Work Text:
ค่ำคืนแห่งคริสมาสต์อีฟ
ท่ามกลางค่ำคืนที่หนาวเย็นแต่กลับอบอุ่นด้วยต้นสนและของตกแต่งหลากสีเพื่อเฉลิมฉลองงานคริสมาสต์ ร้านค้าเริ่มทยอยปิด ผู้คนต่างกันกลับบ้านเพื่อใช้เวลากับคนที่รัก กินมื้อค่ำ หรือดูหนังในคืนคริสมาสต์อีฟ และต่างตั้งตารอเช้าวันใหม่ที่จะได้แกะของขวัญ
ทว่ามีคู่หนึ่งที่ต่างออกไป
โฮซึกิ เลขาพญายมผู้ไม่เคยหยุดพักแม้กระทั่งวันหยุด และฮาคุทาคุ สัตว์เทพมงคลผู้ไม่เคยหยุดสังสรรค์ ทั้งสองที่เป็นเหมือนน้ำมันกับน้ำกลับเดินเกาะแขนจูงมือบนถนนของโลกมนุษย์
ทั้งคู่เดินบนถนนไร้ผู้คนเลียบร้านค้าที่แข่งประชันความงามของไฟประดับและต้นคริสมาสต์ ตามปกติแล้วเวลาสองตนนี้เจอหน้ากันคงไม่พ้นที่จะทะเลาะกันแน่นอน แต่ไม่รู้ว่าเพราะความหนาวเย็นที่ทำให้ไม่มีใครเริ่มบทสนทนา หรือเพราะพวกเขาต่างกันเกินไปจนไม่มีเรื่องคุยกันแน่
“นี่ เจ้าน่ะ ว่างนักเหรอถึงได้พาข้ามาที่โลกมนุษย์ได้” ฮาคุทาคุพูดแซะแต่มือยังเกาะแขนโฮซึกิแน่นหวังแกล้งให้อีกฝ่ายโมโหเหมือนอย่างเคย พลางเอาใบหน้าซุกผ้าพันคอหวังจะทำให้หน้าตนหายหนาวขึ้นมาบ้าง
ทว่าไร้คำตอบกลับจากอีกตน โฮสึกิเพียงหันกลับมามอง กระชับแขนที่ฮาคุทาคุกอดให้แน่นขึ้นแล้วเดินต่อ ทางเดินที่ปกคลุมไปด้วยหิมะปรากฎรอยเท้าเป็นทางยาว และหยุดลงหน้าต้นสนกลางเมือง ต้นสนประดับด้วยไฟประดับ ฮอลลี่ ลูกบอล และของประดับต่างๆ ที่ชาวบ้านนำมาประดับ ม้านั่งถูกจัดวางไว้เป็นวงกลมรอบต้นบรรยากาศอันน่าพิเศษแห่งนี้ชวนให้สองตนที่ดูไม่น่าจะลงรอยกันกลายเป็นคู่รักออกเดตซะงั้น
“นั่งตรงนั้นกันเถอะ ขาเจ้าคงหนาวจนแข็งไปหมดแล้ว” โฮซึกิพูดขึ้นหลังจากที่เงียบมานาน คำพูดแสนสั้นกลับทำให้ฮาคุทาคุหน้าแดงขึ้นกว่าเดิม อะไรกัน การกระทำและคำพูดที่เป็นห่วงแบบนี้ แล้วทำไมเขาต้องเขินด้วยล่ะ
กว่าจะรู้สึกตัวเขาก็ลงมานั่งข้างโฮซึกิบนม้านั่งแล้ว สัมผัสมืออันอบอุ่นของอีกตนบนขาของฮาคุทาคุไม่เพียงแต่ทำให้ขาอุ่นขึ้นแต่ทำให้ความเงียบและความอึดอัดหายไปทันตา
ฮาคุทาคุได้แต่เอาหน้าซุกผ้าพันคอ ในหัวพยายามทำความเข้าใจทำกับสิ่งที่เกิดขึ้นและกำลังจะเกิดขึ้น ความเป็นไปได้ของคืนนี้ และความคิดของอีกฝ่ายถึงเหตุผลที่พาตนมาที่นี้ ระหว่างที่ใช้ความคิดอย่างหนักตาของฮาคุทาคุก็เหลือบไปมองโฮซึกิที่กำลังใจจดใจจ่อกับต้นคริสมาต์ด้านหน้า
