Actions

Work Header

Paichan is a mermaid.

Summary:

ในโลกใบใหม่ที่ทายาททุกคนมีความทรงจำจากชาติที่แล้ว ทว่าพวกเขากลับหาไพน่อนไม่พบ วันหนึ่งไมเดย์ได้รับภารกิจและพบกับไพน่อนที่ถูกจับตัวไว้ทดลอง

Chapter Text

การจำเรื่องราวในอดีตชาติได้นั้นไม่รู้ว่ามันคือโชคชะตาหรือความบังเอิญ บางครั้งมันอาจจะเป็นพรอีกแบบหนึ่งก็ได้ มันเป็นเพียงของปลอบใจในโลกที่แปลกประหลาด โลกใบนี้ทุกคนกล่าวว่ามันสิ้นหวังแต่เมื่อเทียบกับอดีตชาติของเขาแล้วไมเดมอสกลับคิดว่ามันดีกว่า โลกใบนี้เป็นโลกที่อยู่ไ มีหอคอยโผล่ขึ้นมาท่ามกลางความสงบสุขและมีมอนเตอร์ทำให้ผู้คนกลายพันธ์ไปมีพลังพิเศษ ไมเดมอสเองก็มีพลังเพราะความทรงจำในชาติที่แล้วทำให้เขาสามารถปรับตัวได้อย่างรวดเร็ว อย่างน้อยในชาตินี้เขาก็ได้พบกับแคสโทริสและน้องของเธอ พวกเขาจำกันและกันได้อย่างรวดเร็ว เขาไม่ได้โลภมากถึงจะไม่ได้พบคนอื่นก็ไม่เป็นไรเพียงแต่คนที่เขาอยากเจอที่สุดนั้นไม่ว่าเมื่อไรก็ไม่เจอสักที

รูปลักษณ์ของไพน่อนนั้นโดดเด่นสะดุดตา แต่ไม่ว่าเขาจะมองดูคนผมขาวที่ผ่านเข้าสายตาทุกคนขนาดไหนก็ไม่พบไพน่อนสักครั้ง จนทำให้มีข่าวว่าฮันเตอร์ไมเดมอสชอบคนผมขาว ในวันนั้นมันเป็นวันธรรมดากับภารกิจที่ได้รับมา เป็นการทำลายสถานที่ทดลองผิดกฎหมายแห่งหนึ่ง ในโลกที่สิ้นหวังก็ยังนักวิทยาศาตร์บ้าบอที่คิดว่าสามารถเอาพลังมอนเตอร์มาใส่ในมนุษย์และที่นี่เป็นสถานที่แห่งนั้นไมเดมอสขยะแขยงเมื่อเห็นร่างโคลนที่ตายแล้วในหลอดแก้วบางอันยังเป็นเด็กอายุน้อยเขาเข้าไปด้านในจนกระทั่งได้พบพานกับพรหมลิขิต

หากเลือกได้เขาอยากพบกับ'เขา'ท่ามกลางทุ่งหญ้าสาลี หรือเราอาจจะพบกันโดยบังเอิญในห้องสมุด ไมเดมอสหวังให้เขาได้เป็นคนธรรมดาและมีความสุขทว่าคนที่เขารอคอยและตามหากลับอยู่ในแทงก์น้ำขนาดใหญ่ เส้นผมสีขาวราวหิมะสยายออกนัยน์ตาสีแซฟไฟร์งดงามประดับด้วยวงแหวนพิเศษมีเสน่ห์ชวนมอง ผิวของเขาขาวจัดส่วนล่างถูกปกคลุมด้วยเกล็ดสีฟ้าสลับขาวงดงาม เขามีเกล็ดสีทองระยิบระยับแซมอยู่ครีมยาวราวปีกที่โผบิน

ตรงหน้าของไมเดมอสคือสิ่งมีชีวิตที่คล้ายคนผสมกับปลาเขาถูกล่ามโซ่นัยน์ตากลมโตมองดูไมเดมอสราวกับไม่รู้จัก มันคล้ายกับเงือกที่เคยเห็นในหนังสือมาบ้าง ไมเดย์ก้มมองรอยแผลบนร่างกายขาวของไพน่อน พันธนาการและเอกสารข้างๆ ทำให้เขาโกรธจัด

