Work Text:
“เจ้าชายน้อยหายไประหว่างการเดินทาง พวกองครักษ์หลวงกำลังตามหากันจ้าละหวั่น สงสัยว่าบุตรชายคงอยากลองดีกับมารดาของมัน ฮ่า ๆ”
เสียงพูดคุยและเสียงหัวเราะดังขึ้นด้วยความรื่นเริง ไม่เป็นเพียงเสียงกระซิบแต่หากเป็นเรื่องเล่าสนุกปาก หากให้หาความจริงในนั้นคงยากพอ ๆ กับการฝักไข่มังกร
แว่ว ๆ ว่าลอร์ดแอชฟอร์ดและเหล่าขุนนางออกมาต้อนรับคณะเดินทางของตระกูลทาร์แกเรียนอย่างพร้อมเพรียง สัญลักษณ์แห่งเชื้อพระวงศ์โบกสบัดท่ามกลางแรงเคลื่อน สัตว์โบราณสามเศียร สีโกเมนตระหง่านท่ามกลางสีนิล บ่งบอกถึงสายเลือดวาลีเรียอันสูงส่งอย่างที่พวกเขากล่าวอ้าง
“คนที่เท่าไหร่หายไป? สงสัยอยากลิ้มลองวิถีชีวิตแห่งข้ารับใช้ล่ะมั้งถึงได้ละทิ้งความสะดวกสบายเช่นนั้น”
“สีหน้ากังวลของเขาลอยมาแต่ไกล ข้าล่ะอยากรู้นักว่าตัวเมียอย่างเขายังคลอดลูกได้อีกหรือไม่”
“เจ้าชายมีลูกสุนัขถึงหกตัว แถมยังแข็งแรงดีทุกคน แม่พันธุ์ที่ดี”
คำว่าร้ายยังคงเอ่ยขึ้นไม่มีหยุดพัก บ้างก็กล่าวชื่นชมในความงดงาม บ้างก็พูดจาเกินความจริงไปไกลโข
สมญานามพายุหัวเราะแห่งสตอร์มเอนนั่งฟุบหน้าอยู่บนโต๊ะไม้เนื้อดี บนศีรษะประดับมงกุฎเขากวางอันโอ่อ่า ไหล่กว้างสวมเสื้อคลุมสีเหลืองอำพันปักลวดลายหรูหราประจำตระกูล มือหนาประคองแก้วไวน์เริสรสไว้ไม่ให้ร่วงหล่น….ของดีหากไม่ระวังก็เสียดายแย่
หากแต่หูนั้นกลับรับฟังทุกถ้อยคำที่พวกเขากล่าว
ผู้คนรอบด้านต่างดื่มด่ำกับรสชาติของอาหาร กลิ่นมากมายลอยขึ้นผสมปนเป กลิ่นบางเบาของข้ารับใช้ กลิ่นฉุนของพวกอัลฟ่าหน้าโง่พยายามกางอาณาเขต กลิ่นหอมลาเวนเดอร์….บางเบา แทบจางหายไปหากไม่สังเกต
ลอร์ดบาราเธียนชะงักไปเล็กน้อยกับความเปลี่ยนแปลงในอากาศ สูดลมหายใจเข้าเต็มปอดพลางเลื่อนสายตามองหาที่มา ชายนิรนามนั่งอยู่มุมกระโจม ผ้าคลุมสีหม่นปิดบังเส้นผมและใบหน้า แต่ไม่อาจซ่อนกลิ่นได้แนบสนิท
เจ้าชาย….แห่งราชวงศ์ทาร์แกเรียน
ดูเหมือนบุตรชายที่แสนดื้อรั้นสร้างความลำบากให้มารดาของมันเสียแล้ว
ผิวขาวซีดโผล่พ้นผ้าคลุมออกมาเมื่อเขาขยับร่างเพียงเล็กน้อย หลังตรงเกินไป เป็นระเบียบท่ามกลางความวุ่นวาย เด่นชัดแม้ประทับเงียบ ๆ ที่มุมมืด
