Work Text:
Park Han - Hugo
JL - Jeen
Jeen'pov
ทุกอย่างสำหรับผมมันเสียงดังมาก ไม่ว่าจะเป็นเสียงของรถยนต์ เสียงตอนที่ฝนตก เสียงนกร้อง เสียงของใบไม้เสียดสีกันในยามที่ลมพัด หรือเสียงความคิดของใครสักคนหนึ่ง
ผมได้ยินเสียงความคิดของคนอื่น ในตอนที่ยังเรียนอยู่มัธยมต้นผมได้ประสบอุบัติเหตุ หลังจากนั้นก็ได้ยินเสียงความคิดของคนอื่นมาตลอด ตอนแรกที่เล่าให้คนในครอบครัวฟัง พวกเขาก็มองว่าผมน่ะเสียสติไปแล้ว แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้อยู่ดีว่าผมน่ะ ได้ยินเสียงความคิดของคนอื่น
ตั้งแต่วันนั้นจนถึงวันนี้ก็ผ่านมาเป็นสิบกว่าปี ผมเรียนจบ ได้เข้าทำงาน ส่วนเรื่องความสามารถของผมก็เป็นความลับที่มีเพียงครอบครัวที่รู้
ได้ยินเสียงความคิดของคนอื่นน่ะมันก็ดีอยู่หรอก เพราะว่ามันก็เป็นเรื่องธรรมดาที่จะอยากรู้ว่าคนอื่นคิดอย่างไรกับเรา แต่ตอนนี้ผมอยากให้ความสามารถของผมมันหายไปสักที
'น่ารักจัง วันนี้เปลี่ยนแชมพูสินะ อยากลองลูบผมจังเลย'
นั่นน่ะเสียงของหัวหน้าของผม ถึงแม้ว่าเขาจะยืนนิ่งราวกับรูปปั้น ไม่หันมามอง แต่ผมก็รู้ได้อยู่ดีนั่นแหละ เพราะตอนนี้ในลิฟต์มีแค่ผมกับเขาน่ะสิ
เขาเป็นพวกไม่แสดงออกทางสีหน้า ไม่ทำอะไรกระโตกกระตาก แต่ตอนนี้เสียงความคิดของเขาดังมาก ไหนจะการที่เขาเหลือบตามองผม และพยายามทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น แต่ในลิฟต์ตัวนี้มันมีกระจกนี่สิ
ผมทำได้แค่ไม่สนใจ เหมือนครั้งก่อน ๆ ที่เคยทำ พอลิฟต์เปิดออก ผมก็รีบเดินออกจากลิฟต์ทันที ก่อนจะได้ยินเสียงรองเท้าหนังชั้นดีของเขากระทบพื้นตอนเดินออกจากลิฟต์
ในระหว่างทางเดินไปที่แผนกทำงาน ผมก็ยังได้ยินเสียงความคิดของเขาดังออกมาไม่หยุด
'เดินน่ารักจัง'
'วันนี้แต่งตัวก็น่ารัก หวงเป็นบ้า'
แต่ตอนนี้คนที่จะเป็นบ้าคือผมนี่แหละ ไม่ใช่ใครที่ไหนหรอก
ผมพยายามก้าวขาให้ยาวที่สุด และไวที่สุดเพื่อทิ้งระยะห่างจากเขา แต่พระเจ้าคงจะประทานขาให้เขามายาวกว่าผม
เมื่อถึงโต๊ะทำงานของตัวเอง ผมก็รีบก้มหน้าก้มตาทำงานต่อ จนกระทั่งถึงเวลาพักเที่ยง จู่ ๆ หัวหน้าอย่างเขาก็ใจกว้างอยากเลี้ยงกาแฟพนักงานในแผนก แถมยังใจดีจะลงไปซื้อให้อีก
