Work Text:
หลังจากยุทธการจีโอโนซิส แจงโก้ที่ได้รอดจากการต่อสู้กับเมซ วินดู อาจารย์เจไดได้อย่างหวุดหวิด เขาพาโบบา เฟทท์ ลูกชายของเขาหนีไประบบดาวใกล้ ๆ พวกเขาไม่สามารถกลับไปที่คามิโนที่ซึ่งเปรียบเสมือนบ้านหลังแรกของโบบาได้อีก หลังจากสภาเจไดรู้เรื่องการผลิตโคลน แจงโก้ต้องกลับไปเร่ร่อนเหมือนก่อนที่จะมีโบบา การที่ต้องใช้ชีวิตบน Firespray-31 ที่แจงโก้ตั้งชื่อว่า Slave I เป็นการเปลี่ยนแปลงเล็กน้อยสำหรับโบบา เพราะพ่อของเขาบอกเสมอว่าเขาไม่สามารถอยู่ที่คามิโนได้ตลอดไป และต้องออกมาจากที่นั่น ซึ่งเวลานั้นได้มาถึงแล้ว
หลายวันต่อมาหลังจากที่เกิดเรื่อง สาธารณรัฐได้ตั้งค่าหัวจับเป็นแจงโก้ เฟทท์ในราคาเครดิตที่สูงมาก มากพอที่จะทำให้นักล่าค่าหัวทั่วทั้งกาแล็กซีตามหาเขา แต่หลังจากแจงโก้เห็นอย่างนั้นก็ได้ยิ้มมุมปาก และพ่นลมออกมา เขาคือนักล่าค่าหัวที่เก่งกาจที่สุดในเวลานี้ คนที่คิดจะมาจับเขาก็เหมือนก้าวขาข้างหนึ่งลงหลุม โบบาที่ได้เห็นหน้าพ่อของเขาพร้อมกับเงินรางวัลมหาศาล ก็อดที่จะเป็นกังวลไม่ได้ แต่เขาก็เชื่อว่าพ่อของเขาเก่งที่สุด และไม่มีใครทำอะไรเขาได้ หลังจากนั้นไม่นานก็มีเสียงแจ้งเตือนการสื่อสาร ชื่อที่ขึ้นบนจอทำให้แจงโก้ใจเต้นเล็กน้อย ’ดาร์ท ไทเรนัส‘ แจงโก้ปรับท่านั่งก่อนจะกดตอบรับ ตรงหน้าปรากฏภาพโฮโลของเคานท์ ดูกู ผู้นำกองทัพฝ่ายแบ่งแยก และคนรักของแจงโก้ เฟทท์
“แจงโก้ เฟทท์” ดูกูทักทายเขาด้วยน้ำเสียงอันสงบ ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของท่านเคานท์
“มีอะไรให้ผมรับใช้ครับท่านเคานท์” แจงโก้พูดน้ำเสียงออกประชดเล็กน้อย เขาโกรธดูกูนิดหน่อย เพราะหลังจากสงคราม ดูกูไม่ได้ติดต่อเขาหลังจากที่เขาเกือบตายบนดาวแมลงนั่น
“ข้าดีใจที่ได้เห็นเจ้า…” ดูกูหยุดพูดก่อนจะมองไปที่โบบาที่กำลังนั่งจ้องเขาอยู่ ก่อนที่หันไปส่งสายตาให้แจงโก้ แจงโก้ถอนหายใจก่อนที่จะเอื้อมมือไปลูบหัวโบบาอย่างเอ็นดู
“โบบา พ่อขอเวลาสักหน่อย”โบบารู้ทันทีว่าพ่อต้องการที่จะคุยกับท่านเคานท์สองต่อสอง รู้อย่างนั้นโบบาจึงกระโดดลงจากเก้าอี้ก่อนจะปีนบันไดลงไปข้างล่างยาน
“แจงโก้ที่รัก ข้าดีใจจริง ๆ ที่เจ้ายังปลอดภัยดี ข้าพึ่ง-”