ไลโอเนลไม่เพียงแต่นั่งนิ่ง เขาลุกขึ้นทันทีที่สัมผัสได้ถึงโอเมก้าแห่งราชวงศ์ ลอร์ดแห่งสตอร์มเอนเมามายเกินกว่าจะมีสติลุกขึ้นยืนให้ตรง เดินลากเท้าด้วยสติอันเลือนลางเข้าหาร่างที่นั่งอยู่
กลิ่นลาเวนเดอร์หอมฟุ้งขึ้นมาทันทีที่เขาเข้าใกล้ เมื่อเผชิญหน้ากัน….เขาขอสาบานต่อหน้าสัตตเทพ ความงดงามของทาร์แกเรียนยังคงหาที่ใดเปรียบมิได้ เพียงปอยผมสีเงินระยิบระยับ นัยน์ตาสีอเมทิสต์ เซอร์ไลโอเนลรู้สึกเหมือนคนบ้าใบ้ ไร้คำพูด
เขาจำกลิ่นนั้นได้ดีเมื่อครั้นวัยเยาว์ เมื่อการพบหน้ากันครั้งแรกไม่ใช่เรื่องน่ายินดีสำหรับเจ้าชายหนุ่ม และเขาตัดสินใจว่าจะไม่พลาดโอกาสเหมือนครั้งนั้น รอยยิ้มจึงเผยบนใบหน้าคมเข้ม นัยน์ตาไม่ละจากใบหน้าสูงศักดิ์ของเมคาร์
ทายาทลำดับที่สี่….โอเมก้าหนึ่งเดียวของกษัตริย์
.
.
.
.
เมคาร์ไม่ได้คาดหวังว่าเขาจะเจอลอร์ดคนใด เขาเปลี่ยนอาภรณ์หรูหราเป็นผ้าธรรมดา เข้ามาหวังว่าจะเจอแดรอนบุตรชายคนโตที่อาจจะเมาหัวราน้ำที่ไหนสักแห่งในนี้ แต่ไม่ได้คาดหวังว่าต้องเผชิญกับกวางหนุ่มแห่งสตอร์มแลนด์ กำลังจดจ้องพร้อมรอยยิ้ม
กลิ่นอายเมฆฝนของอัลฟ่าลอยโอบล้อมอยู่ทั่วบริเวณ ไลโอเนลนั่งใกล้ชิดอยู่ข้างกาย บดบังเมคาร์จากฝูงชนรอบด้าน หากพวกเขาหันมองอาจเห็นเพียงเสื้อคลุมสีเหลืองอำพันของลอร์ดบาราเธียน
“ท่านมาทำอะไรที่กระโจมข้า….เจ้าชาย” นำเสียงทุ้มต่ำเอ่ยเรียบ ๆ ท่ามกลางความรื่นเริง
“ไม่ใช่เรื่องของเจ้า”
“โอ้ ดูเหมือนเจ้าชายจะหลงลืมว่าตนอยู่ที่ใด”
“และเจ้าก็อาจจะหลงลืมว่ากำลังพูดคุยกับใคร” เจ้าชายผู้สูงศักดิ์นั่งเชิดหน้าขึ้นอย่างไม่หวั่นเกรง สมญานามทั่งเหล็กไม่ได้มาเพียงแค่ลมปาก แววตาดุร้ายของมารดาที่กังวลเรื่องลูกสุนัขตัวน้อยไม่ใช่สิ่งที่ควรเข้าไปยั่วยุได้
“เต้นรำเป็นไหม?” เมื่อดนตรีเริ่มบรรเลง ไลโอเนลไม่สนน้ำเสียงเย่อหยิ่งและสายตาสับสนของเจ้าชาย เขากระชากร่างสูงของโอเมก้าขึ้น คว้าเอวเข้าหาตัวพลางจัดแจงผ้าคลุมสีหม่นไม่ให้เผยเกษาสีเงินงาม ปกปิดตัวตนของเจ้าชายไว้ได้อย่างแนบเนียน
