Work Text:
วันเกิดเหตุ
มอร์ตี้กำลังจะสาย เขานั่งเบียดกับคนบนรถเมล์ หัวเต็มไปด้วยกลิ่นควันท่อไอเสียรถและกลิ่นควันหมูปิ้ง เขาก้มดมกลิ่นที่เสื้อของตัวเองแล้วยักไหล ‘ก็ไม่แย่’ รถจอดตรงป้าย แต่ยังไม่ใช่ป้ายที่ต้องลง เด็กมัธยมดูจากที่ปักบนเสื้อ และตัวอักษรย่อของโรงเรียนมัธยมปลายเอกชนชื่อดัง ไอ้เด็กนั้นทำหน้าเหมือนโกรธแค้นใครสักคนและพยายามเก็บอาการอยู่ พอที่นั่งข้างมอร์ตี้ว่างหมอนั้นก็มาทิ้งตัวลงข้างๆ ‘โอ้ มาทางนี้แล้วแฮะ‘ มอร์ตี้เอียงขาหลบ ไอ้เด็กนั้นมองมาที่เขาแบบเหยียดๆ และขยับไปชิดหน้าต่างจนแทบจะสิง
มอร์ตี้เห็นแบบนั้นเขาก็ลอบกรอกตามองบน ’แหม่ กระแดะนะมึง กูอยากอยู่ใกล้มึงตายแหล่ะ’ เขาคิดในใจขยับออกมาห่างๆเหมือนกัน ก่อนจะถึงโรงเรียนของเขามันผ่านป้ายของหมอนี่ก่อนอยู่แล้ว ถึงจะชั้นเดียวกันแต่ไม่มีเหตุผลให้เข้าไปพูดคุยด้วย
แต่แล้ว
”แอวะะะะะ!“ ”เชี่ย!!“ คนที่อยู่ข้างหลังก็อ้วกพุ่ง ใส่หัวคนที่อยู่ข้างกระจกไปเต็มๆ มันเป็นสีส้มด้วย อี๋ มอร์ตี้อึ้งแดก เอามือปิดจมูกขวับ ไอ้เด็กนั้นช็อคกว่า อ้วกสีส้มเต็มหัวมันเลย กลิ่นที่ตีขึ้นมาทำเอามอร์ตี้จะอ้วกตามแต่เอาปิดปากไว้ทัน ไอ้เด็กผ้าปิดตานั้นหันไปโวยวายกับคนเมาข้างหลังอยู่ทันใดนั้น
”แอวะะะะ!!แค่กก!“ มอร์ตี้ปล่อยมือ เหมือนเปิดก้อก เขาสาบานว่าเขาเล็งไปที่พื้นแล้วและอ้วกพุ่งใส่กระเป๋าไอ้หนุ่มตรงหน้าทันที ไม่นะหมูปิ้งตอนเช้าของเขาออกมาแล้ว มอร์ตี้สำลัก และมองหน้าเจ้าของกระเป๋าด้วยความรู้สึกผิด และยกมือไหว้
”ขอโทษครับ“
ลงป้ายหน้าทันที
เด็กผ้าปิดตา หรือที่เขาพึ่งรู้ชื่อ ว่าชื่อเอ็ม ชื่อแม่งอย่างโหล แต่เขาก็ทำอะไรไม่ได้เนื่องจากเผลอไปอ้วกใส่กระเป๋าหมอนั้น พวกเขาเดินมาที่ปั้มน้ำมันเพื่อล้างหน้าและทำความสะอาดกระเป๋า และไปเรียนสายโดยสมบูรณ์ สำหรับมอร์ตี้นะ แม่งโคตรชิว แต่ไอ้เด็กอินเตอร์ข้างๆเนี่ยสิ พวกเขาอยู่ตรงอ่างล้างมือ
”ฉันขอโทษจริงๆนะเว่ยเพื่อน“ มอร์ตี้ใช้ทิชชู่ที่พึ่งซื้อมาเช็ดน้ำออกจากกระเป๋าให้เอ็ม ทำหน้าเหย๋เก เด็กผมน้ำตาลคาราเมลนั้นเปียกโชกแบบคนสระผมมาหมาดๆ อันที่จริงก็ใช่ มันมองบน “เออ ช่างแม่งเถอะ กูสายละ” มันตอบเสียงโคตรห้วน ถ้าไม่ติดว่าเขามีส่วนผิดก็คงซ้อมมันหมกห้องน้ำปั้มไปแล้ว
“กูก็สายเหมือนกันนั้นแหล่ะ เอ่อ…” มอร์ตี้คิดสักพัก เอ็มนวดขมับ “เอ็ม” มันตอบ
