Work Text:
ความลับขั้นสุดยอดของกวักโบซองที่ไม่มีใครรู้
กวักโบซองไม่ใช่คนธรรมดา
ถ้าเรียกกวักโบซองว่าเป็นครึ่งคนครึ่งสัตว์หรืออมนุษย์ก็ดูน่ากลัวพิลึก มุนอูชานจึงเสิร์ชข้อมูลและได้พบกับคำว่า "獣耳; Kemonomimi" ถ้าเขาเข้าใจความหมายของมันไม่ผิด คำคำนี้ดูเหมือนจะตรงกับสิ่งที่กวักโบซองเป็นมากที่สุด
เรื่องมันเริ่มต้นขึ้นสมัยที่พวกเขาอยู่ทีม Longzhu Gaming ด้วยกัน เวลา ณ ตอนนั้นนับเป็นช่วงเวลาที่มีความสุขที่สุดในชีวิตของเด็กอายุสิบแปด เมื่อพวกเขาสามารถเอาชนะทีมที่แข็งแกร่งได้ในรอบ Grand Finals ของ LCK Summer Split 2017 และได้ถ้วยรางวัลอันทรงคุณค่ามาครอบครอง
คืนวันนั้นขณะที่มุนอูชานกำลังเดินไปเข้าห้องน้ำตอนประมาณตีสอง เขาได้ยินเสียงหัวเราะเบา ๆ เล็ดลอดออกมาจากที่ไหนสักที่หนึ่งพร้อมกับเสียงลมพัดที่เบาพอ ๆ กับเสียงหัวเราะนั่น มันเกือบจะกลายเป็นเรื่องขนหัวลุก แต่เมื่อเขากลั้นใจหันไปมองที่ระเบียง เขาก็ได้พบกับเงาลาง ๆ เจ้าของเสียงหัวเราะปริศนาและผ้าม่านสีขาวที่ขยับไปมา
เขาจะไม่เรียกสิ่งที่เห็นว่าเป็นเรื่องขนหัวลุกหรือเรื่องสยองขวัญใด ๆ เขามองว่ามันเป็นเรื่องเหนือธรรมชาติมากกว่า
คนคนนั้นคือกวักโบซอง
กวักโบซองหันหน้ามาทางเขาพร้อมกับหูสีน้ำตาลอ่อน ๆ ที่พับลงไปตามแรงโน้มถ่วงของโลก หางขนฟู ๆ สีเดียวกันกับหูหยุดแกว่งจนผ่าม่านที่เคยปลิวหยุดนิ่ง พวกเขาสบสายตากันอยู่ไม่ถึงสามวินาที กวักโบซองก็รีบวิ่งเข้ามาปิดปากเขาได้ทันเวลาก่อนที่เสียงกรี๊ดของเขาจะดังเล็ดลอดออกไปให้เหล่าบรรดาฮยองได้ยิน
และนี่คือความลับของกวักโบซอง
เขาเคยจับมันกับมือ เขายืนยันได้ว่าหูกับหางนั่นคือของจริง เขายังคงจำสัมผัสนุ่ม ๆ นั่นได้ดี กวักโบซองบอกกับเขาว่า เจ้าตัวต้องคอยข่มสัญชาตญาณของตัวเองเอาไว้ไม่งั้นหูกับหางก็จะโผล่ออกมาแบบที่เขาเห็น
มุนอูชานยืนมองแฟนคลับที่กำลังพูดคุยกับกวักโบซองที่ยืนอยู่ที่โต๊ะข้าง ๆ เขาสาบานได้ว่าเขาเห็นแฟนคลับขอให้กวักโบซองถ่ายรูปตามมีมที่เอามือปิดปากตัวเองไว้ข้างหนึ่งแล้วยิ้มจนตาหยีมาแล้วเกินสิบครั้ง
เขาอยากตะโกนออกไปให้โลกได้รับรู้ว่าความเป็นจริงแล้วกวักโบซองเหมือนเจ้าหมาในมีมตัวนั้นมากกว่าที่ทุกคนคิดเสียอีก
และมันก็น่ารักกว่าเจ้าหมาตัวนั้นเสียอีกด้วย
