Actions

Work Header

คุณส้อมใจดีที่ปฏิเสธที่จะกินเค้กพายบลูเบอร์รี่

Summary:

มารดาของอิธากวาไม่ใช่บุคคลประเภทที่เสียเวลาไปมากมายนักกับการลิ้มรสอาหาร

หมายถึง—ใช่ว่าความคล่องตัวทางการเงินของพวกเขาจะส่งเสริมการอยู่เพื่อกินเสียเท่าไรนักหรอก

[Cakeverse AU]

Notes:

Rough OS because I love Ithaqua's sweet world story design and have to get this out. Might be rewritten later if I reread and dislike it.

Work Text:

[1]
มารดาของอิธากวาไม่ใช่บุคคลประเภทที่เสียเวลาไปมากมายนักกับการลิ้มรสอาหาร

หมายถึง—ใช่ว่าความคล่องตัวทางการเงินของพวกเขาจะส่งเสริมการอยู่เพื่อกินเสียเท่าไรนักหรอก

กระนั้นแล้วก็ยังฟังไม่เข้าหูอยู่ดีว่ามันควรจะเป็นสาเหตุที่หล่อนไม่เคยกินมากไปกว่าที่จำเป็น ไม่ร้องขออะไรเพื่อลิ้มรส ไม่มีสักครั้งที่จะแบ่งขนมและผลไม้แห้งมากมายไปกว่าที่ลูกชายจอมดื้อดึงของตัวเองยัดเยียดให้กิน ไม่มีกระทั่งการกระหายของว่างยามค่ำ

ประหนึ่งว่าไร้ซึ่งความหรรษาของการดื่มกินสิ้นเชิง

อิธากวาสังเกตมัน

เช่นเดียวกับที่สังเกตเห็นรอยเท้ากลางหิมะของกระต่ายป่าหรือหลักฐานการเดินตระเวนของหมียักษ์ในคืนพายุเยี่ยม เช่นเดียวกับที่สังเกตว่าท่านแม่มักจะเก็บธัญพืชบางส่วนของอาหารค่ำไปมอบแก่แม่นกกกไข่ แล้วก็ที่ท่านแม่ติดนิสัยป้องตัวเขาจากลมหนาวเวลาออกไปดูดาวด้วยกันนั่นด้วย

สังเกตการกระทำเล็ก ๆ น้อย ๆ แสนธรรมชาติโดยอาศัยความละเอียดลออที่แย่งชิงไปไม่ได้

ดังนั้นเขาจึงสรุปความได้อย่างง่ายดายเสียยิ่งกว่าอะไร

ความที่ว่าลาเกอร์ธา เวรุฟเป็นบุคคลที่มีความบกพร่องในการรับรสอาหาร

ไม่ใช่โรคร้ายใด ๆ ทั้งสิ้น: หากแต่เป็นประเภทของบุคคลจำพวกหนึ่งที่รับรสชาติได้เพียงมนุษย์อีกกลุ่ม ลิ้นไร้ค่ายามอยู่ต่อหน้าอาหารที่สมควรจะถูกกิน หากแต่ต่อมน้ำลายกลับทำงานเมื่อบุคคลเบื้องหน้ากลับเป็นของหวานมีชีวิต อร่อยทั้งเลือดเนื้อและเครื่องใน

ฟอร์ค

พวกที่ได้ยินมาว่าถูกตามล่าด้วยว่าเป็นอันตรายอยู่เมื่อไม่นานมานี้

คงเป็นเหตุผลให้ท่านแม่แทบจะไร้ปฏิสัมพันธ์แม้แต่กับหมู่บ้านที่ใกล้เคียงที่สุด

ขยับยิ้มอ่อนโยนยามปฏิเสคำชักชวนของเขาในการออกไปซื้อสมุนไพรและแป้งขนมปังกลับมาตักตุนในบ้าน หลีกเลี่ยงการเหยียบเท้าเข้าไปในเขตหมู่บ้านโดยไร้ซึ่งผ้าคลุมหัวปกปิดใบหน้าและร่างกาย แล้วก็หลบอู้อยู่ใต้ผ้าใหญ่ผืนนั้นเมื่อเขาพูดคุยกับเจ้าของร้านขายเนื้อ