“น้อมรับคำขอโทษ” แจงโก้พูดขัดพร้อมกอดอก เขารู้ว่าคนรักของเขากำลังจะขอโทษ ดูกูได้เพียงแค่หัวเราะเบา ๆ
“ผมว่าท่านคงเห็นค่าหัวของผม ถึงได้ติดต่อมา นั่นเป็นค่าหัวจับเป็นที่สูงที่สุดที่ผมเคยเห็น”
“และนั่นคือเรื่องที่น่าเป็นห่วง…” ทั้งคู่จ้องไปในตาของอีกคน แจงโก้เม้มปากและถอนหายใจ จริงอยู่ที่เขาคือนักล่าค่าหัวอันดับต้น ๆ แต่ถ้าโดนพวกนักล่าค่าหัวที่แห่กันมาไม่พักก็คงเป็นเรื่องน่าปวดหัวไม่น้อย เขาต้องคอยหนี และจะไม่มีเวลาฝึกโบบาให้เป็นยอดนักล่าอย่างที่เขาหวัง
“มาที่เซเรนโน” “ข้าจะรออยู่ที่นั่น” ดูกูตัดการสื่อสาร แสงไฟสีฟ้าของภาพโฮโลดับลง ปล่อยให้แจงโก้อยู่ในความมืดที่มีแสงจากอวกาศรอดส่องมาเล็กน้อย แจงโก้เงียบไปสักพักก่อนจะตั้งพิกัดไปที่เซเรนโน พร้อมกับเรียกโบบามาที่ห้องคนขับ
เสียงเครื่องยนต์ของยาน Slave I ดังไปในชั้นบรรยากาศของเซเรนโน แล่นไปเรื่อย ๆ จนมาหยุดอยู่ที่ปราสาทสูงกลางป่า ปราสาทนั้นเป็นของดูกู แสดงถึงความมั่งคั่งของชายที่เป็นผู้นำกองทัพที่โจมตีสาธารณรัฐ ตอนแจงโก้เจอดูกูที่เสนอเดรดิตหลายล้านเครดิตสำหรับเป็นต้นแบบให้กองทัพโคลน แจงโก้ก็ได้แต่จินตนาการถึงทรัพย์สมบัติที่ชายคนนี้มี แจงโก้ขับ Slave I ไปจอดที่ท่าจอดยาน ก่อนที่จะเข้าไปในปราสาทพร้อมโบบา การมาที่นี่เขาไม่ต้องพกอาวุธมากนัก และยิ่งท่านเคานท์อยู่ด้วย เขาก็รู้สึกปลอดภัยพอที่จะไม่พกอะไรมามาก พวกเขามุ่งไปที่ห้องของดูกู ห้องที่เขามักจะรับและส่งงานที่เขาได้รับมอบหมาย มีดรอยรักษาความปลอดภัยสองตัวอยู่ที่หน้าประตู พวกมันมองมาที่แจงโก้และโบบาสักครู่ก่อนจะเปิดประตูให้ทั้งสอง ภาพที่แจงโก้เห็นหลังจะบานประตูเปิดออกคือดูกูที่กำลังยืนมือไพล่หลังมองออกไปที่หน้าต่าง ปราสาทสูงพอที่จะเห็นวิวส่วนใหญ่ของดาวดวงนี้ ดรอยทั้งสองตัวเดินตามหลังพวกเขาก่อนจะแจ้งการมาถึงให้เคานท์ ดูกูฟัง
“นักล่าค่าหัว แจงโก้ เฟทท์ และลูกชายครับท่าน” ดรอยกล่าว
“ปล่อยพวกเขา พวกเจ้าจงไปลาดตระเวน” สิ้นเสียงเจ้านาย ดรอยก็โค้งรับคำสั่งก่อนจะเดินออกไป
“หวังว่าพวกเจ้าจะเดินทางมาที่นี่โดยที่ไม่มีอะไรติดขัด” ดูกูหันมาหาพวกเขาก่อนจะเดินมา และหยุดอยู่ตรงหน้าโบบา ดูกูยกมือมาลูบหัวโบบาน้อยเบา ๆ