‘ หมอนี้คงหวังแกล้งข้าอีกแน่ ’ ฮาคุทาคุคิด
‘หรือข่าวลือที่ไอบ้านี้จะเอาซานต้ามาทำเป็นยาจะเป็นเรื่องจริง’ ดวงตาของฮาคุทาคุเบิกโพลง หันขวับไปมองโฮสึกิอีกรอบ ตนจะไม่ยอมให้ไอเลขาบ้างานนี้ทำลายเทศกาลที่สาวๆ ชอบเด็ดขาด
“ เจ้ -”
“ เรามาดูต้นคริสมาสต์แบบนี้ทุกปีกันมั้ย ”
ดวงตาของทั้งสองประสานกัน อีกคนตกใจสุดขีด อีกคนกลับนิ่งเฉยเหมือนไม่สนใจแต่นัยตาจ้องลึกเข้าไปในอีกฝ่าย ความเงียบเข้ามาอีกครั้ง ดวงตาของฮาคุทาคุยังคงเบิกโพลง จ้องไปที่โฮสิกิ ปากของเขาเปิดออกเล็กน้อยหน้าเหลอหลาเหมือนวิญญาณออกจากร่าง
“เหอะ! ค…คำถามอะไรของเจ้าน่ะ ยังกับแฟนขอแต่งงานทางอ้อมผ่านซุปมิโซะอะไรยังงั้น” ฮาคุทาคุขำเย้ย เขาไม่มีทางเชื่อคำพูดของคนขี้แกล้งตรงหน้าเด็ดขาด เขาโดนแกล้งมากี่นักแล้ว ไม่มีทางตกหลุมพลางง่ายๆ แน่ๆ
“ แล้วถ้าข้าบอกว่าใช่ล่ะ ”
“ ห … ห๊ะ ”
“…”
“ เจ้าพูดจริงดิ ”
โฮซึกิขมวดคิ้ว ยกจมูกเผยอปากเล็กน้อย แล้วส่งสายตาราวกับจะสื่อว่าเขาโง่ยังไงอย่างนั้น
ก็ทั้งๆ ที่ผ่านมาเราทั้งทะเลาะ ทั้งหมั่นไส้ ทั้งแกล้งกัน แถมไม่ได้สนิทกันเลยด้วยซ้ำ ทำไมหมอนี้ถึงมาขอคบได้ละแถมในช่วงคริสมาสต์อีก พวกเราไม่ใช่ชาวคริสต์สักหน่อย
“เจ้าคงสงสัยว่าทำไมข้าถึงขอคบเจ้าแบบนี้ ทั้งๆ ที่ก่อนหน้านี้แม้แต่คำว่าเพื่อนเรายังยากที่จะใช้…”
“…”
“ข้าตกหลุมรักเจ้าตั้งแต่เราเจอกันครั้งแรก ตอนที่ข้ามอมเหล้าเจ้าเพื่อลวงเอาข้อมูลแล้วหนีไป”
โฮซึกิกางขา เอนหลังพิงม้านั่งแล้วเงยหน้ามองฟ้า นึกถึงเรื่องราวที่ผ่านมาลายพันปี นัยตาของเขาเปร่งประกายราวกับเรื่องในวันนั้นพึ่งเกิดเมื่อวาน
“ในตอนนั้นข้ายังไม่เข้าใจนักว่าความรักคืออะไร ครอบครัวคืออะไร ข้าเพียงรู้จักความสัมพันธ์ระหว่างเพื่อนอาจารย์ลูกศิษย์ และเจ้านายลูกน้องเท่านั้น”
“ข้าในตอนนั้นคิดเพียงว่าเจ้าคือเครื่องมือที่จะทำให้สำเร็จงานตามที่คาดไว้ ผู้ใดจะรู้ว่าตอนนั้นจะเป็นวันที่ข้ารู้สึกสนุกมากที่สุด แปลกไปจากความรู้สึกที่ข้ารู้สึกกับเพื่อนซะอีก”
ฮาคุทาคุที่กำลังฟังโฮซึกิแทบไม่อยากจะเชื่อคำพูดของอีกตน แต่เพราะน้ำเสียงที่อบอุ่นต่างจากน้ำเสียงเย็นชาอย่างปกติทำให้เขารู้สึกว่ามันอาจจะเป็นเรื่องจริง หัวใจของเค้าเต้นแรงกว่าเดิม หูแดงและกระดิกขึ้น ตามองโฮสึกิลึกกว่าเดิมเหมือนกับพยายามจะฟังเรื่องต่อให้ชัดเจนขึ้น
