Work Text:
ความหวาดกลัว
สำหรับผู้ถูกล่าเช่นพวกเราแล้ว ความรู้สึกนี้ที่มีต่อเหล่าผู้ล่านั้นคือสัญชาตญาณที่ถูกสลักตอกเข้าไปลึกถึงแก่นวิญญาณ
หากแต่สำหรับข้า ความรู้สึกที่มีต่อผู้ล่านอกจากความหวาดกลัวแล้ว กลับยังมีความรู้สึกอื่นที่เหนือล้ำกว่านั้น มันกดทับความหวาดกลัวจากสัญชาตญาณไปเสียหมดสิ้น
มันคือ ความหลงใหล
ความรู้สึกนี้มันมากเสียจนล้นเอ่อออกมาจากจิตวิญญาณของข้า
ถึงใจข้าจะเต็มเปี่ยมไปด้วยความหลงใหลในผู้ล่า แต่น่าแปลกที่ข้าเองก็ไม่สามารถระบุได้อย่างชัดเจนว่ามันเริ่มเกิดขึ้นเมื่อใด
อาจเป็นในวันฝนกระหน่ำที่พี่น้องถูกเสือดาวล่ากิน ส่วนตัวข้าทำได้เพียงขยับขาทั้งสี่วิ่งหนีเอาตัวรอด แต่กลับหันหลังกลับไปเป็นระยะเพื่อมองร่างปราดเปรียวงดงามที่กำลังกัดกินซากร่างของพี่น้อง
หรือเป็นวันที่ได้เห็นขบวนแถวโอ่อ่าของนักล่าปีศาจ ที่นำขบวนโดยร่างงดงามองอาจที่นั่งนิ่งสงบบนหลังของเสือดาวพาหนะ ในขณะที่ตอนนั้นข้าเป็นเพียงเด็กน้อยเพิ่งฝึกหัดวิชาเซียน
หรืออาจเป็นวันที่มือเรียวยาวของท่านยื่นเม็ดโอสถเซียนสีเขียวปีกแมลงทับมาพร้อมขนมชิ้นเล็กให้ข้าด้วยเศษเสี้ยวความเมตตา มือของข้าสั่นน้อยๆ แล้วค่อยๆ หยิบสิ่งเหล่านั้นขึ้นมา ยามที่ผิวหนังข้าสัมผัสผ่านข้อนิ้วขาวเย็นและเล็บคมสีดำมะเมื่อมของท่าน หัวใจข้าเต้นดังโครมครามอย่างหวาดหวั่นตื่นเต้นและเขินอาย
ข้าฝึกฝนอย่างหนักโดยมีท่านเป็นแบบอย่าง ด้วยความนับถือ ด้วยความเคารพ ด้วยความหลงใหล ทั้งหมดนี้ผสมผสานกันจนกลายเป็นความหมกมุ่นมัวเมา
เมื่อถึงวันที่ข้ามีความสามารถมากพอจะก้าวขึ้นมาเทียบเคียงท่านได้ท่านก็จากสำนักไป ทิ้งไว้เพียงตำแหน่งหัวหน้าขบวนนักล่าปีศาจที่ว่างเปล่า
ข้ายินดีรับสืบต่อตำแหน่งเดิมของท่าน เพื่อเข้าใกล้ท่านมากขึ้น เพื่อปกป้องศักดิ์ศรีของท่าน เพื่อย้ำเตือนตัวเองถึงความรู้สึกที่มีต่อท่าน
หน้าที่นักล่าปีศาจนั้นยากลำบากนัก ทั้งเบื้องหน้าที่ต้องแข็งแกร่งสง่างามแลขาวสะอาด รวมถึงเบื้องหลังที่โหดเหี้ยมโสมม
นี่ท่านต้องอดทนกับสิ่งเหล่านี้มาโดยตลอดหรือ