“เจอกลุ่มอุกกาบาตนิดหน่อย แต่ก็ไม่มีปัญหาอะไร” แจงโก้พูดพร้อมกับเอามือลูบหัวโบบา มือทั้งสองสัมผัสกัน ส่วนโบบาก็ผมยุ่งจากการถูกลูบจากทั้งสองคน
“โบบา ข้าอยากคุยกับพ่อของเจ้า” โบบาเงยหน้ามองดูกู หลังจากนั้นก็หันไปมองที่พ่อของเขา โบบาพยักหน้า และเดินออกไป ถึงแม้พ่อของเขาจะไม่เคยพูดถึงความสัมพันธ์ของเขากับนายจ้าง แต่โบบาก็พอเดาได้ว่าเกิดอะไรขึ้นระหว่างพวกเขา และนั่นทำให้โบบาคิดว่าพ่อของเขาขี้อายเกินกว่าจะบอกเขาตรง ๆ
หลังจากโบบาเดินลับหายไปจากสายตาทั้งคู่ ทั้งสองยืนก็เผชิญหน้ากัน ยืนห่างกันแค่ช่วงศอก ดูกูยื่นมือทั้งสองไปจับที่หน้าของแจงโก้ก่อนจะกดจูบลงบนหน้าผาก แผลบนคิ้ว แผลบนแก้ม และริมฝีปากของแจงโก้ แจงโก้ยกแขนไปบีบที่ลูกหนูของคนรักเบา ๆ ริมฝีปากทั้งสองแยกออก และหน้าผากทำหน้าที่เชื่อมความรักทั้งสองแทน
“ข้าคิดถึงเจ้า ตอนนั้นข้าคิดว่า…” ดูกูพูดพร้อมใช้นิ้วโป่งปัดไปที่แก้มของแจงโก้
“ผมอยู่นี่ไง” แจงโก้เลื่อนมือขึ้นไปบนบ่า และบีบเบา ๆ
ทั้งคู่อยู่อย่างนั้นสักพัก ความเงียบกลืนกินพวกเขา ทำให้รู้สึกว่าทั้งกาแล็กซีนี้มีเพียงแค่พวกเขา
“น่าเสียดายที่หน้าอันงดงามของเจ้ากำลังจะปรากฏไปทั่วกาแล็กซี ข้าควรจะได้เฉยชมมันเพียงคนเดียว” เสียงของดูกูทำลายความเงียบ เขาพรมจูบทั่วหน้าของคนรัก
”ฮึ แสดงความเป็นเจ้าของโดยที่ไม่ถามเจ้าตัวหรอ“ แจงโก้พ่นหัวเราะ ก่อนจะใช้มือเอื้อมไปเล่นเคราของท่านเคานท์
ดูกูยกมือออกจากหน้าของคนรัก แล้วสอดมือเข้าไปใต้แขนเพื่อที่จะสวมกอดนักล่าเงินค่าหัวของเขา พักหัวสีเทาเงินไว้ที่ซอกคอสีแทนน้ำผึ้ง สูดดมกลิ่นน้ำหอมราคาแพงที่เขาซื้อให้แจงโก้ แจงโก้ยกแขนเพื่อรับกอด และนำแขนไปพักไว้ที่คอของคนรักของเขา
“สงครามโคลนเริ่มแล้ว” ดูกูพูดทั้งที่ยังคงซุกหน้าอยู่ในซอกคอของแจงโก้
“อืม” แจงโก้หลับตาตอบ
“สาธารณรัฐได้โคลนของเจ้าไปรับใช้แล้ว”
“อืม”
“พวกนั้นต้องการรู้เกี่ยวกับการสร้างโคลนของพวกคามิโนน”
“อืม”
“พวกนั้นต้องการข้อมูลของเจ้า”
“อืม”
“พวกนั้นต้องการตัวเจ้า”
“อืม”
“เจ้าต้องไปซ่อน”
“…”แจงโก้ลืมตาขึ้น
“เจ้าต้องไปซ่อนจนกว่า-”
“ ท่านคิดว่าผมจะไม่รอดจากการไล่ล่าหรอ” แจงโก้พยายามผละดูกูออกเพื่อมองไปที่ใบหน้าดูกู
“…” “แจงโก้-” ดูกูไม่อยากแยกกอดสุดท้ายนี้
