Actions

Work Header

Rating:
Archive Warning:
Category:
Fandoms:
Relationship:
Characters:
Language:
ไทย
Stats:
Published:
2024-04-02
Words:
7,300
Chapters:
1/1
Comments:
2
Kudos:
19
Hits:
175

We meet again after school

Summary:

เราเจอกันครั้งแรกที่ร้านหนังสือ

Notes:

Whaf if: โฮเซนไม่ใช่โรงเรียนนักเลง เป็นโรงเรียนธรรมดาๆในเมืองโทอารุ

Work Text:

1.

เราเจอกันครั้งแรกที่ร้านหนังสือ

เพราะกักคุรันสีดำที่อีกคนสวมใส่เกือบทำหัวใจของโอดาจิมะตกไปตาตุ่ม ในโทอารุมีแค่ซูซูรันเท่านั้นแหละที่ใส่เครื่องแบบนี้

แม้วินาทีแรกจะเป็นอาการตกใจ แต่ความสนใจก็เข้ามาแทนที่อย่างรวดเร็ว

เด็กนักเลงอย่างซูซูรันมาทำอะไรที่ร้านหนังสือกันนะ?

การเปิดบทสนทนากับคนแปลกหน้าไม่ใช่เรื่องยากของโอดาจิมะ สายตาใต้กรอบแว่นของอีกฝ่ายเหลือบมองเขา พร้อมกับความรู้สึกหนาวสะท้านจู่โจมมาชั่วครู่หนึ่ง

ไม่ใช่ซูซูรัน?

ขณะที่กำลังจะเอ่ยปากถามว่ามาจากที่ไหน ก็โดนอีกคนตัดบทสนทนาด้วยการก้าวออกจากร้านหนังสือไปซะก่อน

ว้า น่าเสียดาย

หวังว่าเราจะได้เจอกันอีกนะ

 

2.

เราเจอกันอีกครั้งเร็วกว่าที่คิด

กักคุรันสีดำ กรอบแว่นสีเหลี่ยม กับทรงผมปาดเรียบร้อย ขายาวที่เดินเชื่องช้าแต่มั่นคง และบรรยากาศไม่ค่อยจะเป็นมิตรรอบตัวทำโอดาจิมะยิ้มกว้างออกมา

เขาเข้าไปทักทายอย่างเป็นกันเองอีกครั้ง แววตาเยือกเย็นที่ได้รับกลับมาพอจะให้โอดาจิมะเดาได้ว่าอีกฝ่ายจำเขาได้

เพราะเส้นทางที่โอดาจิมะเสนอตัวมาเดินข้างกันเป็นทางไปร้านหนังสือ เขาเลยฉวยโอกาสนี้ถามถึงหนังสือที่อีกคนกำลังสนใจ

คนในกักคุรันสีดำดูไม่ค่อยอยากจะเสวนากับเขาเท่าไหร่ แต่เราก็ยืนเลือกหนังสือและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับเล่มนั้นเล่มนี้ไปมากพอสมควร (ส่วนใหญ่เป็นโอดาจิมะพูดอยู่คนเดียว)

คนใส่แว่นดูจะรำคาญเขาน้อยลง คิดว่านะ?

 

“ไว้เจอกันอีกนะ!”

 

โอดาจิมะตะโกนไล่หลังตอนที่เราแยกทางกันหน้าร้านหนังสือ เจ้าของแผ่นหลังใต้กักคุรันสีดำไหวไหล่ ทิ้งโอดาจิมะยิ้มเป็นบ้าเป็นหลังอยู่คนเดียวกับมือไม้ที่โบกค้างไว้กลางอากาศ

 

3.

เราเจอกันอีกหลายครั้งเลยล่ะ

ในหลายครั้งนั้น โอดาจิมะเรียนรู้ว่าอีกคนชื่อ “โทโดโรกิ” แค่โทโดโรกิ… ไม่บอกชื่อจริงด้วยซ้ำแม้เขาจะแนะนำตัวด้วยชื่อสกุลเต็มยศก็ตาม

เราก็แค่ยืนเงียบๆ ข้างกันตอนยืนเลือกหนังสือ ถึงบางครั้งโอดาจิมะจะไม่ได้สนใจหนังสือจริงๆ ก็เถอะ เขาแอบเหลือบมองคนข้างกายอยู่หลายที ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าโทโดโรกิไม่รู้ตัว หรือแกล้งทำเป็นไม่รู้กันแน่

 

“ทำไมถึงมาร้านหนังสือที่นี่ล่ะ?”

