Work Text:
“เฮ้ โยโรซึยะ”
เสียงที่คุ้นเคยดังขึ้นจากด้านหลัง เส้นผมสีเงินยุ่งเหยิงขยับน้อยๆ ใบหน้าสีแดงรื่นด้วยฤทธิ์แอลกอฮอลหันกลับไปมองทางต้นเสียง
“อ้าว โองุชิคุงนี่นา มาดื่มด้วยกันม้าย”
“นั่นมันชื่อใครห้ะ ฉันชื่อฮิจิคาตะเว้ย” ว่าแล้วก็นั่งลงข้างๆ กัน มือขยับหยิบบุหรี่ออกมาสูบ กลุ่มควันสีเทาถูกผ่อนออกมา ดวงตาน้ำเงินสำรวจใบหน้าของคนข้างกายที่ดูเหมือนจะเมาเสียแล้ว
“ฮิจิคาตะคุงก็ได้ มาดื่มด้วยกันมา~” กินโทกิกล่าวด้วยน้ำเสียงเหยาะแหยะพร้อมแกว่งจอกเหล้าไปมา
“หยุดเล่นได้แล้วเจ้าบ้า”
ว่าแล้วก็ดึงขวดสาเกกับจอกออกจากมืออีกฝ่าย ถ้ายังให้ดื่มต่อได้ลงไปอ้วกแตกคาพื้นถนนแน่ๆ พลันดวงตาก็หันไปเห็นเสื้อท่อนบนที่ซิปถูกรูดลงจนเห็นแผงอกขาวเจือแดง
ตอนนั้นเองที่กลายเป็นท่านรองปีศาจที่หน้าร้อนวูบขึ้นมา
“เฮ้ แต่งตัวให้มันเรียบร้อยหน่อย”
“ห๊า จะหาเรื่องรึไง คุณกินก็แต่งตัวเรียบร้อยแบบนี้มาตั้งแต่ตอนที่ 1 แล้วเฟ้ย”
“แต่งตัวเรียบร้อยบ้าอะไรโชว์ร่องนมขนาดนั้นฟะ!”
“โชว์ร่องนมแล้วทำไมหรอวะ อย่างน้อยตูก็ไม่โดนช่อง 9 เซ็นเซอร์แบบหัวนมโงกุนนะจะบอกให้! แต่พูดไปช่องแบบนั้นคุณกินไม่สนหรอกนะฮิจิคาตะคุง เพราะตอนนี้คุณกินได้ลงเน็ตฟลิกซ์แล้วยังไงละ!”
“พูดบ้าอะไรของแก ไม่รู้แหละรูดขึ้นไปซะ!” พูดไปก็จับอีกฝ่ายรูดซิปเสื้อขึ้น
“ไม่เอาเว้ยมันร้อน แค่ประชาชนแต่งตัวไม่เรียบร้อยก็จะอกแตกตายรึไงฮะคุณตำรวจ ได้งั้นเดี๋ยวตูถอดแม่มตรงนี้เลย”
คนที่กำลังเมาดึงซิปลงต่ำกว่าเดิมจนเผยให้เห็นมัดกล้ามเนื้อสวยบนหน้าท้องขาวแล้วดึงเสื้อถอดทิ้งอย่างไม่แยแส ผู้คนเริ่มมองมาทางพวกเขา ตอนนั้นไม่รู้ทำไมแต่ความคิดแรกที่เข้ามาในหัวของฮิจิคาตะก็คือ
จะให้ใครเห็นสภาพนี้ของเจ้าบ้าของหวานไม่ได้เด็ดขาด
“หยุดบ้าได้แล้วเฟ้ย!” เขาตะโกนพลางถอดเสื้อนอกตัวเองออกมาคลุมร่างอีกฝ่าย
“ทำอะไรของแกห้ะ เสื้อเอ็งเหม็นสาบมายองเนสเว้ย นี่คิดว่าจะหยุดคุณกินได้งั้นหรอ— แหวะ” สุดท้ายการยื้อยุดฉุดกระชากเสื้อก็หยุดได้ด้วยการพ่นอ้วกออกมาของคุณซากาตะนั่นเอง
.
.