“เออโทษทีว่ะ สมาธิสั้น” มอร์ตี้ยีหัวยุ่งๆของตัวเอง และยื่นกระเป๋าคืนให้เอ็มพร้อมกับทำหน้าซื่อบื้อ
”กูพึ่งบอกมึงไปเอง“ เอ็มรับกระเป๋ามาตรวจเชคและเงยมองมองไอ้เอ๋อตรงหน้า มันน่าจะคงเป็นลูกครึ่ง ตาฟ้า ผมสีน้ำตาลคาราเมลไหม้ๆ แก้มกับปากแดงเรื่อๆเกือบจะเป็นลูกคุณขัดกับสภาพเสื้อหลุดรุ่ยจากกางเกงกับสภาพกระเป๋าเรียนที่เขียนทับด้วยปากกาหลากสีที่สายกระเป๋า เรียนโรงเรียนรัฐบาลทั่วไป ชั้นปีเดียวกับเขา มอร์ตี้ยังมีน้ำติดอยู่บนหน้า เขาเห็นแล้วขัดตาจึงล้วงเอาผ้าเช็ดหน้าออกมาจากกระเป๋า
”เอา เอาไปเช็-“ เขากำลังจะยื่นให้ ไอ้เด็กตาฟ้านั้นก็ยกเสื้อตัวเองขึ้นมาเช็ดหน้า คิ้วเขากระตุก ’เรื่องของมึงเถอะ’ เขาคิดในใจ กรอกตามองบน และสัมผัสเย็นๆก็มาแตะที่มือเขา มันจับมือเขา เอียงคอทำหน้าเอ๋อๆ ”มึงให้กูทำไรนะ“ เอ็มหน้าแดง รีบชักมือกลับ มือไอ้ซื่อบื้อนั้นค้างอยู่กลางอากาศ
”อะ-อะไรของมึง กูจะเช็ดผม“ ว่าแล้วเขาก็เอาผ้ามาซับผมชื้นๆของตัวเอง มันทำหน้างง
”เอ้าก็นึกว่ายื่นให้“
มอร์ตี้ยืนเกาหัวแกรกๆ ”แล้วมึงยังจะไปเรียนป่ะ สายแล้วประตูมึงโรงเรียนล็อคล่ะมั้งนี่”
เอ็มเมินคำถาม ยกโทรศัพท์ขึ้นโทรคุยกับใครบางคน เขาฟังดูแล้วน่าจะคุยกับพ่อ จึงยักไหล่ ’ยังไงก็สายแล้ว โดดเลยดีกว่า’ มอร์ตี้คิดในใจพลางสะพายกระเป๋า
“เออ งั้นกูไปละ” และเป็นครั้งแรก “อย่าพึ่ง” เอ็มพูดเสียงเรียบๆ มอร์ตี้สะพายกระเป๋าเตรียมเดินออกจากห้องน้ำจึงหยุดเดินแล้วมองเอ็มด้วยหน้าตาสงสัย
“ว่า?”
“ขอไอจีหน่อยดิ” ”ห๊ะ“มอร์ตี้มองคนตรงหน้าอึ้งๆ ‘ไอ้นี่กำลังขอไอจีกูว่ะ แบบไม่เก็บทรงเลยอะนะ’ มอร์ตี้คิดในใจ
”เผื่อของในกระเป๋ากูเจ๊งเพราะอ้วกมึง กูจะได้เรียกเก็บค่าเสียหายจากมึงได้” เอ็มพูดขัดจินตนาการมอร์ตี้ทันควัน “อ้อ เออๆก็ได้วะ“ มอร์ตี้รับมือถือมาจากเอ็ม
ไอโฟน 18 โปรแมกซ์ ‘เชี่ยยยย‘ มอร์ตี้ตะลึง เขาแม่งยังใช้ 13 ธรรมดาอยู่เลย อะไรวะคนไทย แต่ก็เก็บทรงพิมพ์ชื่อไอจีตัวเอง กดฟอลไปและยื่นคืนให้เอ็ม
”งั้นกูไปละ” มอร์ตี้โบกมือทิ้งท้ายและเดินออกจากห้องน้ำไป “เดี๋ยว” เอ็มขัดเขาอีกครั้ง ’โอ้ยอะไรอี๊กกก‘ มอร์ตี้หันกลับไปมอง เอ็มเดินตามเขาออกมา
”มึงเป็นคนทำให้กูสาย มึงต้องรับผิดชอบดิ“ ”ห๊า“มอร์ตี้ครางเสียงอ๋อย ”กะ-กูล้างกระเป๋าให้มึงละไง“ เอ็มถอนหายใจ