 

มันเป็นสิ่งที่โอดาจิมะสงสัยมาซักพัก เขาเดาว่าโทโดโรกิไม่ใช่คนของเมืองโทอารุ จากชุดยูนิฟอร์มก็ยิ่งไม่ใช่ แล้วทำไมถึงถ่อมาร้านหนังสือแห่งนี้กันนะ ความสงสัยมีมากพอจนโอดาจิมะเอ่ยปากถามในวันนึง

อีกคนไม่ได้ตอบในทันที สายตาหลังกรอบแว่นยังคงไล่ตามหนังสือบนชั้น

 

“ร้านใหญ่ดี”

“เห~”

 

นึกว่านายจะชอบร้านเงียบๆ เล็กๆ ซะอีก

โอดาจิมะต่อประโยคในใจแต่ภายนอกแค่พยักหน้าเออออ

 

“จริงๆ ถัดจากที่นี่ไปนิดหน่อยมีอีกร้านนึงนะ เคยไปยัง”

 

ดวงตาหลังกรอบแว่นเหลือบมาสบสายตากับเขา

 

“ไว้คราวหน้าไปด้วยกันมั้ยล่ะ~”

“ก็เอาสิ”

 

และวันนั้นโอดาจิมะก็เข้าใจความหมายของคำว่าหัวใจเต้นแรงจนแทบจะทะลุออกมามันเป็นยังไง

 

4.

 

เราไม่ได้เจอกันอีกพักใหญ่

พักใหญ่ที่ว่าก็นานมากพอที่ชิดะเคนเริ่มรำคาญและด่ากลับทุกครั้งที่เขางอแงเรื่องนี้

โอดาจิมะก็ตอบไม่ได้เหมือนกันว่าทำไมถึงสนใจในตัวอีกคนมากมายขนาดนั้น และได้รับรอยยิ้มมุมปากของคุณประธานนักเรียนอย่างซาจิโอะส่งมาให้แทน (ยิ้มอะไร??)

 

“จะว่าไปถ้าเป็นกักคุรันสีดำ… ใช่โอยะรึเปล่า?”

 

โอยะ? อ๋า โรงเรียนนักเลงในเขตซอร์ดน่ะหรอ

 

“ไม่หรอกมั้ง เขาดูเด็กเรียนสุดๆเลยนะ”

 

5.

 

“ตาไปโดนอะไรมาอ่ะ”

 

เป็นอีกครั้งที่โอดาจิมะได้รับคำตอบเป็นการไหวไหล่หนึ่งที

ดวงตาข้างซ้ายที่ถูกปิดทับด้วยผ้าปิดตาสีขวาไม่ได้รับการเฉลยที่มา โอดาจิมะเลยได้แต่จินตนาการไปล้านแปด

ความคิดที่ว่าอีกคนเป็นนักเรียนจากโอยะเริ่มก่อเค้าในหัวมากขึ้น ถึงจะขัดจากลุคภายนอกอยู่มาก แต่เราตัดสินคนจากภายนอกไม่ได้นี่นา จริงมั้ย?

แต่ถึงจะเป็นเด็กโอยะแล้วยังไง โอดาจิมะก็ไม่ได้ตัดสินใครจากชื่อสถาบันเหมือนกัน

 

“ดูท่าจะเจ็บน่าดู โอ๋ๆ หายไวๆ นะ เพี้ยง”

 

โทโดโรกิสบสายตากับเขาพร้อมกับคิ้วที่ขมวดเข้าหากัน สีหน้าแสดงออกว่าไม่เข้าใจ (หรือไม่พอใจกันนะ?) ที่โอดาจิมะเอ่ยออกไปเมื่อครู่

 

“ไม่ใช่เด็ก”

“ก็ไม่ได้บอกว่าเป็นเด็กซะหน่อย”

 

หัวคิ้วคนตาเจ็บยังคงหมุนเข้าหากัน แต่สีหน้าก็ไม่ได้ดูไม่สบอารมณ์(ขนาดนั้น) และสองขายังคงก้าวไปข้างหน้าอย่างมั่นคง โอดาจิมะได้แต่พับเก็บความสงสัย—เขารู้จักโทโดโรกิมากพอจนรู้แล้วล่ะว่าถ้าเจ้าตัวอยากจะบอก เดี๋ยวก็บอกเอง —แล้วรีบก้าวฉับๆตามก่อนที่อีกคนจะเดินถึงสถานีรถไฟซะก่อน

โอ้ เขาบอกไปรึยังว่าโอดาจิมะได้เดินไปส่งเจ้าของกักคุรันสีดำที่สถานีรถไฟหลังจากใช้เวลาสั้นๆร่วมกันที่ร้านหนังสือแล้วนะ

แม้จะไม่รู้ว่าปลายทางของคนที่เขาตั้งใจเดินมาส่งจะเป็นที่ไหน จะโอยะ ซันโน หรือที่ไหนๆ โอดาจิมะก็ยืนยิ้มและโบกมือให้ตั้งแต่ขาของโทโดโรกิก้าวขึ้นรถไฟจนถึงตอนประตูปิด สายตายังมองตามจนรถไฟวิ่งออกจากสถานีและหายไปกับมุมโค้งของอุโมงค์ใต้ดิน ส่วนรอยยิ้มยังคงอยู่แม้เขาจะกลับมาถึงห้องตัวเองแล้วก็ตาม

 

6.