“ผมคิดว่าท่านจะเชื่อใจในฝีมือของผม-”
“อาจารย์ของข้า…” เมื่อบุคคลที่สามถูกกล่าวถึง แจงโก้ได้หยุดการกระทำทุกอย่างของเขา
“เขาเป็นกังวลกับเรื่องนี้” ดูกูกอดคนในอ้อมแขนแน่นขึ้น
“เขากังวลว่าหากเจ้าโดนสาธารณรัฐจับตัวไปจะเป็นอันตรายต่อแผนการของเขา” ทั้งชีวิตนี้เขาไม่เคยกอดใครแน่นขนาดนี้
“ดูกู…”
“…” เจ้าของนามเลิกกอด ก่อนเอามือไปสัมผัสแก้มทั้งสองของคนที่เขารัก แจงโก้เบิกตากว้างเมื่อรู้สึกว่ามือทั้งสองนั้น… เย็นเฉียบ ตลอด 11 ปีที่ชายตรงหน้าค่อยใช้มือคู่นี้สัมผัสใบหน้าของเขา มันอุ่น มันทำให้เขารู้สึกปลอดภัย แต่ตอนนี้มือคู่นั้นถูกแทนที่ด้วยมือที่เย็นเฉียบราวกับน้ำแข็ง มันเย็นจนแจงโก้ต้องถอดถุงมือของเขา ยกขึ้นมากุมมือของดูกูเพื่อมอบความอบอุ่นที่หายไป
“ยาน…” แจงโก้เรียกเขาด้วยชื่อจริง
“เขาให้ข้าฆ่าเจ้าทิ้งซะ เพื่อความปลอดภัยของแผนการ” เหมือนฟ้าผ่าลงที่กลางใจของแจงโก้ ดูกูหลับตาก้มหัวให้กับความจริงที่เขาไม่อยากยอมรับ คำสั่งของอาจารย์ของเขาถือเป็นคำขาด
“ท่านจะทำ” แจงโก้กุมมือดูกูแน่นขึ้น
“ข้าจะทำ ฆ่าเจ้า ทำให้ทั่วกาแล็กซีรู้ว่าแจงโก้ เฟทท์ ต้นแบบของเหล่าโคลนได้ตายไปแล้ว”
“และนั่นคือแผนของท่าน”
“โบบาจะไม่รู้เรื่องนี้”
“…” “ผมจะหนีไปที่สุดขอบกาแล็กซี ไปฝึกโบบาให้เป็นนักล่าที่เก่งกาจเหมือนผม หรือมากกว่าผม”
ท่านเคานท์เงยหน้ามองหน้าคนรัก พยายามสงบอารมณ์ไม่ให้เปิดเผยมากเกินไป
“แล้วท่านล่ะ” เป็นคำถามที่โง่ที่สุดที่แจงโก้ถามไป เขารู้คำตอบดี ดูกูไม่หนีไปกับเขา เขามีสิ่งที่ต้องทำเพื่อที่จะชนะสงครามนี้ เขามีอุดมการณ์ที่สำคัญกว่าการหนีตามคนรักไป
“ข้าจะตามหาเจ้าเอง เมื่อสงครามจบลง เราจะอยู่ด้วยกัน” ดูกูพูดเพื่อความสบายใจของแจงโก้ แจงโก้รู้ สงครามจะจบลงเมื่อมีฝั่งใดฝั่งนึงพ่ายแพ้ไป เขาคงต้องพึ่งโชคให้ดูกูรอดมาจนจบสงคราม แจงโก้เชื่อในโชค
แจงโก้จ้องไปในแววตาของดูกู ดวงตาคู่นั้นมันดูโศกเศร้าเหลือเกิน เขาเอื้อมมือไปสัมผัสมัน ตาคู่นั้นร้อนผ่าวราวกับเปลวไฟที่กำลังลนนิ้วของเขา แจงโก้ค่อย ๆ ดึงดูกูมาประกบจูบ เขาจะจูบให้นานที่สุดที่เขาจะทำได้ ซิทลอร์ดที่แข็งแกร่งกำลังเศร้าโศกที่ต้องจากลาคนรักลับ ๆ ของเขา ไม่มีหนังสือประวัติศาสตร์เล่มไหนในกาแล็กซีที่จะจารึกความจริงอันแสนเศร้านี้
