Chapter Text
คุณได้ยินเสียงหมัดกระทบกระสอบทรายก่อนที่จะเห็นตัวเธอเสียอีก
เงาทอดยาววูบวาบไปมาบนพื้น พลิ้วซ้ายพลิกขวา หญิงสาวในชุดลำลองเคลื่อนไหวรวดเร็ว แขนพุ่งตรง เหวี่ยงหมัด กระชากกลับแล้วสลับข้าง กริยาตรงชัดอย่างหักหาญใช้แรงเหมือนมุ่งฝึกซ้อมกำลังมากกว่าหัดลองกลเล่ห์ คุณกอดอกอิงกรอบประตูโรงยิม มองเธอระบายอารมณ์ต่อไปอีกหลายสิบหมัด จนเฮนเรียตต้ากระโดดหมุนตัวเตะ เสียงโซ่โอดครวญกับตะขอแขวนทำให้คุณตัดสินเอ่ยทักเธอ
“รู้หรือยังว่าโจชัวฟื้นแล้ว” เซลกี้ในร่างมนุษย์หอบหายใจ ไม่แม้แต่จะหันกลับมามอง
“ทราบแล้วค่ะ” หมัดหนักตรงกระแทกกระสอบทรายอีกครั้งหนึ่ง คุณบันทึกในใจว่าต้องเตือนเจ้าหน้าที่ที่เข้าเวรพรุ่งนี้ให้ระมัดระวังสักหน่อย เจ้าลูกแมวน้ำของคุณมีนิสัยชอบทำร้ายรอยตะเข็บ น่ากลัวว่าปล่อยต่อไปเรื่อย ๆ คงสร้างภาระให้ใครที่มาเผลอใช้ต่อจากเจ้าตัวเข้าจนได้
“แล้วไม่คิดจะไปเยี่ยมหรือไง” จังหวะการชกสะดุดไปนิดหนึ่ง
“ไม่ค่ะ” แต่เสียงที่ตอบก็ยังชัดเจน แทรกด้วยเสียงลมหายใจ
“น้อยใจที่เขาไม่รักชีวิต หรือกลัวจากที่เขาเฉียดตายอีกแล้ว” หากกระสอบทรายเป็นคน ก็คงสลบไปเพราะหมัดนี้
“ไม่ใช่ทั้งสองอย่างค่ะ” สาวน้อยสะบัดก้อนผมเกาะเหงื่อให้พ้นหน้าแล้วระดมชกต่อ
“งั้นอะไร”
เธอเงียบ ไม่ตอบ แต่เสียงนวมกระทบผ้าใบหนักหน่วงยิ่งกว่าจังหวะก่อน
คุณเงียบ เงียบอยู่นาน
“เธอโกรธเขา..” เสียงชัดช้า “และโกรธตัวเองที่โกรธ” คุณมั่นใจว่านั่นคือคำตอบที่ถูก
เฮนเรียตต้าไม่ยอมพูดอะไรอีก แต่เพียงเท่านั้นก็ชัดเจนมากแล้ว เจ้าลูกแมวน้ำซื่อตรงเรื่องความรู้สึกเสมอ
“มันเป็นสิทธิ์ของเธอที่จะโกรธ สาวน้อย” หมัดเธอช้าลง “ชีวิตของเราไม่ใช่ของเราคนเดียว แต่เกี่ยวข้องกับคนรอบตัวด้วย เขามีสิทธิ์ที่จะเลือกทำแบบนั้น จริง และเธอก็มีสิทธิ์ที่จะโกรธการเลือกของเขา เพราะเธอแคร์เขา ฉันเข้าใจ”
หญิงสาวลดมือลง เธอยอมหันกลับมามองเขาตรง ๆ เป็นครั้งแรก
“เขาควรจะรู้ และคิดได้แบบคุณนะคะ”
คุณหัวเราะ “เด็กคนนั้นสัญชาตญาณมุ่งตายแรงเกินไป เหมือนลุงเขาไม่มีผิด ฉันมีหน้าที่แค่จับชีวิตพวกเขาล่ามไว้กับโลกนี้ให้นานเท่าที่จะทำได้”
“เขาควรจะรู้ว่าไม่มีใครมีหน้าที่สละชีวิตให้ใคร ช่วยคือช่วย แต่ช่วยไม่ได้ก็ต้องปล่อย ต่อให้เราเป็นไนท์วอทเชอร์ เราก็ไม่ได้มีหน้าที่ตายแทนใคร ปกป้องไม่ได้แปลความหมายตรงตัวว่าตายแทน” เธอทุบขอบตะเข็บกระสอบทรายดังพลั่ก ปลายเสียงพูดค่อนข้างสั่น คุณคิดว่ามันคงเป็นอารมณ์โกรธมากกว่าหวาดกลัว
ใครบอกว่าเจ้าพวกสัตว์ขั้วโลกพวกนี้น่ารักใจเย็นกันนะ
“ถ้าฉันไม่ได้อยู่ตรงนั้น ถ้าคุณไม่ได้เข้าถึงเราทันเวลาจะเป็นยังไง เขาไม่คิด ไม่คิดเลย” กระสอบทรายถูกทำร้ายอีกคำรบหนึ่ง “ไอ้งั่ง หมอนั่นมันงั่ง คิดโง่ ๆ แต่ต้องเป็นวีรบุรุษ — ถ้าอยากมากขนาดนั้นก็เอาสีสเปรย์พ่นปากแล้ววิ่งไปให้สุดทะเลทรายนามิเบียเลยไป”
“เรฟเฟอเรนซ์ป็อปคัลเจอร์อีกแล้ว เฮนเรียตต้า”
เธอทุบกระสอบทรายอีกพล็อก ไหล่สั่น แล้วหลุดหัวเราะออกมาหน่อยหนึ่ง ความเคร่งเครียดที่ร้อยรัดตามร่างกายคลายลงบ้างแล้ว
คุณสบายใจที่ได้เห็นแบบนั้น
“มานี่มา” คุณกวักมือเรียก และสาวน้อยก็ทำตามแต่โดยดี
ใต้แสงสลัวในยิม คุณเห็นชัดว่าร่างกายเธอเองก็เต็มไปด้วยจ้ำช้ำ ทั้งเขียวและม่วง แต่เบาบางกว่าที่ควรจะวิตก คุณดึงมือเธอขึ้นมา ฉีกผ้าเวลโคร แล้วค่อย ๆ แกะนวมออกให้ เจ้าลูกแมวน้ำงึมงำ
“ตอนเขาตายซ้ำตายซากแบบนี้ คุณโมโหบ้างไหมคะ” ไม่ต้องถามก็รู้ ว่าหญิงสาวหมายถึงเขาของคุณ ไม่ใช่เขาของเธอ
“โมโหไหมน่ะเหรอ..” นวมอีกข้างหล่นลงกับพื้น คุณจับมือเธอที่เต็มไปด้วยรอยช้ำและห้อเลือดให้เหยียดออก เฮนเรียตต้าไม่ยอมใช้เทปผ้าพันมือก่อนเข้าชกอีกแล้ว คุณทดไว้ในใจว่าต้องเตือนเธอเรื่องนี้ บางทีอาจจะเป็นพรุ่งนี้ หรืออาทิตย์หน้า ตอนเจอกันในยิมอีก ก่อนร่ายคาถารักษา แสงสีฟ้าและเขียวเรืองรอง
“ฉันรอให้หมอนั่นฟื้นขึ้นมา ขวาตรงสักหมัด แล้วค่อยอธิบายอย่างสุภาพชนว่าเขาทำอะไรผิดไปบ้างน่ะ”
