Actions

Work Header

Being Low-Key Is the Key

Chapter 5

Notes:

ขอบคุณคุณ Yummieyogurt122 ที่วาด fanart ให้บทที่ 3 เอามาก ๆ เลยค่ะ! น่ารัก!

Chapter Text

โนโบรุเหวี่ยงแขนโอบรอบคอยามากุจิ “เป็นยังไงบ้าง” เขาพูดด้วยรอยยิ้ม วูบหนึ่งหันมายิ้มสุภาพให้สึกิชิมะ – และน่าจะเป็นครั้งแรกที่สึกิชิมะตัดสินใจยิ้มกลับให้โนโบรุ

 

“เอ๊ะ ก็สบายดี” ยามากุจิตอบ ฟังดูเหมือนคำตอบอัตโนมัติมากกว่าสื่อความตามจริง

 

“งั้นเหรอ จริงสิ” โนโบรุพูด ฝ่ามือลากมาลูบกลางหลังยามากุจิ (เขาชอบเอาชนะจริงด้วยนะ สึกิชิมะสังเกต) “ไหน ๆ ก็ไหน ๆ คุยด้วยหน่อยได้ไหม”

 

ยามากุจิเหลือบมองสึกิชิมะด้วยท่าทีติดกระวนกระวาย แต่สึกิชิมะปล่อยให้เขาคุยกับโนโบรุ และอดไม่ได้ที่จะยิ้มนิดเมื่อเห็นโนโบรุมองสังเกตยามากุจิตอนมองสึกิชิมะอีกทอด ยามากุจิ—ผู้เป็นคนดีอย่างน่าเห็นใจ—พยายามตอบโนโบรุอย่างเกรงใจไปตามเรื่อง

 

“คุยอะไรเหรอ”

 

“ทั่ว ๆ ไป” โนโบรุพูดเสียงสบาย ๆ “ประมาณว่าช่วงนี้ทาดาชิเป็นยังไงบ้าง มานั่งทานข้าวด้วยกันสิ”

 

“เอ๊ะ จะดีเหรอ พวกรุ่นพี่จะอยากให้โนโบรุนั่งกับคนในทีมรึเปล่า”

 

“หา ไม่จำเป็นหรอกน่า ก็รู้อยู่ว่าเคนมะซังเขาชอบลุกไปก่อนใครน่ะ”

 

“พูดถึงรุ่นพี่เคนมะ” สึกิชิมะเปรย “เห็นว่าก่อนหน้านี้ไม่นานนาคามูระเดทกับสาวคนหนึ่งอยู่ด้วยนี่นะ”

 

โนโบรุกะพริบตา “นิดหน่อยครับ ไม่นึกว่าเคนมะซังจะช่างซุบซิบกับเขาด้วย อย่างกับว่าสึกิชิมะซังเป็นคนถามเขาเองเลยนะครับ?”

 

“โนโบรุ—” ยามากุจิเอ่ย

 

“ก็ถามแหละ” สึกิชิมะตอบง่าย ๆ  ยิ้มสุภาพ “ก็อยากดูให้แน่ใจนี่นะว่านาคามูระไม่มีอะไรค้างคาแล้ว จะได้ไม่ผิดใจกันไงล่ะ”

 

โนโบรุเลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่ง “หมายความว่ายังไงหรือครับ”

 

“เอ๊ะ ขอโทษ” สึกิชิมะเลิกคิ้วทั้งสองข้าง “ยังไม่รู้หรอกเหรอ”

 

พวกเขาแว่วเสียงเอ็นโนะชิตะเรียกทีมคาราสุโนะไปทานข้าว หลายคนทยอยออกจากโรงยิมกันไปเกือบหมดแล้ว จังหวะเดียวกันนั้นเองที่นิชิโนยะเข้ามาดันหลังสึกิชิมะ “สึกิชิมะ! ยามากุจิ! ไปทานข้าว”

 

“อ๊ะ ครับ...” สึกิชิมะเอี้ยวคอไปตอบ

 

นิชิโนยะ—ผู้ซึ่งบางครั้งสึกิชิมะไม่แน่ใจว่าสัญชาตญาณของเขาปะติดปะต่อเรื่องราวอะไรจากตอนไหนอย่างไร รู้แต่บางครั้งก็ไวอย่างเหลือเชื่อ—เอ่ยขึ้นว่า “สึกิชิมะกับยามากุจิคบเป็นแฟนกันแล้วเหรอ”

