Actions

Work Header

Rating:
Archive Warning:
Category:
Fandom:
Relationship:
Characters:
Additional Tags:
Language:
ไทย
Stats:
Published:
2026-06-24
Words:
4,857
Chapters:
1/1
Comments:
2
Kudos:
19
Hits:
118

Loud | Haneulz

Summary:

ทุกอย่างสำหรับผมมันเสียงดังมาก ไม่ว่าจะเป็นเสียงของรถยนต์ เสียงตอนที่ฝนตก เสียงนกร้อง เสียงของใบไม้เสียดสีกันในยามที่ลมพัด หรือเสียงความคิดของใครสักคนหนึ่ง

Work Text:

Park Han - Hugo

JL - Jeen

 

Jeen'pov

ทุกอย่างสำหรับผมมันเสียงดังมาก ไม่ว่าจะเป็นเสียงของรถยนต์ เสียงตอนที่ฝนตก เสียงนกร้อง เสียงของใบไม้เสียดสีกันในยามที่ลมพัด หรือเสียงความคิดของใครสักคนหนึ่ง

ผมได้ยินเสียงความคิดของคนอื่น ในตอนที่ยังเรียนอยู่มัธยมต้นผมได้ประสบอุบัติเหตุ หลังจากนั้นก็ได้ยินเสียงความคิดของคนอื่นมาตลอด ตอนแรกที่เล่าให้คนในครอบครัวฟัง พวกเขาก็มองว่าผมน่ะเสียสติไปแล้ว แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้อยู่ดีว่าผมน่ะ ได้ยินเสียงความคิดของคนอื่น

ตั้งแต่วันนั้นจนถึงวันนี้ก็ผ่านมาเป็นสิบกว่าปี ผมเรียนจบ ได้เข้าทำงาน ส่วนเรื่องความสามารถของผมก็เป็นความลับที่มีเพียงครอบครัวที่รู้

ได้ยินเสียงความคิดของคนอื่นน่ะมันก็ดีอยู่หรอก เพราะว่ามันก็เป็นเรื่องธรรมดาที่จะอยากรู้ว่าคนอื่นคิดอย่างไรกับเรา แต่ตอนนี้ผมอยากให้ความสามารถของผมมันหายไปสักที

 

'น่ารักจัง วันนี้เปลี่ยนแชมพูสินะ อยากลองลูบผมจังเลย'

นั่นน่ะเสียงของหัวหน้าของผม ถึงแม้ว่าเขาจะยืนนิ่งราวกับรูปปั้น ไม่หันมามอง แต่ผมก็รู้ได้อยู่ดีนั่นแหละ เพราะตอนนี้ในลิฟต์มีแค่ผมกับเขาน่ะสิ

เขาเป็นพวกไม่แสดงออกทางสีหน้า ไม่ทำอะไรกระโตกกระตาก แต่ตอนนี้เสียงความคิดของเขาดังมาก ไหนจะการที่เขาเหลือบตามองผม และพยายามทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น แต่ในลิฟต์ตัวนี้มันมีกระจกนี่สิ

ผมทำได้แค่ไม่สนใจ เหมือนครั้งก่อน ๆ ที่เคยทำ พอลิฟต์เปิดออก ผมก็รีบเดินออกจากลิฟต์ทันที ก่อนจะได้ยินเสียงรองเท้าหนังชั้นดีของเขากระทบพื้นตอนเดินออกจากลิฟต์

ในระหว่างทางเดินไปที่แผนกทำงาน ผมก็ยังได้ยินเสียงความคิดของเขาดังออกมาไม่หยุด

 

'เดินน่ารักจัง'

'วันนี้แต่งตัวก็น่ารัก หวงเป็นบ้า'

แต่ตอนนี้คนที่จะเป็นบ้าคือผมนี่แหละ ไม่ใช่ใครที่ไหนหรอก

ผมพยายามก้าวขาให้ยาวที่สุด และไวที่สุดเพื่อทิ้งระยะห่างจากเขา แต่พระเจ้าคงจะประทานขาให้เขามายาวกว่าผม

 

