Work Text:
“โย่! ฟุคุจัง”
“ไง อาราคิตะ”
อาราคิตะจอดรถของตัวเองที่หน้าบ้านของฟุคุโทมิ เขาเข้าไปช่วยฟุคุโทมิขนสิ่งของบางอย่างขึ้นมาไว้ด้านหลังของรถ เมื่ออาราคิตะปิดฝากระโปรงท้ายรถเสร็จ ทั้งคู่ก็ขึ้นรถโดยฟุคุโทมินั่งตรงที่นั่งข้างคนขับ
“ฟุคุจัง คดีปล้นบ้านที่ได้รับแจ้งมาเมื่อสามวันก่อนเป็นไงบ้าง? มีอะไรคืบหน้าบ้างไหม?”
“ตอนนี้ยืนยันตัวผู้ต้องสงสัยได้แล้ว เหลือแค่ขอหมายจับ”
“อื้ม ดีเลยนะ”
“ฝั่งของนายมีคดีไหนยุ่ง ๆ บ้างไหมอาราคิตะ?”
“ไม่ค่อยมีเลย หลังจากคดีฆาตกรรมต่อเนื่องคดีนั้นที่เพิ่งปิดได้ไปก็มีแต่คดีเล็ก ๆ เข้ามาน่ะนะ”
“อืม ดีแล้ว”
หลังจากนั้นก็ไม่มีเสียงพูดคุยจากทั้งสองคนอีก อาราคิตะและฟุคุโทมิทำงานเป็นตำรวจที่อยู่สถานีตำรวจเดียวกัน แต่ถึงกระนั้นช่วงนี้ทั้งคู่ก็เพิ่งมีเวลาว่างมานัดเจอกันและยังมีแขกอีกสามคนที่อาราคิตะจะต้องไปรับ อาราคิตะขับรถมาได้ประมาณสิบนาทีก็มาถึงหน้าอพาร์ตเมนต์แห่งหนึ่งในแถบชานเมือง เมื่อเขาหาที่จอดรถได้เขาก็หยุดรถและส่งข้อความหาใครบางคนที่พักอยู่อพาร์ตเมนต์แห่งนี้
เขารอประมาณสิบนาทีก็มีเสียงฝีเท้าที่กำลังวิ่งดังมาจากฝั่งขวาของรถ อาราคิตะและฟุคุโทมิหันไปมองตามเสียงและเห็นว่าคนที่เขาส่งข้อความไปหาลงมาตามนัดแล้ว
“ ช้ามากเลยโทโด !”
“ก็แหม พอดีมีคนโทรมานัดฉันเพื่อเข้ามาคุยเรื่องคดีที่จะจ้างกะทันหันน่ะ โทษทีนะ แล้วก็ มานามิมันบอกว่ามันไม่สะดวกมาแล้วนะ เห็นว่ามีนัดอะไรสักอย่าง”
“หนอยเจ้ามานามิ! นาน ๆ ทีจะว่างตรงกันแท้ ๆ!”
“ ช่างเขาเถอะอาราคิตะ ”
อาราคิตะหงุดหงิดเล็กน้อยแต่ก็ชินกับความชอบทำอะไรตามใจตัวเองของเจ้านั่น เมื่อโทโดขึ้นมานั่งตรงเบาะหลังเสร็จแล้วอาราคิตะก็เดินทางต่อไปยังที่ที่แขกคนสุดท้ายของเขารออยู่
เขาขับรถเข้าไปในตัวเมืองเพื่อไปยังอพาร์ตเมนต์ของแขกคนสุดท้ายที่ว่า เมื่อหาที่จอดรถได้เขาก็จอดรถและส่งข้อความหาคนที่พักอยู่ที่นี่ อีกฝ่ายบอกมาว่า ‘ขอเวลาขนของสักครู่’ ทั้งสามคนจึงนั่งรอในรถ
เมื่อคนที่พวกเขารอมาถึงรถ อาราคิตะก็ตกใจกับของในมืออีกฝ่ายจึงลดกระจกรถลงเพื่อถาม
”อิสึมิดะ! แกจะซื้อมาทำไมเยอะแยะเนี่ย!”
”โถ่คุณอาราคิตะ ก็ผมกลัวมันไม่พอนี่นา” อิสึมิดะพูดเสียงหงอย
”เออ ๆ ขึ้นมาเร็ว”
เมื่ออิสึมิดะขึ้นมานั่งตรงเบาะหลังกับโทโดและจัดแจงที่นั่งเสร็จ ทั้งหมดก็ออกเดินทางไปยังสถานที่แห่งหนึ่งที่อยู่นอกเมืองไปไกลพอสมควร ทุกคนในรถต่างพูดคุยแลกเปลี่ยนสารทุกข์สุขดิบกันซึ่งคนที่พูดเยอะที่สุดก็เป็นโทโดนั่นเอง ด้วยจังหวะของรถที่กำลังเคลื่อนที่ที่สั่นน้อย ๆ บวกกับแอร์ที่เปิดในรถ ทำให้โทโดและอิสึมิดะผล็อยหลับไป หลังจากนั้นทั้งรถก็เงียบลง ไม่มีใครพูดอะไรอีก
“ตื่นได้แล้วพวกนาย มาถึงแล้ว” อาราคิตะปลุกโทโดและอิสึมิดะ เขาใช้เวลาขับรถทั้งหมดราว ๆ หนึ่งชั่วโมงก็มาถึงสุสานอันเป็นที่หมาย หลุมศพเรียงรายกันเป็นแถวยาวและลึก ทั้งหมดช่วยกันขนของที่อยู่ท้ายรถกันคนละไม้คนละมือโทโดไปขอยืมถังน้ำและกระบวยที่ปากทางเข้าของสุสานแห่งนั้นและถือมันติดมือมาด้วย
หลังจากนั้นทั้งหมดก็เดินหาหลุมศพที่ป้ายมีชื่อของคนที่พวกเขาต้องการมาหา ระหว่างทางโทโดก็เติมน้ำใส่ถังจากก๊อกน้ำที่เจอระหว่างทาง เมื่อหาเจอ ทุกคนก็ช่วยกันทำความสะอาดหลุมศพ ฟุคุโทมิเตรียมดอกไม้ใส่แจกัน อิสึมิดะวางของทั้งหมดที่เขาถือมาไว้มาเรียงกัน ฟุคุโทมิจุดธูปให้กับทุกคน ทั้งหมดไหว้หลุมศพนั้นเงียบ ๆ เมื่อไหว้เสร็จ อาราคิตะก็เอากระบวยตักน้ำจากในถังมาราดบนหลุมศพ
อาราคิตะมองไปยังชื่อที่อยู่บนป้ายหลุมศพ เขาคิดอะไรบางอย่างในใจราวกับว่าต้องการจะสื่อสารกับเจ้าของชื่อบนป้ายนั้นและยิ้มเล็กน้อย
‘วันนี้พวกฉันมาหานายแล้ว เพิ่งมีเวลาว่างตรงกันแต่มานามิมันไม่ได้มาด้วย อย่าถือสามันเลยนะ แถมเจ้าอิสึมิดะมันซื้อพาวเวอร์บาร์มาให้เยอะแยะเลย หวังว่าจะไม่เบื่อซะก่อนล่ะ ชินไค’