“จากนั้นข้าก็พยายามหาข้อมูลของเจ้า หวังว่าสักวันเราจะได้เจอกันอีก”
“แต่ถึงข้าจะเคยเรียนด้านยาสมุนไพรกับเจ้า จะเคยเป็นกรรมการด้วยกัน จะสามารถไปซื้อยาที่ร้านเจ้า ถึงในโอกาสที่ได้เจอเจ้าจะทำให้ข้ามั่นใจว่าข้ายิ่งอยากอยู่กับเจ้า อยากคุยกับเจ้า แต่ความจริงที่เจ้าเจ้าชู้ เป็นเสือผู้หญิงและสนใจผู้หญิงเท่านั้นเป็นสิ่งที่เตือนข้าไม่ให้เกินเลยไปเกินกว่าศัตรูคู่แค้น”
โฮสึกิชายตามองฮาคุทาคุโดยไม่หันหน้า กุมมือแล้วเอานิ้วโป้งทั้งสองข้างถูกัน ฮาคุทาคุเมื่อสบตากันก็รีบหลบหน้าไปอีกทางราวกับมีชนักติดหลังอย่างคำว่า ‘เจ้าชู้’ และ ‘เสือผู้หญิง’ ตัวเขาไม่ปฏิเสธข้อเท็จจริงนี้เลยแม้แต่น้อยเพราะนั้นคือสิ่งที่เค้าเป็นตั้งแต่จุติบนสวรรค์ ระหว่างที่ความทรงจำต่างๆ ร่วมกับโฮสึกิผุดขึ้นมาในหัว ตัวเขาที่เชื่อมั่นมาโดยตลอดว่าเค้าไม่มีทางชอบผู้ชายเริ่มกังวลว่าจะกลืนน้ำลายตัวเองซะแล้ว
“ทุกครั้งที่บอกตัวเองว่าจะไม่คิดเกินเลย หัวใจของข้ากลับทำตรงข้าม”
โฮซึกิเว้นคำพูดเล็กน้อยแล้วขำเย้ยตัวเอง
“ทั้งๆ ที่ไม่เข้าใจคำว่ารักแท้ๆ ”
“ครั้นเมื่อเจอเจ้าถึงข้าจะพยายามแสดงออกว่าเกลียดเจ้า ในใจของข้ากลับอยากบอกเหลือเกินว่ารักเจ้า”
โฮซึกิตั้งคอตรง หันมามองหน้าฮาคุทาคุแล้วยิ้มบางๆ ยิ้มที่ไร้เดียงสาและสดใส รอยยิ้มที่แม้แต่เพื่อนสนิทและพญายมไม่เคยได้รับ ตอนนี้กลับมาอยู่ตรงหน้า
“ และนั้นก็คือเหตุผลที่ข้าพาเจ้ามาที่นี้ ”
“….”
“ เพื่อสารภาพรัก ”
“…. ”
“ทำไมล่ะ…ทำไมถึงยังชอบตัวข้าที่เจ้าชู้ ขี้เมา ไม่ได้เรื่องล่ะ”
เป็นคราวของฮาคุทาคุ ตัวเขาเองถึงจะมั่นใจในตัวเองสูง แต่ก็ไม่คิดว่าจะมีใครอยากจจะจริงจังกับเขาด้วยซ้ำโดยเฉพาะตัวโฮซึกิที่ไม่ได้สนใจหน้าตาหรือคำหว่านเสน่ห์ของเขาด้วยซ้ำ
“คงเพราะเจ้าไม่เคยดูถูกข้าที่กำพร้าและไม่ได้จริงจังกับการเกลียดข้าละมั้ง ตัวเจ้าที่ไม่ว่าจะเจอข้ากี่ครั้งก็ไม่เคยจริงจังที่จะเกลียดเหยียดหยามข้า ไม่เคยยกเรื่องกำพร้าของข้ามาดูถูก และไม่ว่าเมื่อไรก็จะเข้าร่วมบทสนทนาระหว่างข้าและคนอื่นด้วยคารมดีเสมอ”
“นั้นและที่เติมเต็มหัวใจของข้า ทำให้ข้ารักเจ้า”
“แน่นอนว่าถ้าเจ้าไม่ต้องการ ข้าย่อมยอมรับคำตอบอยู่แล้ว”