เมื่อถึงโต๊ะทำงานของตัวเอง ผมก็รีบก้มหน้าก้มตาทำงานต่อ จนกระทั่งถึงเวลาพักเที่ยง จู่ ๆ หัวหน้าอย่างเขาก็ใจกว้างอยากเลี้ยงกาแฟพนักงานในแผนก แถมยังใจดีจะลงไปซื้อให้อีก

ผ่านไปสักพักเขาก็กลับขึ้นมาพร้อมกับถุงที่ใส่แก้วกาแฟหลายใบ แล้วยื่นให้พนักงานคนอื่น ๆ

แต่มีแต่ผมคนเดียวที่ไม่ได้กาแฟ แต่เป็นมัตฉะลาเต้แทน ผมงุนงงเล็กน้อย แต่ยิ่งไม่เข้าใจขึ้นไปอีกเพราะคนที่่ยื่นให้คือหัวหน้าของผมนี่แหละ

 

"อันนี้ของผมเหรอครับ"

"ใช่ ใช่ครับ"

'ตอนช้อนตามองโคตรน่ารักเลย'

"ขอบคุณนะครับ"

ผมก้มหัวให้เป็นเชิงขอบคุณ ก่อนจะเงยขึ้นมามองเขาที่ทำหน้านิ่งแต่ใบหูทั้งสองข้างของเขาแดงเถือก แล้วเขาก็รีบเดินกลับไปที่ห้องทำงานของตัวด้วยท่าทางเหมือนกับหุ่นยนต์ที่ระบบรวน

 

จนเลิกงานก็ได้เจอเขาอีกทีตอนกำลังจะขับรถออกจากบริษัท เขาจอดทักผมที่ติดฝนอยู่หน้าบริษัท

 

"คุณจีนกลับรถไฟฟ้าเหรอครับ"

"ใช่ครับ" ผมก็ตอบพร้อมกับพยักหน้าบอกเขา

'อยากไปส่งจัง'

"ให้ผมไปส่งไหมครับ"

ฟังดูแล้วเขาเหมือนเป็นพวกคิดไวทำไวต่างจากภายนอกมาก ผมทำได้แค่เลิกคิ้วสงสัยในใจ ว่าคนที่ดูเหมือนจะไม่กล้ามาตลอดตั้งแต่ผมเขาทำงาน จนผ่านมาจะสามปีแล้ว พึ่งได้เข้ามาคุยกับผม

"ถ้าหัวหน้าสะดวกนะครับ" ใครจะปฏิเสธความสบายล่ะ ติดฝนอยู่ที่นี่ก็ไม่รู้ว่าจะได้กลับตอนไหน ทั้งหนาวทั้งยุงกัด

"ขึ้นรถมาเลยครับ" เขาพยักหน้าอีกทั้งยังยิ้มให้อีก

หรือจริง ๆ แล้วที่ฝนตกราวกับพายุเข้ามันเป็นเพราะเขาทำตัวแปลก ๆ ต่างจากที่เคยเป็นกันแน่

ผมก็ได้แค่คิด แล้วก็เปิดแอพพลิเคชันบอกทางส่งให้เขา

"บ้านผมอยู่นี่ครับ"

"คุณจีนอยู่หมู่บ้านเดียวกับผมเลยครับ"

'ดีจัง แบบนี้ก็อาจจะได้เห็นหน้ากันบ่อย ๆ รึเปล่านะ'

สิ่ิ่่งที่เขาคิดมันชวนผมจั๊กจี้ไม่น้อยเลย

"ผมพึ่งย้ายมาน่ะครับ" ผมยิ้มให้เขา "แล้วหัวหน้าอยู่ที่หมู่บ้านนี้มานานแล้วเหรอครับ"

"ก็นานแล้วครับ" เขาหันไปสนใจถนนด้านหน้า ก่อนจะพูดต่อ "จริง ๆ ไม่ต้องเรียกผมว่าหัวหน้าตลอดเวลาก็ได้ครับ"

'อยากได้ยินตอนเรียกชื่อผมจัง'

อีกแล้ว ความรู้สึกจั๊กจี้ข้างใน ความรู้สึกมันคันยุบยิบไปหมด

ผมชั่งใจเล็กน้อย ก่อนจะอ้าปากพูดต่อ

"คุณฮิวโก้"