แจงโก้ เฟทท์พาลูกชายโบบา เฟทท์มาที่ดาวดวงหนึ่งใน Core Worlds ที่กำลังมีสงครามในดาว แจงโก้สั่งให้โบบารออยู่บน Slave I เป็นเรื่องแปลกเพราะแจงโก้มักจะพาโบบาไปไหนมาไหนด้วยตลอด แต่โบบาก็ไม่ขัดคำสั่ง แจงโก้ไปที่เขตสงครามโดยลำพัง เวลาผ่านไปไม่นานโบบาเห็นแจงโก้ใช้เจ็ตแพกบินตรงมาที่ยานโดยมีเหล่าทหารโคลนยิงบลาสเตอร์ไล่หลังมา โบบาเห็นอย่างนั้นจึงไปเปิดประตูยานรอพ่อของเขาขึ้นยาน แต่จู่ ๆ ก็มีดาบสีแดงบินผ่านคอของแจงโก้ไป โบบาชาไปทั้งตัว รู้ตัวอีกทีก็เห็นร่างไร้หัวของพ่อตัวเองอยู่ที่พื้น ทันใดนั้นหมวกของพ่อของเขาก็บินมาใส่อก เมื่อหันไปรอบ ๆ เขาเห็นเคานท์ ดูกูที่ยืนจ้องมาที่ตัวเขา คนที่เปรียบเสมือนพ่อคนที่สองของเขามองมาด้วยวาวตาอาฆาต และทำท่าจะเดินมาที่ยาน โบบารีบประตู และขับยานหนีไป ทหารโคลนที่เห็นเหตุการณ์ก็ได้แจ้งไปที่ส่วนกลางว่าเคานท์ ดูกูได้ฆ่านักล่าค่าหัวแจงโก้ เฟทท์ตาย และข่าวก็ได้แพร่ไปทั่วกาแล็กซี
“สหายเก่าของข้า” ดาร์ท ซิเดียสกล่าวทักทายลูกศิษย์ของเขา
“ท่านอาจารย์ ข้าได้ทำตามที่ท่านปรารถนาแล้ว” ดูกูพูดขณะที่คุกเข่าลง
“ข้าสัมผัสได้ถึงความโศกเศร้าของเจ้า”
“…เขาเคยเป็นกำลังที่ดีให้กับเรา”
“และอาจเป็นข้อมูลให้สาธารณรัฐ จงใช้ความโศกเศร้าของเจ้าเป็นพลังให้กับเจ้า ลูกศิษย์ของข้า” ซิเดียสตัดการสื่อสาร ดูกูยืนขึ้น หายใจลึกก่อนจะปล่อยลมหายใจออกมา เขาโศกเศร้า และโล่งใจ
โบบาไม่ได้ขับยานไปไกลนัก เขายังคงอยู่ในดาวนั้น นั่งร้องไห้ให้กับการตายของพ่อเขาในห้องคนขับ คดตัวในเก้าอี้คนขับที่พ่อเขามักนั่งพร้อมหมวกแมนดาลอเรี่ยนในอ้อมแขน รู้สึกว่าโลกที่พังทลายลง เขาไม่เหลือใครที่จะไว้ใจเท่าพ่อของเขาอีกต่อไป จู่ ๆ ก็มีเสียงเคาะจากประตูยาน โบบาสะดุ้ง ก่อนจะได้ยินเสียงเคาะอีกครั้ง โบบาคว้าบลาสเตอร์ และไปที่ประตูยาน โบบารอเสียงเคาะอีกครั้ง ‘ก๊อง!’ โบบากดเปิดประตูยานก่อนจะตั้งท่าพร้อมยิง แต่ไม่ทันจะได้เหนี่ยวไกล โบบาก็โดนสวมกอด กลิ่นที่คุ้นเคยเข้าไปในจมูก “ พ่อบอกแล้วไงว่าอย่าร้องไห้ตอนพ่อตาย ” เสียงที่คุ้นเคยเล็ดลอดเข้าไปในหู กอดที่ได้รับนั้นแน่นขึ้น สัมผัสอันอบอุ่นที่คุ้นเคย แจงโก้ เฟทท์ พ่อของเขายังไม่ตาย โบบาไม่อยากจะเชื่อสายตา แต่ยิ่งไม่ทันได้คิด น้ำตาแห่งความสุขของเด็ก 10 ขวบที่คิดว่าเสียพ่อไปตลอดการก็ได้ไหลอาบแก้มแดง ๆ โบบาร้องไห้ดังที่สุดที่ค่อยเคยร้องมา
