Actions

Work Header

The Unsolicited Gift | ของขวัญที่ไม่ปราถนา

Summary:

กัปตันคาปิทาโน่ไม่เคยต้องการของขวัญใดๆ แต่เซอร์ไพรส์นี้ก็ทำให้เขาประทับใจได้อย่างน่าเหลือเชื่อ

Notes:

เจ้าจิ้งจอกส้มตัวน้อยของฉันสมควรจะได้รับความรักดีๆ ใช่ไหมล่ะคะ ถึงสุดท้ายจะพลิกไปหน่อยก็เถอะ เรื่องราวหวานๆ แบบนี้ก็ยังคงเป็นสไตล์การเขียนโปรดของฉันนั้นแหละค่ะ ขอให้สนุกนะคะ!

ตอนที่แต่งบทนี้ฉันยังเล่นแนทลันไม่จบ ฉะนั้นทั้งหมดในนี้คือการเพ้อฝันแสนล้ำเลิศของฉันเพื่อเจ้าส้มจิ๋วค่ะ^^

ฉันว่าฉันเขียนให้กัปตันแสดงความรู้สึกออกมาเยอะไปหน่อย เพราะฉันค่อนข้างแย่ในการอธิบายการกระทำที่แฝงไปด้วยความเอ็นดูค่ะ แต่ฉันจะปรับปรุงมันให้ดีขึ้น! (ขออวยนิดหน่อยฉันตกหลุมรักเสียงพากย์ญี่ปุ่นของกัปตันมากเลยค่ะ ยิ่งมีเพลงธีมของตัวเองแทรกมาด้วยสุดยอดเลยค่ะ!!!)

Work Text:

เป็นเวลาสองเดือนนับจากหลังองค์ราชินีได้ส่งเขาออกมาทำภารกิจ คาปิทาโน่ได้มุ่งหน้ากลับมายังสเนชนายา เขาคาดหวังว่าจะได้เห็นการต้อนรับที่ตัวเองก็ไม่เคยคิดว่าในชีวิตนี้จะมีโอกาสที่เขาจะได้นึกถึง กลุ่มผมสีส้มนุ่มนิ่มตัดกับทัศนียภาพสีขาวของทุ่งหิมะ แก้มสีแดงระเรื่อดั่งลูกแอปเปิลชุ่มฉ่ำ ริมฝีปากเชอร์รี่น่ารักที่โค้งมนเป็นรอยยิ้มกว้าง นัยน์ตาสีน้ำเงินทับทิมที่แม้ไร้ประกายกลับงดงามสง่ามากกว่าดวงดาวใดบนพื้นฟ้า รวมทั้งผ้าพันคอสีแดงสดใสอันเป็นเอกลักษณ์ คาปิทาโน่จำได้ดีทุกลวดลายบนผิวขาวนั้น ทุกกลิ่นอายสัมผัส เขาโหยหามันมาก กัปตันมีแผนสำหรับวันนี้ไว้แล้วว่าหลังจากรายงานภารกิจที่สำเร็จให้องค์ราชินีทราบ เขาจะรีบทูลลาฝ่าบาทเพื่อไปใช้เวลานอนบนเตียงนุ่มกับจิ้งจอกส้มน่ารักตัวนั้นทั้งวัน สำหรับวันที่เหลือจะทำอะไรก็สุดแล้วแต่ที่เจ้าตัวน้อยต้องการ

ในระหว่างที่กำลังย่างท้าวเข้าสู่อาณาเขตของปราสาท หิมะที่ทับถมกันจนทำให้มองไม่เห็นรอยเท้าของคนก่อนหน้าหรือคนจากลา คาปิทาโน่ก็คิดถึงเรื่องหนึ่งซึ่งทาร์ทาเกลียทำให้เขาหลุดหัวเราะออกมาอย่างช่วยไม่ได้ เมื่อวันหนึ่งที่เขาออกไปซื้อของกับฮาร์บิงเจอร์ลำดับที่ 11 เป็นเรื่องปกติที่ทั้งสองฝ่ายจะไปไหนมาไหนด้วยกันก็นะใครจะกล้าหาเรื่องกับลำดับที่ 1 ที่ขึ้นชื่อเรื่องความร้ายกาจและลำดับที่ 11 ผู้ซุกซนทว่ากลับแฝงไปด้วยกลิ่นอายสัตว์ร้ายล่ะ?