 

โนโบรุ สึกิชิมะกับยามากุจิคล้ายจะกะพริบตาพร้อมกันในจังหวะนั้น

 

“ก็นะ... ครับ” สึกิชิมะตอบ

 

“คนในทีมคาราสุโนะก็ยังไม่รู้เหมือนกันนี่ครับ?” โนโบรุเอ่ย น้ำเสียงประหนึ่งชนะอยู่กึ่งหนึ่ง

 

“ฉันแค่ยังไม่ได้หาจังหวะบอกคนอื่นเท่านั้นเอง” ยามากุจิแทรกขึ้น ด้วยน้ำเสียงติดฉุนจนสึกิชิมะหันไปมอง “โนโบรุอย่าพูดเหมือนกับว่าฉันป่าวประกาศใครก่อนแล้วจะชนะสิ”

 

โนโบรุค่อย ๆ ผละแขนที่โอบไหล่ยามากุจิออก “ขอโทษ” เขาอุบอิบ “แค่จะบอกว่าฉันเพิ่งรู้ก็ไม่เห็นแปลกเลยนี่นา”

 

นั่นทำให้สึกิชิมะหงุดหงิดพิกล การเห็นยามากุจิสนิทกับโนโบรุเพียงพอที่จะดุอีกฝ่ายถือเป็นสิ่งกวนใจ

 

“เห” นิชิโนยะลากเสียง ดวงตาเป็นประกาย ยิ้มอย่างจริงใจ “กะแล้วว่าสักวันต้องมาจนได้ ยินดีด้วยนะ! เอาล่ะ! กินข้าว ๆ!” ว่าแล้วก็ตบหลังสึกิชิมะที แล้วหมุนส้นเท้าจากไป

 

สึกิชิมะมุ่นคิ้วขณะใช้หลังมือนวดหลังตัวเองเบา ๆ  ใบหน้ารู้สึกอุ่นร้อน “กะแล้วอะไรกันครับ” เขาถอนใจ หันไปหายามากุจิ แล้วยื่นมือออกไป ราวกับเป็นเรื่องปกติเสียเหลือเกิน “มาสิ”

 

ยามากุจิวางมือลงบนมือของแฟนเฉพาะกิจ สึกิชิมะจูงมือเขาออกไปจากโรงยิม พวกเขาไม่ได้จับมือกันขณะเดินไปตามทางเดิน – เพียงเดินใกล้กัน เพียงพอที่ไหล่จะสัมผัสกันเล็กน้อย

 

_

 

“เอ่อ... ขอโทษนะ สึกกี้ เหมือนจะกลายเป็นเรื่องใหญ่กว่าที่คิดยังไงก็ไม่รู้” ยามากุจิเอ่ยเสียงเบาขณะตักอาหาร

 

“หือ? ไม่มีอะไรนี่” สึกิชิมะว่า

 

“ก็นิชิโนยะซังเหมือนจะเข้าใจว่า... เอ่อ...”

 

“อ๋อ ไม่หรอก ก็ทำให้ดูเป็นธรรมชาติดี” สึกิชิมะตอบอย่างไม่ใส่ใจ แม้ในหัวเขาจะไม่ถือว่าเหตุการณ์เมื่อครู่เป็นเรื่องที่สามารถปัดตกไปได้มากนัก นิชิโนยะพูดราวกับจะบอกว่าสึกิชิมะก็ดูชอบยามากุจิมานานแล้วนี่นะ หรือ กะอยู่แล้วว่าสักวันนายต้องจีบเขาจนได้ หรือ เล็งไว้ว่าพวกนายน่าจะลงเอยกันอยู่แล้วแหละ ซึ่งไม่ว่าจะแบบไหน สึกิชิมะก็หวังว่ามันจะไม่กวนใจยามากุจิจนเกินไป – นั่นเป็นสิ่งสุดท้ายที่เขาต้องการ

 

“งั้น... งั้นเหรอ” ยามากุจิยิ้มแหะ

 

สึกิชิมะสังเกตจากหางตาว่าสหายสนิทมองมาอย่างฉงนสงสัย ประหนึ่งจะถามว่า จู่ ๆ ไม่กี่อาทิตย์ที่ผ่านมา สึกกี้คนไหนมาแทนที่สึกกี้ที่ฉันรู้จักกันเนี่ย ซึ่งทำให้สึกิชิมะเอ่ยเสียงเนือยว่า “อะไรก็ตามที่นายกังวลอยู่ หยุดเลยนะ”

 

“ฉันเปล่ากังวล...”

