Work Text:
สวัสดีขอรับ วันนี้ผม 'ทชชี่' หรือที่หลายคนรู้จักในชื่อของวิญญาณโอตาคุไม่เอาถ่านจะมารับบทบรรยายในครั้งนี้ขอรับ
สืบเนื่องจากเหตุการณ์ที่คุณฮิจิคาตะ โทชิโร่ได้รับดาบปีศาจมุรามาสะซึ่งมีวิญญาณของผมสิงอยู่เรื่องราวใหญ่โตมากมายก็ได้เกิดขึ้น
หลายๆ ท่านอาจคิดว่าหลังจากเหตุการณ์นั้นผมได้หมดห่วงบินขึ้นสวรรค์ไปแล้ว แต่มันไม่ใช่แบบนั้น!
เนื่องจากว่าในทุกๆ ปียังคงมีงานคอมมิคตามฤดูกาลเพราะฉะนั้นห่วงของผมจึงไม่หมดไปง่ายๆ เพียงแต่ในช่วงเวลาปกติคนที่คุมร่างจะเป็นคุณโทชิโร่ ส่วนตัวผมก็จะดูเรื่องราวผ่านสายตาของเขา แล้วเมื่อถึงวันที่จัดงานคอมมิกตัวตนขอผมก็จะออกมา ไม่สิเรียกว่าคุณโทชิโร่ให้ออกมาอาจจะดีกว่า
ถึงใครๆจะบอกว่าคุณโทชิโร่น่ากลัวยังไงเขาก็เป็นคนที่ใจดีมากคนหนึ่งขอรับ
และถึงจะดูเป็นคนที่เด็ดขาดตรงไปตรงมา…
แต่ก็มีบางเรื่องที่คนๆ นี้ไม่ซื่อตรงกับตัวเองเสียเลย
แสงของดวงอาทิตย์ที่กำลังละขอบฟ้าเหนือเมืองคาบุกิทอเป็นประกายสีส้มงดงาม แสงจากโคมไฟเริ่มค่อยๆ สว่างขึ้นทีละดวงต้อนรับค่ำคืนที่กำลังจะมาถึง
ดูเหมือนว่างานของคุณโทชิโร่ในวันนี้กำลังจะจบลง มือข้างหนึ่งของเขาหยิบบุหรี่ขึ้นมาสูบก่อนค่อยๆ ผ่อนควันออกมาส่วนอีกข้างก็หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดู
ตอนนี้เป็นเวลา 6 นาฬิกา มุมมองของผมหันขวับอย่างรวดเร็วแล้วตรงไปในเส้นทางที่คุ้นเคย ผมที่อาศัยอยู่ในร่างนี้มานานเพียงเห็นร้านอนิเมตามซอยรอบๆ ก็สามารถบอกจุดหมายของเจ้าของร่างได้ มันคือเส้นทางที่ไปยังร้านข้าวราดร้านประจำ
เมื่อมาถึงมือขวาก็ขยับเปิดประตูไม้ ด้านในร้านปรากฏร่างของซามูไรผมสีเงินที่คุ้นเคยนั่งอยู่ที่นั่งประจำ มือโอบถ้วยที่ใส่ข้าวราดถั่วแดงไว้พูนจานแถมยังกำลังกินมันอย่างเอร็ดอร่อย ดวงตาสีแดงที่มักมีแววตาเบื่อหน่ายตอนนี้เปร่งประกายสดใสเพราะอาหารจานโปรด
คุณซากาตะเป็นคนที่ชอบของหวานมากจริงๆ ไม่ว่าจะมากี่ครั้งก็จะเห็นเขาสั่งเมนูนี้เสมอ
ตอนนั้นเองมุมมองของผมขยับเข้าไปใกล้
"โยโรซึยะ" ฮิจิคาตะส่งเสียงเรียกออกไป กินโทกิก็หันมาปากที่กำลังเคี้ยวข้าวตุ่ยๆ ค่อยๆ กลืนข้าวคำล่าสุดลงไป ถั่วแดงสองสามเม็ดติดอยู่ที่มุมปากของเขาเรียกได้ว่าสำหรับโอตาคุแบบผมแล้วมันคือโมเอะพ้อยได้เลยขอรับ!
"อ่าวนึกว่าใครโองุชิคุงนี่เอง"
"โองุชิคุงบ้านแกสิ ฉันชื่อฮิจิคาตะ โทชิโร่เฟ้ย แล้วทำไมมาร้านนี้ทีไรต้องมาเจอแกทุกทีเลยฟะ" เขากล่าวอย่างไม่สบอารมณ์ก่อนทิ้งตัวลงนั่งข้างๆ
ตัวผมที่ได้ยินบทสนทนาก็รู้สึกอยากจะยิ้มแห้งออกมา ก็ที่มาร้านนี้ตอนเวลานี้น่ะ ก็เพราะคุณซากาตะเขาชอบมาช่วงนี้ไม่ใช่รึไงกันขอรับ… แล้วนี่ก็ถือวิสาสะไปนั่งข้างเขาโดยไม่ได้รับเชิญอยู่นะขอรับ
"ห๊า ฉันจะกินข้าวร้านไหนเวลาไหนมันก็เรื่องของฉันนาเหวย อยากมีเรื่องรึไง ไอ้บ้ามายองเนส?!"
