Work Text:
‘หมื่นลี้เมฆลอย พันพรูหิมะปรอย
เงาอยู่คอยเดียวดายอย่างไรกัน?’
”ฤดูหนาวหน้าจะมีจริงหรือเปล่า?“
เด็กสาวเอ่ยในวันหนึ่ง อาจเป็นวันที่มุมพักผ่อนหลงเหลือเพียงบุคคลไม่กี่บุคคล เหล่าผู้คนคุ้นหน้าคุ้นตาจนไม่จำเป็นต้องระมัดระวังมากจนเกินไป
อาจเพราะบางสิ่งติดค้างภายในใจ
หรือไม่เช่นนั้นเพราะเจ้าหล่อนซื่อตรงกับตนเองเสียมากกว่าจะสนใจคำครหาของผู้คน
“ว่าไงนะ?” เขาเงยหน้าขึ้นมาจากหน้ากระดาษ โน้มกายเข้าใกล้พลางมองหน้าจอไอแพดในมือของผู้ถาม ดวงตาสีเข้มกวาดมองมันอย่างรวดเร็ว ”แล้วเราคิดว่ามีหรือเปล่าล่ะ?“
โอวหยางนาน่าหรี่ตา หันไปยังผู้มากวัยกว่าราวคิดถามกลับว่าตนนั้นเป็นผู้เริ่มต้นเรื่องนี้เสียก่อน อีกฝ่ายอย่างไรเล่าที่ต้องตอบคำถาม
“พี่ไม่คิดว่าการสมหวังเป็นเรื่องที่ดีเหรอ?” หล่อนถามกลับอีก ทั้งยอมและไม่ยอมเขาเสียทีเดียว “ชีวิตจริงมีเรื่องให้เศร้าใจตั้งเยอะแล้วนี่”
ผู้ถูกถามเงียบไปครู่หนึ่ง — อาจนานกว่านั้นหากแจ้งเตือนจากในโทรศัพท์มือถือของเจ้าตัวไม่ดังขึ้นเสียก่อน
หน้าจอสว่างวาบ, เกาเหว่ยกวงปรายตามองมัน ชั่วขณะหนึ่งเด็กสาวคิดว่าตนเห็นประกายของบางสิ่งที่ซุกซ่อนในดวงตา บางสิ่งที่ชวนให้ใจดวงน้อยของเจ้าตัวปวดหนึบ
“ก็คงจริง…” โอวหยางนาน่าตอบเสียงแผ่ว นัยน์กลมโตไม่ละไปจากใบหน้าของชายหนุ่มรุ่นพี่
“ทำไมทำหน้าแบบนั้น?“ เขาว่าพลางเลิกคิ้วสงสัยยามผินกลับมาสบตา รอยแย้มยิ้มแต้มแต่งใบหน้าหล่อเหลาแม้มันไม่อาจวาดไปถึงดวงตา ”อินเหรอ?“
แล้วหล่อนจะตอบเช่นไรเล่า? เด็กสาวจะตอบว่าเปล่าเลย เพียงคิดว่านัยน์ตาของเขาดูโศกเช่นนั้นหรือ? หรือจะตอบว่าปรารถนาให้สรรพสิ่งเป็นไปดั่งหวัง ไม่ว่าจะหน้าหรือหลังม่านมายา?
ไม่ว่าทางใดล้วนไม่สมควร
มีเส้นกั้นบางเบาระหว่างซื่อตรงต่อหัวใจของตนเองและข้อจำกัดของบางสิ่ง
แลในขณะนี้โอวหยางนาน่ารู้ดีว่าอะไรเป็นอะไร
”ไม่เอาน่า เรายังเด็ก มีเวลาพบคนอีกตั้งเยอะ“ เกาเหว่ยกวงเอ่ยขึ้นมาแทนเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายเงียบไป บางทีเขาอาจคิดว่าเจ้าหล่อนนั้นนึกเสียใจในบางสิ่งที่ผ่านพ้น หรือไม่เช่นนั้นอาจเพราะเคยผ่านช่วงชีวิตนั้นมาอยู่บ้าง
”หมี่หลันก็เหมือนกัน มีเวลาพบคนอีกมาก“
เจ้าหล่อนอยากถกเถียงเขานักหนาว่าไม่เลย บางคราวบุคคลหนึ่งไม่ไดัปรารถนาจะพบผู้คนมากมายถึงเพียงนั้นจึงจะรับรู้ว่าตนต้องการอะไร
ทว่าผู้เยาว์วัยกว่านั้นไม่ไดัเอ่ยมันออกไป
บทสนทนาหลังจากนั้นเป็นอย่างไรต่อโอวหยางนาน่าเองก็ไม่แน่ใจ— อาจเป็นตอนที่ใครสักคนบอกว่าพวกเขาได้อยู่ด้วยกัน เสียงสัญญาณเรือนั้นคือการบอกเป็นนัยซุกซ่อน หรือการที่หลี่มู่เกอบอกเองกับปากว่าเขาไม่ใช่คนใจดำอำมหิตถึงเพียงนั้น แล้วมาร่วมวงสนทนาด้วย
เจ้าหล่อนไม่รู้ — หรือเพราะในขณะนั้นเด็กสาวเพียงภาวนาอย่างเงียบงันให้ ‘เขา‘ มีความสุข
ไม่ว่าจะกับหล่อนหรือไม่ใช่ก็ตาม