ผ่านไปสักพักเขาก็กลับขึ้นมาพร้อมกับถุงที่ใส่แก้วกาแฟหลายใบ แล้วยื่นให้พนักงานคนอื่น ๆ
แต่มีแต่ผมคนเดียวที่ไม่ได้กาแฟ แต่เป็นมัตฉะลาเต้แทน ผมงุนงงเล็กน้อย แต่ยิ่งไม่เข้าใจขึ้นไปอีกเพราะคนที่่ยื่นให้คือหัวหน้าของผมนี่แหละ
"อันนี้ของผมเหรอครับ"
"ใช่ ใช่ครับ"
'ตอนช้อนตามองโคตรน่ารักเลย'
"ขอบคุณนะครับ"
ผมก้มหัวให้เป็นเชิงขอบคุณ ก่อนจะเงยขึ้นมามองเขาที่ทำหน้านิ่งแต่ใบหูทั้งสองข้างของเขาแดงเถือก แล้วเขาก็รีบเดินกลับไปที่ห้องทำงานของตัวด้วยท่าทางเหมือนกับหุ่นยนต์ที่ระบบรวน
จนเลิกงานก็ได้เจอเขาอีกทีตอนกำลังจะขับรถออกจากบริษัท เขาจอดทักผมที่ติดฝนอยู่หน้าบริษัท
"คุณจีนกลับรถไฟฟ้าเหรอครับ"
"ใช่ครับ" ผมก็ตอบพร้อมกับพยักหน้าบอกเขา
'อยากไปส่งจัง'
"ให้ผมไปส่งไหมครับ"
ฟังดูแล้วเขาเหมือนเป็นพวกคิดไวทำไวต่างจากภายนอกมาก ผมทำได้แค่เลิกคิ้วสงสัยในใจ ว่าคนที่ดูเหมือนจะไม่กล้ามาตลอดตั้งแต่ผมเขาทำงาน จนผ่านมาจะสามปีแล้ว พึ่งได้เข้ามาคุยกับผม
"ถ้าหัวหน้าสะดวกนะครับ" ใครจะปฏิเสธความสบายล่ะ ติดฝนอยู่ที่นี่ก็ไม่รู้ว่าจะได้กลับตอนไหน ทั้งหนาวทั้งยุงกัด
"ขึ้นรถมาเลยครับ" เขาพยักหน้าอีกทั้งยังยิ้มให้อีก
หรือจริง ๆ แล้วที่ฝนตกราวกับพายุเข้ามันเป็นเพราะเขาทำตัวแปลก ๆ ต่างจากที่เคยเป็นกันแน่
ผมก็ได้แค่คิด แล้วก็เปิดแอพพลิเคชันบอกทางส่งให้เขา
"บ้านผมอยู่นี่ครับ"
"คุณจีนอยู่หมู่บ้านเดียวกับผมเลยครับ"
'ดีจัง แบบนี้ก็อาจจะได้เห็นหน้ากันบ่อย ๆ รึเปล่านะ'
สิ่ิ่่งที่เขาคิดมันชวนผมจั๊กจี้ไม่น้อยเลย
"ผมพึ่งย้ายมาน่ะครับ" ผมยิ้มให้เขา "แล้วหัวหน้าอยู่ที่หมู่บ้านนี้มานานแล้วเหรอครับ"
"ก็นานแล้วครับ" เขาหันไปสนใจถนนด้านหน้า ก่อนจะพูดต่อ "จริง ๆ ไม่ต้องเรียกผมว่าหัวหน้าตลอดเวลาก็ได้ครับ"
'อยากได้ยินตอนเรียกชื่อผมจัง'
อีกแล้ว ความรู้สึกจั๊กจี้ข้างใน ความรู้สึกมันคันยุบยิบไปหมด
ผมชั่งใจเล็กน้อย ก่อนจะอ้าปากพูดต่อ
"คุณฮิวโก้"
ผมเห็นใบหน้าเขากระตุกเล็กน้อย แต่ก็ไม่ได้แสดงสีหน้าอะไร แต่สิ่งที่ทำให้รู้ว่าเขากำลังเขินอยู่ก็คือใบหูของเขา มันแดงกว่าที่เห็นเมื่อตอนกลางวันเสียอีก