 

“โอดาจิมะซังเหมือนคนกำลังมีความรักเลยครับ”

“แค่กๆๆๆ”

 

ซาบะคังตกอกตกใจยกใหญ่ที่เห็นสมาชิกสภานักเรียนสำลักน้ำทันทีที่ตัวเองพูดจบประโยค ชิดะเคนได้แต่ส่ายหัวพร้อมตบหลังช่วยเพื่อนสนิท

หลังจากไอค่อกแค่กไปซักพักและฟังสปีชขอโทษจากซาบะคังจนจบ โอดาจิมะกำลังจะอ้าปากเถียงรุ่นน้องแต่คุณประธานนักเรียนและสมาชิกสภานักเรียนท่านอื่นก็เอ่ยตัดบทซะก่อน

 

“สองคนนี้หยั่งกะแฟนกันเลยตะหาก” –ซาจิโอะ

“เออ หนังสือที่อ่านวันก่อนก็แลกกันอ่านด้วยหนิ? โรแมนติกซะไม่มี” –จินคาว่า

“มีการเดินไปส่งเขาที่สถานีด้วยนะ” –ซาวามูระ

“ผมเคยเห็นโอดาจิมะซังช่วยจัดผ้าพันแผลให้คนนั้นใหม่ด้วยแหละ” –มอนจิ

“…...” –โอดาจิมะ

 

น่าจะเพราะเขาอ้าปากพะง้าบๆแต่สุดท้ายก็ไม่มีเสียงใดเล็ดลอดออกมา และเพราะตอนนี้หน้าของเขาน่าจะแดงพอๆกับมะเขือเทศ ชิดะเคนเลยตบไหล่ของโอดาจิมะเบาๆเหมือนจะให้กำลังใจและไม่พูดซ้ำเติมอะไรเพิ่มนอกจากประโยคนี้

 

“คบกันเมื่อไหร่บอกพวกกูด้วยนะ”

 

โอดาจิมะอยากมุดลงดินหนีหายไปจากมนุษยชาติให้รู้แล้วรู้รอด

 

7.

เป็นอีกครั้งที่เราไม่ได้เจอกันพักใหญ่

โอดาจิมะไม่ได้จะหลบหน้าอีกฝ่าย (แม้จะรู้ตัวแล้วว่าโดนพวกเพื่อนๆจับตามองกันอยู่ก็เถอะ) —แต่เพราะเขามีภารกิจต้องทำตะหาก

ในระแวกโฮเซนดันมีเรื่องการใช้ยาเสพติดที่ชื่อ เรดรัม เข้ามาหนาหู แน่นอนว่าซาจิโอะไม่นิ่งนอนใจกับเรื่องนี้ และยิ่งข่าวลือล่าสุดว่ามีนักเรียนในโฮเซนจะเริ่มใช้ยาที่ว่ากันแล้ว พวกเขาต้องทำอะไรซักอย่าง

ถึงอาจารย์จะสั่งห้ามไว้และบอกให้ปล่อยเป็นหน้าที่ของตำรวจ แต่ในฐานะมันสมองของสภานักเรียนโฮเซน โอดาจิมะตามสืบเรื่องนี้อย่างระแวดระวังและเริ่มปะติดปะต่อเรื่องราวได้ลางๆ

…น่าจะเกี่ยวกับกลุ่มอันธพาลที่ชื่อ คิดร้า

ปกติโอดาจิมะไม่ใช่พวกบุ่มบ่ามหาเรื่องใส่ตัว หรือเป็นแนวหน้าลงมือทำอะไรเกินตัว นั่นน่ะปล่อยให้เป็นหน้าที่ของซาวามูระกับชิดะเคนโน่น

แต่ไม่รู้ว่าอะไรดลใจให้เขาถ่อนั่งรถไฟจากโทอารุมาโอยะแล้วเฝ้าดูรังของคิดร้า —โอดาจิมะไปสืบจนรู้ว่าพวกมันยึดโครงการแฟลตเก่าที่ชื่อโฮปฮิลล์เป็นแหล่งกบดาน