“เวลาเรียนของกูมันมีค่ากว่าของมึงเยอะอะ แบบมึงเข้าใจป่ะ ตอนนี้กูเสียเงินค่าเทอมไปฟรีๆเพราะมึง” มอร์ตี้คิ้วกระตุก ’ละทีไอ้คนเมานั้นล่ะ ถ้าแม่งไม่อ้วกกูคงไม่อ้วกตามแล้ว’ มอร์ตี้เสยผมแบบหัวเสีย “ชิบหายย อะไรอีกวะเนี่ย” มอร์ตี้หันไปมองอีกฝ่ายทั้งตัว “ละให้กูทำไง”
เข้าทางเอ็มทันที “พากูไปหาอะไรทำดิ ไม่เอาที่น่าเบื่อด้วย” มอร์ตี้เลิกคิ้ว อึ้งๆแล้วถอนหายใจอย่างไม่สบอารม “ก็ได้ ปกติมึงไปไหนอะเอ็ม” “ที่ที่กูไปมึงไปไม่ได้หรอก” ประโยคนี้ทำมอร์ตี้กำหมัด ไอ้นี่เป็นพวกลุกคุณหนูอวดรวยชัวร์ป้าบ ที่ที่แม่งไปน่าจะเป็น สนามกลอฟ สระว่ายน้ำในร่ม หรือไม่ก็คลับที่ให้แค่คนรวยเข้า ต้องเป็นอะไรแบบนั้นแน่ๆ มอร์ตี้คิดก่อนจะถอนหายใจ “ไปกินสเว่นเซ่นป่ะ กูหิวอะ อยากกินอะไรเย็นๆ” เอ็มทำท่าครุ่นคิด กวนประสาทชิบ “น่าเบื่อนิดหน่อย แต่ก็ได้“ รถสีเบนซ์ดำคันนึงมาจอดตรงหน้าพวกเขา มอร์ตี้ไม่ได้สังเกตมันจนเอ็มเดินไปเปิดประตูแล้วพยักเพยิดมาทางเขา มอร์ตี้ชี้ตัวเอง “หะ ยังไงนะ นี่มึงเรียกแกรปละหรอ ตั้งแต่เมื่อไหร่ แล้วมึงปักไปไหนวะน่ะ” มอร์ตี้ร่ายยาวเหยียดหลังก้าวเข้าไปนั่งที่เบาะหลัง เอ็มตามเข้าไปติดๆ เอ็มเปิดปิดประตูให้เขาด้วยซ้ำถ้าย้อนกลับไปดูดีๆ แต่มอร์ตี้
โง่เกินกว่าจะจดจำดีเทลนั้นได้
“เออ มันไปได้เหมือนกันนั้นแหล่ะ” เอ็มตอบอย่างไม่ใส่ใจพิงพนักพิงด้วยท่าทีสบายๆ มันคือรถของที่บ้านเขาเอง คนขับก็ของที่บ้าน ทำไมจะไปไม่ได้
ผ่านไปไม่นาน มอร์ตี้ก็กำลังบอกทางคนขับ เพราะคิดว่าแม่งต้องไปปักหมุดทุกที่ยกเว้นที่ที่เขาจะไปแน่นอน เอ็มลอบมองเขาเป็นระยะๆ อยู่ในท่าทีสบายๆ เท้าคางมองออกไปนอกรถ แอบยิ้มออกมานิดหน่อย เรื่องนี้มันตลกเป็นบ้า เอ็มคิด เขาเห็นไอ้เด็กเอ๋อนี่มานานแล้ว เจอกันครั้งแรกตอนที่ไอ้เด็กนี่มันมาจีบ เจซ สาวป็อปดาวติ้กต่อกหลังเลิกเรียนโรงเรียนและโดนหักอกดังเป๊าะ แต่ก็ยังหน้าด้านมาหาได้ทุกวัน อันที่จริงมันแทบจะเดินชนเขาด้วยซ้ำถ้ามันสังเกตอะนะ แต่ก็ไม่คิดว่าจังวะมันจะพอดีแบบนี้ วันนี้เขาค่อนข้างรีบ เขาไม่เคยสาย แต่รถแม่งเสียกลางทาง และกว่าจะรอคันใหม่จากที่บ้านมารับก็คงไม่ต้องทำอะไรกินแล้ว เขาเลยขึ้นรถเมล์ เขาไม่ได้รังเกียจหรอก มันคือชีวิตพื้นฐานของชาวกรุงเทพNativeอยู่แล้ว จนขึ้นมาแล้วบังเอิญเจอกับหมอนี่พอดี อันที่จริงพอเจอคนคุ้นหน้ามันก็ให้เความรู้สึกอุ่นใจแปลกๆ และบังเอิญอีกว่าที่ข้างมันแถมติดริมหน้าต่างมีคนลุกไปและว่างพอดี แค่นั้นเลย
