชื่อคนรัก
บ้าฉิบ เสียงเซ็กซี่ชะมัด แม้เสียงของเดเรกจะแหบและทุ้มด้วยความเหนื่อยล้า ซึ่งมันเป็นสิ่งที่เด็กหนุ่มไม่อยากได้ยินเพราะสามารถเบี่ยงเบนความสนใจเขาไปจากสิ่งที่ต้องการจะพูดได้ชะงัด สไตลส์ยืนขึ้นเต็มความสูง ก่อนจะตั้งสติและพูดในสิ่งที่ต้องการออกมา
“ฉันต้องการให้พวกเขารู้”
“ รู้?” คิ้วเข้มของเดเรกขมวดเข้าหากันด้วยความงุนงง
“ เรื่องของพวกเรา อย่างเป็นทางการ” เรียวนิ้วยาวของเด็กหนุ่มเริ่มอยู่ไม่นิ่งด้วยความประหม่า “ ฉันต้องการให้คนอื่นๆได้รู้”
เดเรกขำเบาด้วยความฉงนขณะที่แขวนเสื้อแจ็กเก็ตไว้กับราวแขวนเสื้อโค้ท “ ถ้าอย่างนั้น พวกเราต้องบอกพ่อของนายก่อนเป็นคนแรก” เขาเอ่ยขณะที่ถอดเสื้อเปียกน้ำกองไว้กับพื้น “ ขอผ้าขนหนูหน่อยสิ”
สไตลส์พยักหน้า ริมฝีปากล่างถูกเจ้าตัวขบกัดด้วยความกังวล มือเรียวโยนผ้าขนหนูให้อีกฝ่าย ความเงียบเข้าปกคลุมชายทั้งสอง แต่แสงไฟและบรรยากาศ ก็ไม่ทำให้รู้สึกอึดอัด
“เดอ?” เป็นสไตลส์ที่เอ่ยขึ้นมาอีกครั้งหนึ่ง
“ หืม” ชายหนุ่มขานรับอีกฝ่ายในลำคอ
“ ฉันอยากจะบอกโลกทั้งใบให้รับรู้ อยากจะบอกคนทุกคน ไม่ว่าพวกเขาจะอยู่ที่ไหนก็ตาม” ประโยคที่ออกมาจากปากของเด็กหนุ่มเร็วรัวด้วยความประหม่า
เดเรกพยักหน้าตอบรับและเช็ดผมของตนเองให้แห้งต่อไปอย่างเงียบๆ เมื่อผมแห้งตามที่เขาต้องการแล้วจึงโยนผ้าขนหนูชื้นน้ำลงกับพื้นก่อนจะสาวเท้าไปหาสไตลส์ นั่งลงข้างๆอีกฝ่ายบนโซฟานุ่ม ชายหนุ่มก้มหน้ามองพื้นชั่วครู่และหันมาสบตากับคนอายุน้อยกว่า
“ ผมตกหลุมรักสไตลส์ สติลินสกี้”
“ เดอ ฉันพูดว่าโลกทั้งใบ นายต้อง...” สไตลส์ชะงักเมื่อประมวลคำพูดของเดเรกโดยละเอียด
“ โอะ...โอ้” ลำคอของเด็กหนุ่มเริ่มขึ้นสี ตามด้วยใบหูที่เริ่มแดงก่ำ สายตาของเด็กหนุ่มทอดไปที่พื้น ไม่สบตาอีกฝ่าย
.............เดเรกเพิ่งบอกกับเขาว่า ตัวเขา สไตลส์ สติลิสกี้คือโลกทั้งใบของเดเรก
