Work Text:
สวนสาธารณะตอนกลางคืนอันเงียบสงบ เครื่องเล่นที่ว่างเปล่า แสงไฟจากหลอดไฟข้างทางส่องสลัว ลมพัดมาอ่อน ๆ ให้ไม่รู้สึกว่าอากาศร้อนเกินไป บรรยากาศเช่นนี้ทำให้อิชิกาคิ โคทาโร่รู้สึกสงบ
ตอนนี้เขาเรียนอยู่ชั้นปีที่ 4 แล้วและต้องเริ่มทำวิจัยจบ แต่ตอนนี้หัวข้อวิจัยของเขาก็ยังไม่ผ่านสักทีจนเขาเริ่มจะท้อ ก็เลยลองออกมาเดินเล่นที่สวนสาธารณะที่ใกล้กับมหาวิทยาลัยเผื่อว่าสมองจะได้โล่ง ๆ และคิดอะไรออกมาบ้าง
เขาเดินมาได้สักพักก็ตัดสินใจนั่งลงที่ม้านั่งตัวหนึ่งที่ใกล้ตัวเขาที่สุดในตอนนั้น กาแฟกระป๋องที่เขาหยิบติดมือมายังเหลืออยู่ประมาณครึ่งกระป๋อง เขาดื่มมันต่อหลังจากที่นั่งลงแล้ว อิชิกาคิหลับตาลงด้วยความผ่อนคลาย ปล่อยให้ความเงียบมันช่วยให้เขาใจสงบ
เขาผ่อนคลายจนไม่รู้ตัวว่า พื้นที่ที่เหลือของม้านั่งมีใครบางคนเข้ามาจับจองแล้วจนรู้สึกตัวก็ตอนที่โดนอีกฝ่ายทักมา
“ที่นั่งข้างนายว่างไหม ถ้าว่างฉันขอนั่งด้วยนะ”
อิชิกาคิตอบรับไป อิชิกาคิงงเล็กน้อยที่ถึงอีกฝ่ายจะพูดขออนุญาตแต่ก็นั่งก่อนที่จะขออนุญาตเสียอีก แต่เขาก็ไม่ได้ถือสาอะไร
อิชิกาคิมองอีกฝ่ายเงียบ ๆ เขาหยิบขนมชิ้นเล็กจากกระเป๋าเสื้อตัวเองมาแกะห่อแล้วทานมันเงียบ ๆ
“กินไหม?” อีกฝ่ายยื่นห่อขนมแบบเดียวกันมาให้อิชิกาคิ ตอนแรกเขาจะปฏิเสธแต่เมื่อมองหน้าอีกฝ่ายที่ทำหน้าเหมือนกับว่า ‘รับไปสิ’ ด้วยสีหน้าที่มุ่งมั่นแล้วก็ปฏิเสธไม่ลงจึงรับมันไว้และเก็บใส่กระเป๋ากางเกงตัวเอง
“มาทำอะไรแถวนี้เหรอ ?” คนข้างกายอิชิกาคิเริ่มชวนเขาคุย
“พอดีมาเดินเล่นน่ะ ช่วงนี้หนัก ๆ หัว มีเรื่องต้องคิดเยอะ”
“อ๋อ … ดูเหมือนว่านายจะเรียนที่มหาลัยแถวนี้สินะ ”
“อ่า ใช่ แล้วนายล่ะ?”
“ก็ทำนองนั้นแหละ อยู่ปีไหนล่ะ?”