 

“นายดูกังวล” สึกิชิมะพูดด้วยน้ำเสียงคงเส้นคงวา “ผ่อนคลายซะ ฉันไม่สนใจหรอกว่าคนอื่นจะคิดยังไง ถ้าเกมนี้ล้มเหลว อย่างมากก็เป็นเรื่องขำเล็ก ๆ น้อย ๆ กันเองในชมรม แค่นั้น”

 

ยามากุจิยิ้ม “ขอบคุณนะ สึกกี้”

 

แล้วเมื่อพวกเขาวางถาดลงบนโต๊ะทานข้าว—ท่ามกลางความไม่ประหลาดใจของสึกิชิมะ—โนโบรุก็วางถาดลงตรงข้ามยามากุจิ แล้วนั่งลง

 

“สรุปว่า” โนโบรุเริ่มด้วยน้ำเสียงเบาอารมณ์ “ตอนนี้ทาดาชิกับสึกิชิมะซังคบกันสินะครับ”

 

ยามากุจิดูเกือบจะสำลักกับข้าวนิดหน่อย สึกิชิมะหวังว่าโนโบรุจะตีความอาการนั่นเป็นความขัดเขิน ไม่ใช่อาการของคนกลัวโดนจับโกหก “ใช่... ใช่ ตามนั้นแหละ” ยามากุจิกระแอม ยกน้ำขึ้นดื่ม

 

“อย่างที่ผมแน่ใจว่าสึกิชิมะซังคงทราบอยู่แล้ว ผมก็เป็นคนช่างสงสัยเนอะครับ” โนโบรุกล่าว ขณะเริ่มทานอาหารตรงหน้า “คงไม่ว่าอะไรถ้าจะถามรายละเอียดเรื่องของพวกคุณสักหน่อยใช่ไหมครับ”

 

“อย่างที่ฉันแน่ใจว่านาคามูระย่อมรู้อยู่แล้ว” สึกิชิมะสะท้อนรูปประโยคของอีกฝ่ายกลับ “ฉันเป็นคนชอบความเป็นส่วนตัว ถ้าอยากจะรู้อะไรก็น่าจะมีข้อแลกเปลี่ยน แลกกันถามไหมล่ะ—ถ้านายไม่ว่าอะไร” เขาหันไปหายามากุจิคล้ายขอความเห็น

 

ยามากุจิมองสลับระหว่างทั้งคู่ รู้สึกเหมือนโดนขออนุญาตให้ยกข้อมูลของตัวเองมาเป็นหัวข้อสนทนาบางอย่าง เสี้ยวหนึ่งสับสนกับทั้งแฟนเก่าและเพื่อนสนิทตัวเองที่ดูมุ่งมั่นภายใต้ใบหน้าเบาอารมณ์กันทั้งคู่ “ไม่ว่าอะไรหรอก” ยามากุจิตอบช้า ๆ “คุยกันให้เคลียร์ก็ดีนะ”

 

“แน่นอน” โนโบรุพูด “ผมเริ่มก่อนแล้วกัน พวกคุณคบกันตั้งแต่เมื่อไรเหรอ”

 

“อาทิตย์ก่อน” สึกิชิมะพูดเรียบ ๆ “นายจะสนใจอยากรู้เรื่องพวกเราไปเพื่ออะไรกันล่ะ”

 

“ก็ผมเพิ่งเลิกกับทาดาชิไปไม่นาน ผมเองยังไม่ได้คบใครใหม่เลยนะครับ เลยตกใจนิดหน่อยน่ะ” โนโบรุว่า “ก็แปลว่า สึกิชิมะซังเข้ามาจีบทาดาชิหลังไม่นานหลังจากที่ผมกับทาดาชิเลิกกันเหรอ”

 

“หลังจากที่นายเป็นคนบอกเลิกกับยามากุจิ—” สึกิชิมะเริ่ม

 

“—เอ่อ—เป็นฉันเอง” ยามากุจิพูดแทรก เสียงแหลมสูงกว่าปกติ “สึกกี้ไม่ได้—สึกกี้ไม่ใช่คนที่—ฉันเอง... เอ่อ... ช่วงหลังมารู้สึก—กับสึกกี้น่ะ แล้วก็นึกว่าโนโบรุมีแฟนใหม่ไปแล้วด้วย”