“แกไม่ต้องมาส่งก็ได้” กินโทกิกล่าวด้วยสภาพที่ไม่สู้ดีนักจริงๆ ถึงปากจะพูดไปแบบนั้นแต่ตอนนี้เขาแทบจะทิ้งน้ำหนักไปให้คุณรองหัวหน้าแห่งชินเซ็นกุมิแบกรับไปเต็มๆ
สงสัยวันนี้จะดื่มหนักไปหน่อยจริงๆ
“สภาพแกตอนนี้กลับเองได้ไปคลานอยู่ในตรอกเป็นศพหมกกองขยะแน่”
สุดท้ายพวกเขาก็มาถึงหน้าร้านรับจ้างสารพัดกินจัง ทั้งสองค่อยๆ เดินขึ้นบันไดไป
ฮิจิคาตะใช้มือที่ว่างอยู่เปิดประตูออก สุดท้ายก็พาร่างของเจ้าของบ้านไปทิ้งที่โซฟาได้สำเร็จ ส่วนตัวเขาทิ้งตัวนั่งอยู่ข้างๆ หันมองสภาพของอดีตชิโรยาฉะที่กำลังเมามายไร้การป้องกัน
แสงจันทร์สาดเข้ามาทางหน้าต่างสะท้อนเรือนผมสีเงินเป็นประกายใบหน้าขาวที่ยังคงมีสีแดงจากฤทธิ์ของสุรา เรือนร่างท่อนบนนั้นถูกคลุมไว้ด้วยเสื้อนอกของชินเซ็นกุมิเท่านั้น
ฮิจิคาตะจ้องมองภาพตรงหน้าแล้วก้อนเนื้อในอกดันเต้นเสียงดังเสียจนน่ารำคาญ เขาหยิบบุหรี่ออกมาอีกครั้ง
“แกนะหัดระวังตัวกว่านี้หน่อยไม่ได้รึไงกัน” ว่าพลางหันมองไปอีกทาง กลิ่นควันบุหรี่คละคลุ้งในอากาศอีกครั้ง
การมีคนที่เขาไม่อยากจะยอมรับว่าชอบมานอนใส่แค่เสื้อเครื่องแบบของตัวเองอยู่ข้างๆ แบบนี้ มันด่านทดสอบความอดทนรึยังไงกัน
“ถ้ากับแกก็ไม่ต้องระวังอะไรก็ได้นิ” พลันร่างที่นอนอยู่นั้นก็ยันตัวขึ้นนั่ง มือซนคว้าบุหรี่ออกจากมือของท่านรองปีศาจมาสูบ มือของฮิจิคาตะเอื้อมไปจับที่ข้อมือของอีกฝ่าย
“นั่นมันของฉัน” ประโยคที่พูดออกไปราวกับคนหวงของนั้นทำให้ดวงตาสีแดงท่อประกายออกมา
“ขี้งกชะมัด งั้นเอาคืนไป”
ตอนนั้นเองระยะของใบหน้าของทั้งสองลดลงอย่างฉับพลัน ริมฝีปากที่ประทับลงมาอย่างกะทันหันพร้อมกับกลุ่มควันที่ถูกส่งต่อ
จังหวะนั้นเหมือนเส้นความอดทนได้ถูกฉีกกระชากจนขาดสะบั้น
มือของรองหัวหน้าปีศาจดึงให้ร่างของชิโรยาฉะเข้าใกล้แล้วบดจูบลงไป
รสจูบเมามายคลุ้งกลิ่นบุหรี่ ลิ้นร้อนสอดแทรกส่งเสียงชื้นแฉะในห้องเงียบ บุหรี่ในมือถูกปล่อยออกขยุมเรือนผมสีดำสนิท ร่างของกินโทกิค่อยๆ เอนกายลงให้อีกฝ่ายขึ้นคร่อม
ฮิจิคาตะละจูบออกมองใบหน้าของอสูรที่พยายามล่อลวงให้เขาหลงใหล
“กินโทกิ…แบบนี้มันไม่ได้ แกยังเมาอยู่”
“จูบเหม็นบุหรี่ขนาดนั้นสร่างนานแล้วเว้ย”
“เมาเห็นๆ เลยไอบ้าของหวานเอ๊ย”
“แกสิไอบ้ามายอง— อือ” ริมฝีปากถูกกดจูบอีกครั้งก่อนมันจะลงต่ำที่แผงอก
“ฮ…เฮ้ยแกตรงนั้นมันจะเห็น อ่ะ— จ…เจ้าบ้านี่!” รอยจูบสีแดงถูกระบายไปทั่วแผงอกขาว ฮิจิคาตะยันตัวลุกขึ้นมองผลงานของตนอย่างพอใจ ลุกออกจากตัวของอีกฝ่ายแล้วตรงไปที่ประตู
“วันนี้พอแค่นี้ก่อนไว้แกหายเมาค่อยว่ากัน”
“แกว่าไงนะ! ฮิจิคาตะ! ไอมะเร็งปอดกลับมาเดี๋ยวนี้นะเว้ย”
.