หลังจากนั้นพวกเขาไปนั่งเล่นกันที่ร้านไอติม แลกคริปติ้กต่อกให้กันดู เข้าร้านบอร์ดเกมหาเกมที่เล่นกันแค่สองคนได้ เปิดห้องคาราโอเกะเพื่อจะเข้าไปแหกปากร้องเพลงด้วยกัน พวกเขาสนิทกันคค่อนข้างไว มอร์ตี้เป็นคนคุยด้วยแล้วสบายใจ เอ็มเองก็เป็นผู้ฟังที่ดี เขามักจะพยักหน้า ฟัง และสบตากับมอร์ตี้ตลอดการสนทนา นั้นทำให้มอร์ตี้แอบเกร็งนิดหน่อย พูดติดขัด หลบสายตา กริยาเหล่านั้นเอ็มไม่ได้ท้วง อีกฝ่ายไม่จำเป็นต้องมองเขากลับเวลาพูดก็ได้ เขาแค่อยากให้อีกฝ่ายรู้ว่าเขากำลัง ตั้งใจ ฟังอยู่เท่านั้นเอง
เอ็มกับมอร์ตี้มาเดินสยามด้วยกัน กะจะให้เป็นที่สุดท้ายแล้ว มอร์ตี้อยู่หน้าตู้ขายของอัตโนมัต ก้มลงไปและหยิบของออกมา มันคือลิปสติก ที่มีพวงกุญแจเพชรรูปหัวใจห้อยอยู่ด้วย ความสนุกของมันคือคือการลุ้นว่าตัวเองจะได้หัวใจสีอะไร และที่มอร์ตี้ได้นั้นคือสีเหลือง ”มันก็สวยอยู่หรอกนะ ถึงจะไม่ซีเคร็ทก็เถอะ“ มอร์ตี้มองมันใกล้ๆพร้อมกับบ่นอุบอิบ เอ็มยืนพิงกำแพงอยู่ข้างๆ “ก็ไม่เลวนี่นา ว่าแต่ลิปล่ะ มึงจะใช้เองหรอ หรือเอาไปให้ใคร” มอร์ตี้หันมามองเขา หรี่ตาด้วยความสงสัย “จะอยากรู้ไปทำไมล่ะนั้น” เอ็มพึ่งรู้ตัวว่าหลุดถามอะไรแปลกๆออกไปจึงรีบแก้ต่าง “แบบ มึงดูเป็นคนไม่ทาลิปนี่หว่า” มอร์ตี้เลิกคิ้วขึ้นก่อนจะยักไหล่ “ก็จริง” มอร์ตี้เดินเข้าไปหาเอ็ม
“อะ” มอร์ตี้เอาลิปให้เอ็ม มันคือลิปกลอสกลิตเตอร์สีดำแบบปรับตามค่าphยี่ห้อยอดฮิต เอ็มเลิกคิ้วขึ้นแต่ก็แบมือรับมมันมา “เอามาให้กูทำไม” มอร์ตี้เกาท้ายทอยและตอบอย่างงุ่นง่าน ”อะ เอ่อ แบบว่ากูเห็นว่ามึงทาลิปมัน หรืออะไรสักอย่าง ชะ-ช่างมันเถอะ เอาเป็นว่ากูให้“ เอ็มยกมันขึ้นฟ้าส่องกับแสงแดดเห็นกลิตเตอร์สะท้อนกับแสงพระอาทิตย์ยามเย็น และจี้เพชรที่สะท้อนแสงสีเหลืองนั้นก็ดูสวยไม่แพ้กัน เขาเดาะลิ้นอย่างพึงพอใจ ”ใส่ใจดีนี่“ เขาพูดพลางยัดมันลงกระเป๋ากางเกง ประโยคนั้นทำให้มอร์ตี้หน้าแดง เขารีบก้มหน้าลงมองพื้น ”ไปกันเถอะ กูอยากไปถ่ายโฟโต้บูธอะ“ คราวนี้เอ็มเป็นฝ่ายชวนบ้าง มอร์ตี้จึงเงยหน้าขึ้นมาดูอายนิดๆ ”โฟโต้บูธอะนะ จะเก็บไว้เป็นความทรงจำว่าพาคู่กรณีมาเดตรึไง“ เอ็มหน้าแดงขึ้นมาทันทีที่ได้ยินประโยคหลัง ”พะ-พูดมากว่ะ ไอ้เอ๋อเอ้ย“