ทั้งหมดเพื่อเลี่ยงการแสดงปฏิกิริยาน่าสงสัยให้คนตระหนักได้ว่าตนเป็น “ตัวอะไร” กันแน่

น่าเวทนา

นอกเหนือไปจากนั้นอิธากวาก็ยังสังเกตเห็นอะไรอีกหลายอย่างเช่นกัน

วิธีการที่ท่านแม่ชะงักชั่ววินาทียามเขาเดินผ่านใกล้ชิดเกินไป วิธีการที่ท่านแม่ขยับยิ้มเปรมปรีดิ์ยามจุมพิตแก้มและหน้าผากของเขาประหนึ่งบุคคลที่ได้ลิ้มรสของหวานหลังออกกำลังกายครั้งใหญ่ ไม่ใช่ด้วยความรู้ตัวเต็มที่ หากแต่เป็นความเผลอไผลชั่วครั้งคราว รวมไปถึงวิธีการที่จมูกของหล่อนฟุดฟิดแผ่วเบาดั่งคนผู้ได้กลิ่นอาหารแสนอร่อยนั่นด้วย

‘อิธากวาผู้อ่อนหวานของแม่’ ไม่ได้หมายถึงนิสัย

อิธากวาเป็นเค้ก

ข้อสันนิษฐานนั้นได้รับคำยืนยันจากลาเกอร์ธาอย่างง่ายดายด้วยเพียงแค่ถาม แน่นอนว่าท่านแม่ไม่ใช่คนประเภทที่จะปิดบังอะไรมากมาย แต่ในขณะเดียวกันก็ไม่ได้คิดจะพูดมากกว่าที่ควรด้วยกลัวจะเป็นภาระให้ผู้อื่นลำบากเช่นเดียวกัน
หล่อนไม่เคยร้องขอที่จะลิ้มรสเขา

“ไม่มีแม่คนไหนอยากลองชิมลูกของตัวเองหรอกนะ”

ไม่เลย, แม้ว่ามันจะเป็นข้อเสนอที่วางอยู่บนโต๊ะก็ตาม

อิธากวาเอียงคอเล็กน้อยด้วยความไม่เข้าใจ: มันจะไปมีปัญหาตรงไหนกัน? เพราะเป็น “ลูกชาย” ถึงได้คู่ควรที่จะปลดปล่อยท่านแม่จากความจืดชืดของอาหารมิใช่หรือ? คนอกตัญญูประเภทไหนกันจึงจะปล่อยให้หล่อนไม่ได้รู้จักความสุขของการกินแม้จะสามารถทำได้โดยไม่ต้องจ่ายเงินสักแดง?

แก้มพองออกอย่างหงุดหงิดประหนึ่งเด็กขี้แย

“อย่าทำหน้าบูดนักสิที่รัก”

ลาเกอร์ธาหัวเราะแผ่วเบายามลากปลายนิ้วผ่านแก้มพอง ๆ สองข้างของเขาด้วยความเอ็นดูที่มองพลาดไปไม่ได้ ใจดีทว่าหนักแน่นในคำตอบของตัวเองเช่นเคย ไม่มีสักเสี้ยวที่จะลังเลหรือเอนตัวลงมากัดเขาด้วยความป่าเถื่อนของพวกฟอร์คในข่าวลือ