โฮซึกิพูดปิดท้ายด้วยน้ำเสียงสั่นเคลือ หน้ายังคงก้มลงพิ้น ถูมือทั้งสองข้างอย่างช้าๆ แล้วเงียบไป โฮซึกิในตอนนี้ช่างแแตกต่าไปจากภพลักษณ์ปกติของ 'เลขาพญายม' เหลือเกิน คนที่มั่นใจ มีความเป็นผู้นำ กลับกลายเป็นว่าตอนนี้เขาได้สูญเสียความมั่นใจไปหมด
ฮาคุทาคุเอามือกุมอกแน่น ในหัวได้ยินแต่เสียงหัวใจเต้นรัว ตาเบิกกว้างจนแทบจะถลนออกมาและจ้องไปที่โฮซึกิความคิดในหัวแล่นเข้าไม่หยุดหย่อน เขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตัวเองคิดยังไงกับอีกตนกันแน่ แต่ทุกสิ่งที่โฮซึกิพูดมาแน่นอนว่าเขาเองก็อาจจะรู้สึกเช่นเดียวกัน ถึงแม้ว่าจะเขากับโฮซึกิจะไม่ลงรอยในบ้างเรื่อง แต่ก็ใช่ว่าเขาจะไม่รู้สึกสนุกทุกครั้งที่ได้คุยได้เจอ และถ้าขาดโฮซึกิไป ชีวิตของเขาก็คงมีแต่อู้งาน เตร่ๆ ในย่านสังฆาตนรกกับต้าจี่แล้วก็มัวแต่เหล่หญิงแน่
ชีวิตแบบนั้น คงน่าเบื่อน่าดู…
เพราะงั้นลองคบกับหมอนี้ดูคงไม่เสียหายละมั้ง ?
พอฮาคุทาคุตกผลึกกับตัวเองได้ ก็ได้แต่กลั้นยิ้ม ไหนๆ ก็ได้โอกาสแกล้งเจ้านี้ตอนมันกำลังอ่อนไหว เขาคงต้องทุ่มสุดตัวแล้ว แต่เพื่อไม่ให้เป็นการใจร้ายมากจนเกินไป สัตว์เทพฮาคุทาคุผู้นี้จะยอมตกลงคำขอแบบเย็นชานิดนึงละกัน
จากนั้นฮาคุทาคุก็ปั้นหน้านิ่ง จัดท่าทางให้เรียบร้อย หลังตรง ไหล่ตรง ขาชิด มองไปที่โฮซึกิที่ยังคงก้มหน้าอยู่แล้วตอบว่า
“ถึงข้าจะชอบผู้หญิง แต่ก็ไม่ได้เกี่ยงเพศอยู่แล้ว จะคบเจ้าสักครั้งจะเป็นไรไป” ฮาคุทาคุพูดแล้วเชิดคอไปทางต้นคริสมาสต์ ในหัวพยายามหักห้ามใจตัวเองไม่ให้เหลือบไปมองกริยาของโฮซึกิ
“...”
ทำไมเจ้านั้นถึงไม่มาร้องไห้ดีใจอีกล่ะ ฮาคุทาคุเริ่มสงสัย หรือว่าเขาพูดอะไรผิดไป
จู่ๆ ฮาคุทาคุก็รู้สึกถึงมืออุ่นๆ ที่ลำคอ หน้าของโฮซึกิค่อยๆ เข้ามาใกล้ สองคนสบตากัน ระหว่างที่ฮาคุทาคุกำลังงงกับสิ่งที่เกิดขึ้น ริมฝีปากของโฮซึกิก็บรรจบที่แก้มของฮาคุาทาคุ ตาของฮาคุทาคุอดไม่ได้ที่จะปิดด้วยความเขิน นี่เป็นครั้งแรกที่โฮซึกิเข้ามาใกล้ขนาดนี้ และเป็นครั้งแรกที่เขารู้สึกใกล้ชิดกับใครสักคน ทั้งสองเอาคางเกยที่ไหล่ของทั้งคู่แล้วกอดกันอยู่ครู่หนึ่ง
นัยตาและสัมผัสที่อบอุ่นและอ่อนโยนของโฮซึกิ ทำให้เขาเข้าใจว่าการคบกับใครสักคนที่รักตัวตนของเราจริงๆ จะรู้สึกดีอย่างนี้นี้เอง หลังจากนี้ไปเขาคงต้องดูแลหมอนี้ให้ดีกว่านี้แล้วล่ะ ฮาคุทาคุตั้งมั่น นี่โอกาสสำคัญที่เขาจะได้พิสูจน์ตัวเองกับรักครั้งนี้ เขาจะลบล้างภาพลักษณ์เจ้าชู้ไม่เอาอ่าวเหลวแหลกออกไปให้ได้ เพื่อที่จะคู่ควรกับอีกตน
