Work Text:
สายฝนคงเป็นสิ่งเดียวในโลกที่ทำให้แสงอาทิตย์หมองหม่นลงได้ เป็นความคิดเรื่อยเปื่อยที่ปรากฏขึ้นในหัวระหว่างที่ผมเดินทางกลับหอพัก ขณะศีรษะอิงขอบกระจก ความอ่อนล้าทิ้งน้ำหนักถ่วงร่างกายจนแทบขยับไม่ไหว สายตาทอดผ่านวัสดุโปร่งใสออกไป ภายนอก หยาดฝนโปรยเป็นสายดูคล้ายม่านผืนบางพริ้วไหวตามแรงลม
สายฝนเป็นสิ่งเดียวในโลกที่ทำให้แสงอาทิตย์หมองหม่นลงได้ ผมคิดอีกครั้งเมื่อเงยหน้าขึ้นพบขอบตารูมเมทแดงก่ำตอนประตูห้องนอนเปิดออก ผมรับหน้าที่ปิดประตูลงล็อคตามเดิมก่อนปลดกระเป๋าสัมภาระจากไหล่ หยิบโทรศัพท์ไปชาร์จ หยิบกระเป๋าสตางค์ไปวางบนโต๊ะ เอนหลังราบบนฟูกนอน หน้าเงยมองหาคนร่วมห้อง ที่อยู่ตรงนั้น ห่างจากผมแค่หนึ่งช่วงแขนคือบุคคลผู้ไม่ว่าเมื่ออยู่บนเวทีจะทำการแสดงถ่ายทอดภาพแสนงดงามเสียจนสามารถจูงใจให้หลงเชื่อได้ว่าอาจไม่ใช่สิ่งมีชีวิตเผ่าพันธุ์เดียวกันเพียงไร ทว่าในความเป็นจริงก็ยังถูกกักขังอยู่ใต้ข้อจำกัดที่ว่าเขาเป็นแค่มนุษย์คนหนึ่ง เป็นคนธรรมดาแสนเปราะบางและเต็มไปด้วยบาดแผล หาใช่ตัวตนไร้รอยร้าวอย่างใครเข้าใจ
ผมหลงรักเขาอยู่ คนที่ไม่สมบูรณ์แบบเหมือนกันกับผม — ยูแทยัง
สามนาที ห้านาที หรือนานกว่านั้น กว่าผมจะรวบรวมเรี่ยวแรงพร้อมความกล้าเพื่อยันตัวขึ้นนั่ง ย้ายตำแหน่งตนเองไปอยู่ข้างเขา มือแทยังสั่นจนเห็นได้ด้วยตาเปล่า ผมสอดมือตัวเองเข้าใต้มัน กอบกุมไว้จนคืนกลับสู่ภาวะสงบ ผมยังคงกุมมือเขาไว้อย่างนั้นตอนเขาทอดถอนลมหายใจออกยาวแล้วหันหน้ามา สบตากัน
ไม่ใช่นัยน์ตาสีน้ำตาลเข้มเฉดเดียวกับช็อคโกแลตชงอุ่น ม่านตาของแทยังทึมเทาราวก้อนเมฆสีครามเข้มแทบเป็นสีดำขนาดมหึมา สัญญาณซึ่งบอกให้รู้ว่าอีกไม่ช้านานจะเกิดพายุโหมกระหน่ำ
ผมกระชับมือเราเข้าด้วยกัน สอดนิ้วประสาน แน่ใจว่าไม่ควรเปิดปากพูดอะไรทั้งนั้นเมื่อในหัวไม่มีถ้อยคำที่คิดว่าจะใช้การได้ในสถานการณ์นี้สักประโยค
หนึ่งนาที สองนาที หรือนานกว่านั้น
ที่ว่างตรงกลางระหว่างเราพลันเกิดแรงดึงดูดเช่นเดียวกับที่ดวงดาวในอวกาศกระทำต่อกันเมื่อเคลื่อนตัวเข้าใกล้กันเกินกว่าควร
ครึ่งนาที เสี้ยววินาที หรือสั้นกว่านั้น
ที่ว่างตรงกลางระหว่างเราลดขนาดเหลือเพียงระยะมิลลิเมตร
ดวงอาทิตย์ ยูแทยังเป็นดวงอาทิตย์ ส่วนผมเป็นดาวเคราะห์หน้าโง่ที่จะถูกแรงดึงดูดของเขากระชากไปอยู่ในวงโคจรแล้วกลืนเข้า หลอมละลาย สลายสิ้น
ริมฝีปากเปิดอ้ารับการรุกเร้าจากคนโตกว่าอย่างง่ายดาย ร่างกายเกร็งขึงก่อนอ่อนยวบเมื่อฝ่ามืออุ่นลูบผิวใต้เสื้อ เลื่อนไปด้านหลัง สร้างพันธนาการหลวม ๆ รั้งตัวไว้
หลังผละจาก กลีบปากผมยังชื้น รสลาเต้ที่สัมผัสได้จากลิ้นเขายังชัดบนลิ้นผม เปลือกตายังหนักด้วยความรู้สึกที่หาคำนิยามไม่ถูก ผมยังคงหลอมละลายใต้การจับตาของเขาเหมือนทุกครั้งที่ถูกเขามอง
สีหน้าแทยังบอกผมว่าเขาไม่เข้าใจสิ่งที่เราเพิ่งประสบร่วมกันแม้แต่น้อย ผมเองก็ไม่ต่าง
ความกดอากาศรอบตัวเราต่ำลง
เสียงหอบกวาดอากาศเพื่อหายใจและเสียงชีพจรลั่นระรัวในโสตประสาทจนไม่ได้ยินเสียงอื่นรวมถึงเสียงจากจิตสำนึกตะโกนสั่งให้ยั้งมือจากสิ่งที่กำลังจะทำ ผมยกมือขึ้นทาบใบหน้าเปื้อนน้ำตาของแทยัง เอียงศีรษะในองศาเดียวกับเมื่อครู่ แล้วโน้มตัวกลับอีกครั้ง ละทิ้งอิสระโดยตั้งใจ
เพราะดวงตาของเขายังคงเศร้าหม่น และผมยังคงหลงอยู่ในหลุมรัก
—
