Chapter Text
ชิกาชิไม่แน่ใจว่าเป็นเรื่องปกติหรือเปล่าที่ตนมีความรู้สึกนึกคิด
ไม่สิ สำหรับเขาแล้ว จะเรียกแบบนั้นก็คงยาก
เขารู้ตัวดีว่าตนเป็นหุ่นยนต์ หุ่นยนต์... ควรมีความคิดเป็นของตัวเองหรือเปล่า บางทีมันอาจเป็นของเทียม แต่ในขณะเดียวกันก็เป็นของจริงได้เหมือนกัน
เขารู้ว่าตนกำลังคิดอะไร
เขารู้ว่าใครมีความรู้สึกแบบไหน
คนคนนั้นกำลังโศกเศร้า คนคนนี้กำลังผ่อนคลายสนุกสนาน แต่กลับกัน เขาไม่เคยรับรู้ถึงอารมณ์ของตนเองได้เลย
และเพราะเขาเป็นแอนดรอยด์ รู้แค่นั้น ไม่มีอะไรต้องการทราบอีก
ไม่มีเหตุผลจำเป็นที่จะต้องเข้าใจถึงอารมณ์
และไม่มีเหตุผลจำเป็นไหน
ที่จะต้องเข้าใจถึงความคิดของมนุษย์
.
.
.
.
.
คุรานารินั้นเป็นโรงพยาบาลที่เงียบสงบ มีผู้ป่วยเพียงไม่กี่คนที่เขาเห็นตามสวนหรือห้องสมุด เหมือนดั่งแกลลอรี่มากกว่าโรงพยาบาล
ปกติแล้ว คุณหมอคนหนึ่งมักทำงานอยู่ในห้องพักแพทย์ที่ถูกซ่อนไว้ตรงมุมทางเดินสุดแสนไม่เตะตา หากใครเดินผ่านคงคิดว่ามันเป็นเพียงห้องเก็บของเก่า ๆ ทั่วไป
เมื่อแน่ใจว่ารอบตัวไม่มีใคร ชิกาชิก็เปิดประตูบานเหล็ก
เซนเซอร์วัดอุณหภูมิของเขาจับความเย็นเยือกที่มากกว่าปกติของโรงพยาบาลได้ เครื่องปรับอากาศที่ติดตั้งอยู่ในที่อื่น ๆ ไม่เคยถูกตั้งอุณหภูมิให้เย็นขนาดนี้
"ทำไมคุณถึงปรับอุณหภูมิของเครื่องปรับอากาศให้ต่ำขนาดนี้ด้วย?"
"นี่ต่ำแล้วงั้นเหรอ?"
นายแพทย์ผมสีขาวนั่งอยู่บนเก้าอี้ทำงาน หน้าคอมพิวเตอร์ที่เปิดข้อมูลของอะไรบางอย่างอยู่ นี่เป็นไม่กี่ครั้งที่ได้เห็นเขาถอดเสื้อกาวน์แบบนี้ จึงเป็นสาเหตุให้รู้สึกแปลกตาเล็กน้อย
เขาหมุนเก้าอี้ นั่นทำให้ชิกาชิเห็นว่านอกจากถอดเสื้อกาวน์แล้ว ชายคนนี้ยังคลายเนคไทอีกด้วย
"มันทำให้รู้สึกเหมือนอยู่ในห้องผ่าตัดดีน่ะ"
ชิกาชิพยักหน้าให้กับคำตอบที่แปลกประหลาดของคุณหมอท่านนั้น
"รับทราบแล้ว"
"สงสัยงั้นหรือ?"
คุณหมอถามสั้น ๆ
"เพราะเป็นสิ่งที่แตกต่างจากปกติ"
เขาตอบ
"ใส่ใจรายละเอียดดีจังเลยนะ"
ดร.ดาเรกะหัวเราะน้อย ๆ
นั่นเป็นเรื่องที่น่ายินดีงั้นเหรอ?
คุณหมอกำลังรู้สึกตื่นเต้น อัตราการเต้นของหัวใจเร็วขึ้น ดวงตาส่องประกาย
ดูท่าแล้ว คงเป็นอะไรที่น่าทึ่งสำหรับเขา แต่สำหรับชิกาชิที่สามารถจดจำรายละเอียดและข้อมูลนานับประการตั้งแต่ก้าวเข้ามายังคุรานาริได้แล้วนั้น แน่นอนอย่างยิ่งยวดว่ามันคือเรื่องปกติสำหรับแอนดรอยด์เช่นเขา
เพราะมันก็ต้องเป็นแบบนั้นอยู่แล้ว
"เอาเถอะ ยังไงก็ขอบคุณที่มานะ รู้ไหมว่าฉันเรียกนายมาทำไม?"