"ถึงจะโมโหก็ไม่ควรระเบิด" ไมเดมอสถูกทำโทษ ตรงหน้าเขาคืออากลีลาเธอถอนหายใจ "เอาเถอะ ไพน่อนรออยู่เธออยู่นะ "

"จริงๆ นายควรเรียกฉัน " อานักชามาพร้อมเทปเลตเขาหันหน้าจอให้ไมเดมอสรู้ว่าคนรักของเขาในชาตินี้เป็นมนุษย์ที่ได้รับการปลูกถ่ายยีนของมอนเตอร์ประเภทปลาลงไป เขาอยู่ในแทงก์น้ำนั่นตั้งแต่เกิด "ฉันจะทำให้มันรู้จักนรกกว่าการระเบิด"

ไพน่อนเคยเล่าให้ไมเดมอสฟังว่าถึงแม้อานักชาจะเป็นผู้ทดลองที่บ้าคลั่งแค่ไหนแต่เขาไม่เคยใช้ชีวิตของคนบริสุทธิ์เหตุการณ์นี้คงทำให้เขาโกรธมาก เขามองดูนัยน์ตาที่ดุร้ายของอากลีลาจากความทรงจำในทุกชาติเธอเป็นคนน่ากลัวเกรงว่าองค์กรนั้นจะถูกขุดรากถอนโคนแน่นอน เขาปลีกตัวเดินมาที่สระน้ำที่ถูกสร้างอย่างด่วนจี๋กลางบ้านที่พวกเขาอยู่ร่วมกัน ที่นั่นมีไพน่อนกำลังกอดตุ๊กตาแมวน้ำหลบอยู่หลังปะการังปลอมในสระ ดูเหมือนไฮยาชินจะให้เขา

"ไพน่อน ไม่สิ ตอนนี้ชื่ออะไร " ไมเดย์สอบถามแต่มีเพียงความเงียบ ไพน่อนคนนี้ขี้อายเขามักจะชอบหลบตามมุมต่างๆ ของสระน้ำ แต่ไมเดย์ไม่โทษเขาหรอกเพราะอีกฝ่ายใช้ชีวิตแต่ในแทงก์น้ำมาตลอด ถึงไพน่อนจะตอบเขาไม่ได้แล้วแค่เขามีชีวิตอยู่ไมเดย์ก็ดีใจแล้วเขาหยิบกาแฟกับคุกกี้พร้อมหนังสือเล่มหนึ่งมานั่งข้างสระน้ำไม่รู้เวลาผ่านไปนานแค่ไหนแต่ก็นานพอจะเห็นเส้นด้ายสีขาวเต็มผืนน้ำ นัยน์ตาสีฟ้าใสจับจ้องมาตรงนี้

ผู้กอบกู้ยังเป็นผู้กอบกู้ที่กระตือรือร้นและอยากรู้อยากเห็น

"ทานไหม?" ไมเดมอสยื่นคุกกี้ไปให้อีกฝ่ายเห็นมือขาวซีดยื่นมาจากน้ำและรับคุกกี้ในฝ่ามือ เขาดำลงไปในน้ำไมเดย์ห้ามเขาไม่ทัน "เดี๋ยว"

"..." เงือกส่งเสียงแปลกๆ เมื่อของที่มันหยิบมาละลายหายไป มันโผล่ขึ้นมาอีกครั้งนัยน์ตาสีฟ้าทำหน้าจะร้องไห้ ใบหน้าบูดบึ้งไปด้วยความงอนจนไมเดย์หัวเราะ ชายหนุ่มส่งคุกกี้ให้อีกครั้ง

