Work Text:
กลิ่นฟีโรโมนจางสลับเข้มถูกปล่อยออกมาตามสภาพอารมณ์ที่ไม่คงที่อย่างต่อเนื่อง ทุกย่างก้าวภายในสถานที่ถ่ายทำเต็มไปด้วยกลิ่นหอมดอกไม้อ่อนกำจายไปมาตามเส้นทางการเคลื่อนไหวของบุคคลต้นกำเนิด แม้ว่ากลิ่นหอมนั้นจะผสมปนเปไปกับกลิ่นเฉพาะตัวของผู้อื่นแต่ด้วยความเป็นเอกลักษณ์ที่หาจากไหนไม่ได้จึงก่อความสงสัยใคร่รู้ให้ผู้คนแถบนั้นไปตามกัน
ใคร?
เรื่องแบบนี้นอกจากเจ้าตัวและคนสนิทก็ไม่มีใครรู้ได้หรอก
คิมซึงมินสบายดี
แต่ใคร ๆ ก็ดูออกว่าไม่ได้เป็นแบบนั้น
อาการกระสับกระส่ายแสดงออกมาตามการกระทำตลอดช่วงระยะเวลาที่อยู่ในห้องพัก โวคอลของวงผุดลุกผุดนั่งเดินไปมาไม่อยู่สุขภายในห้องคับแคบไม่กี่ตารางเมตร นั่งตรงนี้ที ยืนตรงนี้ที ส่งเสียงถอนหายใจระบายความอึดอัดออกมาจนเมมเบอร์ต้องวนเวียนมาอยู่ด้วยและให้กำลังใจเป็นระยะ
ความกังวล คาดหวัง ตื่นเต้นต่อสเตจที่สั่งสมมาส่งผลต่อสภาพร่างกายและจิตใจเกินกว่าที่จะควบคุมไหว ไม่ว่าจะพยายามสงบสติอารมณ์ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมยังไงก็ไม่สามารถสกัดกั้นกลิ่นฉุนของดอกไม้ไว้กับตัวได้ทั้งหมด ท่าทีเหมือนปกติที่แสดงออกไปให้ผู้อื่นเห็นตรงกันข้ามกับกลไกตอบสนองของร่างกาย จนคนใกล้ตัวบอกให้เลิกอดทนกดกลิ่นและปล่อยออกมาตามธรรมชาติเพื่อที่จะได้ผลลัพธ์ที่ดีต่อสภาพร่างกายและจิตใจในเวลาอันสั้น
สำหรับบุคคลภายนอกการให้โอเมก้าใกล้ตัวปล่อยฟีโรโมนออกมาเต็มที่อาจจะเป็นเรื่องไม่คุ้นหูหรือแทบจะไม่เคยเห็นได้จากที่ไหน แต่สำหรับเหล่าเมมเบอร์ สตาฟ ทีมงานที่ร่วมทำงานกันมาหลายต่อหลายครั้งนั้นเป็นเรื่องธรรมดาดาษดื่นเลยทีเดียว
ใช่ว่าในทีมจะไม่มีอัลฟาที่อ่อนไหวต่อกลิ่น แต่ในเมื่อเป็นอัลฟาแล้วยิ่งต้องรู้หน้าที่และวิธีวางตัวของตนเองให้ดี จะผลักภาระให้โอเมก้าเป็นฝ่ายดูแลตนเองอยู่ฝ่ายเดียวไม่ได้ เพราะแม้ว่าอุตสาหกรรมการแพทย์และเวชภัณฑ์จะพัฒนาจากอดีตไปมากโขแต่ผลกระทบจากยาคุมฟีโรโมนใช่ว่าจะมิมีเลยทีเดียว ถึงเปอร์เซ็นต์การเกิดผลเสียต่อร่างกายจะต่ำทว่าการต้องมาคอยรับภาระส่วนนั้นเป็นประจำนั้นช่างดูแย่เสียจริง
ด้วยเหตุผลนั้นคงจะดีกว่าถ้าทุกเพศวิถีต่างเข้าใจธรรมชาติของซึ่งกันและกัน และหาจุดร่วมที่สามารถอาศัยอยู่ร่วมกันได้อย่างสบายใจ
แต่ถึงอย่างนั้นเสียงตึงตังโครมครามจากการพยายามยัดร่างสูงยาวเกือบร้อยแปดสิบเซนเข้าไปในตู้ยังคงดำเนินต่อไป โอเมก้าเจ้าของกลิ่นดอกไม้เกาะประตูตู้ยู่หน้าใส่เมมเบอร์ ใจเต้นตุ๊ม ๆ ต่อม ๆ เหนื่อยที่จะหาวิธีแก้ไขสิ่งต่าง ๆ ที่กำลังประสบ
ทั้งกลิ่นที่กำลังอบอวล
ความตึงเครียดที่สั่งสมมา