คาปิทาโน่ก้าวนำหน้าส่วนทาร์ทาเกลียเดินตาม ไร้ซึ่งเสียงเดินแม้จะเหยียบย่ำบนผืนผ้าสีขาวนี้แต่สุดท้ายก็ยังคงมีรอยเท้าทิ้งเอาไว้อยู่ดี และนั้นเป็นจังหวะเดียวกันกับที่จิ้งจอกสีส้มจ้องมองบางอย่าง มันเดินตามรอยเท้าของเขาและค้นพบว่าขนาดไซส์รองเท้าที่แตกต่างเป็นอย่างมากทำให้มันยิ้มกริ่มและหัวเราะออกมาเบาๆ คาปิทาโน่หันกลับมามองทำให้หัวสีส้มชนกับหลังของเขาเนื่องด้วยมัวแต่พุ่งความสนใจไปที่การเปรียบเทียบรอยเท้ามากกว่าสนใจเบื้องหน้า
“ เหม่อลอยหรือ? ”
เสียงทุ้มต่ำแหบพร่าเต็มไปด้วยความลึกลับ ราวกับเสียงของท้องฟ้ายามมืดมิดกำลังกระซิบแก่เขา
“ อ้ะ! ขอโทษครับ...ผมแค่ ”
ทาร์ทาเกลียสะดุ้งพลางรีบแก้ตัวด้วยใบหน้าเคอะเขินเหมือนลูกมะเขือเทศ แต่การกระทำน่าเอ็นดูที่เขาทำนั้นไม่ได้รอดพ้นไปจากสายตาของกัปตันเลย เขาสังเกตเห็นว่ารอยเท้าที่เดินมาตามทางนั้นมีแค่ของเขาไม่มีรอยเท้าเล็กๆ ของทาร์ทาเกลีย ไหนจะการกระทำที่ไม่มองทางข้างหน้าอีก
“ หืม...ดูเหมือนเจ้าจะพบสิ่งน่าสนใจนี่? ”
คาปิทาโน่เยาะเย้ยด้วยความเอ็นดู ทาร์ทาเกลียแม้จะผ่านเส้นขวากหนามจนก้าวมาถึงตำแหน่งนี้กลับเปี่ยมล้นไปด้วยความไร้เดียงสาเหมือนเด็กหนุ่มทั่วไป ต้องการเรียนรู้ ผจญภัยและตามหาสิ่งที่เรียกว่าความรัก สิ่งเหล่านี้ล้วนประกอบสร้างขึ้นมาเป็นเจ้าจิ้งจอกตัวน้อยที่เขานึกเอ็นดูทุกครั้งและเจ็บปวดทุกครา เมื่อต้องจินตนาการสิ่งที่เด็กหนุ่มต้องประสบเพื่อมาเคียงข้างเขา คาปิทาโน่ขอสาบานว่าหากเขายังคงมีชีวิตอยู่ไม่มีผู้ใดสามารถทำร้ายเด็กคนนี้ได้กระทั่งปลายผม

 