คุณซามูไรผมเงินที่ขยับเข้ามาใกล้อย่างกะทันหันมากเสียจนผมเห็นถึงรายละเอียดของนัยน์ตาสีแดงอย่างชัดเจน
ตึก ตึก ตึก
พลันเสียงหัวใจของเจ้าของร่างก็เต้นเร็วและแรงขึ้นกว่าปกติพร้อมกับมุมมองที่ขยับออกแล้วหันไปทางภรรยาของเจ้าของร้าน
"ช่างเถอะ ป้า ผมขอเหมือนเดิม"
"ได้เลยจ้า" คุณภรรยาของเจ้าของร้านรับคำพลางหัวเราะน้อยๆ ไม่นานฮิจิคาตะสเปเชียลก็ถูกวางตรงหน้า
"แกนี่ยังกินเมนูนั้นอยู่อีกหรอ แค่เห็นก็อยากอ้วกแล้วนะนั่น"
"เฮ้ย อย่ามาว่ามายองเนสนะเว้ย เมนูแกแค่เห็นก็แสบคอจนกินไม่ลงแล้ว"
"เหอะ เมนูนี้ของคุณกินนะมันโคตรอร่อยระดับโลกเลยนะเว้ย"
ผมนั่งฟังบทสนทนาการถกเถียงของพวกเขาเป็นครั้งที่… ครั้งที่เท่าไหร่แล้วนะ ทะเลาะกันบ่อยมากจนคนฟังอย่างผมนับไม่ไหว
ก้อนเนื้อในอกที่เต้นระรัวเมื่อครู่เหมือนจะค่อยๆ กลับมาอยู่ในจังหวะเดิมของมัน ผมไม่รู้ว่าเป็นแบบนี้มานานเท่าไหร่แล้วแต่ตั้งแต่ผมเข้ามาอยู่ในร่างนี้ มันจะเป็นแบบนี้เสมอเมื่อเขาเจอคุณซากาตะ
ถึงแม้พวกเขามักจะทะเลาะกันอยู่เสมอ แต่ผมที่เห็นมุมมองของคนๆ นี้ตลอดถึงไม่ตั้งใจก็เห็นได้ว่าสายตาของรองหัวหน้าปีศาจแห่งชินเซ็นกุมิมักมาหยุดอยู่ที่คนๆ นี้เสมอแถมพอมีปัญหาอะไรก็จะช่วยเหลือกันแบบที่ดันเข้าขากันได้ดีสุดๆ อีก
ผมที่อ่านมังงะและดูอนิเมะมาแล้วนับไม่ถ้วนเห็นแค่นี่ก็รู้ได้เลยว่ามันจะต้องเป็นความรักอย่างแน่นอนขอรับ!
"ไหนๆ ก็ไหนๆ แล้วมาดื่มกันสักหน่อยมั้ย ฮิจิคาตะคุง" หนุ่มผมเงินกล่าวพลางขยับเข้ามาใกล้
"ไม่ละ ฉันยังมีงานกองรออยู่จะมาเมาหมดสภาพแบบแกนะไม่ได้หรอก"ฮิจิคาตะเพียงปรายตามองแล้วเอ่ยออกไป
โทชิโร่ทำไมปฏิเสธแบบไร้เยื้อใยแบบนั้นละขอรับ ถึงตอนนี้จะมีงานของคุณโอคิตะกองอยู่เต็มโต๊ะจริงๆ ก็เถอะ! ดูสิคุณซากาตะทำหน้าเศร้าออกมาแล้วนะขอรับ!