อยากจะให้ทุกอย่างจางหายไปราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้นซะจริง…
“ซึงมิน” มีเพียงแค่เสียงเรียกจากลีดเดอร์และต่อด้วยความเงียบ บังชานเพยิดหน้าไปทางประตูให้เจ้าของชื่อออกไปดูด้วยตนเอง ซึงมินละล้าละลังเกรงว่าสภาพนี้น่าจะไม่เหมาะที่จะไปพบใครสักเท่าไหร่ ทว่าเพื่อนควอกก้ากลับแงะเขาออกจากตู้และดันหลังให้ออกมาจากห้องเสร็จสรรพ
‘อยู่ในห้องไปก็ไม่มีอะไรดีขึ้นหรอก ไปเปลี่ยนบรรยากาศซะไป’ ซึงมินตีความได้อย่างนั้น
อยากจะหันไปโวยวายใส่คนในห้องแต่กลิ่นซีตรัสที่กระแทกเข้ามาในจมูกพร้อมน้ำหนักบนบ่าทำชะงักไปก่อน ผืนผ้าสีแดงเบอกันดี้ประจักษ์สู่สายตาเป็นอย่างแรกก่อนจะพบเข้ากับรอยยิ้มสดใสบนใบหน้าคุ้นเคยที่ส่งมาดังเช่นทุกที คิมอินซองในชุดสำหรับขึ้นแสดงวันนี้มาโผล่ตรงหน้าแบบไม่รู้สาเหตุ ทั้งที่ไร้ซึ่งการติดต่อล่วงหน้า การแจ้งเตือนจากโทรศัพท์มือถือเป็นศูนย์ แล้วทำไมอยู่ ๆ ถึงมาหาที่ห้องพักกะทันหันแบบนี้ละ?
“เครียดเหรอ? ” แค่คำถามแรกซึงมินก็อยากจะทิ้งตัวลงไปกองกับพื้น เสียงถอนหายใจกับท่าทางบีบขมับแบบติดตลกเรียกเสียงหัวเราะเบา ๆ จากคนถามได้เป็นอย่างดี
“ยังไม่เปิดกล้องเลย ทำตัวให้สบายก่อนดีไหม? ”
“มันไม่ง่ายนี่นา”
“ฮยองรู้”
ฝ่ามือบนไหล่บีบให้กำลังใจ ความเข้าใจในสายอาชีพที่เหมือนกันช่วยซึงมินที่กำลังรู้สึกเหนื่อยล้าไปได้ในระดับหนึ่ง สภาพจิตใจของเขาตอนนี้ไม่พร้อมที่จะมานั่งอธิบายให้คนอื่นเข้าใจว่ากำลังรู้สึกอย่างไร แค่ต้องการคนที่เข้าใจในสิ่งที่กำลังประสบอยู่แล้วต่างหาก
คิมอินซองปล่อยแขนลงมาโอบเอวที่เล็กผิดกับขนาดของไหล่ขณะที่คนอายุน้อยกว่าขยับตัวเข้ามายืนซ้อนด้านหน้า ทิ้งศีรษะหนักอึ้งไปทางด้านข้างใกล้จุดชีพจรบนลำคอระหง สูดลมหายใจเข้าเต็มปอดและผ่อนลมออกมาจนสุด จับจังหวะการหายใจเข้าออกซ้ำ ๆ ลดความรู้สึกด้านลบภายในตัวไปอย่างช้า ๆ
กลิ่นสดชื่นเฉพาะตัวกับน้ำหอมราคาแพงทำซึงมินรู้สึกผ่อนคลายได้อย่างน่าประหลาด ทั้งที่คนอายุมากกว่าไม่ได้ทำอะไรนอกจากยืนเฉย ๆ ปล่อยให้กลิ่นส้มซีตรัสเคล้าดอกไม้เข้ามาเติมเต็มบรรยากาศรอบตัว ปรับเปลี่ยนกลิ่นหอมฉุนให้เจือจางกลายเป็นกลิ่นธรรมชาติ เพิ่มความผ่อนคลายให้กับคนเหนื่อยล้าสะสมมาตลอดครึ่งการถ่ายทำ
ซึงมินทิ้งตัวพิงอกคนด้านหลัง ขยุกขยิกปรับท่าให้ตนเองรู้สึกสบายตามใจชอบ และใช้ระยะเวลาช่วงหนึ่งตัดขาดจากโลกภายนอกโดยมีสัมผัสจากฝ่ามือของคนด้านข้างบนศีรษะคอยลูบเส้นผมนิ่มไปมาอย่างเบามือ