เขาไม่อยากให้มอร์ตี้เห็นตอนที่เขากำลังเสียอาการจึงรีบเดินนำออกไป ทำให้มอร์ตี้ต้องสาวเท้าตามมายังตู้โฟโต้บูธ พวกเขาเข้าไปอยู่ในนั้นด้วยกัน มันแคบนิดหน่อย แต่ตู้นี้ก้บรรจุคนได้ถึง3คนเชียวนะ เพราะงั้นเด็กตัวผอมแห้งสองคนคงไม่ทำให้อึดอัดเท่าไหร่ แต่มันอึดอัดตรงที่ แขนพวกเขาชนกันอยู่หลายครั้งขณะจัดแจงท่าทาง และตรงที่เคยสัมผัสกันมันรู้สึกร้อนผ่าวเหมือนโดนไฟลวก ตู้นี้แบ่งออกเป็นสองเซท เซทละสามรูป เซทแรกพวกเขาโพสท่า ท่าง่ายๆอย่าง ชูสองนิ้ว แลบลิ้น ส่วนเอ็มก็แอค ทำท่าเก้กหล่อของมัน ไม่รู้ทำไมไอ้เด็กนี่ในอายุเท่ากันมันถึงหล่อกว่าเขาได้ขนาดนี้ ในที่สุดเซทสุดท้ายสุดท้าย เป็นท่าที่เอ็มกับมอร์ตี้หันหน้าเข้าหากัน ทำท่าต่อยหน้ากันและกัน มือเอ็มสัมผัสเข้ากับแก้มนุ่มๆของมอร์ตี้ เอ็มมองอีกฝ่าย พบว่ามอร์ตี้ที่ค้างอยู่ในท่าง้างหมัดก็กำลังมองเขาอยู่เหมือนกัน
ตู้นับถอยหลัง
3 2 1มอร์ตี้คว้าคอเสื้อเอ็ม เอ็มเองก็คว้าคอเสื้อมอร์ตี้ทั้งคู่มีสีหน้าลังเล
3 2 1เด็กหนุ่มทั้งสองประกบปากจูบกันอย่างดูดดื่ม ห้ามใจไม่อยู่อีกต่อไป โดยเอ็มเอนตัวเข้าไปหามอร์ตี้จนหลังมอร์ตี้ชิดกำแพงตู้
3 2 1 เอ็มและมอร์ตี้หายไปจากเฟรมเห็นเพียงหัวของทั้งคู่ที่ขอบล่างของเฟรมเท่านั้น
ทั้งคู่ออกมาจากตู้ มองดูภาพพวกนั้นอย่างอับอาย เด็กหนุ่มทั้งสองหน้าแดงแบบสุดๆ ”เอ่อ มึงเก็บไว้ดิ เดี๋ยวกูเก็บอีกอัน“ มอร์ตี้เอาภาพเซทที่พวกเขาจูบกันยื่นให้เอ็มโดยไม่ยอมหันไปมองอีกฝ่าย ”ของดีพี่เอาไปเถอะ กูเก็บเป็นไฟล์ไว้ละ“ เอ็มตอบปัด ไม่ได้มองมอร์ตี้เหมือนกัน พระอาทิตย์ลับขอบฟ้าแล้ว ทิ้งเพียงแสงสีส้มเข้มที่ปลายขอบฟ้าสีน้ำเงินเข้มเท่านั้น และมอร์ตี้ก็ทำลายความเงียบลง “ขะ-ขอโทษที่อ้วกใส่กระเป๋ามึงนะเอ็ม” เอ็มไม่ได้ตอบอะไร นั้นทำให้มอร์ตี้ตัดสินใจหันไปมองว่าอีกฝ่ายที่มักจะฟังเขาอยู่เสมอนั้น เมินเขาไปแล้วเพราะเรื่องเมื่อกี้รึปล่าว แต่แล้วก็พบว่า เอ็มก็หันมามองเขาพร้อมๆกัน มอร์ตี้ชะงักไปก่อนจะคลี่ยิ้มออกมาเป็นรอยยิ้มที่ตราตรึงใจที่สุดของวันนี้แล้ว เอ็มพรูลมหายใจออกมาปนกับเสียงขำ “เอ๋อชิบหาย” มอร์ตี้สวนทันที “มึงก็เอ๋อครับเบ้บ”