ราวกับรู้ความคิดของฮาคุทาคุ โฮซึกิผละออกจากอ้อมกอด ดวงตามองลึกเข้าไปในดวงตาของอีกตน เอื้อมมือไปกุมมือของฮาคุทาคุแน่น เขาไม่เคยคิดเลยว่าเค้าจะมีโอกาสที่จะพัฒนาความสัมพันธ์นี้ และก็ไม่เคยคิดเลยว่าอีกฝ่ายจะต้องเปลี่ยน เพราะเพียงได้เห็นฮาคุทาคุมีความสุขก็พอแล้ว
ตัวฮาคุทาคุที่เป็นตัวเองนั้นและที่ดีที่สุด
“เจ้าไม่ต้องเปลี่ยนอะไรทั้งนั้น ขอเพียงเจ้าเป็นเจ้า ข้าก็มีความสุขแล้วล่ะ” พอพูดจบโฮซึกิก็กุมมือแน่นกว่าเดิม
บรรยากาศที่กำลังอบอวนไปด้วยความรักชวนให้โรแมนติก จู่ๆ โฮซึกิก็เอามืออีกมือจับที่หูของฮาคุทาคุแล้วบิดอย่างแรง ฮาคุทาคุเมื่อโดนบิดหูก็ร้องด้วยความเจ็บปวด บรรยากาศและจิตนาการอันหวานซึ้งที่เขาวาดไว้มลายหายไปจนหมด กลายเป็นโฮซึกิคนเดิมเข้ามาแทนที่
“แต่ถ้าเจ้ายังเจ้าชู้ สำมะเลเทเมาอยู่ละก็ เจ้าคงรู้ใช่หรือไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น” โฮซึกิคนโหดคนเดิมกลับมาความหึงหวงและความสื่อสัตย์ต่อศีลและธรรมมาเต็มเปี่ยม
“โอ้ยๆ ข้าเข้าใจแล้ว เจ้าเป็นครอบครัวของข้า และข้าเป็นครอบครัวเดียวของเจ้าแล้วนะ ข้าสัญญาข้าจะไม่ทำแน่นอน เพราะงั้นเลิกบิดหูข้าซักที กอดข้าคืนดีเดี๋ยวนี้เลยด้วย” ฮาคุทาคุที่โดนบิดหูถึงจะกลัวความโหดของโฮซึกิ แต่ก็งอนออกนอกหน้า ตัวเขาอยากจะเชิดหน้าใส่เหลือเกิน แต่ถ้าทำละก็เขาคงหูขาดแน่
“ครอบครัวเหรอ…นี่เป็นครั้งแรกเลยที่ข้าได้รับคำพูดเช่นนี้ ขอบใจเจ้ามากนะ ที่ตกลงคบข้า แล้วก็นับข้าเป็นครอบครัวของเจ้า” โฮซึกิเอามือออกจากหูของฮาคุทาคุที่ตอนนี้แดงก่ำ มือหนึ่งลูบหัวอีกมือหนึ่งกอดฮาคุทาคุจากนั้นเป่าลมที่หูของฮาคุทาคุแล้วพูดว่า
“ ความเจ็บปวดเอ๋ยจงหายไป ” โฮซึกิปลอบหวังให้ความเจ็บปวดเพลาลง
“เจ้าไม่ต้องขอบใจข้าหรอก เป็นข้าต่างหาก” ฮาคุทาคุขอบคุณโฮซึกิเสียงแผ่ว เขาจะไม่ขอบคุณโฮซึกิได้อย่างไร เลขาจอมโหดบ้างานที่นำความรักอันแสนบริสุทธิ์มาให้ ความรักที่จริงใจที่เขาไม่เคยได้รับ ฮาคุทาคุรู้สึกได้ก็เพราะโฮซึกิ คนรักของเขา
และเขาก็รู้ว่าโฮซึกิก็คิดแบบเดียวกัน
“ งั้นปีหน้าและต่อต่อ ไปเรามาดูต้นคริสมาสต์กันอีกนะ ”
“ อื้ม ”
จากนั้นทั้งสองก็เดินจับมือรอบเมืองท่ามกลางบรรยากาศของคริสมาสต์อีฟครั้งแรกของพวกเขาอย่างมีความสุข