“ปล่อยข้าเดี๋ยวนี้ ไลโอเนล!” เสียงขู่ดังขึ้นไร้ผลตอบรับ เจ้าของใบหน้าคมเพียงโน้มลงชิดใกล้ ริมฝีปากแนบที่ใบหู กระซิบเบา ๆ ให้ผู้สูงศักดิ์ได้สดับรับฟัง
“ใจเย็น ๆ ที่รัก ท่านคงไม่อยากให้ใครรู้ว่าท่านคือใคร” ไม่มีเวลาให้เมคาร์ได้เอ่ยคำประท้วงใด ๆ กับคำเรียกนั้น ร่างของเจ้าชายถูกหมุนตามจังหวะคนตรงหน้า ฝ่ามือถูกจับแน่น สะโพกถูกกดไว้กับลำตัวหนาของอัลฟ่า เสียงปรบมือและเสียงโห่ร้องเป็นตัวปลุกเร้าให้ขยับร่างกาย
งานเต้นรำไม่เคยเป็นความถนัดของเขา เขาเก่งกาจในสนามรบมากกว่า เจ้าชายเคลื่อนไหวด้วยความไม่มั่นคง เมื่อเขาก้าวพลาดจะมีมือที่แข็งแรงก็จะคอยประคองเขาไว้เสมอ
มงกุฎเขากวางหายไป ถูกโยนทิ้งไว้ที่ไหนสักแห่ง แต่เสื้อคลุมหรูหราถูกวางไว้บนไหล่ของเมคาร์ กลิ่นอายของกวางตัวผู้ปกคลุมทั่วร่างกาย ดั่งป้อมปราการหินที่ปกป้องเจ้าชายไว้จากโลกภายนอก
เมคาร์เห็นสายตาที่จ้องมอง มุมปากของกวางหนุ่มกว้างขึ้นเมื่อเจ้าชายตอบรับ เมคาร์ยกเท้าขึ้นตามจังหวะของลอร์ดบาราเธียน หลบแรงกระแทกที่อัลฟ่าส่งมา สายตาท้าทายถูกส่งให้ด้วยความเย้ยหยันเมื่อไลโอเนลทำพลาด
ใบหน้าของเจ้าชายทาร์แกเรียนที่มักจะบึ้งตึงเสมอ ตอนนี้ประดับด้วยรอยยิ้มและเสียงหัวเราะ เมื่อแขนถูกยกขึ้นกลางอากาศ ผู้สูงศักดิ์เคลื่อนตัวลอดใต้ความแข็งแรงนั่นด้วยความมั่นคง นัยน์ตาสีม่วงอมชมพูเปล่งประกายตามจังหวะร่างกาย
รอยยิ้มนั้นถูกส่งให้ไลโอเนลเพียงผู้เดียว ปลดปล่อยตัวตนเคร่งขรึม ออกจากภาระหน้าที่ของเจ้าชายหรือมารดา เป็นเพียงชายหนุ่มที่เพลิดเพลินกับงานเต้นรำในกระโจมหลังนี้
ดั่งเวทมนต์แห่งวาลีเรียสะกดไว้ ริ้วรอยแผลเป็นไม่เคยทำลายความงดงามของเขา ลูกสุนัขหกตัวไม่อาจทำลายความสมบูรณ์ของกล้ามเนื้อ สะโพกที่กว้างออกเล็กน้อยยังคงเย้ายวนผู้พบเห็นอยู่เสมอ
กลิ่นไอน้ำฝนผสมผสานเข้ากับลาเวนเดอร์ได้อย่างลงตัว ลอร์ดแห่งสตอร์มเอนขยับเข้าแนบชิดเมื่อดนตรีเริ่มบรรเลงช้าลง ยื่นแขนให้เมคาร์หวังให้เจ้าชายเข้าสู่อ้อมกอดของเขา และด้วยสัญชาตญาณ เมคาร์เอื้อมมือตอบรับคำเชื้อเชิญ โอเมก้าที่ไม่มีอัลฟ่าในฝูงมักจะโหยหาความอบอุ่นเสมอ และเมคาร์ตามหาสิ่งนั้นได้จากบุตรชายและบุตรสาวของเขาเท่านั้น