"อย่าดำน้ำ กินบนนี้ แบบนั้นละ" ไมเดมอสกัดคุกกี้ให้เงือกดูอีกครั้ง ไพน่อนจับคุกกี้อ้าปากแล้วกินมันลงไปนัยน์ตาสีฟ้าเบิกกว้างเมื่อเคี้ยวเงือกส่งเสียงแปลกๆ หางปัดป่ายไปมา เขาน่ารักมากมือยื่นมาอีกครั้ง ครั้งแล้วครั้งเล่าจนคุกกี้หมดชามไมเดย์ต้องให้เขาหยุดกินเพราะการกินขนมหวานไม่ดีและไม่รู้ไมเดย์จะแปรงฟันให้เงือกได้หรือเปล่า

"อา..." เงือกพยายามเปล่งเสียงแปลกประหลาดคาดว่ามันอยากได้ไมเดย์ใจแข็ง นัยน์ตาสีฟ้ามองไปที่แก้วกาแฟที่เหลืออยู่ มือชี้ไปที่นั่น พอไมเดย์ยื่นให้ปลายลิ้นสีชมพูแตะลงเงือกทำหน้าตาแปลกประหลาดดำน้ำหายไปเลย

อา เขาขี้งอนโคตรๆ

"เฮ้ นั่นไม่ใช่ความผิดฉันสักหน่อย ไม่ชอบรสชาติขมหรือไง?" เขาพูดกับผืนน้ำที่ว่างเปล่าแต่ไพน่อนตัดสินใจจะงอนแล้วชายหนุ่มทำอะไรไม่ ฮันเตอร์หนุ่มได้แต่กลับไปป่นปลาเป็นส่วนผสมขนมเพื่อง้อเงือกอีกครั้ง อาหารหลักของไพน่อนตอนนี้เป็นปลาสดๆ ตามเอกสาร เขามีฟันที่สามารถเคี้ยวปลาทั้งตัว แต่เนื่องจากส่วนหนึ่งของเขาเป็นมนุษย์ดังนั้นอานักชาจึงว่าเขาสามารถกินอาหารคนได้ ตอนที่มาเช้ารุ่งขึ้นเขาก็ได้พบกับนักวิทยาศาตร์ไกด์อานักชาที่ใส่ชุดลำลอง มันเป็นรูปลักษณ์แปลกประหลาดปกติไมเดย์จะเห็นเขาใส่เสื้อกราวสีขาวคอยอยู่แต่ห้องทดลองแต่วันนี้เขากลับอยู่ข้างสระถือหนังสือกำลังพูดเรื่องการสะกดคำ เหมือนกำลังสอนเงือกพูดภาษามนุษย์ เพียงแต่เงือกตัวนั้นกลับหลบอยู่สักที่ในสระ

"ไม่คิดว่าจะเห็นนายใส่ชุดอื่นนอกจากชุดนอนโดรมา กับ เสื้อกราว"

"ฉันคิดว่าเขาคงไม่ชอบชุดพวกนักวิทยาศาตร์" อานักชาปิดหนังสือเขาวางมันทิ้งไว้ข้างสระในจุดที่เงือกสามารถขึ้นมาหยิบมันได้

"คิดจะเป็นอาจารย์ของเขาอีกครั้งหรือ?"

"แล้วนายละ คิดจะเป็นคนรักกับเขาอีกครั้งไหม?"

มันเป็นคำถามที่ไร้คำตอบเพราะพวกเขาต่างรู้คำตอบกันและกัน อานักชาก้าวออกไปหลงเหลือเพียงไมเดย์ตอนที่ชายหนุ่มกำลังจัดของว่างบนโต๊ะข้างสระน้ำเขาก็เห็นมือขาวซีดหยิบหนังสือลงไปในใต้น้ำ ไมเดย์ชะงักก่อนจะคิดว่าอานักชาน่าจะเตรียมหนังสือกันน้ำมา เมื่อมองเส้นผมสีขาวออกฟ้าและเกล็ดที่เป็นประกายไมเดย์ก็คิดว่าไพน่อนช่างเหมาะกับการเป็นเงือกเหลือเกิน คราวนี้เขาหยิบคุกกี้ปลามาให้เงือกตัวดีเหมือนจะเรียนรู้จากเมื่อวานมันรับขนมขึ้นมากินเหนือน้ำ มันเป็นช่วงเวลาที่โรยตัวด้วยความเงียบเมื่อก่อนไพน่อนเป็นคนพูดมากไมเดย์เป็นผู้ฟังในตอนนี้เขาไม่สามารถพูดได้ไมเดย์จึงเป็นฝ่ายเอ่ยปากพูด