แจงโก้ปล่อยให้โบบาสงบสติอารมณ์ก่อนจะอธิบายทุกอย่าง อธิบายว่าดูกูเป็นคนคิดแผนนี้ อธิบายว่าเขาได้สลับตัวกับโคลน และควบคุมเจ็ตแพกจากระยะไกล แล้วให้ดูกูฆ่าแจงโก้ตัวปลอม เพื่อสร้างข่าวปลอมว่าแจงโก้ เฟทท์ได้ตายแล้ว และสาธารณรัฐได้ยกเลิกค่าหัวของเขา พร้อมกับนำชุดเกราะที่เหลือที่ได้มาจากดูกูให้โบบาดู โบบาจึงนำหมวกมาคืนให้พ่อของเขา แจงโก้รับหมวกจากลูกของเขา มองดูหมวกสีเงิน ก่อนที่จะมองไปที่ลูกชาย พ่อได้ก้มหัวชนกับลูก การแสดงความรักแบบชาวแมนดาลอ
“เราจะไปอยู่ที่สุดขอบกาแล็กซี เราจะฝึกกันที่นั่น ห่างไกลจากสงคราม” แจงโก้พูดพร้อมลูบหัวโบบา และพวกเขาก็ออกเดินทาง
3 ปีหลังจากที่ครอบครัวเฟทท์ได้ตัดขาดจากสงคราม พวกเขาได้ไปอาศัยอยู่บนดวงจันทร์ดวงนึงของดาวห่างไกล สร้างบ้านเล็ก ๆ อยู่ ทำสวน ทำบ่อปลา แจงโก้ฝึกโบบาโดยการให้ล่าสัตว์ ฝึกขับยาน ฝึกใช้เจ็ตแพก ใช้ชีวิตอยู่กันเพียงสองคนในดาวที่ห่างไกลจากสงครามตามที่ดูกูขอ และเนื่องจากอยู่บนดาวที่ไกลปืนเที่ยง จึงได้รับข่าวสารที่ช้าตามไปด้วย
ยามบ่ายอันอบอุ่นของวันหนึ่ง ระหว่างที่แจงโก้กำลังนั่งอ่านข้อมูลบนดาต้าแพทของเขาบนเก้าอี้ทรงไข่คล้ายของที่อยู่บนดาวคามิโน ใจของเขาก็หยุดเต้นเมื่อเห็นหัวข้อข่าวหนึ่ง ‘สงครามใกล้จบแล้ว สาธารณรัฐกาแล็กติคกำลังจะกลับมาปลอดภัยอีกครั้ง’ แจงโก้รู้สึกเหมือนจะสำลักน้ำลาย ฝ่ายแบ่งแยกกำลังจะแพ้ แจงโก้นิ่งไปสักพักก่อนจะเปิดเนื้อหาอ่าน เขาไล่อ่านไปเรื่อย ๆ จนสะดุดกับข้อความข่าวหนึ่ง ‘ผู้นำกองทัพฝ่ายแบ่งแยกอิสระ เคานท์ ดูกู ถูกสังหารโดยเจไดผู้รักษ์สันติ’
[ข้าจะตามหาเจ้าเอง เมื่อสงครามจบลง เราจะอยู่ด้วยกัน]
แจงโก้วางดาต้าแพทไว้โต๊ะเล็ก ๆ ข้างตัวเขา เอนตัวมาข้างหน้าจนเท้าสัมผัสกับพื้นบ้านเย็น ๆ โค้งตัวเอาศอกวางไว้ที่หน้าขา ก่อนจะเอามือลูบที่ท้ายทอย แล้วค่อย ๆ ไล่มาที่หน้า เขาปล่อยลมหายใจร้อนออกจากปาก หน้าในมือก็ร้อนขึ้นเรื่อย ๆ
โบบาแอบมองพ่อของเขาตรงที่กั้นระหว่างห้อง
โบบาไม่ค่อยเห็นพ่อของเขาร้องไห้นัก