"อะไรกัน ใจร้ายจังน้า จะปฏิเสธคุณกินจริงๆ หรอ อุตส่าห์จะรินให้เลยน้า"
"อะไรของแกฟะก็บอกว่าไม่ดื่มไงเว้ย แล้วนี่กะให้ฉันจ่ายให้ละสิใช่มั้ย"
"หวา ความแตกซะแล้วน่ายังไงเงินนายก็ได้มาจากภาษีประชาชนน้า ช่วยเลี้ยงประชาชนตาดำๆ หน่อยสิ" กินโทกิเปลี่ยนมาทำสีหน้าเบื่อหน่ายแล้วยกมือขึ้นมาแคะขี้มูกอย่างเซ็งๆ
ก็คือหน้าเศร้าสร้อยเมื่อกี้คือหลอกกันหรือขอรับ… คุณซากาตะช่างรับมือยากเสียจริง
"แล้วทำไมฉันต้องเลี้ยงแกด้วย" กินโทกิหันมองเล็กน้อยก่อนลุกขึ้น มือขยับขยี้เส้นผมสีเงินของตนอย่างไม่สบอารมณ์นัก
"เออๆ ตูไปหาเพื่อนดื่มคนอื่นก็ได้เว้ย" ว่าแล้วก็ขยับเดินตรงไปที่ประตู ผมที่มองแผ่นหลังของคุณซากาตะที่ค่อยๆ เดินห่างออกไป โทชิโร่คุณซากาตะจะไปแล้วนะขอรับ จะไปจริงๆ แล้วนะขอรับบบบ
"เฮ้ย โยโรซึยะ" คนถูกเรียกหันกลับมามอง
"อะไรอีก" เสียงนั้นราวกับแมวขนฟูที่กำลังหงุดหงิด
"ขวดนึงก็ได้"
นั่นทำให้อีกฝ่ายยิ้มออกมาแล้วตรงกลับมานั่งที่เดิม ทั้งสองก็เริ่มรินเหล้าให้กันแล้วก็เถียงกันต่อ จอกแล้วจอกเล่าสุดท้ายก็ไม่ได้จบแค่ขวดเดียวอย่างที่คุยกันไว้ แต่คนที่ดื่มเข้าไปส่วนใหญ่ก็คือคนที่ได้กินฟรีอย่างพี่ใหญ่ของร้านสารพัดรับจ้างนั่นเอง
ชิโรยาฉะที่น่าเกรงขามในสงครามขับไล่ต่างแดนตอนนี้เป็นแค่แมวขนฟูสีเงินที่เดินให้ตรงทางยังทำไม่ได้เท่านั้นเอง
"ฮิจิคาตะะะคุงงงง ไปต่ออีกร้านก๊าน"
"เดินเป๋ขนาดนี้ยังจะดื่มอีกหรอวะ กลับบ้านเอ็งได้แล้ว"
"อาราย คุณกินยังไหวนาเหวย อ๊อก" สุดท้ายคุณซากาตะก็อ้วกออกมาชุดใหญ่แล้วหมดสติไปทั้งอย่างนั้น
"เฮ้ย แกหลับไปแล้วหรอ เฮ้อให้ตายสิ" ปากก็บ่นไปอย่างงั้นแต่สุดท้ายก็อุ้มอีกฝ่ายขึ้นหลัง สัมผัสฟูนุ่มของกลุ่มผมสีเงินกับลมหายใจอุ่นละอยู่ที่คอ ฮิจิคาตะสูดหายใจเข้าเฮือกใหญ่ก่อนจะก้าวเดินต่อไป
สุดท้ายคุณตำรวจก็แบกร่างของคนเมาไม่ได้สติกลับไปที่ร้านรับจ้างสารพัดก่อนตัวเองจะตรงดิ่งกลับไปที่ชินเซ็นกุมิ
ไฟในห้องของท่านรองหัวหน้าแห่งชินเซ็นกุมิสว่างขึ้น มือเริ่มขยับทำงานเอกสารที่คั่งค้าง
'นี่โทชิโร่'
"อะไร?"
'เมื่อไหร่จะสารภาพรักกับคุณซากาตะสักทีละขอรับ' พอผมพูดจบโทชิโร่ถึงกับสำลักออกมา
"ห๊า แกพูดบ้าอะไร ใครจะไปชอบไอ้บ้าของหวานนั้นกัน"
'ก็ผมนะเห็นอยู่ทุกวันคุณหลอกผมไม่ได้หรอกขอรับ'
คราวนี้เป็นฝั่งของฮิจิคาตะที่เงียบไปเขาหยิบบุหรี่ขึ้นมาสูบอีกครั้ง กลิ่นของควันบุหรี่คลุ้งอยู่ในอากาศ ดวงตาคมละสายตาจากเอกสารบนโต๊ะ
"ฉันน่ะไม่เหมาะกับจะไปมีความสัมพันธ์อะไรแบบนั้นกับใครหรอก"คำพูดนั้นแม้กล่าวออกมาด้วยเสียงเรียบนิ่งแต่ตัวตนของเขาสัมผัสได้ถึงความเศร้าที่หน่วงอยู่ในอก
'โทชิโร่กลัวโดนปฏิเสธหรือขอรับ เรื่องนั้นไม่ต้องห่วงเลย เพราะผมคิดว่าคุณซากาตะเองก็ชอบคุณอยู่นะขอรับ'
"มันไม่ใช่เรื่องนั้น แกเป็นโอตาคุก็ไม่รู้อะไร คนที่ทำงานเป็นตำรวจที่ไม่รู้จะตายเมื่อไหร่แบบฉันน่ะไม่เหมาะจะไปสานสัมพันธ์กับใครทั้งนั้น"
'อาชีพไหนก็มีความรักได้นะขอรับเชื่อในตัวผมที่อ่านมังงะกับดูอนิเมะมามากมายสิขอรับ!'
"ใครจะเชื่อคำแนะนำจากโอตาคุเวอร์จิ้นอย่างแกกันฟะ!"
'ทั้งๆ ที่ชอบขนาดนั้นแท้ๆ แค่สารภาพก็สิ้นเรื่องเหมือนตอนจบของอนิเมที่ผมเพิ่งดูมาวันก่อนพระเอกที่รวบรวมความกล้าเข้าไปสารภาพรักนางเอก!'
"เฮ้อนี่แกเอาร่างฉันไปแอบดูอะไรไร้สาระแบบนั้นอีกแล้วเรอะ"
'ไม่ได้ไร้สาระนะขอรับเรียกว่าเป็นอนิเมวรรณกรรม2Dแห่งยุคดีกว่าขอรับ'
"นั่นแหละที่ไร้สาระ"
'ถ้าคุณโทชิโร่ไม่รู้จะสารภาพยังไงผมมีตัวอย่างนะขอรับ นี่เลยครับTop10คำสารภาพรักในอนิเมะที่ทำให้คนดูฟินลอยติดเพดาน!'
