Actions

Work Header

【Reaction】หนทางสู่การกลับบ้านของกวางน้อยที่ถูกลักพาตัว

Summary:

!! สปอยล์จนถึง 371 !!

คิมซลอึมกลับบ้านแล้ว... แต่ทุกคนยังคงเป็นห่วงเขา บ้านของซลอึมนั้นมีอยู่จริงหรือ? ไม่ใช่เพียงภาพฝันจากการปนเปื้อนใช่ไหม?
จดหมายเชิญประทับครั่งสีเลือดอันงดงามถูกแจกจ่ายให้แก่ผู้ที่ยังคงห่วงหาอาทรเพื่อเผยแพร่ความจริง คุณอยากรู้ไหม ว่ากวางน้อยที่ถูกลักพาตัวต้องดิ้นรนเพียงใดเพื่อกลับบ้าน?

Notes:

หมายเหตุ : ผู้เขียนแฟนฟิคเรื่องนี้ความทรงจำแย่มาก อาจมีเนื้อหาที่เพี้ยนไปจากต้นฉบับ โปรดปล่อยผ่านมันไป... ฉันไม่อยากเขียนมันด้วยความจริงจังมากนัก เพราะฉันสร้างแฟนฟิคเรื่องนี้ขึ้นมาเพื่อผ่อนคลายจากการทำงาน
มันเป็นฟิครีแอคชั่นแบบภาพยนตร์ เนื้อหาบนจอจะใช้เป็นตัวหนา อย่างไรก็ตาม มันมีการปรับและตัดทอนเพื่อความกระชับจำนวนมาก ฉันจะไม่มีการแบ่งแยกหรือสร้างภาพที่แตกต่าง โปรดอย่าเชื่อถือว่ามันเป็นงานต้นฉบับแท้ แม้ว่าสิ่งที่ฉายบนจอจะเป็นเรื่องจริงสำหรับตัวละครในแฟนฟิค
ปล่อยใจ ปล่อยสมอง.... อ่านแบบไม่คิดมากกันเถอะ สมองของฉันรับความเครียดไม่ไหวแล้ว...
นี่เป็นฟิครีแอคชั่นครั้งแรกของฉัน การเขียนบรรยายโดยมีตัวละครจำนวนมากนี่มันท้าทายสุดๆไปเลย

Chapter Text

     

 

 

 

 

 

 

 

               โรงภาพยนตร์ที่ถูกตกแต่งอย่างคลาสสิก ด้วยจอขนาดยักษ์ เวทีใหญ่ ผ้าม่านสีแดงสดประดับดิ้นทองหรูหรา ตกแต่งด้วยเฟอร์นิเจอร์หรูสไตล์ย้อนยุคพร้อมด้วยที่นั่งบุนวมกำมะหยีอย่างดีเกือบ 100 ที่นั่ง

               แขกผู้เกียรติที่ได้รับเชิญจะต้องถือบัตรประดับครั่งสีแดงก่ำลายปีกนกสีดำผสมทองคำเปลวเพื่อไปยังที่นั่งตามหมายเลขบนบัตรเชิญ เนื้อกระดาษมีกลิ่นหอมของซิตรัสสดชื่นผสมกับดอกมะลินุ่มนวล แสดงถึงความเป็นมิตรและการต้อนรับอย่างจริงใจ

               ด้วยเงื่อนไขมากมายนี้ หากคิมซลอึมอยู่ในสถานการณ์เดียวกันเขาคงจะทราบดีว่าคือสถานที่แบบใด

               【โรงละครเร้นลับของมิสเตอร์◼◼】

               Qterw-◼-◼◼◼

               เรื่องผีที่ปรากฏตัวในรูปแบบโรงละครคลาสสิกกึ่งโรงภาพยนตร์สุดหรูหรา เงื่อนไขการเข้าร่วมคือการได้รับบัตรเชิญจากผู้ส่ง “มิสเตอร์◼◼” อย่างไรก็ตาม ไม่มีคำอธิบายแน่ชัดว่าบุคคลประเภทใดที่จะสามารถรับบัตรเชิญได้ ผู้เข้าร่วมต้องตอบรับคำเชิญโดยสมัครใจ หากเข้าสู่โรงละครแล้วจะต้องรับชมสิ่งที่ฉายบนหน้าจอและไม่สามารถออกไปได้จนกว่า “มิสเตอร์◼◼” จะตัดสินใจปล่อยพวกเขาไป

               เรื่องผีนี้ได้รับแรงบันดาลใจมาจากงานของเลิฟคราฟต์ในแง่ของความสยองขวัญที่ ‘ยิ่งรู้มาก ยิ่งอันตราย’ มันจะฉายบางสิ่งที่มอบความรู้ที่ผู้ชมอาจจะทราบมาก่อนแล้วหรือยังไม่ทราบซึ่งมีระดับความเข้มข้นแบบสุ่ม อัตราการปนเปื้อนค่อนข้างสูง แม้ว่าตราบใดที่คุณติดอยู่ในนั้นจะไม่สามารถถูกปนเปื้อนโดยความมืดอื่น แต่คุณอาจจะจมดิ่งอยู่ในโรงละครและออกไปไม่ได้ในท้ายที่สุด อย่างไรก็ตาม ไม่มีประวัติว่าพบบุคคลอื่นที่ติดอยู่ในบันทึกถัดไป หรือแม้แต่ “มิสเตอร์◼◼” ในที่แห่งนั้น

               เรื่องผีนี้ถูกลบหายไปจากหน้าวิกิอย่างรวดเร็วด้วยข้อผิดพลาดบางประการ

 