หากเป็นผู้อื่นคงคิดในทำนองว่า 'อา ในที่สุดก็เข้าเรื่องเสียที' แต่ชิกาชิเพียงแต่ยืนฟังอย่างเงียบ ๆ
เพื่อรับข้อมูลและรายละเอียดที่จำเป็นในการทำตามคำสั่งหรือคำขอ เป็นโค้ดพื้นฐานที่แฝงอยู่ลึกจนกลายเป็นเหมือนสามัญสำนึกที่ต้องทำอย่างแน่แท้ไม่ว่าสถานการณ์ใด
"ขออภัยด้วย กระผมไม่ทราบ"
"ฉันอยากให้นายช่วยตามหาคุโรอิให้หน่อย"
ชิกาชิพยักหน้าให้กับคำขอนั้น
"รับทราบแล้ว"
"ไม่ถามหน่อยหรือว่าทำไม?"
คุณหมอเอียงคออย่างสงสัย พลางเอ่ยถาม
"ไม่มีความจำเป็นที่กระผมต้องถาม"
แม้คำตอบนั้นจะฟังดูขวานผ่าซาก แต่แพทย์หนุ่มกลับพึงพอใจเป็นอย่างมาก เขายิ้มอย่างอ่อนโยนและใจดี เช่นเดียวกับคุณหมอในอุดมคติอันแสนหวาน
"ถ้างั้นก็ฝากด้วยนะ"
"เชื่อใจกระผมเถิด"
ชิกาชิตอบเช่นนั้น เขาทำท่าวันทยหัตถ์อย่างฉับไวสมระเบียบ ไม่มีรอยยิ้มปรากฏบนใบหน้า ตรงข้ามกับหมอผมสีขาวที่หันเก้าอี้กลับไปยังหน้าคอมพิวเตอร์ดังเดิม
ดูเหมือนข้อมูลบนนั้นจะไม่ใช่ข้อมูลของคนไข้
ไม่ใช่รายละเอียดการตรวจสอบหรือรักษา
แต่เป็นหน้าหลักของร้านขนมร้านหนึ่งต่างหาก
ดร.ดาเรกะฮัมเพลงอย่างสบายอารมณ์
ชิกาชิไม่เข้าใจในจุดนั้น แต่ไม่ได้ใส่ใจ อันที่จริง เขาไม่สนด้วยซ้ำว่าตนจะเข้าใจหรือไม่ ในเมื่อมันเป็นเรื่องที่ไม่สลักสำคัญอะไร
มนุษย์อยากทานเค้กเพราะก็เพราะหิว หรือเพราะอยาก
และมนุษย์มีความสุขที่ได้ทานเค้ก
เรื่องมันก็ง่ายแค่นั้น ไม่ได้เป็นอันตรายต่อใครทั้งสิ้น ตราบใดที่ไม่มีความคิดมุ่งร้าย
"กระผมตรวจสอบได้ถึงโดพามีนที่เพิ่มขึ้นในสมองของคุณ หากคุณต้องการจะทานขนมเค้ก ก็ขอให้ทานอย่างเอร็ดอร่อย"
และชิกาชิก็เดินออกจากห้อง ปิดประตู กลับสู่ทางเดินในอุณหภูมิปกติอีกครั้ง
.
.
.
.
.
"คุณคุโรอิ โปรดกลับไปที่ห้องพักแพทย์ด้วย"
"อะ"
ชายหนุ่มผมสีดำ ใส่สูทผูกไท ปลอกแขนสีแดงที่สวมอยู่แสดงให้เห็นชัดแจ้งว่าเขามีอาชีพ "นักข่าว"
ถึงแม้จะเป็นแบบนั้น แต่คุโรอิไม่ได้มาทำข่าว
เขาแค่ใช้ข้ออ้าง "หาสกู๊ปเด็ด" เพื่อเข้าตีสนิทกับคุณหมอเท่านั้น
และตอนนี้... ชายผู้ออกมากดกาแฟ ก็กำลังเล่นกับแมวเหมียวอยู่
"โปรดกลับไปที่ห้องพักแพทย์ด้วย"
"เอ๊~ นะ น้องเหมียวน่ารักมากเลยน้าา"
"กรุณากลับไปที่ห้องพักแพทย์ด้วย"
"แงงง น้องเหมียววว"
"เอาไปด้วยไม่ได้ โปรดปล่อยมือจากแมวด้วย"
เมี๊ยว
น้องแมวคลอเคลียชิกาชิ ราวกับว่ามันรู้สึกผ่อนคลายที่ได้อยู่ใกล้เขา
มันเป็นแมวสีขาวบริสุทธิ์ ซึ่งดูโดดเด่นเมื่ออยู่ใกล้สีของเครื่องแบบของเขา
"อ๊ะ มันดูชอบนายนะ"
"กระผมไม่มีขนมหรอกนะ เจ้าแมว"
เมี๊ยว
เขาถูกโค้ดมาให้สุภาพ
หนักแน่น
และอ่อนโยนต่อสัตว์
นั่นถูกกำหนดมาเรียบร้อยแล้ว
แมวเหมียวกระโดดออกจากแขนของชิกาชิ และเหยียบลงบนพื้นอย่างนุ่มนวล ก่อนวิ่งหายไป
"ไม่น้าา เจ้าเหมียววว"
"โปรดกลับไปที่ห้องพักแพทย์ด้วย"
"รู้แล้วน่า... ย้ำบ่อยจริง!"