"หยุดเลยเว้ยยังไงฉันก็จะไม่ไปสารภาพรักอะไรกับเจ้านั่น" เมื่อโดนปฏิเสธอีกครั้งผมก็เริ่มรู้สึกเศร้าขึ้นมาบ้าง แต่ตอนนั้นเองก็มีความคิดนึงที่แล่นเข้ามาในหัว
'โทชิโร่...พรุ่งนี้ผมยืมใช้ร่างสักวันได้มั้ยครับ?'
"ห้ะ แกเพิ่งจะไปงานมีทอะไรนั่นเมื่อสัปดาห์ก่อนเองไม่ใช่เรอะ"ฮิจิคาตะถามออกมาอย่างสงสัย ทำเอาตัวผมต้องหัวเราะกลบเกลื่อนออกมา
'อ่าพอดีว่ามีอีกอีเว้นท์มาพอดีผมเพิ่งจะนึกออกนะขอรับ ลืมจดลงไปในปฏิทินได้ยังไงกันนะ ฮ่าๆๆ'
"คราวหลังก็บอกให้ไวหน่อยแบบนี้ฉันก็ส่งใบลาหยุดให้คุณคอนโด้ไม่ทันพอดี"
'ต้องขออภัยจริงๆขอรับ ก็อีเว้นท์ครั้งนี้สำคัญมากจริงๆ'
"ช่วยไม่ได้ฉันก็ไม่อยากทำงานไปฟังแกโอดครวญจนสุดท้ายก็หาเรื่องยึดร่างแล้วฉันก็โผล่ไปอยู่ที่ไหนก็ไม่รู้เหมือนกัน"
'ขอบคุณมากขอรับโทชิโร่!'
"หยุดกวนฉันได้แล้วถ้างานไม่เสร็จแกอย่าหวังได้ไปงานอีเว้นอะไรนั่นเลย"
'ขอรับๆ'
เมื่อตบปากรับคำกันเรียบร้อย ผมก็กางคู่มือเกมจีบสาวออกมาอ่านอย่างละเอียด
ด้วยเกียรติของโอตาคุไม่เอาถ่านคนนี้ผมขอสัญญาว่าจะทำอีเว้นท์สารภาพรักในสำเร็จให้ได้!
เมื่อถึงเช้าวันต่อมาผมก็ได้เข้าควบคุมร่างตามที่ตกลงกัน โทชิโร่ที่ทำงานโต้รุ้งจนถึงเช้าตอนนี้ได้หลับยาวไปแล้วเรียบร้อย สองขาก้าวออกมาจากชินเซ็นกุมิในชุดนอกเครื่องแบบของโทชิโร่ สิ่งที่ยากที่สุดตอนนี้น่าจะเป็นการที่ผมจะต้องทำตัวเป็นท่านรองปีศาจแห่งชินเซ็นกุมิ...
แต่จะมาลังเลตอนนี้ก็คงสายไปแล้ว
ใช่แล้วถ้าโทชิโร่ไม่กล้าที่จะสารภาพรักละก็ ผมนี่แหละจะสารภาพรักให้เองขอรับ!
ก่อนอื่นเราต้องตามหาคุณซากาตะก่อน แต่ควรไปที่ไหนกันนะ…
ถ้าตามเกมจีบสาวละก็แต่ละคนจะมีที่ๆ ไปเป็นประจำพร้อมเวลาที่ชัดเจนอยู่ ของคุณซากาตะก็คงเป็น…
ร้านสารพัดรับจ้าง ร้านพาเฟ่ต์ ร้านปาจิงโกะ ร้านข้าวราด ร้านบาร์ของคุณไซโกะ…พอนึกถึงตอนที่โทชิโร่บังเอิญไปเห็นคุณซากาตะตอนที่ทำงานอยู่ที่บาร์ของคุณไซโกะ พาโกะซังในชุดยูคาตะสีชมพูสดใส ผมสีเงินฟูมัดแกะสองข้างอย่างน่ารักเทียบกับคนอื่นๆ ในร้านแล้วเรียกได้ว่าพาโกะซังนั่นดูตัวเล็กขึ้นมาเลยละ…
ไม่ๆๆ ตอนนี้ไม่ใช่เวลามาคิดถึงเรื่องนั้น วันนี้มีภารกิจสำคัญที่ต้องทำให้สำเร็จอยู่ สองขาของผมเริ่มเดินตรงไปข้างหน้าอย่างน้อยก็ลองไปที่ร้านสารพัดรับจ้างก่อนแล้วกัน
ผมที่มาหยุดอยู่หน้าประตูไม้ที่คุ้นชินก็รวบรวมความกล้าทั้งหมดที่มีในการเคาะประตูไม้นั้น ไม่นานก็ได้ยินเสียงฝีเท้าเดินตรงมา
"ครับ ครับ"เสียงของคุณชินปาจิดังขึ้นตอนนั้นเหมือนราวกันมีฟ้าผ่าลงมากลางหัวของผม ลืมไปเลยว่าถ้ามาที่ร้านสารพัดรับจ้างละก็ต้องเจอกับทั้งคุณชินปาจิและคุณคางุระด้วย นี่มันเหมือนในรูทนั้นที่ผมเคยเล่นที่การจะเข้าไปในบ้านของสาวที่มีลูกติดแล้วเราจำเป็นจะต้องเก็บแต้มความพอใจของลูกๆ ด้วยไม่งั้นความหวังที่จะได้เข้าบ้านสาวก็จะเป็น 0!