เสียงโหวกเหวกโวยวายดังมาจากห้องข้าง ๆ ตามมาด้วยเสียงเคาะประตูห้องนอนของพวกเขามันช่างน่าเบื่อหน่ายและน่ารำคาญ
ขนที่หางของกวักโบซองฟูขึ้นอย่างเห็นได้ชัดแสดงถึงความไม่พอใจ เมื่อเห็นท่าไม่ดีมุนอูชานจึงรีบหยิบผ้าห่มของรูมเมทขึ้นมาและกระโจนเข้าหาเพื่อนของเขาอย่างรวดเร็ว
"ทำอะไรกันบนเตียงน่ะ หายใจกันออกเหรอ"
มักเน่เจ้าตัวการเปิดประตูพรวดเข้ามา
"ฉันต้องถามพวกนายมากกว่าว่าเล่นอะไรกันเสียงดังแถมยังมาเคาะห้องฉัน"
มุนอูชานตอบ
"ก็แค่อยากให้มาเล่นด้วยกัน"
เจ้าตัวการพูดพร้อมเบะปากให้ดูน่าสงสาร
"ไปเล่นกับซีอูฮยองเถอะ ฉันกับโบซองต้องการพักผ่อน"
เขาพูดด้วยน้ำเสียงกึ่งผ่อนคลายกึ่งจริงจัง
"โอเค"
คนเด็กกว่าตอบสั้น ๆ และวิ่งกลับไปที่ห้องตัวเอง แต่ถึงจะพูดไปแบบนั้น วันถัด ๆ มาก็ยังคงมีเสียงโหวกเหวกและเสียงเคาะประตูห้องของพวกเขาเหมือนเดิมจนต้องมีมาตรการล็อกประตูห้องทุกครั้งที่เข้าออก หวังให้พวกนั้นเลิกเล่นกันไปเอง
ถึงแม้ว่าจะเป็นรูมเมทกับกวักโบซองก็ไม่ได้หมายความว่าเขาจะมีโอกาสได้เห็นหูกับหางของกวักโบซองบ่อยๆ
ครั้งที่สี่หรือห้าที่เขาได้เห็นหูและหางของกวักโบซองคือตอนที่กวักโบซองได้ของขวัญเป็นตุ๊กตาและฟิกเกอร์ดิจิมอนตัวใหญ่จากแฟนคลับ เจ้าตัวกอดตุ๊กตานั่นด้วยสายตาอันแวววาวพร้อมกับแกว่งหางไปมาจนมาโดนขาของเขา ดูเหมือนว่ากวักโบซองจะดีใจและชอบตุ๊กตาตัวนั้นมาก เพราะหางที่แกว่งมาโดนเขานั้นเจ็บใช้ได้เลยทีเดียว
แต่สำหรับเขากวักโบซองก็ยังน่ารักอยู่ดี
และนี่คือความลับของมุนอูชาน
เขาชอบกวักโบซอง
การที่มีกวักโบซองอยู่ด้วยข้าง ๆ ทำให้เขารู้สึกสบายใจ แม้ว่าการแข่งขันจะเหนื่อยยากลำบากแสนเข็ญขนาดไหน แค่มีกวักโบซองอยู่ข้าง ๆ จะให้บุกป่าฝ่าดงเสี่ยงชีวิตไปขโมยบารอน เขาก็ไม่หวั่น
เขาเริ่มอาชีพการเป็นโปรเกมเมอร์ครั้งแรกโดยมีกวักโบซองนั่งอยู่ข้าง ๆ แล้วก็แยกย้ายกันไปตามทางของตัวเอง แล้วก็กลับมาเจอกันใหม่ เป็นแบบนี้อยู่สองรอบ
ปฏิเสธไม่ได้ว่าเขาประสบความสำเร็จทุกครั้งที่ได้อยู่กับกวักโบซอง ได้แข่งระดับนานาชาติทุกครั้งที่มีกวักโบซองอยู่เคียงข้าง และนั่นคือเหตุผลว่าทำไมเขาถึงตัดสินใจที่จะเซ็นสัญญาสามปีกับ kt Rolster
"โบซองอา ฉันรักนายนะ ขอบคุณที่ทำงานอย่างหนัก ต่อไปนี้อีกสามปี ฉันจะอยู่เคียงข้างนาย และช่วยนายแบกความยากลำบากนั้นเอง"