โอดาจิมะเขานั่งหลบมุมอยู่หลังซากปรักหักพังหน้าอาคาร แผนวันนี้ก็แค่เฝ้าสังเกตการณ์ เผื่อจะได้หลักฐานเป็นชิ้นเป็นอันส่งให้ตำรวจจัดการต่อไป ไม่ได้คิดจะโซโล่เดินดุ่มๆเข้าไปในแหล่งกองโจรอะไรหรอกนะ

หลังเวลาผ่านไปเกือบชั่วโมง เขาไม่คิดว่าวันนี้จะได้ความคืบหน้าใดๆ และลุกขึ้นเพื่อเตรียมตัวกลับบ้านมือเปล่า

ตอนนั้นเองที่เขาได้ยินเสียงฝีเท้าของคนจำนวนหนึ่งเดินตรงมาที่โครงการแฟลต

โอดาจิมะก้มหลบลงไปอีกครั้ง แอบชะเง้อหน้ามองก็ต้องตกใจอีกรอบ ภาพตรงหน้าคือกลุ่มวัยรุ่นมากกว่ายี่สิบชีวิตยืนอยู่

ไม่ต้องเดาโอดาจิมะก็รู้ในทันทีว่าพวกเขาคือใคร

กลุ่มโรงเรียนมัธยมปลายโอยะ

 

8.

 

“ตอนแรกนึกว่านายแค่ชอบต่อยตีกับคนอื่นเฉยๆ แต่เป็นนักเรียนโอยะจริงๆด้วย”

 

โอดาจิมะพูดทำลายความเงียบ เราเจอกันอีกครั้งในหลายวันต่อมาที่ร้านหนังสือเจ้าประจำในเมืองโทอารุ เขาเหลือบตามองร่องรอยแผลฟกช้ำจางๆบนใบหน้าของอีกฝ่าย เป็นจังหวะเดียวกับที่โทโดโรกิหันมาสบตาแต่ไม่ได้พูดอะไร

 

“วันก่อนเห็นที่สู้กับพวกคิดร้าน่ะ”

“เห็น?”

“อือ ก็ตั้งใจจะไปสืบเรื่องเรดรัมที่ช่วงนี้ระบาดในโฮเซนแต่ไม่คิดว่าจะเจอโรงเรียนโอยะมาเปิดศึก”

 

เขาเอ่ยต่อด้วยท่าทีสบายๆ ผิดกับคนข้างตัวที่คว้าข้อมือของเขาทันทีที่จบประโยค หนังสือที่ถือไว้เมื่อครู่ตกลงพื้นเสียงดัง

โอดาจิมะเบิกตากว้าง ตกใจจนทำอะไรไม่ถูก ก่อนที่สมองจะประมวลผลอะไรทัน โทโดโรกิก็พูดแทรกขึ้นมา

 

“บาดเจ็บรึเปล่า”

 

ห้ะ…..?

 

“ก ก็ไม่นะ”

 

โอดาจิมะส่ายหัวปฏิเสธ สถานการณ์ตรงหน้าชวนสับสนจนเขาได้แต่ตอบเสียงตะกุกตะกัก แล้วไหนจะสายตาของโทโดโรกิที่ไล่มองเขาตั้งแต่หัวจรดเท้านั่นอีก

ยืนแข็งทื่ออยู่สักพักจนเหมือนคนตรงหน้าจะพอใจอะไรซักอย่างถึงได้ยอมปล่อยข้อมือของโอดาจิมะให้เป็นอิสระ เป็นตอนนั้นเองที่เขาเริ่มจะหายใจได้ทั่วท้อง และรู้ตัวว่าหัวใจเต้นแรงกว่าเสียงหนังสือตกพื้นเมื่อกี้อีก

 

“อะไรๆ เป็นห่วงกันหรอ~”

“อืม เป็นห่วง”

 

โอดาจิมะต้องหูเพี้ยนแน่ๆ

เพราะก้อนเนื้อที่อกด้านซ้ายกำลังเต้นแรงมากๆ จนกลบประสาทรับรู้แล้วฟังผิดแน่ๆ

เราสบตากันอีกครั้ง

 

“ไม่เป็นอะไรก็ดีแล้ว”

 

แม้กายหยาบจะพยักหน้ารับ แต่กายละเอียดของโอดาจิมะกำลังวิ่งออกนอกร้าน สองขาจะวิ่งไปหาซาบะคังแล้วเขย่าเจ้าเด็กนั่นแรงๆ แล้วตะโกนใส่หน้าไปเลยว่า

ใช่ โอดาจิมะ ยูเคนกำลังมีความรัก และเจ้าของหัวใจก็คือ โทโดโรกิ โยสึเกะ