"ขอบพระคุณที่รับทราบ"
คุโรอิหยิบกาแฟสองกระป๋องที่วางอยู่บนพื้นขึ้นมา มันยังเย็นอยู่ และเมื่อนำไปแช่ตู้เย็น ก็จะอร่อยพอดียามนำออกมากินกับขนม
คุโรอิโยนกระป๋องกาแฟเล่นอย่างสบายอารมณ์ ก่อนเดินกลับสู่ห้องพักแพทย์
ชิกาชิก็เดินตามกลับไปด้วยเช่นกัน ล่องลอยของขนแมวสีขาว ติดอยู่เล็กน้อยตามถุงมือและแขนเสื้อของเขา
.
.
.
.
.
"กาแฟ!!"
"คร้าบบ คุณหมอ กาแฟมาเสิร์ฟแล้ว คร้าบบบบผม!!"
คุโรอิส่งกาแฟให้ดร.ดาเรกะ คุณหมอหนุ่มเปิดกระป๋องทันที ก่อนยกขึ้นดื่มอึก ๆ ราวกระหายมาเนิ่นนาน
"ดื่มเลยเหรอครับ...? มะ ไม่รอขนมก่อนเหรอ"
"ที่จริงมีในตู้เย็นอีกน่ะ แต่คนละยี่ห้อกัน"
"แล้วทำไมไม่เก็บยี่ห้อที่อยากกินไว้ทีหลังละคร้าบ..."
ชิกาชิฟังบทสนทนานั้นอย่างเงียบ ๆ
เก็บข้อมูลของบทสนทนาเอาไว้ทั้งหมด เพื่อนำไปวิเคราะห์และลบในภายหลังหากไม่ใช่ข้อมูลสำคัญ
ถึงกระนั้นเขาก็ไม่ได้สนใจ หรือขบคิดว่าทำไม "มนุษย์" ถึงต้องทำอย่างนั้น
แต่หากเก็บข้อมูลเหล่านั้นไปเรื่อย ๆ ละก็
หากรวบรวมเรื่องราวเกี่ยวกับมนุษย์มากพอละก็...
เขาอาจจะเข้าใจพวกเขามากขึ้นก็ได้
แต่ชิกาชิไม่ได้คิดเรื่องเช่นนี้ นั่นเป็นเพียงความเป็นไปได้
ดร.ดาเรกะกำลังมีความสุข และโดพามีนอาจมากยิ่งขึ้นไปอีกเมื่อได้ทานขนมเค้ก
คุโรอิ ชินอิจิกำลังมีความสุข เพราะได้พูดคุยกับคุณหมอที่ตนชื่นชอบ
กาแฟถูกดื่มไปปริมาณมากในเวลาไม่กี่วินาที
อุณหภูมิในห้องเย็นยะเยือก แต่ไม่ส่งผลต่อเขา
"ขอบคุณนะ"
คุณหมอเอ่ยขึ้น
"ยินดีที่ได้ช่วยเหลือ"
ชิกาชิตอบไปแบบนั้น พร้อมทำท่าวันทยหัตถ์อย่างเรียบร้อย
.
.
.
.
.
"จะว่าไป คุณหมอชักจะสบายเกินไปแล้วนะครับ… จิบกาแฟกินขนมแบบนี้นี่ใช้ได้ด้วยเหรอ?"
คุโรอินั่งอยู่บนโต๊ะสีขาว มือข้างหนึ่งไถมือถือ อีกข้างถือส้อมที่จิ้มเค้กช็อกโกแลตแสนฟูฟ่อง
"ถ้านายไม่อยากใช้เวลายามเย็นอันสดใสอยู่ในห้องผ่าตัดก็อย่าพูดแบบนั้นดีกว่าน่า"
"แบบนั้นก็ดีนะครับ! ให้คุณหมอได้ทำงานซะบ้าง เดี๋ยวกระดูกกระเดี๋ยวจะแข็งซะหมดน่ะ?"