.
สุดท้ายคืนนั้นก็จบลงแบบนั้น… อ๊ากไอบ้าเอ้ย สร่างเมาแล้วจริงๆ โว้ย อุตส่าห์ออกตัวไปขนาดนั้นดันโดนหยุดกลางคันซะได้ อยู่ๆ บทสุภาพบุรุษมันกินหัวรึไงฟะ ตูงงไปหมดแล้วนะเว้ย กล้าดียังไงปล่อยให้คุณกินค้างคากัน
“อากินจัง ทำไมวันนี้แต่งตัวเรียบร้อยผิดหูผิดตาจังน่อ”
เสียงของคางุระถามขึ้นอย่างสงสัย ดวงตาสีฟ้ากะพริบมองปริบๆ
“อะไร ฉันก็แต่งแบบนี้มานานแล้วเว้ย คุณกินนะเป็นแบบอย่างให้กับเด็กๆ ทุกคนอยู่แล้วนะจะบอกไว้ให้”
คนโดนถามหันมาพยายามตีหน้าซื่อ แต่ดวงตาสีแดงเริ่มล่อกไปแล่กมาจนน่าสงสัย
“ไม่ครับ ปกติไม่ได้รูดซิปเสื้อเรียบร้อยแบบนี้สักหน่อย” ชินปาจิที่ยืนอยู่ข้างๆ พยักหน้าเห็นด้วยกับคางุระ ก็ปกติคุณกินนะรูดซิปลงมาต่ำจะตายวันนี้เล่นรูดซิปเสื้อขึ้นซะสูงเชียว
ผิดปกติสุดๆ ไปเลย
“อ๋องั้นหรอจำไม่เห็นได้เลยน่า” พูดไปก็แคะขี้หูไป ขารีบขยับเดินตรงไปข้างหน้าเหมือนต้องการเลี่ยงบทสนทนา
แหงละถ้าคุยต่อมีหวังความแตกแน่ ใครจะให้เด็กๆ พวกนี้มารู้เรื่องแบบนี้กัน
เด็กสองคนที่โดนทิ้งไว้ด้านหลังหันมองหน้ากันอย่างงงๆ
“อาชินปาจิ”
“คางุระจัง”
“อากินจังแต่งตัวเรียบร้อยแบบนี้หรืองานที่เรารับจะเป็นงานขายตรงกันน่อ” คางุระว่าพลางหมุนร่มในมือของตนไปด้วย
“ไม่หรอกครับ วันนี้ก็คงซ่อมนู่นซ่อมนี่เหมือนเคย อย่างเราจะมีปัญญาไปขายตรงได้ไงละครับคางุระจังความน่าเชื่อถือไม่ได้มีเลยสักนิด” ชินปาจิว่าพลางถอนหายใจเหนื่อยหน่าย
“นั่นสิน่อ ว่าแต่อั๊วว่าช่วงนี้อากินจังน่าสงสัยมาก หมู่นี้อีชอบแอบออกไปคนเดียวด้วย แอบนัดสาวไว้แบบไม่ให้เรารู้แน่ๆ เลยน่อ”
“อาจจะแอบเอาเงินไปเล่นปาจิงโกะก็ได้นะครับ ชอบมีกลิ่นบุหรี่ติดเสื้อมาด้วยนี่ครับพวกตาลุงในร้านปาจิงโกะนะชอบสูบกันใช่มั้ยล่ะ เฮ้อคุณกินคงไม่ไปพัวพันกับเรื่องยุ่งยากหรอกนะ” ยิ่งคิดก็ยิ่งเป็นน่าเป็นห่วงซะแล้ว
“ไม่หรอกมั้งอากินจังนะเกลียดเรื่องยุ่งยากที่สุดเลยน่อ”
“นั่นสินะครับ”
“นี่ๆ รีบตามมาเร็วๆ หน่อยได้มั้ย เวลามันมีค่านะเฮ้ย ตอนนี้ไม่มีตังแม้แต่จะซื้อทิชชู่เช็ดก้นแล้วนะเว้ย” คนที่เดินนำอยู่หันกลับมาบ่น
“นั่นเพราะคุณเอาเงินไปซื้อนมสตรอวเบอร์รีกับจัมป์จนหมดต่างหากละครับ” ชินปาจิหันไปบ่นบ้างทั้งคู่เร่งฝีเท้าไปอยู่ข้างๆ ชายผมหยักศกสีเงิน
“อันนั้นมันก็ของจำเป็นนะเว้ย”
“สาหร่ายดองก็จำเป็นน่อ”
“มันจำเป็นตรงไหนกันว้อย”
“อ่านั่นๆ มีสาหร่ายดองลดราคาน่อ! อั๊วต้องไปสอยก่อนน่อ!”