“ปีสี่แล้ว เหนื่อยกับวิจัยจบสุด ๆ ตอนนี้ยังหาหัวข้อไม่ได้ก็เลยมาเดินเล่นเผื่อจะนึกอะไรบ้าง” อิชิกาคิยิ้มแบบฝืน ๆ สีหน้าตอนที่พูดแสดงออกถึงความเหน็ดเหนื่อยเต็มทน
“โอ้ งั้นเปลี่ยนเรื่องคุยดีไหมนะ จะได้คลายเครียด” อีกฝ่ายพูดกับอิชิกาคิติดตลกเล็กน้อย
“ ก็ได้นะ ”
“ดูเหมือนว่านายจะไม่ใช่คนที่นี่สินะ ”
“ใช่ ๆ ฉันมาจากเกียวโตล่ะ เอ๊ะ มันดูออกเลยเหรอ” อิชิกาคิหลุดหัวเราะ
“ดูจากวิธีพูดของนายเอาน่ะนะ” อีกฝ่ายหมายถึงสำเนียงท้องถิ่นทางฝั่งคันไซของอิชิกาคิ อิชิกาคิหัวเราะแก้เขิน เมื่อเห็นอิชิกาคิหัวเราะเขาก็หลุดหัวเราะด้วยความเอ็นดูคนที่หัวเราะก่อน
ลมพัดแรงขึ้นเล็กน้อยแต่ก็หนาวพอที่จะทำให้อิชิกาคิกระชับเสื้อกันหนาวของเขาให้แน่นขึ้นเพื่อคลายหนาว แต่คนข้างกายของเขาก็ยังคงอิริยาบถเดิม
”ลมเริ่มพัดแรงขึ้นแล้ว นายไม่หนาวเหรอ?”
“ก็ไม่นะ” อีกฝ่ายตอบอิชิกาคิด้วยเสียงนิ่ง ๆ
เวลาผ่านไปนานแค่ไหนอิชิกาคิก็ไม่ได้สังเกต รู้ตัวอีกทีก็เริ่มดึกแล้ว คนที่นั่งข้างเขาชวนคุยเก่งมากจนทำให้ความเครียดจากเรื่องวิจัยนั้นหายไป แต่ถึงกระนั้นเขาก็ยังไม่ได้รู้ชื่อของอีกฝ่ายเลย
เขาอยากจะรู้จักอีกฝ่ายมากกว่านี้
“ฉันชื่อชินไค ฮายาโตะ นายล่ะ?” ไม่ทันที่อิชิกาคิจะถามอีกฝ่ายก็แนะนำตัวมาก่อนราวกับว่าอ่านใจเขาได้
“อิชิกาคิ โคทาโร่ ขอบคุณที่มาชวนฉันคุยนะ ฮายาโตะ”
เจ้าของชื่อ ‘ฮายาโตะ’ เผยรอยยิ้มออกมา รอยยิ้มที่ทำให้อิชิกาคิรู้สึกอุ่นใจ
“ฉันขอตัวก่อนนะ หวังว่าจะได้เจอกันอีก” อิชิกาคิพูดเสร็จก็ลุกขึ้นจากม้านั่งแล้วเดินออกไป เขาเดินออกไปสักพักก็หันกลับไปมองและพบว่าฮายาโตะไม่ได้นั่งอยู่ที่ม้านั่งตัวนั้นแล้ว
เมื่อเขากลับมาถึงห้องเขาก็โดนรูมเมทของเขาบ่นจนหูชาด้วยเหตุผลที่ว่าทำให้เขาเป็นห่วงว่าหายไปไหนตั้งนานสองนาน อิชิกาคิก็ได้แต่ก้มหัวขอโทษรูมเมทที่ไม่ได้บอกเขาไว้ล่วงหน้าเพราะเครียดกับงานจนลืมไปเสียสนิท
อิชิกาคิอาบน้ำแต่งตัวเสร็จเตรียมตัวจะเข้านอน ก่อนนอนเขาก็ไถหน้าจอโทรศัพท์มือถือของเขาเพื่ออัปเดตข่าวสารประจำวัน เขาเลื่อนนิ้วขึ้นลงไปเรื่อย ๆ จนเลื่อนไปเจอข่าวข่าวหนึ่งที่ทำให้เขาหยุดนิ้วของเขาลง ร่างกายของอิชิกาคิเย็นเฉียบ ดวงตาของอิชิกาคิเบิกโพลง
ข่าวนั้นเล่าว่า ชินไค ฮายาโตะ นักศึกษาคณะเศรษฐศาสตร์ของมหาวิทยาลัยเดียวกับเขาที่หายตัวไปเมื่อสามวันก่อนถูกพบเป็นศพอยู่ที่แม่น้ำในละแวกเดียวกับสวนสาธารณะที่เขาเพิ่งไปมาเมื่อสักครู่นี้