"อย่าหาเรื่องให้ฉันเลย คุโรอิ เกรงใจน่ะ…"
ดร.ดาเรกะคุยอย่างสนุกสนานกับคุโรอิ
พูดคุยเยอะขึ้นมาก อาจเป็นเพราะความสุขจากการทานขนม
หรือเพราะได้พูดคุยกับคนที่อยู่ด้วยแล้วสบายใจ?
แน่ละ ชิกาชิไม่ค่อยเข้าใจเท่าไหร่ แต่ก็ไม่มีเหตุผลให้จำเป็นต้องรู้
เขายังคงนั่งอยู่บนเก้าอี้ วิเคราะห์ทุกฉากตอนของการสนทนา มันเป็นการคุยกันเรื่องเปื่อย ไม่มีสาระอะไร แต่เพราะอะไรมนุษย์ถึงคุยกันแบบนั้นล่ะ?
มันสนุกงั้นเหรอ หรือว่าการได้พูดอะไรสักอย่างออกมาจะทำให้จิตใจผ่อนคลายขึ้น?
ชิกาชิยังคงเรียนรู้มนุษย์
"คุณหมอ… คิวต่อไปมาถึงแล้ว"
เสียงใสของพยาบาลสาวดังมาจากลำโพงเล็ก ๆ ตรงมุมห้อง
"ว้า ต้องไปแล้วสิ"
ดร.ดาเรกะถอนหายใจ เขาลุกขึ้นจากเก้าอี้ หยิบเสื้อกาวน์ขึ้นมาใส่
"อ๊ะ! เดี๋ยวผมเก็บเค้กไว้ให้!"
คุโรอิกล่าวเสียงเริงร่า
"เก็บแบล็กฟลอเรสต์ไว้ให้หน่อยนะ…"
"รับทราบ!"
ทั้งที่อาจเป็นเรื่องเร่งด่วง แต่คุณหมอก็ไม่รีบร้อน
พยาบาลสาว… ไม่สิ หุ่นยนต์ พยาบาลสาวยังคงรออยู่ที่หน้าประตู ไม่รีบเร่งอันใด
เค้กถูกเก็บเข้าตู้เย็น และในห้องพักแพทย์ก็เหลือเพียงชิกาชิกับคุโรอิที่กำลังดูดน้ำผลไม้สบายใจเฉิบ
"นายยังไม่กลับอีกเหรอ?"
คุโรอิถามขึ้น
"ที่จริงกระผมควรกลับได้แล้ว"
ใช่แล้ว
เขาหมดธุระกงการที่นี่นานแล้วละ
"แต่กระผมยังอยากอยู่ต่ออีกสักหน่อยน่ะ"
ชิกาชิไม่แน่ใจว่าเป็นเรื่องปกติหรือเปล่าที่ตนมีความรู้สึกนึกคิด
แต่นั่น... ก็เป็นเรื่องจริงที่เขาจะไม่ปฏิเสธ
ว่าตนเองอยากอยู่ที่นี่ต่อ
อยากรู้ว่าพวกเขาจะทำอะไรต่อไป
"เพราะกระผมเองก็ต้องพักบ้างเช่นกัน"
"แต่นายเป็นหุ่นยนต์ไม่ใช่เหรอ?"
คุโรอิถาด้วยแววตาใสซื่อแต่แฝงไปด้วยความอยากรู้อยากเห็นอันแรงกล้า
"หุ่นยนต์เองก็ต้องประมวลผลนะขอรับ คุณคุโรอิ"
อันที่จริง... นั่นเป็นข้ออ้าง
โค้ดของชิกาชินั้นประมวลได้ไวมากอยู่แล้ว เพียงเสี้ยววินาที หรือมากกว่านั้นสักพันเท่า ไม่มีความจำเป็นต้องหยุดพักเลยสักนิดเดียว
เขาแค่ต้องการทำบางสิ่ง
โดยที่สิ่งนั้นไม่เคยมีอยู่ในโค้ดของเขา
หุ่นยนต์... ควรมีความคิดเป็นของตัวเองหรือเปล่า บางทีมันอาจเป็นของเทียม แต่ในขณะเดียวกันก็เป็นของจริงได้เหมือนกัน
ตกลงแล้ว...
"ความคิด" ของเขานั้น...
เป็นของจริงหรือของเทียมกันแน่ล่ะ?
"แต่อีกสักประเดี๋ยวก็ไปแล้ว ไม่นานหรอก"
แล้วสิ่งที่ชิกาชิพูดออกมาตอนนี้
เป็นโค้ดดิง... หรือความคิดกันแน่?