“เดี๋ยวคางุระจัง! คุณกินรอตรงนี้นะครับเดี๋ยวผมไปตามคางุระจัง”
“เออๆ ให้ไวเลยมีงานต้องไปทำนะเว้ย”
กินโทกิมองเด็กทั้งสองที่เดินตามกันเข้าไปในร้านสะดวกซื้อ
เฮ้อ เด็กๆ มันร่าเริงกันจริงๆ คิดแล้วก็เงยหน้ามองท้องฟ้าแสงแดดที่สาดลองมาจากฟ้าและความร้อนระอุจากพื้นดิน หยดเหงื่อที่ค่อยๆ ไหลอาบลงมา
ใส่เสื้อแบบนี้ร้อนสุดๆ ไปเลย นี่ตูต้องใส่แบบนี้ไปทำงานจริงๆ เรอะ
“อ่าวลูกพี่มาทำอะไรแถวนี้ละครับ” โอคิตะเดินตรงเข้ามาหา ดูจากของในมือที่เหมือนมาเที่ยวเล่นแล้ว เฮ้ยพวกชินเซ็นกุมิมันว่างงานขนาดมาเดินเล่นกันเลยเรอะ
“ไงโซอิจิโร่คุง โดดงานมาหรอ”
“โซโกะครับ ว่าแต่วันนี้ลูกพี่แต่งตัวเรียบร้อยผิดหูผิดตาจริงๆ” ดวงตาสีน้ำตาลของอีกฝ่ายหันมองกินโทกิอย่างสนอกสนใจ
“เป็นไปได้ก็ไม่อยากแต่งตัวแบบนี้หรอเว้ย ร้อนจะตาย” เขาว่าพลางปาดเหงื่อที่ไหลชุ่มออกนั่นทำให้อีกฝ่ายกะพริบตาปริบๆ
“เอ๋ ไม่เห็นต้องทนเลยก็แค่รูดซิปเสื้อลงแบบที่ลูกพี่ชอบก็ได้นิครับ” มือของโอคิตะขยับเข้ามาจับที่ซิปของเสื้อสีดำ
เฮ้ยๆๆ ของแบบนี้นะเด็กไม่ควรดูนะเว้ย
พลันมือของเจ้าเด็กนั่นก็ถูกคว้าไว้โดยรองหัวหน้าแห่งชินเซ็นกุมิ ดวงตาสีน้ำเงินท่อแววไม่สบอารมณ์นัก โอคิตะยิ้มออกมาอย่างนึกสนุกแล้วหันไปถาม
“อ่าวคุณฮิจิคาตะโผล่ได้ไงละครับเนี่ย”
“มาตามแกที่โดดงานไงเล่า” ว่าพลางดึงตัวโซโกะออกมาให้ห่างหัวหน้ากลุ่มสารพัดรับจ้างแล้วทุบหัวไปทีนึง
“เฮ้ยๆ มัวแต่เล่นกันอยู่นั่น เดี๋ยวนี้ตำรวจทำงานกันไม่คุ้มภาษีประชาชนเลยนะ”
“ห้ะ แกว่าไงนะนี่ฉันก็ทำงานอยู่นี่ไง”
โอคิตะลูบหัวตัวเองเล็กน้อย ที่บอกว่ามาตามไปทำงาน ดูยังไงก็แค่มาทำตัวเป็นหมาหวงก้างชัดๆ
พลันสายตาเหลือบไปเห็นความวุ่นวายด้านในร้านสะดวกซื้อ
ไปทางนั้นดีกว่า
"จะว่าไปวันนี้แต่งตัวเรียบร้อยดีนะแกน่ะ" ฮิจิคาตะว่าพลางยิ้มเยาะ กินโทกิเห็นแบบนี้แล้วก็รู้สึกเดือดขึ้นมาตรงเข้าไปกระชากคอเสื้ออีกฝ่าย
"เพราะใครกันละห้ะ สมใจเอ็งรึยัง ร้อนจะตายอยู่แล้ว! ไอ้ตำรวจรังแกประชาชน"
"รังแกอะไรของแกห้ะ เมื่อวานแกเมาจนเดินเป๋ก็พาไปส่งถึงบ้านนะเว้ย"
"แล้วไง คุณกินน่ะถึงเมาเดินเป๋ก็คลานกลับบ้านถูกเว้ย แล้วคนที่เริ่มไปครึ่งทางแล้วหยุดอย่างเอ็งเนี่ยแย่ที่สุดเลยเฟ้ย"
"ห้ะใครเริ่มกันแน่พูดดีๆนะเว้ย อุตส่าห์อดทนเพื่อมาฟังแกบ่นหรอวะ" อีกฝ่ายเริ่มมากระชากคอเสื้อบ้างดึงให้ระยะห่างทั้งคู่ลดลง
"ใครใช้ให้แกอดทนละห้ะ ตูอุตส่าห์เริ่มให้แล้วแค่ต่อให้จบยังไม่มีปัญญา ไอ้ไร้น้ำยาเอ๊ย!"