หลังจากการรายงานยาวเหยียดแสนน่าเบื่อ คาปิทาโน่ก้าวออกมาจากห้องบังลังก์ของราชินีเขารีบมุ่งหน้าไปยังห้องพักของเด็กหนุ่ม ระหว่างทางมาเขาสอบถามถึงตำแหน่งของจิ้งจอกแสนซนและได้รับคำยืนยันแล้วว่าทาร์ทาเกลียยังคงอยู่ที่ปราสาทกำลังพักผ่อนอยู่ในห้อง เขาก้าวฝีเท้าเร็วขึ้นโดยไม่รู้ตัว ความปรารถนาที่ต้องการจะพบเจอกับจิ้งจอกน้อยน่ารักไม่อาจอดกลั้นไว้ได้อีกต่อไปเพียงชั่วขณะเขาก็รู้สึกตัว ตนเองยืนอยู่หน้าห้องของเด็กหนุ่มแล้ว คาปิทาโน่ยกมือเคาะที่ประตูเพื่อขออนุญาต เขาได้ยินเสียงโครมครามราวกับมีอะไรตกลงจากที่วางทำให้เขารีบพุ่งเข้าไปข้างในด้วยความกลัวว่าอีกฝ่ายจะบาดเจ็บหรือทำอะไรโลดโผนอยู่ ทว่าสิ่งที่เขาเห็นผ่านหน้ากากเหล็กก็คือ จิ้งจอกสีส้มตัวนั้นกำลังสวมใส่ชุดสาวใช้แสนน่ารัก ขาเรียวที่มีกล้ามเนื้อจากการฝึกฝนและรอยแผลเป็นซึ่งเลยกระโปรงบานลงมาอย่างน่าเอ็นดู ผิวกายของเด็กหนุ่มแปรเปลี่ยนเป็นสีแดงก่ำเหมือนถูกโยนเข้าเตาอบ
“ กัปตัน!? ทำไมคุณถึงกลับมาเร็วจัง!! ”
ทาร์ทาเกลียตะโกนพลางรีบยืนขึ้นจากพื้นซึ่งดูเหมือนเขาจะพลัดตกลงมา คาปิทาโน่ที่ยังคงยืนอึ้งอยู่เมื่อได้สติก็รีบมาช่วยพยุงตัว
“ ทำไมเจ้าถึงใส่ชุดนี้? ”
“ อ่า...คือแบบว่า ”
ทาร์ทาเกลียก้มหน้าหงุดใบหน้าอ่อนเยาว์นั้นถูกสีแดงแจ๋ปกคลุมจนให้ความรู้สึกร้อนฉ่า
“ ผมไปเล่นเกมกับแพนทาโลนมาครับ...แล้วผมแพ้น่ะ เขาเลยบอกว่าให้ผมแต่งชุดนี้...ผะ ผมไม่รู้มาก่อนว่าคุณจะกลับมาวันนี้ ”
โอ้ แพนทาโลนหลังจากจบตรงนี้เขามีเรื่องต้องไปจัดการกับนายหน้าของธนาคารแล้วละ
“ ทำไมเจ้าไม่รู้ว่าข้าจะกลับมา? ทั้งๆ ที่ปกติเรื่่่องแบบนี้สายข่าวเจ้าไวกว่าอะไร ”
“ ช่วงนี้ผมต้องเคลียร์งานเอกสารเยอะมาก เพราะช่วงที่ผมรักษาตัวอยู่เลยมีงานมากกว่าเดิมครับ ผมเลยไม่สนใจข่าวอื่นๆ เท่าไหร่ ”
“ ก็คุณเป็นคนบอกผมเองนี่น่าว่าถ้าจัดการงานเอกสารบ้านั่นได้หมด..จะชมผมน่ะ ”
ทาร์ทาเกลียจงใจใช้เสียงต่ำลงเพื่อแสดงให้เห็นว่าเขารู้สึกเสียใจเล็กน้อย แต่นั้นก็เป็นแค่การแสดงจิ้งจอกเจ้าเล่ห์ตัวนี้รู้ดีว่าจะทำยังไงให้กัปตันเขาใจอ่อนกับเขา และทำตามใจที่เขาต้องการ
“ ...อืม ข้าเข้าใจ ”
คาปิทาโน่เอื้อมมือไปโอบเอวทาร์ทาเกลียเอาไว้ ทำให้เขาสะดุ้งเล็กน้อยเพราะอุณหภูมิเย็นจัดจากมือของกัปตันแตะตัวเขา
“ เจ้าบอกว่ามันเป็นการลงโทษใช่ไหม? งั้นถือว่าข้ามอบของขวัญให้เจ้าเสียหน่อยแล้วกัน ”
เขาก้มหน้ากระซิบข้างใบหูของเด็กหนุ่ม จากสีแดงอยู่แล้วมันยิ่งแดงขึ้นไปอีกวันนี้ทาร์ทาเกลียคงมีเรื่องสนุกให้ทำแล้วละ