พลันประตูก็ถูกเปิดออก เด็กหนุ่มจืดจางใส่แว่นหันมองผมอย่างสงสัย
"คุณฮิจิคาตะ มีธุระอะไรหรอครับ?" ผมกระแอ่มไอเล็กน้อยแล้วทำให้เสียงให้ดูน่าเกรงขามแบบโทชิโร่
"วันนี้โยโรซึยะว่างมั้ย" พอได้ยินคำถามเด็กหนุ่มก็ถอนหายใจอย่างเหนื่อยหน่าย
"คุณกินนะหรอครับ ถ้าถามว่าว่างมั้ยก็ว่างแหละครับ ตอนนี้กำลังนอนอืดเลยละครับ" อ่านั่นสินะเมื่อวานคุณซากาตะดื่มไปเยอะมากคงไม่แปลกที่จะตื่นสายละนะ
"ว่าแต่ตกลงมีธุระอะไรกันแน่หรอครับ หรือว่าเขาไปให้คุณเลี้ยงอะไรอีก บอกก่อนนะครับว่าช่วงนี้เราช็อตมากคงไม่มีจ่ายให้หรอกครับ"
"เปล่าไม่ใช่เรื่องนั้น คือ…" ผมที่กำลังจะพูดต่อก็ถูกตัดบทเสียก่อน
"อาชินปาจิ ใครมากันน่อ อ่าวโทชินี่นาลื้อมาหาอากินจังหรอน่อ"เด็กสาวยาโตะในชุดกี่เพ้าสีแดงวิ่งเข้ามาหาพร้อมกับร่มสีม่วงในมือ
ค…คุณลูกสาวออกมาแล้ว ผมเห็นหน้าของคุณคางุระแล้วก็รู้สึกเหงื่อแตกพลั่กๆ
"อารายทำหน้าแบบนั้น หรือจริงๆลื้อจะนัดอากินจังของอั๊วไปทำอะไรไม่ดีรึเปล่าน่อ เดี๋ยวเป่าบ้องหัวซะเลยน่อ"ว่าแล้วก็ชี้ร่มมาที่หน้าของผมด้วยสีหน้าหาเรื่องสุดๆ
น่ากลัวมากขอรับ ผมอยากจะร้องไห้ ผมจะคีฟลุคคุณโทชิโร่ไม่อยู่แล้วนะขอรับ ตอนนี้อยากกลับบ้านไปนอนดูอนิเมะมากๆ ทำไมแค่จะเข้าบ้านคุณซากาตะมันยากเย็นขนาดนี้กันขอรับบ
"คางุระจังพูดอะไรนะครับเนี่ย!"เป็นคุณชินปาจิที่ดันร่มของเธอลง เด็กสาวมองแล้วก็ใช้มือที่ว่างอยู่อีกข้างแคะขี้มูกอย่างไม่สนใจนัก
"ไม่รู้อั๊วแค่อยากลองพูดบทในละครหลังข่าวเฉยๆแหละน่อ!"
"เฮ้ย โหวกเหวกอะไรกันแต่เช้าฟะ คุณกินนะต้องนอนอย่างน้อย8ชั่วโมงนะเหวย!"กินโทกิเดินออกมาที่โถงทางเดินมือของเขาขยี้ผมสีเงินฟูเบาๆ พร้อมหาวออกมาหนึ่งที ผมนึกว่าวันนี้จะไม่ได้เจอคุณซากาตะซะแล้วขอรับ
"เช้าอะไรละครับนี่มันสายโด่ตะวันส่องตูดแล้ว"ชินปาจิหันไปบ่นคนอายุมากกว่าที่ยังคงหาววอดๆ
"ช่ายแล้วอากินจังลื้อนี่ไม่ไหวเลยน่อ อั๊วไม่เคยสั่งสอนให้ลื้อเป็นคนตื่นสายแบบนี้น่อ"
"เฮ้อ เอาเถอะๆ แล้วแกมาทำอะไรที่หน้าประตูบ้านฉันละเนี่ย จะจ้างให้ไปทำงานอะไรให้รึไง?"สุดท้ายคุณซากาตะก็เลือกที่จะหันมาทางผม เอาละถึงเวลาที่ต้องใช้สิ่งที่นั่งศึกษามาเมื่อคืนแล้ว!