ผมเห็นใบหน้าเขากระตุกเล็กน้อย แต่ก็ไม่ได้แสดงสีหน้าอะไร แต่สิ่งที่ทำให้รู้ว่าเขากำลังเขินอยู่ก็คือใบหูของเขา มันแดงกว่าที่เห็นเมื่อตอนกลางวันเสียอีก

 

"ครับ..." เสียงตอบรับของเขาแผ่วเล็กน้อยและสั่นเครือ กว่าจะรู้ตัวอีกมีรถของเขาก็จอดที่หน้าบ้านของผมเสียแล้ว

'อยากอยู่ต่ออีกนิดจัง'

"คุณฮิวโก้อยากดื่มอะไรก่อนไหมครับ" ไม่รู้อะไรดลจิตดลใจของผม จนทำให้พูดแบบนั้นไปเหมือนกัน แต่กระพริบตาอีกทีผมก็มาชงโกโก้ให้เขาให้ครัวเสียแล้ว

 

"นี่ครับ" ผมวางแก้วโกโก้ลงตรงหน้าเขาเบา ๆ

"ขอบคุณครับ"

 

"คุณฮิวโก้ชอบผมเหรอครับ" คำถามถูกพูดออกไปโดยที่ผมไม่รู้ตัวด้วยซ้ำ เขาที่นั่งอยู่ตรงข้ามก็แทบสำลักโกโก้

"คุณจีนรู้ได้ไงครับ" ดวงตาของเขาสั่นคลอนเล็กน้อย เป็นครั้งแรกที่ผมเห็นเขาแสดงสีหน้าท่าทางแบบนี้

"ผมได้ยินเสียงความคิดของคุณครับ" และก็เป็นครั้งแรกเหมือนกันที่ผมพูดอะไรแบบนี้กับคนอื่นที่ไม่ใช่ครอบครัว

 

จู่ ๆ หน้าของเขาก็แดงขึ้นมา มือที่ยกขึ้นมาปิดหน้าก็ทั้งสั่นและก็แดง เป็นครั้งแรกเลยที่ผมเห็นคนอื่นมีท่าทีแบบนี้หลังจากที่ผม

 

เอาอีกแล้วไอ้อาการคันยุบยิบที่หัวใจเวลาที่มองเขาน่ะ

"ได้ยินทั้งหมดเลยเหรอครับ" คำถามแรกที่เขาถามหลังจากเงียบไปเกือบสองนาที

"ปกติคนอื่นก็น่าจะถามว่าผมโกหกรึเปล่านะครับ" ผมเว้นช่วงเล็กน้อย "แต่ก็ใช่ครับ ได้ยินหมดเลย ไม่ว่าจะบอกว่า ผมเดินน่ารัก แต่งตัวน่ารัก หวงเป็นบ้า แล้ววันอื่น ๆ อีก ขอไม่บอกละกันนะครับ"

'อยากหายไปชะมัดเลย' ความคิดของเขาดังขึ้นมาอีกครั้งก่อนจะก้มหน้าลงกับฝ่ามือของตัวเอง

"หายไปตอนนี้ก็ไม่ทันแล้วครับ" ผมยิ้มให้เขาด้วยความขบขัน

"ยิ้มน่ารักจังเลยครับ" จู่ ๆ เขาก็พูดขึ้นมาหลังจากที่ผมยิ้มให้เขา

"ไม่คิดในใจแล้วเหรอครับ"

"ยังไงคุณก็ต้องได้ยินอยู่ดีนี่ครับ" เขาสบตากับผมแบบที่ไม่เคยทำมาก่อน "แต่ว่าการที่คุณมาถามผมว่าผมชอบคุณรึเปล่าแบบนี้...มันแปลว่าผมมีโอกาสใช่ไหมครับ" จู่ ๆ น้ำเสียงของเขาก็จริงจังขึ้นมา ทำเอาผมใจสั่นไม่ใช่น้อย

"คงงั้นมั้งครับ" หลังจากผมพูดจบตัวเขาก็แข็งค้าง ยกเว้นหน้าและใบหูของเขาที่กลับมาแดง

 

"งั้นผมขอจีบคุณนะครับ" พอพูดจบเขาก็รีบลูกขึ้นแล้ววิ่งออกไปพร้อมกับความเขินอาย ทิ้งผมไว้ที่เดิมกับรู้สึกดี