Work Text:
วันนี้เป็นวันที่แย่สุดๆ ดวงตาสีแดงเหมือนปลาตายล่องลอยพลางถอนหายใจ มือที่ยกนมสตรอเบอรี่ขึ้นซดวางลงอย่างหมดอาลัยตายอยาก
เหตุผลเพราะอะไรน่ะหรอ เพราะว่าแค่ตื่นมาตอนเช้ารู้สึกเปรี้ยวๆไปทั้งปาก เดี๋ยวก็ขมเดี๋ยวก็เปรี้ยวเดี๋ยวก็มันๆ ถึงจะแปรงฟันจนฟองฟอดไปหลายทีหรือดื่มนมสตรอเบอรี่หวานๆ เข้าไป ทำยังไงไอ้รสชาติแปลกๆที่ติดอยู่นี่ก็ไม่หายไปสักที
เขาหันไปหายัยหมวยที่ตอนนี้ซัดน้ำไปเป็นแก้วที่ร้อยพร้อมกับยัดสาหร่ายดองเข้าปากไปพลางๆ ดูจากใบหน้าแดงก่ำ ท่าทางเหมือนคนที่กำลังกินพริกมาสักสิบเม็ด
ชินปาจิเดินเข้ามาวางน้ำชาลงกับโต๊ะที่กลางห้องโถง ดวงตาสีน้ำตาลหันมาทางเขากับคางุระอย่างเป็นห่วง
"ทั้งสองคนไหวมั้ยครับเนี่ย"
ทำไมเจ้าขาตั้งแว่นของร้านดูไม่เห็นเป็นอะไรเลยสักนิดฟะ
"คุณกินน่ะไม่เท่าไหร่ แค่รู้สึกเหมือนโดนจับกรอกอาหารหมาใส่ปากยังไงก็ไม่รู้"
"อั๊วก็เหมือนกันน่อ แพดดีกรีใส่พริกชัดๆ เลยน่อ" คางุระพูดออกมาพลางสั่งน้ำมูก ซาดาฮารุเห่าออกมาเมื่อพูดถึงอาหารหมา นี่กำลังพยายามทวงความยุติธรรมให้กับอาหารหมารึยังไงกัน
สุดท้ายก็ต้องจิบน้ำเปล่าผสมน้ำตาลไปแล้วหาอะไรทำเพื่อจะได้ไม่ต้องสนใจรสชาติแปลกๆ ในปาก
พลันนักข่าวสาวในช่องทีวีก็ปรากฏตัวขึ้นพร้อมเครื่องหมายตัวแดงแปร๊ด
'ข่าวด่วนค่ะท่านผู้ชม!!! การทดลองที่ผิดพลาดของชาวสวรรค์ทำให้ไอระเหยของสาร 'เทสดีนะที่รัก' รั่วไหลออกไปทั่วเอโดะ'
พวกชาวสวรรค์มันว่างอะไรกันขนาดนั้นกันละเหวย แล้วไอ้เทสดีนะที่รักใครมันเป็นคนตั้งชื่อกันเนี่ย
'...แต่ไม่ต้องกังวลไปนะคะเพราะผลของไอที่ว่านั้นน่ะไม่ได้อันตรายอะไรแล้วยังดูโรแมนติกแปลกๆเสียด้วย เพราะว่ามันจะทำให้ลิ้นของคุณรู้สึกถึงรสชาติแบบเดียวกับคนที่คุณชอบกำลังกินอยู่ค่ะ! เราไปสัมภาษณ์ทางผู้เชี่ยวชาญกันนะคะ'
"ห๊า!!" เขากับคางุระแทบจะแหกปากออกมาพร้อมกันพร้อมกับเอาหน้าไปจุ่มที่หน้าทีวี ในขณะที่ชินปาจิทรุดตัวลงกับพื้นแล้วบ่นพึมพำว่าไม่เห็นจะรู้สึกถึงรสชาติอะไรในปากเลย หรือโอซึจังกำลังไดเอท
'...ครับมันมีเงื่อนไขอย่างการคนสองคนต้องชอบกันทั้งคู่ด้วยไม่งั้นจะไม่แสดงผลนะครับ'
'แหมแบบนี้นี่เอง! ถ้าแฟนหนุ่มของเรารู้สึกถึงรสชาติบางอย่างแต่เรายังไม่ได้กินอะไรอยู่ก็ถือเครื่องมือตรวจหากิ๊กได้เลยน่ะสิคะ!'