"ในชาตินี้ฉันมีพ่อแม่ที่เอ็นดูฉัน ตอนนี้ฉันเป็นฮันเตอร์ ..." เขาพูดเรื่องราวมากมายไม่ว่าจะโลกใบนี้ครอบครัว เพื่อน หรืองานที่ทำอยู่ พูดจนขนมหมดและมันบ่งบอกถึงเวลาที่หมดลง นอกจากไมเดย์แล้วทุกคนต่างแวะมาหาไพน่อน วันก่อนไมเดย์เพิ่งเคยพบกับไฮซซิเลนส์ กับเซริด้าเป็นครั้งแรกในชาตินี้

ไพน่อนแม้จะเป็นสิ่งมีชีวิตที่ถูกสร้างขึ้นแต่เขาไม่ได้ดุร้ายเลย เขาชอบหลบซ่อนและเมื่อพวกเรามาเขาก็จะโผล่มาหาเงียบๆเหมือนกับเด็กน้อยเขาพูดไม่ได้ด้วยซ้ำส่งเสียงแปลกๆชอบกินขนม เพราะช่วงนี้เราให้อาหารคนบ่อยไปเขาจึงไม่กินปลาสดๆแล้วเราจึงเปลี่ยนเป็นปลาย่างให้ แคสโทริสกับน้องสาวมักจะมาเล่านิทาน อานักชามาสอนหนังสือทุกวัน อากลีลามาพูดคุยและนำเครื่องประดับมาประดับประดาตามร่างกายและเส้นผมของไพน่อนเขาเหมือนเจ้าหญิงเงือกแสนสวยในเทพนิยาย ไซเฟอร์มักนำของโบราณมาทิ้งลงสระน้ำมันเป็นของตกแต่งบ้านและดูเหมือนไพน่อนก็ชอบมันเช่นกัน

ไพน่อนไม่มีชื่อ เขาเป็นตัวทดลองชื่อของเขามีแต่รหัสตัวเลขพวกเราจึงเรียกว่าไพน่อนและเขาเองก็ตอบสนองต่อชื่อนั้นเช่นกัน พูดก็พูดในโลกฮันเตอร์พลังคือตัววัดคุณค่า และ แคสโทริสก็เป็นฮันเตอร์ที่มีฝีมือที่สุดของกลุ่ม ตอนนี้เธอโมโหมาก ไมเดย์ไม่เคยเห็นแคสโทริสโมโหขนาดนี้มาก่อนแต่คราวนี้เธอโมโหเพราะไพน่อนเพื่อนของเธอถูกทำเหมือนสิ่งของ ไมเดย์ที่ทำขนมเลี้ยงปลาทุกวันมาดูข่าวว่าองค์กรนั้นถูกถล่มราบคาบจากผู้ประกาศข่าวยังตกใจ

"ไม่ว่าชาตินี้หรือชาติไหนนายก็เป็นที่รักเสมอนะผู้กอบกู้" ตอนนี้ไมเดย์จับกระเพาะเงือกตัวโตได้แล้ว ไพน่อนยอมขึ้นจากสระน้ำมานั่งบนตักเขากินขนม มันเหมือนการฝึกสัตว์ให้เชื่องโดยใช้อาหาร มือข้างหนึ่งโอบประคองไม่ให้เงือกไหลหล่น มืออีกข้างป้อนขนมใส่ปาก ไพน่อนชอบกินของหวาน ขนม เขาเลิกกินปลาสด เหมือนจะไม่แตะอาหารสดอีกเลยเจ้าเงือกตัวนี้กลับมาแต่ทานอาหารสุก วันนี้ไมเดย์ลองให้กินสเต็กเนื้อวัวและพุดดิ้ง เจ้าตัวตาวาวกับพุดดิ้งมากกว่า