"วันนี้ฉันลางาน มาด้วยกันหน่อยสิ" ผมกล่าวออกไปด้วยเสียงเรียบ
"ห๊ะ คนบ้างานอย่างแกเนี่ยนะจะลางาน แล้วทำไมฉันต้องไปกับแกด้วย จ้างให้ก็ไม่เอาด้วยหรอก"
หึ ผมว่าแล้วว่าคุณซากาตะจะต้องไม่คล้อยตามง่ายๆ ถึงเวลาใช้ไอเทมที่หยิบติดมือมาแล้ว
ผมล้วงมือเข้าไปหยิบไอเทมออกมา มันก็คือกระเป๋าตังของคุณโทชิโร่นั่นเอง
"ถึงซื้อพาเฟ่ต์ให้ก็ไม่ไปหรอ"
"มาฮิจิคาตะคุงวันนี้เราไปเที่ยวเล่นด้วยกันเถอะ!"คุณซากาตะตอบรับแทบจะทันที เรียกได้ว่าระยะห่างระหว่างประโยคนั้นห่างกันไม่ถึง1 วินาทีด้วยซ้ำ แถมตอนนี้เขาเดินออกมาอยู่นอกประตูกับผมเป็นที่เรียบร้อย
"เดี๋ยวว! ใจง่ายไปแล้วครับคุณกิน!"
"ห๊าปาจซัง พาเฟ่ต์ฟรีเดินมาถึงหน้าบ้านแบบนี้มันแรร์ซะยิ่งกว่าแรร์อีกน้า"
"แล้วงานวันนี้ละครับ!"
"ยังไม่มีนิ ถือว่าวันนี้ร้านเราก็หยุดพักละกัน ปะฮิจิคาตะคุงเราไปกันเถอะ" ว่าแล้วก็กลายเป็นผมที่โดนอีกฝ่ายกึ่งดึงกึ่งลากไปที่บันไดทางลงโดยไม่สนใจเสียงของเด็กๆ ที่ตะโกนอยู่ด้านหลัง
"วันนี้อาโทชิดูแปลกๆ น่อ"คางุระกล่าวออกมาพลางมองตามร่างของผู้ใหญ่ทั้งสอง ชินปาจิได้ยินแล้วก็ถอนหายใจออกมา
"นั่นสินะครับ แต่ปล่อยสองคนนั้นไปเถอะ ผมไปนั่งดูวิดีโอที่อัดไลฟ์ของโอซือจังดีกว่า"
"อั๊วก็ไปหาโซโยะจังมั้งช่วงนี้ไม่ว่างไปหาเลยต้องเหงาอยู่แน่ๆ เลยน่อ"เมื่อทั้งสองตัดสินใจได้ก็แยกย้ายกันไป อย่างว่าวันหยุดนะมีมาไม่บ่อยหรอกนะ!
สุดท้ายผมและคุณซากาตะก็มานั่งอยู่ในร้านพาเฟ่สีหวาน เหมือนว่าร้านนี้จะเป็นร้านโปรดของเขา กลิ่นของน้ำตาลที่คละคลุ้งอยู่ในอากาศนั้นเป็นสิ่งที่ผมไม่คุ้นชินนัก ไม่นานพาเฟ่ต์ถ้วยโตก็ถูกวางอยู่ตรงหน้าดวงตาสีแดงเปล่งประกายขึ้นมาก่อนตักกินก้อนครีมขาวอย่างมีความสุข
อ่าท่านซากาตะเวลากินของหวานเนี่ยน่ารักสุดๆ ไปเลยขอรับ
"หืมแกจะไม่สั่งอะไรมากินหน่อยเรอะ ฉันกินอยู่คนเดียวมันก็แปลกๆ"
"อานั่นสินะ เออ…" เวลาแบบนี้โทชิโร่จะสั่งอะไรมากินกันนะ
ใช่แล้วกาแฟดำกับมายองเนสยังไงละ!
เออ…ถ้าจำไม่ผิดเมื่อเช้าผมไม่ได้หยิบมายองเนสติดมา… ผมลองล้วงมือเข้าไปในเสื้อของตัวเองพลันมือก็สัมผัสกับทรงขวดที่คุ้นเคย
คุณโทชิโร่…พกติดไว้ไม่ห่างเลยสินะขอรับ หรือ เรียกว่าเป็นจิตใต้สำนึกที่แม้ตัวผมจะเข้าควบคุมร่างแต่มือก็คว้าหยิบมายองเนสออกมาด้วยกันดีละ
และแล้วกาแฟดำก็มาเซิร์ฟถึงโต๊ะมือของผมก็หยิบขวดมายองเนสบีบลงไป เมื่อมองดูแล้วก็ได้แต่ถามตัวเองซ้ำๆ ตกลงว่าสิ่งนี้มันกินได้จริงๆอย่างงั้นหรอ…
ถ้าผมดื่มสิ่งนี้เข้าไปจะถูกน๊อคก่อนภารกิจจะสำเร็จมั้ยนะ…
"โอ่ยฮิจิคาตะคุงตกลงไม่ดื่มหรอ"คุณซากาตะเริ่มเลิกคิ้วมองผมอย่างสงสัย