ทุกอย่างหยุดลงเมื่อเสียงบรรเลงมาถึงท่อนสุดท้าย เจ้าชายแห่งซัมเมอร์ฮอลชะงักไปเล็กน้อยเมื่ออยู่ในอ้อมกอดของอัลฟ่ากลิ่นเมฆฝน ใบหน้าชิดใกล้จนสัมผัสได้ถึงลมหายใจของคนตรงหน้า นัยน์ตาสีเข้มเต็มไปด้วยความกระหาย….ประสงค์ครอบครองโอเมก้าตรงหน้า
ไลโอเนลปรารถนาประทับริมฝีปากลงบนตำแหน่งสีแดงระเรื่อ ฝ่ามือประคองจับเข้าที่ใบหน้าขาวซีด ความต่างของสีผิวปรากฏขึ้นให้เห็น เมคาร์รู้สึกถึงความเย็นของแหวนที่นิ้วมือ สัมผัสได้ถึงความหยาบกร้านของการฝึกฝน ความแข็งแกร่งของอัศวินที่แท้จริง
“ข้าไม่อาจทำให้ท่านเสื่อมเสียเกียรติได้ ไม่ใช่เวลานี้ เจ้าชายของข้า”
เป็นอีกครั้งที่ได้พบรอยยิ้มบนใบหน้าเฉยชา มันไม่ใช่ความผิดหวังที่ไม่ได้ในสิ่งที่ต้องการ แต่เป็นความลึกซึ้งของประโยคนั้น เจ้าของร่างสูงใหญ่เลือกที่จะทำอย่างมีเกียรติมากกว่าทำตามในตนเอง ถือว่าหาได้ยากสำหรับการกระทำของไลโอเนล บาราเธียนต่อราชวงศ์
การพูดจาเยินยอพวกทาร์แกเรียนไม่เคยมีอยู่ในห้วงความคิด ดูเหมือนว่าเจ้าชายที่อยู่เบื้องหน้ากลับเป็นข้อยกเว้นของทุกสิ่ง
.
.
.
.
“สตอร์มเอนเต็มไปด้วยคลื่นและกลิ่นอายของท้องทะเล ที่นั่นชุ่มชื้นและหนาวเหน็บ”
เสียงทุ้มดังขึ้นด้านข้าง เคล้าคลอกับเสียงเพลงช้า ๆ เบื้องหลัง งานเต้นรำใกล้เลิกรา หากแต่หนึ่งเจ้าชายแห่งราชวงค์ทาร์แกเรียน หนึ่งลอร์ดแห่งสตอร์มเอน ยังคงนั่งประทับข้างกันไม่ถอยห่าง
มงกุฏเขากวางกลับมาหาผู้เป็นเจ้าของ แต่ถูกวางไว้บนศีรษะเจ้าชายด้วยความใจกว้าง
“ซัมเมอร์ฮอลอบอุ่นเสมอ มังกรไม่ชอบอากาศหนาวเย็นหรอกนะท่านเซอร์” เมคาร์หันมาเผชิญหน้า
นัยน์ตาคมดุสบเข้ากับสีม่วงอ่อนของอเมทิสต์ “ข้าไม่ค่อยชมชอบพวกสัตว์ร้าย แต่เมื่อพิจารณาจากความงามของมันแล้ว….ข้าอาจจะเปลี่ยนใจ”
“สัตว์ร้าย? ข้าเกรงว่ามันจะมีถึงหกตัว” คำกล่าวแฝงไปด้วยนัยยะถูกเอ่ยขึ้นทันที “ถ้าหากปรารถนามังกร ท่านต้องพยายามมากกว่านี้”
เจ้าชายก้มหน้าเล็กน้อยก่อนจะหัวเราะออกมาบางเบาแบบสงวนท่าที