"อา ...ม...มาย" เสียงนุ่มทุ้มเปล่งออกมา นัยน์ตากลมโตกะพริบไปมา ไมเดย์หัวใจเต้นเมื่อกี้นี้ไพน่อนจะเรียกชื่อเขาใช่ไหม การสอนของอานักชาทุกเช้าไม่เสียเปล่าแล้วแต่ริมฝีปากนั้นอ้าออกอีกครั้งแล้วก็ทำตาเว้าวอน "ขนม"

"..." ไมเดย์ค้างไปชั่วอึดใจ ไพน่อนเรียนรู้คำว่าขนมได้ก่อนชื่อเขา

บ้าเอ้ย เขาแพ้ขนม

ไมเดมอสสาบานว่าเขาจะเอาชนะขนมให้ได้ โดยเริ่มจากวันนี้จะไปคิดสูตรใหม่มาทำให้ไพน่อนกิน ส่วนตอนนี้ใครจะอดใจกับตากลมแป๋วได้ เงือกขอขนมนั่งตักทำตาอ้อนไมเดย์ได้แต่หยิบขนมสำรองมาให้ โชคดีที่อานักชาคิดค้นยาสีฟ้าให้เงือกได้แล้วถึงจะถูกฟันไพน่อนงับที่แขนแต่ไมเดมอสก็จัดการแปรงฟันให้เรียบร้อยแน่นอนว่าเขาโดนงอน

"หยุด .... นายต้องแปรงฟันทุกวัน จะได้กินขนมไง!" มือผลักหางปลาที่ตีใส่หน้ารัวๆ เงือกส่งเสียงแปลกๆมันคลานออกจากขอบสระน้ำโดดลงไปงอนตุ๊บป่องในน้ำต่อ ไมเดย์ลูบหน้าที่เปียกไปหมดพรุ่งนี้เขาต้องทำเยลลีสี่รสชาติสินะ

แม้คนรักของเขาจะจดจำเขาไม่ได้อีกก็ไม่เป็นไร ทุกวันนี้ไมเดย์แค่ปรารถนาให้เขาให้มีความสุขมากขึ้น หรือตอนนี้เขามีความฝันเล็กๆว่าไพน่อนจะพูดชื่อเขาได้บ้าง ในช่วงนี้เขาเริ่มพูดได้แล้วแต่ส่วนมากเป็นชื่ออาหารบ่งบอกเลยว่าอะไรสำคัญในหัวเล็กๆนั่น กลุ่มโลหิตทองเป็นคล้ายกับกิลที่มีฮันเตอร์อยู่ไม่มากแต่ประกอบไปด้วยฮันเตอร์และไกด์ระดับ A ขึ้นไปดังนั้นพวกเขาจึงไม่ได้คาดคิดว่าจะเกิดเหตุร้ายในบ้านตัวเอง มันเป็นบ้านที่พวกเขาอยู่ร่วมกันจึงไม่ได้จัดยามเอาไว้ตอนที่มือถือดังหลังจากทำภารกิจเสร็จหัวใจของไมเดมอสตกวูบ

'ไฟไหม้'

ข้อความสั้นๆที่ทริบิออนไกด์ระดับเอส่งมาทำให้ไมเดมอสรีบกลับมาอย่างสุดความสามารถ เขาเห็นรถดับเพลิงกำลังสาดน้ำใส่บ้านที่อยู่ร่วมกันของพวกเขา ขาก้าวไปข้างหน้าเพราะไพน่อนที่เป็นเงือกไม่สามารถหนีออกมาด้วยตัวเองแน่

"ไมเดย์เดี๋ยวก่อน" ไมเดย์ได้ยินเสียงไวรีนดังจากข้างหลัง แต่เขาไม่สนใจในหัวของเขามีเพียงเงือกสีฟ้าที่เคี้ยวขนมจนแก้มป่องเท่านั้น ร่างถูกฉุดด้วยมือมากมายจนหูได้ยินเสียงคุ้นเคย

"มาย...เด...มาย ?"