'แต่คนที่แอบชอบกันอยู่ก็เป็นเครื่องมือช่วยอย่างดีเลยล่ะค---'
ตู๊ม!!
ร่มสีม่วงทุบเข้าที่ทีวีอย่างแรงจนจอดับ
"คางุร๊าา!!"
"พูดอารัยซี่ซั๊วน่อ!!!! อากินจัง ทีวีมันต้องพังแน่ๆ พูดจามั่วซั่วไปหมดแล้วน่อ!!!" ว่าแล้วก็ง้างร่มขึ้นมาจะทุบต่อ จนเขาต้องรีบสกัดเอาไว้ ถ้าเครื่องนี้เจ๊งจะดูพี่สาวพยากรณ์อากาศยังไง!!!
"คนที่จะทำทีวีพังมันหล่อนนั่นแหละ!! โฮ่ยชินปาจิ ลุกขึ้นมาก่อน จะหมดอาลัยตายอยากอะไรขนาดนั้นฟะ ยัยนี่จะพังทีวีอยู่แล้ว!!!" พอหันไปก็เห็นเจ้าแว่นไปกอดเข่าอยู่ตรงมุมห้อง
"พวกคนมีความรักช่วยออกไปได้มั้ยครับผมอยากอยู่คนเดียว"
"ตกลงนี่ไม่ใช่บ้านของคุณกินหรอฟะ ไหงคนที่ต้องไปคือคุณกินกันเล่า!!!"
"ใช่แล้วน่อ อั๊วรับไม่ได้จริงๆ ทุกคนออกไปทีน่ออั๊วอยากอยู่คนเดียว"
ไอ้เด็กสองคนนี้ นี่มันบ้านคุณกินนาเหวย!!!
สุดท้ายไม่รู้อิท่าไหนแต่ก็โดนถีบส่งออกมาจนได้
ช่วยไม่ได้ไปหมุนปาจิงโกะดีกว่า คิดไปก็ซัดนมสตรอเบอรี่ที่หยิบติดมือมาไปด้วย พลันก็หูผึ่งเมื่อได้ยินเสียงที่คุ้นเคย
"แค่ก! หวานแสบลิ้นแสบคอไปหมดแล้ว ให้ตายสิ!"
"คุณฮิจิคาตะ น่าเสียดายนะครับที่เป็นแค่เป็นรสหวาน เฮ้อแบบนี้ก็ไม่ถึงตายกันพอดี"
"ได้ยินนะเฟ้ย!"
ตาของเขาแทบจะถล่นออกมาแล้วสองเท้าก็รีบวิ่งเข้าไปหลบข้างตู้ขายน้ำเก่าๆ
"ของผมนะเป็นของดองเปรี้ยวๆ อะไรก็ไม่รู้ เลยต้องยัดซอสเผ็ดเข้าปากเอา ลำบากขนาดนี้ยังไม่บ่นเลยครับ"
"ฉันละสงสารคนที่ต้องโดนไอ้ซอสเผ็ดนั่นของแกจริงๆ" ว่าแล้วอีกฝ่ายก็หยิบมายองเนสออกมาแล้วบีบเข้าปากไปสดๆ ความรู้สึกมันๆ เปรี้ยวๆ ตีขึ้นมาในปากจนต้องเผลอเอามือข้างหนึ่งมากุมปิดเอาไว้ เขาลอบมองต่อไปเมื่ออีกฝ่ายหยิบบุหรี่ขึ้นมาสูบรสขมก็แล่นเข้ามาในช่องปากผสมปนเปไปหมด
บ้าน่า นี่มันบ้าไปแล้ว
"ผมสงสารของฝั่งคุณฮิจิคาตะมากกว่านะครับ เดี๋ยวก็บุหรี่ กาแฟดำแล้วยังมายองเนส จบที่ลิ้นพังแน่ๆ"
"คนที่กินซอสพริกไปเป็นขวดอย่างแกยังกล้าพูดอีกนะ"