 

สึกิชิมะเหลือบมองยามากุจิผู้ดูเลี่ยงสบตาเขาโดยสิ้นเชิง

 

“อ้อ...” โนโบรุทอดเสียงในลำคออย่างคิดคำนึง เจือความประหลาดใจ “ฉันเปล่า แค่ลองไปออกเดทไม่กี่ครั้ง”

 

“ซึ่งฉันเข้าใจว่าครั้งหนึ่งคือเป็นตอนก่อนนายจะบอกเลิกกับยามากุจิ ถูกไหม” สึกิชิมะถาม

 

โนโบรุบิดบึ้งริมฝีปาก “สึกิชิมะซังสนิทกับเคนมะซังมากกว่าที่คิดนะครับ”

 

“นั่นไม่ใช่การตอบคำถาม” สึกิชิมะว่า

 

“ผม...” โนโบรุถอนใจเฮือกใหญ่ เท้าคาง “มันก็เป็นความจริงแหละครับ แต่ทาดาชิก็รู้ใช่ไหมล่ะว่าคบทางไกลมันยากน่ะ ฉันแค่—ฟังนะ ฉันก็คิดถึงทาดาชิเหมือนกัน” นัยน์ตาสีน้ำตาลทองของโนโบรุเสไปมองยามากุจิ “ตอนนี้ก็ยังคิดถึงอยู่”

 

อะไรของมัน สึกิชิมะวางตะเกียบลงเงียบงัน “แล้วได้คิดถึงแบบเดียวกันตอนที่นายบอกว่า... อะไรนะ ยามากุจิเป็นคนน่าเบื่อและหนวกหูรึเปล่า”

 

“อ๊ะ ๆ  เป็นตาผมถามนะครับ ไม่ใช่สึกิชิมะซัง – อีกอย่าง ใช่ว่าผมไม่เคยได้ยินสึกิชิมะซังบอกว่าทาดาชิหนวกหูสักหน่อยนะ” โนโบรุยักคิ้วใส่ “แม้แต่สึกิชิมะซังก็คงรู้ว่ามันเป็นยังไงเวลาคนเราไม่ได้หมายความตามที่พูดจริง ๆ—ประเด็นก็คือ ฉันตั้งใจจะถามทาดาชิแหละ ว่าถ้าฉันอยากกลับไปคบกับทาดาชิน่ะ ยังพอมีโอกาสรึเปล่า”

 

นั่นไม่ใช่ทิศทางเหตุการณ์ที่เหนือความคาดหมายของสึกิชิมะเสียทีเดียว แต่ยากจะบอกว่าเพราะอะไร เขากลับนึกตัวช่วยสำหรับคำตอบไม่ได้ทันที ท้ายที่สุด นั่นย่อมขึ้นอยู่กับยามากุจิ

 

ตอนนึกภาพแผนแกล้งเป็นแฟน สึกิชิมะนึกว่าโนโบรุจะร่นถอยไปตั้งหลัก โดยไม่ยุ่งกับยามากุจิช่วงเข้าค่ายนัก แต่ดูเหมือนแฟนเก่าของยามากุจินั้นจะหัวแข็งกว่าคาด

 

สึกิชิมะพลันตระหนักว่าในฐานะแฟน เขาอาจควรทำตัวไม่พอใจ แทนที่จะนิ่งงันไปเหมือนคนที่ยังไม่แน่ใจในสิทธิ์ของตน จึงขยับปาก—แต่ถูกขัดด้วยเสียงของยามากุจิเสียก่อน

 

“อย่าเอาสึกกี้ไปเทียบสิ! สึกกี้ไม่เคยบอกว่าฉันน่าเบื่อสักหน่อยนะ!” ยามากุจิลุกพรวดขึ้น เสียงดังพอจนคนอื่นในห้องอาหารหันมามองพวกเขา ในขณะที่โนโบรุกับสึกิชิมะมองยามากุจิเป็นตาเดียว “ส่วนคำถามนั่น โนโบรุต้องถามตัวเองก่อนรึเปล่า!”

Notes:

ติดตามหรือคุยกันในแท็ก #ไดอง ได้นะคะ

ขอบคุณทุก kudos และคนอ่านทุกคนค่ะ <3