เสียง...เสียงนั่น เสียงของเขา

"ผู้กอบกู้" ไมเดมอสหันกลับไปข้างหลังไซรีนคือชายหนุ่มที่มีเส้นผมสีขาวมันสว่างไสวตัดกับยามค่ำคืนผมของเขายาวถึงเข่า เขาอยู่ในชุดที่เหมือนผ้าคลุมอาบน้ำนัยน์ตาสีฟากฟ้าจ้องมองตรงมา ใบหน้าเอียงลงราวกับเด็กน้อยที่สงสัยว่าเกิดอะไรขึ้น เขานั่งอยู่บนกล่องอะไรสักอย่างตอนแรกที่ไมเดย์ไม่เห็นเพราะเขานั่งอยู่นี่เอง มือใหญ่เอื้อมไปกอดรัดร่างนั้นอุ้มขึ้นด้วยความหวงแหนใบหน้าซบลงไปที่ซอกคอสัมผัสความอบอุ่นของร่างกาย

"มายเด...อย่าร้อง" มือตบที่ข้างหลังความอบอุ่นทำให้ไมเดย์เกือบหลั่งน้ำตาก่อนจะสัมผัสได้ถึงขา เอ๊ะ เดี๋ยวนะขา

"คุณเงือกไม่ต้องแลกขากับเสียงก็สามารถงอกขามาได้ละ!" ไซรีนพูดอย่างติดตลก แต่เขายังเดินไม่คล่องเลยคงต้องอุ้มไปไหนมาไหนก่อน

"สโนวี่เองก็เป็นอันเตอร์ !"ทริบิออนสาวงามผมแดงหัวเราะ ดูเหมือนการถูกบุกรุกในวันนี้จะทำให้ไพน่อนตื่นขึ้น โชคดีที่มีไกด์อยู่ถึงสองคน "เป็นเงือกแท้ๆแต่พลังกลับเป็นแสงสว่าง คงเพราะเขาเป็นพระอาทิตย์"

"ความรักของเงือกกับเจ้าชาย ช่างเป็นเรื่องราวที่โรแมนติก " ไซรีนหัวเราะร่วน เธอมองพวกเราอย่างมีเล่ห์นัย "เขามีขาแล้วแบบนี้ก็อุ้มไปวางที่เตียงได้แล้วสินะ"

"แฮ่ม " ในคืนนั้นอากลีลาพาพวกเขามาโรงแรมไมเดย์นอนกับไพน่อนแต่ใครจะไปคิดว่านอนๆอยู่ไพน่อนจะเปลี่ยนขาเป็นหางขึ้นมาอีกครั้ง ทำวุ่นวายเอาไปแช่ในอ่างอาบน้ำแทบไม่ทัน พอเห็นใบหน้าง่วงของเงือกทั้งที่ง่วงมากแต่ปากร้อง 'ขนม' ไมเดย์ก็ถอนหายใจ มือโอบอุ้มด้วยความหวงแหน อย่างน้อยอีกฝ่ายก็เรียกชื่อเขาได้แล้ว แน่นอนว่ารุ่งเช้าที่เรื่องคลี่คลายหลังจากอวดไปไพน่อนก็ถูกกดดันอย่างหนัก

"อานักชาโกซาเลส"

"ชื่อของนายมันยาวไป ไหนเรียกว่า อากลีลาสิไพน่อน"

"ชื่อฉันง่ายกว่านะ เรียกว่าไฮยาชินได้นะจ๊ะ"

"ฉันเป็นแค่ 'แคส ' ได้นะคุณไพน่อน"

"จงเรียกฉันว่าจักรพรรดินี เซริด้า ที่ 1 ซะ"

"ยาวขนาดนั้นเจ้าปลาฟ้าจำไม่ได้ค่ะ"

"เรียกว่าอาจารย์ ได้นะสโนวี่"

"ไซรีนง่ายที่สุด หรือจะเรียก รีนก็ได้นะไพจัง"

"...." เงือกสีฟ้าทำหน้างอง้ำ สมองบวม ปากแบะออกเหมือนจะร้องไห้ไมเดย์ต้องส่งขนมใส่ปากมันปลอบอย่างสุดกำลัง