ถ้าไม่ดื่มความแตกแน่ๆ เลยขอรับ คิดแล้วก็กลั้นใจแล้วดื่มมันลงไปรสชาติทั้งขมทั้งแย่จนอย่างจะอ้วกออกมาเลยทีเดียว พลันสายตาก็เหลือบไปเห็นคุณซากาตะหลุดขำออกมา ไม่รู้ว่าคิดไปเองรึเปล่านะ…
แผนทุกอย่างตอนนี้สมบูรณ์แบบมาก หลังจากพาคุณซากาตะไปกินพาเฟ่ต์อย่างมีความสุข ตอนนี้ก็ต้องไปหาสถานที่ดีๆ เพื่อมาสารภาพรักสินะ…
ว่าแต่ที่ไหนดีละ ผมที่วันๆ เอาแต่เข้าร้านอนิเมะคิดถึงสถานที่ดีๆ ที่ว่าไม่ออกเลย…อ่าใช่แล้วจังหวะแบบนี้ตามเกมแล้วเราจะต้อง
"โยโรซึยะแกมีที่ไหนที่อยากไปมั้ย"ผมหันไปถามคุณซากาตะ อีกฝ่ายก็เลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อยก่อนจะฉีกยิ้มที่ดูไม่น่าไว้ใจออกมา
"มีสิอยากลองไปกับแกนานแล้ว มาเดี๋ยวฉันนำทางเอง"ซามูไรผมเงินเอ่ยก่อนเดินนำหน้าผมไปอีกทาง ซึ่งเส้นทางนั้นเป็นตรอกที่ตัวผมเองไม่เคยเดินเข้าไปมาก่อน
ร่างของพวกผมมาหยุดอยู่ที่หน้าโรงแรมแห่งหนึ่งที่ขึ้นป้ายขนาดใหญ่ว่า Love Hotel
เอ๊ะ โรมแรมนี่มันหรือว่าจะเป็นโรงแรมม่านรูดที่เทพเจ้าแห่งโอตาคุเคยกล่าวไว้ว่าเป็นดินแดนต้องห้ามที่เหล่าโอตาคุกระจอกอย่างเราไม่มีทางได้เข้าไปกัน…
"เออนี่คือ…"
"อะไรคุณตำรวจไม่รู้จักโรงแรมม่านรูดรึไง"พูดไปก็แคะขี้หูไปแถมตอนนี้เขายังเดินนำหน้าเข้าประตูไปเรียบร้อยแล้ว
เดี๋ยวนะขอรับ ผมยังไม่ทันได้สารภาพรักเลย คุณซากาตะก็จะข้ามขั้นไปxxxเลยงั้นหรอ
คุณซากาตะะะะะ
.
.
.
.
สุดท้ายก็เข้ามาถึงในห้องแล้วขอรับ…
ภายในห้องของโรงแรมเล็กๆนี้มีเพียงเตียงนอนขนาดพอที่จะให้คนสองคนนอนร่วมกันได้ ทีวี แล้วก็ห้องน้ำเท่านั้น
คุณซากาตะหันกลับมามองผมที่ยืนนิ่งอยู่ที่ปลายเตียง ดวงตาสีแดงหันมองผมเป็นประกายระริกเหมือนกำลังเตรียมทำเรื่องสนุก เขาดึงดาบไม้ที่คาดอยู่ที่เอวออกวางบนโต๊ะขนาดเล็ก ก่อนจะปลดเสื้อของตนออกช้าๆ สองเท้าค่อยๆ เดินเข้ามาใกล้ เสื้อยูคาตะสีขาวและโอบิถูกปลดทิ้งไว้กับพื้นเป็นอย่างแรก ต่อด้วยเสื้อสีดำที่ถูกรูดซิปลงจนเห็นแผ่นอกขาวไปจนถึงหน้าท้องที่มีมัดกล้ามสวย ผมได้แต่จ้องภาพตรงหน้าโดยไม่อาจละสายตาได้ พลันมือของเขาผลักในผมนอนลงไปบนเตียงก่อนขยับตามเข้ามากระซิบที่ข้างหู
"มางั้นเรามาเริ่มกันเลยดีมั้ย ฮิจิคาตะคุง?"ใบหน้าของผมก็เริ่มเห่อร้อนจนแทบระเบิด
ม…ไม่ไหว คุณซากาตะเซ็กซี่เกินไปแล้ว แบบนี้โทชิโร่…ถ้าไปไกลกว่านี้โทชิโร่จะ…
"ไม่ได้นะครับ ขอโทษที่หลอกคุณแต่ว่าผมคงทำเรื่องแบบนี้กับคุณซากาตะไม่ได้หรอกครับ!! ไม่งั้นโทชิโร่ต้องโกรธมากแน่ๆ!" เมื่อพูดจบร่างของซามูไรผมเงินก็ขยับออกพร้อมหัวเราะออกมา
"ยอมสารภาพแล้วหรอ ทชชี่"
"คุณรู้?"