อิธากวาละลายในสัมผัสนั่นไม่ต่างอะไรไปจากครีมเค้กกลางแดดจ้า

อ้าแขนออกโอบรัดเอวของหล่อนอย่างเด็กติดแม่ที่เขาเป็น ฝังซุกใบหน้าลงบนลำคอพลางฟังเสียงหัวใจแสนคุ้นเคยเพื่อปลอบประโลมความไม่สบอารมณ์ภายในอก กลับเป็นเด็กน้อยน่ารักที่ไม่เคยคิดจะทำให้มารดาต้องเหนื่อยอกเหนื่อยใจกับความดื้อดึงอีกครั้งหนึ่ง

“แต่ผมอยากให้ท่านแม่ได้ลองชิมจริง ๆ นะ”

กระนั้นก็ไม่วายกระซิบแผ่วเบาด้วยความเอาแต่ใจ

ได้รับผลลัพธ์เป็นการหัวเราะเอ็นดู: ท่านแม่ไม่เข้าใจเขาเลยจริง ๆ…

 

[2]

“เค้กพายบลูเบอร์รี่อีกแล้วหรือ?”

อิธากวาชะงักระหว่างการตีครีมให้ขึ้นฟู

“ท่านแม่เบื่อมันแล้วรึเปล่าครับ?”

ชายหนุ่มหันหน้าไปถามหล่อนอย่างไม่มั่นใจนัก ก่อนจะได้รับจุมพิตแผ่วเบาที่ขมับเป็นคำตอบ อ่อนโยนและนุ่มนวลประหนึ่งถูกตีขึ้นจากตะกร้อมือในชามผสม หล่อนปัดเส้นผมที่หลุดร่วงลงมาจากกรอบหน้าให้ด้วยความใจดี อย่างไรก็ไม่ควรให้มันเป็นดังนั้นยามทำอาหารใช้ไหม?

“ไม่มีทางหรอก”

ดวงตาของลาเกอร์ธายังคงใจดีเช่นเดิม

“แม่จะเบื่ออาหารที่อิธาทำได้ยังไง? ขอบคุณมากนะ”

ว่าดังนั้นด้วยความอ่อนโยนเสมอต้นเสมอปลายพลางยื่นมือเข้าช่วยเขาปรุงอาหารอย่างคล่องแคล่วดั่งที่้เคยทำมาตลอดหลายปี อิธากวาขยับยิ้ม หัวใจพองโตด้วยความสุขกับช่วงเวลาร่วมกันที่แม้จะมีให้เห็นบ่อยสักเท่าไรก็ไม่เคยพอสักครั้ง

‘เค้กสูตรพิเศษ’ ที่ท่านแม่สามารถรับรสชาติได้
วิธีการทำที่ได้รับมาในทางใดทางหนึ่งจากคนขายของเร่ที่เข้ามาในเมืองเมื่อหลายเดือนก่อน; น่าเสียดายที่รสชาติของอาหารที่ระบุไว้มีเพียงเค้กพายบลูเบอร์รี่ และอิธากวาก็ปฏิเสธที่จะบอกสูตรให้กับเธอด้วยเหตุผลที่ว่ามันซับซ้อน้กินกว่าจะทำ

—หรืออย่างน้อยท่านแม่ก็เชื่อดังนั้น

อิธากวาหลบซ่อนปลายนิ้วเปื้อนแผลจากคมมีดในกระเป๋าไว้ข้างหลังแขนเสื้อที่ยาวจนตกลงมาปิดมือโดยอัตโนมัติหลังท่านแม่เคาะถาดพิมพ์เค้กให้ปริมาณพอดีกันทุกส่วน ได้ยินเสียงฮัมเพลงแผ่วเบาเช่นเดียวกับทุกคราวที่ท่านแม่นึกถึงอะไรดี ๆ ในช่วงเวลาอื่น

รสชาติของเค้กพายบลูเบอร์รี่: แน่นอน

ตราบเท่าที่ท่านแม่ไม่ได้กินจาก “ลูกชาย” ของตัวเอง, มันก็คงอร่อยดีใช่ไหม?

 

บริบูรณ์.