"เห็นมีคนบอกถ้าอยากหายต้องหาอีกฝ่ายให้เจอแล้วก็เม้าทูเม้ากันนะครับ"
"บ้าบอกันไปใหญ่แล้วใครจะไปเชื่อเรื่องแบบนั้นกัน"
พูดแล้วอีกฝ่ายก็ยกขวดมายองเนสขึ้นมาจะซดอีก ไม่ไหวแล้วโว้ย!! เขาพุ่งตัวออกไปตั้งใจจะใช้ดาบไม้ปัดขวดมายองเนสออกจากมืออีกฝ่ายแต่ยังไม่ทันถึงตัวฮิจิคาตะก็ชักดาบมากันไว้ก่อน
ดวงตาสีน้ำเงินเบิกกว้างเมื่อเห็นร่างของเขา ดาบที่ปะกันอยู่ไม่มีใครยอมถอยออกทั้งนั้น
ทำไมสัญชาตญาณในการปกป้องมายองเนสของเจ้านี่มันแรงจังวะ
โอคิตะผิวปากออกมาเหมือนได้ดูละครฉากเด็ดก่อนจะขยับมาอยู่ฝั่งเขา
"ลูกพี่สวัสดีครับ สีหน้าพะอืดพะอมมาเชียวโดนมาเหมือนกันหรอครับเนี่ย"
เออน่ะสิ อยากจะตะโกนออกไปแบบนั้นเหมือนกันแต่ถ้าโซอิจิโร่คุงมันรู้ว่าลิ้นไอ้เจ้าบ้ามายองเนสนี่เชื่อมกับลิ้นเขาอยู่น่ะโดนแบล็กเมลล์แบบชัวร์ๆ!
"เปล่าสักหน่อย แล้วนี่นะเห็นแมลงติดอยู่เลยหวังดีพุ่งมาทุบให้เฉยๆ ขอบคุณซะด้วยล่ะ"
แล้วนี่ตูพูดบ้าอะไรอยู่กันเนี่ย!!
เขาขยับตัวถอยออกมาพยายามใช้เซลล์สมองในหัวหยิกๆ คิดหาทางออก
"โยโรซึยะแมลงบ้าอะไรของแก วันนี้ฉันไม่ว่างมาทะเลาะกับแกหรอกนะ!" เห็นอีกฝ่ายโวยวายก็รู้สึกมีน้ำโห นี่ตูกำลังพยายามคิดหาทางออกที่จะไม่โดนแบล็กเมล์อยู่นะเหวย!
"คิดว่าคุณกินว่างนักรึไง ไม่ได้อยากมาเสียเวลาตีกับแกเหมือนกันนั่นแหละ ไอ้โจรปล้นภาษีเอ้ย!"
"ห๊า แกว่าไงนะ!"
ยิ่งคุยยิ่งอารมณ์เสีย ไอสารเทสดีนะที่รักมันต้องมั่วนิ่มแน่ๆ คนอย่างคุณกินเนี่ยนะจะไปแอบชอบมันได้ยังไงบ้ากันไปใหญ่แล้ว
เดี๋ยวสิงั้นลิ้นของฮิจิคาตะเองก็...
เขายกนมสตรอเบอรี่ที่เหลืออยู่ยกซดแบบไม่พูดพร่ำทำเพลง สีหน้าของฮิจิคาตะเปลี่ยนไปทันที ดวงตาสีน้ำเงินจ้องมาที่เขาตะลึงงัน ก่อนมือนั่นจะขว้ากล่องนมสตรอเบอรี่ออกจากปากของเขา
เฮ้ยๆ แค่ดื่มคอนเฟิมเฉยๆ ว่าโดนเล่นกันทั้งคู่จริงรึเปล่า มาหยิบนมสตรอวเบอรี่ของคุณกินไปได้ยังไงกัน!