"อืม เรื่องนั้นฉันรู้ตั้งแต่แรกแล้ว ก็อย่างว่าเจ้านั่นนะไม่มีทางที่อยู่ๆจะมาโผล่ที่หน้าร้านแล้วก็ชวนคุณกินออกไปเดทแบบนั้นหรอก บุหรี่ก็ไม่สูบ แถมยังกินกาแฟดำใส่มายองเนสด้วยสีหน้าฝืนทนขนาดนั้น ใครเชื่อก็โง่แล้วเฟ้ย"
"ถ้างั้นทำไม…"
"ก็นานที่จะมีพาเฟ่ต์ฟรีมาถึงหน้าบ้านแหละนะ ว่าแต่แกน่ะตั้งใจจะทำอะไรกันแน่"เมื่ออีกฝ่ายถามด้วยเสียงจริงจัง ผมสูดหายใจเข้าเฮือกหนึ่งก่อนตอบออกไป
"ผม…ตั้งใจจะมาสารภาพรักกับคุณให้โทชิโร่แต่เหมือนว่าผมคงจะแสดงได้ไม่เหมือนเลยสินะ…" คำตอบนั้นทำให้นัยตาสีแดงคู่นั้นเบิกกว้างเล็กน้อย
"สารภาพรัก?"
"ผมนะ เห็นมาตลอดขอรับ ถึงจะไม่มีใครยอมพูดอะไรออกมาแต่ผมก็เห็นความรักที่พวกคุณมีให้กัน ผมรู้ว่ามันต้องใช้ความกล้าอย่างมากในการสารภาพรักใครสักคนแต่ในเมื่อทั้งคุณและโทชิโร่ไม่มีใครยอมเริ่มสักทีผมก็เลยคิดว่า…"
ทว่าตอนนั้นเองก็มีเสียงหนึ่งดังขึ้นมาในหัว
'เฮ้ย ทชชี่…นี่แกกำลังทำอะไรอยู่' เป็นเสียงของโทชิโร่ดังขึ้น ดูจากน้ำเสียงแล้วเหมือนกำลังโมโหเอามากๆ ตัวเขาที่หลับไปหลังจากโหมงานหนักตื่นมาก็มาเจอกับภาพของกินโทกิที่เหลือเพียงเสื้อสีดำที่แหวกออกจนเห็นท่อนบน เรียกได้ว่าเกือบจะเปลือยเปล่าแถมยังนั่งอยู่บนเตียงกับตัวเขาในร่างโอตาคุ
มีแต่เรื่องที่น่าเข้าใจผิดเต็มไปหมด
'ไหนละอีเว้นท์ของแก แล้วแกมาอยู่กับโยโรซึยะได้ยังไง ตกลงวันนี้แกเอาร่างฉันมาทำอะไรกันแน่ห้ะ'
"โทชิโร่คือไม่ใช่อย่างที่เห็นนะครับผมนะ…แค่อยากจะช่วยพวกคุณก็เท่านั้นเอง" ตอนนั้นเองคุณซากาตะก็ถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ก่อนขยับมือมาลูบหัวของผม
"นี่ฟังนะ เรื่องแบบสารภาพรักน่ะทำแทนกันไม่ได้หรอก เจ้าหนูโอตาคุ เพราะการจะสารภาพรักใครสักคน กว่าจะพูดออกมาได้ก็อย่างที่นายว่ามันต้องใช้ความกล้ามากเลยละ"ผมหันมองใบหน้าของคุณซามูไรที่ยิ้มให้อย่างอ่อนโยนพลันรอยยิ้มนั้นจะฉีกกว้างขึ้นจนดูกวนประสาท
"เฮ้ยไอคุณตำรวจข้างในน่ะได้ยินสินะ คุณกินจะแสดงตัวอย่างให้แกดูเปิดหูเปิดตาของแกให้กว้างๆ ซะ" เมื่อพูดจบตอนนั้นเองริมฝีปากของอีกฝ่ายก็ประทับลงมาอย่างแผ่วเบา รสจูบนั้นหวานละมุนไม่รีบร้อน ลิ้นเล็กเลียริมฝีปากของเขาหนึ่งทีก่อนละออก ดวงตาสีน้ำเงินเบิกกว้างราวกับระบบประมวลผลในสมองนั้นได้พังไปเรียบร้อย ตรงหน้าของเขาใบหน้าของชายผมเงินขึ้นสีแดงจัดจนใกล้เคียงกับสีนัยตาของอีกฝ่าย
"ฉันชอบแกน่ะ ไอ้เจ้าบ้ามายองเนส"
สิ้นคำสารภาพ ตอนนั้นเองมุมมองของผมก็ดับวูบ
…เหมือนว่าภารกิจของผมจะเสร็จสิ้นแล้วละ
มือหนาของรองหัวแห่งชินเซ็นกุมิโอบเข้าที่เส้นผมสีเงินดึงเข้าบดริมฝีปากนั้นขยับเข้าจูบอย่างดุดัน ลิ้นร้อนขยับพันเกี่ยวจนได้ยินเสียงเฉอะแฉะตักตวงความหวานจากช่องปากของอีกฝ่าย มืออีกข้างขยับรั้งให้อีกฝ่ายเข้ามาใกล้ เมื่อผละออกรสหวานในปากของอีกฝ่ายยังคงติดอยู่ที่ปลายลิ้น เสียงหอบหายใจดังขึ้นในบรรยากาศที่เงียบสงัด ปลายจมูกทั้งสองแตะกันเบาๆ นัยตาคมสีเข้มหันสบกับดวงตาสีแดงก่อนกล่าวออกไป ริมฝีปากค่อยๆ ระบายออกมาเป็นรอยยิ้ม
"เออชอบแกเหมือนกันไอ้บ้าของหวาน"