กลิ่นฟีโรโมนสองชนิดกำลังมอมเมาคนทั้งคู่ หากแต่เป็นเพราะไว้ใจซึ่งกันและกันถึงยังอยู่ใกล้ชิดไม่ห่างไปไหน ตราบใดที่โอเมก้าหนุ่มไม่รู้สึกถึงภัยคุกคามจากอัลฟาอย่างอินซองการอยู่ด้วยกันแบบนี้ก็ไม่เป็นปัญหาแต่อย่างใด เพราะซึงมินมั่นใจว่าถึงแม้ตนจะสติไม่อยู่กับร่องกับรอย ควบคุมตัวเองไม่ได้ หรือเกิดสิ่งไม่คาดฝันขึ้น เขาก็จะยังปลอดภัยราวกับเพียงหลับไปเท่านั้น
แต่ก่อนที่จะเคลิบเคลิ้มไปมากกว่านี้…
เขาควรพอได้แล้ว…
พริบตาเดียวโอเมก้ากลิ่นดอกไม้พลิกตัวเข้ากอดเจ้าของกลิ่นผลไม้และผละออกมามองราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น ดวงตากลมใสจ้องมองใบหน้าเหลอหลาจากการกระทำปุบปับของตนอย่างสนุกใจ ก่อนจะบึนปากแสดงอาการงอแงที่น้อยคนจะได้เห็นออกมา
“นิสัยไม่ดี”
“หะ? ”
“มาทำให้อยากกอดตอนนี้ได้ยังไง ไม่ได้อยู่บ้านนะ”
“ไม่อยู่บ้านก็กอดได้~” ไม่ว่าเปล่าอินซองฮยองยังอ้าแขนทำท่าจะเข้ามากอดจริง ๆ ให้ได้จนต้องยกมือขึ้นมากันไว้ก่อน “เราโอเคแล้วใช่ไหมละ? ”
“ก็ไม่ได้เป็นอะไรตั้งแต่แรก” คนฟังหลุดขำกับคำแก้ตัวที่ไม่เนียนเอาซะเลย
“ที่เครียดน่ะ รู้สึกดีขึ้นแล้วใช่ไหม? ”
“นิดหน่อย”
“งั้นนี่ก็ไม่จำเป็นแล้วสิ”
ซึงมินไม่ทันมองว่าของในมืออินซองคืออะไร รู้อีกทีเสื้อคลุมที่เคยเห็นเป็นครั้งคราก็ถูกนำมาคลุมตัวเขาไว้ตามใจเจ้าของมัน ท่อนแขนยาวรวบคนตัวเล็กกว่าเข้ามากอดแน่น ห่อไว้ในอ้อมกอดราวกับสมบัติล้ำค่าที่ไม่ต้องการให้ใครเห็น อินซองสบตากลมที่มองขึ้นมาเพียงชั่วครู่ เผยรอยยิ้มมุมปากเมื่อรู้สึกได้ถึงอัตราการเต้นหัวใจที่เพิ่มขึ้น ก่อนจะประทับจูบลงบนหน้าผากมนทิ้งสัมผัสบางเบาไว้ให้พร้อมกับกำลังใจ
“สู้เขานะครับ”
ถึงเวลาที่พวกเราจะต้องแยกย้ายกันไปเตรียมตัวขึ้นสเตจต่อ อินซองยืนรอจนกว่าซึงมินจะกลับเข้าห้องทั้งที่ก่อนหน้านี้ตกลงกันแล้วว่าให้ต่างคนต่างแยกย้ายกันไป ซึงมินยื่นศีรษะออกมาข้างนอก หรี่ตาเชิงบอกให้เจ้าของกลิ่นส้มเดินกลับไปขณะที่ตนกำลังมองอยู่ ทีแรกคนอายุมากกว่ายังติดเล่นเดินถอยหลังไปทีละก้าวแต่ท้ายที่สุดก็ยอมแพ้เมื่อเห็นคนอายุน้อยกว่าไม่ยอมกลับเข้าไปเตรียมตัวสักที ฝ่ามือของคนทั้งคู่ยกขึ้นมาโบกจังหวะเดียวกันก่อนจะตั้งใจกลับไปทำงานต่อแต่โดยดี
ทันทีที่เข้าห้องมาเต็มตัวซึงมินทำเป็นไม่สนใจสายตาเมมเบอร์ที่ต่างจับจ้องมาเพื่อหยอกล้อ เดินจ้ำอ้าวข้ามสิ่งต่าง ๆ มาไถลตัวกึ่งนั่งกึ่งนอนบนเก้าอี้ว่างพร้อมกับเอาเสื้อคลุมที่พึ่งได้มาปิดหน้ากันเมมเบอร์ถามรายละเอียดเกี่ยวกับช่วงระยะเวลาที่เขาออกไปนอกห้องพัก
คิมซึงมินตั้งใจจะสงบสติอารมณ์ท่านี้จนกว่าจะถึงเวลาถ่ายทำ
ด้วยกลิ่นที่แสนขี้โกง
กลิ่นส้มซีตรัสที่ทำให้เขาใจเต้นและสงบใจได้ในเวลาเดียวกัน
อีกสักพักก็คงรู้สึกดีขึ้นมาเองล่ะ