ยังไม่ทันได้โวยวายออกไปฮิจิคาตะก็จับข้อมือของเขาดึงพาวิ่งไปอีกทางโดนที่ทิ้งเด็กหนุ่มไว้อย่างนั้น
เขาหอบหายใจเมื่อวิ่งอย่างไม่ได้หยุดพักมาพักใหญ่ สุดท้ายพวกเขามาหยุดอยู่ในตรอกที่ไม่มีผู้คนเดินผ่านสักเท่าไหร่ของย่านคาบุกิ คุณรองหัวหน้าปีศาจเองก็ดูเหนื่อยไม่แพ้กัน มันยกมือขึ้นปาดเหงื่อก่อนจะหันมาสบตากับเขา แววตาที่ปกติดุดันอยู่เสมอดูอ่อนลงอย่างน่าประหลาด
"โยโรซึยะ แก อธิบายมา"
"คนที่ดึงฉันวิ่งมาถึงนี่มันแกนะเหวย ไหงคุณกินต้องเป็นคนอธิบายกันเล่า!" เขาทำทีโวยวายออกไป ไม่รู้ควรจะพูดยังไงดีเหมือนกัน พวกเขาต่างฝ่ายต่างก็นิ่งไปกลายเป็นว่าเพราะความเงียบเลยได้ยินเสียงหัวใจที่เต้นโครมครามเสียแบบนั้น บางทีอาจจะแค่เพราะวิ่งมามันเลยเต้นแรงผิดจากทุกที หรือเพราะลิ้นที่รับรสของคาเฟอีนเข้ามาทำให้ได้รับผลกระทบไปด้วย
คิดๆ แล้วทั้งหมดอาจเป็นแค่ข้ออ้างทั้งนั้น
จะให้คนที่ทะเลาะกันทุกวันอยู่ๆ มาบอกว่าจริงๆแอบชอบกันอยู่มันก็กระดากปากแปลกๆ
ฮิจิคาตะถอนหายใจออกมาแล้วหันหลังกลับไป
"ช่างมันเถอะ เอาเป็นว่ามาหาวิธีแก้กันก่อน ฉันไม่อยากรู้สึกเหมือนกินของหวานไปทั้งวันหรอกนะ"
"ห๊า ฉันต่างหากที่ต้องพูดแบบนั้นเหมือนโดนกรอกอาหารหมาเข้าปากชัดๆ!"
"แกเรียกอะไรว่าอาหารหมา!"
"อาหารหมาก็คืออาหารหมาไงเล่า!"
"ไอ้เจ้าหัวหยิก!"
"ทำไมไอ้หน้าม้าตัววี!!"
นั่นไงไม่ทันไรก็เถียงกันอีกแล้ว เขาถอนหายใจออกมาอีกรอบ
"แล้วตกลงมีแผนอะไรมั้ย ฝั่งแกไม่มีใครบอกวิธีแก้มาเลยรึไง"
"จะว่ามี...มันก็มีอยู่หรอก..."
"เดี๋ยวคงไม่ใช่ว่าเป็นอันที่โซอิจิโร่คุงบอกหรอกนะ..."
"มีแค่อันนั้นนั่นแหละ ก็เรื่องมันเพิ่งจะเกิดไม่นานไม่แปลกสักหน่อยที่จะยังหาวิธีแก้ไม่ได้น่ะ"
"รัฐบาลชักช้าไม่คุ้มภาษีที่จ่ายเลยโว้ย"
"พูดอย่างกับว่าแกจ่ายงั้นแหละ"
"ห๊า คุณกินนะเป็นพลเมืองดีเด่นตัวอย่างหน้าชั้นเรียนเลยนะ!!"
"ตัวอย่างหน้าชั้นเรียนบ้าอะไรของแก ไร้สาระจริงๆ!"
"ขี้เกียจคุยกับแกแล้ว ถ้ามีแค่วิธีเดียวก็มาลองกันให้จบๆ"
"เออ แบบนั้นก็ดี ยิ่งเถียงกับแกต่อยิ่งเสียเวลา"
ถึงจะพูดไปแบบนั้น แต่พวกเขาทั้งคู่ก็เงียบไปอีกรอบ ต่างฝ่ายต่างไม่มีใครเริ่มสักที
"ฮิจิคาตะคุงไหนว่าเสียเวลาไง จะทำอะไรก็รีบๆ เข้า--"
ยังพูดไม่ทันจบประโยคดีอีกฝ่ายก็ดันเขาติดกับกำแพงด้านหลัง ระยะทางที่หดสั้นทำให้ได้ยินแม้แต่เสียงลมหายใจของอีกฝ่าย ดวงตาสีน้ำเงินนั้นจับจ้องมาเหมือนจะกล้าๆ กลัวๆ
รองหัวหน้าปีศาจผู้น่าเกรงขามก็เท่านี้เอง
เขายกยิ้มขึ้นก่อนจะทำให้ระยะห่างจากริมฝีปากนั้นกลายเป็นศูนย์