"ครับ..." เสียงตอบรับของเขาแผ่วเล็กน้อยและสั่นเครือ กว่าจะรู้ตัวอีกมีรถของเขาก็จอดที่หน้าบ้านของผมเสียแล้ว
'อยากอยู่ต่ออีกนิดจัง'
"คุณฮิวโก้อยากดื่มอะไรก่อนไหมครับ" ไม่รู้อะไรดลจิตดลใจของผม จนทำให้พูดแบบนั้นไปเหมือนกัน แต่กระพริบตาอีกทีผมก็มาชงโกโก้ให้เขาให้ครัวเสียแล้ว
"นี่ครับ" ผมวางแก้วโกโก้ลงตรงหน้าเขาเบา ๆ
"ขอบคุณครับ"
"คุณฮิวโก้ชอบผมเหรอครับ" คำถามถูกพูดออกไปโดยที่ผมไม่รู้ตัวด้วยซ้ำ เขาที่นั่งอยู่ตรงข้ามก็แทบสำลักโกโก้
"คุณจีนรู้ได้ไงครับ" ดวงตาของเขาสั่นคลอนเล็กน้อย เป็นครั้งแรกที่ผมเห็นเขาแสดงสีหน้าท่าทางแบบนี้
"ผมได้ยินเสียงความคิดของคุณครับ" และก็เป็นครั้งแรกเหมือนกันที่ผมพูดอะไรแบบนี้กับคนอื่นที่ไม่ใช่ครอบครัว
จู่ ๆ หน้าของเขาก็แดงขึ้นมา มือที่ยกขึ้นมาปิดหน้าก็ทั้งสั่นและก็แดง เป็นครั้งแรกเลยที่ผมเห็นคนอื่นมีท่าทีแบบนี้หลังจากที่ผม
เอาอีกแล้วไอ้อาการคันยุบยิบที่หัวใจเวลาที่มองเขาน่ะ
"ได้ยินทั้งหมดเลยเหรอครับ" คำถามแรกที่เขาถามหลังจากเงียบไปเกือบสองนาที
"ปกติคนอื่นก็น่าจะถามว่าผมโกหกรึเปล่านะครับ" ผมเว้นช่วงเล็กน้อย "แต่ก็ใช่ครับ ได้ยินหมดเลย ไม่ว่าจะบอกว่า ผมเดินน่ารัก แต่งตัวน่ารัก หวงเป็นบ้า แล้ววันอื่น ๆ อีก ขอไม่บอกละกันนะครับ"
'อยากหายไปชะมัดเลย' ความคิดของเขาดังขึ้นมาอีกครั้งก่อนจะก้มหน้าลงกับฝ่ามือของตัวเอง
"หายไปตอนนี้ก็ไม่ทันแล้วครับ" ผมยิ้มให้เขาด้วยความขบขัน
"ยิ้มน่ารักจังเลยครับ" จู่ ๆ เขาก็พูดขึ้นมาหลังจากที่ผมยิ้มให้เขา
"ไม่คิดในใจแล้วเหรอครับ"
"ยังไงคุณก็ต้องได้ยินอยู่ดีนี่ครับ" เขาสบตากับผมแบบที่ไม่เคยทำมาก่อน "แต่ว่าการที่คุณมาถามผมว่าผมชอบคุณรึเปล่าแบบนี้...มันแปลว่าผมมีโอกาสใช่ไหมครับ" จู่ ๆ น้ำเสียงของเขาก็จริงจังขึ้นมา ทำเอาผมใจสั่นไม่ใช่น้อย
"คงงั้นมั้งครับ" หลังจากผมพูดจบตัวเขาก็แข็งค้าง ยกเว้นหน้าและใบหูของเขาที่กลับมาแดง
"งั้นผมขอจีบคุณนะครับ" พอพูดจบเขาก็รีบลูกขึ้นแล้ววิ่งออกไปพร้อมกับความเขินอาย ทิ้งผมไว้ที่เดิมกับรู้สึกดี