ลูกศรดอกแล้วดอกเล่าถูกปล่อยออกจากสาย พุ่งตรงไปปลิดชีพผู้บริสุทธิ์นับพันนับหมื่น ตัวข้าที่เป็นเผ่าปีศาจแต่กลับต้องไล่ต้อนเพื่อนพ้องร่วมเผ่าเข้าเตาหลอมเพื่อหลอมกายหยาบและวิญญาณของพวกมันให้กลายเป็นโอสถเซียนค้ำจุนสำนัก
ช่วงแรกที่รับตำแหน่ง ข้าไม่อาจกินได้นอนหลับ ความย้อนแย้งเหล่านี้ทำข้าคลื่นเหียนท้องไส้ปั่นป่วน อาเจียนนับครั้งไม่ถ้วน นอนร้องไห้ใต้ผ้าห่มพร่ำพูดขอขมาโดยไม่ให้ใครได้ยินอยู่คนเดียวนานหลายปี
หน้าที่นี้หนักหนาเหลือเกิน นี่ท่านแบกรับภาระหนักอึ้งนี้บนไหล่แคบๆ นั้นได้อย่างไรกัน
ภาระหน้าที่อันหนักหนา ตำแหน่งที่ต้องรักษา รสชาติฝาดเฝื่อนของอาเจียนในปาก สุดท้ายแล้วทั้งหมดนี้ก็หล่อหลอมดวงใจข้าใหม่ให้เหือดแห้ง เสียงสะอื้นและน้ำตาเลือนหาย อาเจียนครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่นั้นก็จำไม่ได้
ตัวตนข้าเปลี่ยนแปลงทั้งจิตใจแปรเปลี่ยน ทว่าสิ่งเดียวเท่านั้นที่ยังคงตั้งมั่นไม่แปรผันนั้นคือความหลงใหลที่ข้ามีต่อ“ท่าน” ซึ่งข้าเองก็ไม่มั่นใจว่ามันได้ถลำลึกบิดเพี้ยนไปจากเดิมเท่าไรแล้ว
ในคุกศิลามืดมิดที่ท่านถูกกักขังไว้อย่างมิดชิดไม่อาจได้สัมผัสแสงเดือนตะวัน ตัวท่านถูกห้อยแขวนไว้เหนือปากหลุมไร้ก้น ไร้อาวุธ ไร้ตำแหน่ง ไร้พลัง
คราแรกท่านยังคงดื้อดึงพ่นถ้อยคำยียวนทั้งยังผรุสวาสใส่นายท่านหวูเลี่ยง พร้อมทั้งปฏิเสธหน้าที่ที่ตาเฒ่านั่นตั้งใจมอบหมายให้ท่าน
แต่ทันทีที่ท่านได้เห็นบิดาที่บาดเจ็บหนักหายใจรวยรินถูกคุมขังไว้ไม่ไกลแต่ท่านก็ไม่อาจเอื้อมมือไปถึง สีหน้าสับสนน้ำเสียงสิ้นหวังของท่านนั้นทำลำคอข้าแห้งผากจนข้าต้องแอบกลืนน้ำลายลงคอเป็นระยะ
เหลือเพียงสายตาแข็งกร้าวของท่านที่จ้องเขม็งมา เมื่อลองคิดว่าปลายทางที่ดวงตาสีมรกตนั่นจับจ้องคือตัวข้านั้น ร่างกายของข้าก็สั่นสะท้าน เลือดลมสูบฉีด ก้อนเนื้อในอกเต้นแรงอย่างบ้าคลั่ง ความรู้สึกมากมายผสมปนเป ทั้งตื่นเต้น ทั้งอิ่มเอม ทั้งสุขสม ทั้งสาแก่ใจ
วินาทีนี้ข้ารู้ได้ในทันทีว่าความปรารถนาทั้งชีวิตของข้าก็ถูกเติมเต็ม
ในที่สุดตัวข้า(ผู้ถูกล่า)ที่เป็นฝ่ายต้องคอยแหงนหน้ามองขึ้นมาโดยตลอด ก็สามารถเป็นฝ่ายมองลงมายังท่าน(ผู้ล่า)ได้เสียที