"งั้นคืนนี้มาต่อให้จบมั้ยละห้ะ!"
"เออเอ็งกล้าก็มา—"
"…"
"…"
พอทั้งสองรู้ตัวว่าพูดเถียงอะไรกันออกไปก็รู้สึกหน้าร้อนขึ้นมาอย่างพร้อมเพรียงกันมือที่กระชากคอเสื้อกันอยู่ค่อยๆถูกปล่อยออก
"เขานัดไปมีซัมติ่งกันแหละน่อ"
เสียงของคางุระดังขึ้นด้านหลังแถมทำท่าหันไปกระซิบกระซาบกับชินปาจิ
"อย่าไปสนใจเลยครับ วันนี้คางุระจังไปค้างบ้านท่านพี่น่าจะปลอดภัยดีนะครับ"
"เฮ้ยมันไม่ใช่แบบนั้น! คุณกินไม่ได้พูดอะไรเรทฉ.แบบนั้น!!" กินโทกิหันมาจับบ่าทั้งสองพูดด้วยสีหน้าเลิกลั่กสุดๆ ทำเอาเด็กๆทั้งสองทำหน้าแหยงขึ้นมา
"คิดเป็นอื่นไม่ได้เลยน่อ ฟิคเรื่องนี้ต้องปรับเรทแล้วน่อ"
"ฮิจิคาตะซังพูดอะไรแบบนั้นในที่สาธารณะด้วยละครับ อัดเสียงแบล็คเมลล์ไว้แล้ว" ทางโอคิตะพูดขึ้นมาบ้างพร้อมหยิบมือถือที่โชว์หน้าจอRecordขึ้นมา คุณกินถึงกลับหันมาเปลี่ยนเป้าหมายมาทางเด็กหนุ่มสายเอส
"เฮ้ยๆๆ โอคิตะคุงอัดอะไรไว้ห้ะ"
"โซโกะลบเดี๋ยวนี้เลยนะแก! "
"ไม่ละครับนี่ใช้แบล็กเมลล์ได้ทั้งลูกพี่ทั้งคุณฮิจิคาตะเลยนะครับ ลบก็โง่สิครั-" ยังพูดไม่ทันจบประโยคทั้งดาบไม้และดาบจริงก็พุ่งไปที่โทรศัพท์เครื่องนั้น แทงทะลุแล้วก็แยกออกเป็นสองส่วน
"พอๆ แยกย้ายไปทำงานได้แล้วเว้ย เมื่อกี้ไม่มีใครเห็นหรือได้ยินอะไรทั้งนั้น" กินโทกิว่าพลางทำท่าแคะขี้มูกไม่รู้ไม่ชี้ ฮิจิคาตะเองก็เก็บดาบเข้าฝักแล้วหยิบบุหรี่ขึ้นมาสูบเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
"อากินจังอั๊วจำไม่ได้ว่าเคยสั่งสอนให้ลื้อเป็นคนทำลายข้าวของแบบนี้น่อ"
"ใครทำลายอะไร ไปทำงานได้แล้วพวกแก" ว่าแล้วก็ลากตัวเด็กๆ ทั้งสองเดินไปอีกทาง ทิ้งชินเซ็นกุมิกับซากโทรศัพท์หนึ่งเครื่องเอาไว้ โอคิตะหันมองซากโทรศัพท์แล้วก็ถอนหายใจออกมา
"ซื้อคืนให้ด้วยนะครับ คุณฮิจิคาตะ"
"ก็ซื้อเองสิ"
ฮิจิคาตะเดินตรงไปอีกทาง ควันบุหรี่ลอยคลุ้งอีกครั้ง
"วันนี้หลังเลิกงานฉันมีธุระ"