เหมือนเด็กถูกรังแกเลย ไมเดย์ให้ความเห็นโดยไม่กล้าเอ่ยออกมา ไม่รู้เพราะเหตุนี้หรือเปล่าอานักชาจึงเพิ่มการเรียนหนังสือขึ้น และไพน่อนก็มีคลาสเพิ่มคือการฝึกเดิมแต่เงือกสีฟ้าขี้เกียจมากตอนอารมณ์ไม่ดีไม่มีอาหารล่อมันจะไม่ยอมเปลี่ยนหางเป็นขาเลย ทำให้คลาสฝึกเดินต้องล่าช้าจนกระทั่งไซรีนมาขายฝันเจ้าเงือกสอดรู้สอดเห็น

"ถ้ามีขา จะสามารถเดินออกไปสั่งขนมได้นะ"

คำพูดเหมือนเปิดสวิต์ชเจ้าปลาตะกละ มันมีกำลังใจฮึดแปลกๆ หลังจากเดินเป็นเป็ดกัดเดินล้มหน้าคว่ำในห้องที่มีเบาะไปหลายร้อยครั้งมันก็เดินเตาะแตะออกไปสั่งครัวซองกับโกโก้ได้แล้ว ช่างเป็นเงือกที่มีแรงจูงใจโดยกระเพาะจริง แต่การออกไปข้างนอกทำให้คำศัพท์เดย์ตกเป็นข่าวเพราะชายผมขาวมักจะเดินไปเปปเดียวก็บ่นเมื่อยขอให้ไมเดย์อุ้ม เงือกสีฟ้าจะเกาะไมเดมอสราวหมีโคอาล่าใช้ขาสองข้างตวัดรัดเขาด้วยท่าทีน่าอาย

'เปิดตัวแฟนหนุ่ม ....อนาจารกลางสวนสาธารณะของฮันเตอร์ไมเดมอส'

มันเป็นพาดหัวข่าวที่ไม่ดีสักนิด ...

"มายเดย์ ....หมา ...แมว ...น่ารัก ไอติมรสนมอร่อย" ไพน่อนเริ่มพูดได้แล้วถึงจะเป็นรูปประโยคแปลกๆก็ตามเขารู้สึกดีใจที่อีกฝ่ายเรียกชื่อ พวกเขาออกมาสั่งไอศกรีมกินกันสองคนนั่งอยู่บนม้านั่งในสวนสาธารณะ ไมเดย์มองดูนัยน์ตาสีฟ้าที่มองฟ้าอย่างตั้งใจก่อนจะได้ยินเสียงพึมพำ "ดีใจ เจอ อีกครั้ง"

"หา ?"

"อยาก อยู่...ด้วย...อีก " เสียงนั้นกระท่อนกระแท่นเขาพูดแปลกๆ มือจับไมเดย์เอาไว้แน่นก่อนคลี่ยิ้ม "ฝันถึงทุกครั้ง"

"ผู้กอบกู้ " ไมเดย์โอบกอดความรักของเขาอีกครั้ง เขาจูบซับใบหน้านวลก่อนจูบลงยังคนรัก หลังจากกลับไปเล่าให้ฟังอานักชาก็ให้ข้อสรุปแก่พวกเขา การที่พวกเขาจำได้ทุกคนไม่มีทางที่ไพน่อนจะจำไม่ได้ ทว่าเขาเกิดมาก็อยู่แต่ในแทงก์น้ำไม่รู้จักคำศัพท์ ไม่รู้จักโลกจึงไม่รู้ว่าอะไรเป็นอะไร การที่ไพน่อนเป็นมอนเตอร์เชื่องกับพวกเขาไม่ใช่เพราะนิสัยเรียบร้อยแต่เพราะเขารู้จักทุกคนแต่แรก

"รัก ...ทุกคน"

"ถ้าจะบอกแบบนั้นก็เรียกชื่อฉันให้ถูกต้องก่อน"

ผู้กอบกู้หัวเราะเขากลับเป็นเงือกขึ้นมานอนเกยบนขอบสระยิ้มจนตาหยี ไม่ว่าจะผ่านไปกี่ชาติพวกเขาก็จะอยู่ด้วยกันเสมอ