ความอดทนของไลโอเนลเริ่มหมดสิ้น เขาเอื้อมคว้าฝ่ามือเรียวยาว บรรจงจูบเบา ๆ ที่หลังมือขาวซีดด้วยความอ่อนโยน กลิ่นเมฆฝนถูกทิ้งไว้ตามสัมผัสของริมฝีปาก เขาสูดกลิ่นหอมอ่อน ๆ ของลาเวนเดอร์อย่างลึกซึ้ง
เหล่าขุนนางและข้ารับใช้ยังคงอยู่รอบด้าน หลายคนหันมอง หลายคนกระซิบกระซาบ เสียงลอยตามสายลมบอกเล่าเรื่องราวสู่กันฟัง
“ข้าให้ตัวที่เจ็ดกับท่านได้”
ไลโอเนลยังคงหยอกล้อไม่ห่าง กล่าวถ้อยคำด้วยความหาญกล้า ไม่เกรงกลัวว่าลิ้นของตนจะหายไปเพราะไม่รู้จักที่ต่ำที่สูง
“ลอร์ดบาราเธียน”
“ฝ่าบาท” ริมฝีปากยังคงไล่สัมผัสที่มือไม่ลดละ เกือบจะถึงข้อพับขาวเนียนถ้าหากไม่ได้รับฟังคำเตือนเสียก่อน
“ระวังคำพูดของท่านด้วย”
เจ้าแห่งสตอร์มแลนด์เงียบไปชั่วขณะพลางเหลือบสายตาขึ้นมอง “แน่นอนเจ้าชายของข้า ทุกอย่างจะเป็นไปตามที่ท่านประสงค์” มือขาวซีดถูกปล่อย สองแขนถูกยกขึ้นเสมือนการยอมจำนนให้แก่เจ้าชายผู้สูงศักดิ์
“ดูเหมือนว่าที่แห่งนี้ไม่มีสิ่งที่ข้าตามหา” เจ้าชายกระซิบ
“ท่านจะได้เห็นบุตรชายของท่านก่อนรุ่งสาง ข้าให้คำมั่น”
“คำมั่นจากลอร์ดผู้รังเกียจราชวงศ์หรือ?”
“คำมั่นของข้าต่อท่านต่างหาก….เจ้าชายเมคาร์”
น้ำเสียงแหบพร่าเอ่ยตอบทันท่วงที ปราศจากท่าทางเย้าหยอก ความเงียบปรากฏอีกครั้งท่ามกลางพวกเขาทั้งสอง มีเพียงกลิ่นหอมอ่อน ๆ ผสมผสานกันในอากาศ ไลโอเนลขยับตัวเตรียมพร้อมกล่าวถ้อยคำเพื่อยันยันความภักดี
หากแต่ใบหน้างดงามกลับขยับเข้าแนบชิด ฝ่ามือเรียวยาวสัมผัสเข้าที่กรามแข็งแรง ริมฝีปากกดจูบลงแผ่วเบาที่ข้างแก้ม พลางกระซิบด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล ราวกับกำลังขับกล่อมจ่าฝูงให้สั่นไหวไปกับความอ่อนหวานที่มอบให้
“อย่าทำให้ข้าผิดหวัง” กลิ่นลาเวนเดอร์จาง ๆ ยังคงอยู่ ถ้อยคำติดอยู่ที่ห้วงความคิด วรกายสง่างามขยับถอยห่าง เคลื่อนตัวลุกขึ้นยืนด้วยความเพียบพร้อม จากไปด้วยอาภรณ์สีหม่นที่สวมใส่ในคราแรก ทิ้งไออุ่นของร่างกายที่เคยแนบชิดไว้ด้านหลัง
“ไม่แน่นอน เจ้าชายของข้า”
นั่นคงเป็นสิ่งเดียวที่เจ้าแห่งสตอร์มเอนเต็มใจกระทำให้ราชวงศ์ทาร์แกเรียน เพื่อความงดงามเพียงหนึ่งเดียวของพวกเขา