               เชิญแขกผู้มีเกียรตินั่งประจำที่ ภาพยนตร์จะเริ่มฉายในอีก 10 นาที

            กรุณาปฏิบัติตามกฎอย่างเคร่งครัด

  1. ไม่อนุญาตให้สร้างความวุ่นวาย ทำลายข้าวของ หรือทำร้ายร่างกายกัน
  2. ภายใต้ขอบเขตของ “การแสดงความคิดเห็น” ความวุ่นวายในระดับหนึ่งสามารถยอมรับได้
  3. แขกสามารถถามคำถามได้ต่อเมื่อถึงเวลาพักระหว่างบทเท่านั้น
  4. คำตัดสินของ “มิสเตอร์◼◼ ถือเป็นที่สุด ไม่มีกฎเกณฑ์ข้อใดอยู่เหนือ “มิสเตอร์◼◼

 

               เรื่องผีที่เกียรติความวุ่นวายย่อมต้อนรับแขกที่มีประสบการณ์ เจ้าหน้าที่หนุ่มสองคนในชุดเครื่องแบบสีน้ำเงินอ่านข้อความบนหน้าจออย่างระมัดระวังขณะก้าวลงบันไดเพื่อไปยังที่นั่งของพวกเขา แสงไฟในโรงละครสว่างโร่ ทำให้รู้สึกอบอุ่นขึ้นมาเล็กน้อยทว่าก็ไม่ได้ช่วยอะไรมากนัก อุณหภูมิที่เย็นอย่างผิดปกติเสมือนไม่ใช้เครื่องปรับอากาศทั่วไปยังสร้างความรู้สึกประหม่าแผ่วเบา

               แถว F เก้าอี้หมายเลข 14 และ 15

               “ว้าว ที่นี่มันหรูหราจริง ๆ นะเนี่ย เป็นเบาะกว้างแบบดีเอนหลังได้ทุกตัวเลยนี่นา”

ริวแจควานแทบจะกลั้นหายใจยามเหลือบมองเจ้าหน้าที่รุ่นพี่ของเขาซึ่งกำลังเอื้อมมือไปแตะพนักพิงเก้าอี้ตัวอื่น

               ...ไม่มีอะไรเกิดขึ้น

               “ทางเดินก็กว้างนะ ไม่ต้องกลัวว่าจะเหยียบเท้าใครตอนขอเข้าห้องน้ำแล้วละ” เสียงผู้หญิงที่เต็มไปด้วยความมั่นใจแฝงอารมณ์ขันมาจากอีกฝั่งหนึ่งของแถวเดียวกัน อึนฮาเจขยิบตาให้ริวแจควานโดยทำเป็นไม่สนใจเจ้าหน้าที่ชเวขณะโบกมือเบา ๆ ที่นั่งแถว F หมายเลข 10 และ 11 ถูกจับจองด้วยอีจาฮอน และเธอตามลำดับ

               “คุณพลเมือง ไม่ได้เจอกันนานเลยนะครับ!” เจ้าหน้าที่ชเวแสดงท่าทีร่าเริงตามแบบของเขา แม้รอยคล้ำใต้ตาจะยังค้างเติ่งอยู่ตรงนั้น มันเป็นความเหนื่อยล้าสะสมเนื่องจากรายงายเกี่ยวกับนครพิเศษเซกวังเพิ่งจะถูกปิดจบไปได้ไม่กี่วัน เขาแทบจะอยากลางานแล้วสลบข้ามวันข้ามคืนอยู่ร่อมร่อ หากไม่ติดว่าบัตรเชิญในมือจี้โดนจุดในใจของเขาเข้าอย่างจัง

               “แค่เดือนกว่าเท่านั้นเองคุณเจ้าหน้าที่ นี่คุณคิดถึงฉันขนาดนั้นเชียว?”

               “ฮ่ะฮ่า ก็แหม ในฐานะคนของรัฐ เป็นห่วงประชาชนที่เข้าไปพัวพันเรื่องน่ากลัวก็ปกติไม่ใช่เหรอครับ”

               ประตูโรงละครเปิดออกอีกครั้ง เสียงฝีเท้าดึงดูดความสนใจของพวกเขา

               “สวัสดีค่ะ?”

               “เจ้าหน้าที่มิ้นต์?”

               โกยองอึนย่องเข้ามาก่อน ตามด้วยชายผู้สวมผ้าปิดตา ด้านหลังยังมีเงาตะคุ่มสองเงาที่ให้ความรู้สึกทั้งห่างเหินและคุ้นเคย

               “เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย? เฮ้! แบดเจอร์นี่นา!”

               ในโรงละครอันกว้างใหญ่ มีแขกไม่กี่คนเท่านั้น โดยทั่วไปแล้วทุกคนต่างก็รู้จักกัน โกยองอึนนั่งที่ E8 แบคซาฮอนได้ที่นั่ง E9 ส่วน J3 กับพัคมินซองเดินเลยไปยังที่นั่ง G12 และ G13

               “หัวหน้าทีม! ฟอลคอน! พวกคุณได้รับคำเชิญแบบไหน?” พัคมินซองขยับรอยยิ้มตื่นเต้น โรงละครแห่งนี้สกัดการปนเปื้อนของเขาออกไปชั่วคราวทำให้สติแจ่มใส แม้ว่าที่พักระหว่างพวกเขาจะห่างกัน แต่การนั่งข้างหัวหน้าทีมรักษาความปลอดภัยคนปัจจุบันก็ไม่ได้แย่อะไรเลย พวกเขาสนิทกันดี

               อีจาฮอนตอบก่อน “กล่าวถึงคุณคิมซลอึม”

               พวกเขาแลกสายตากัน เจ้าหน้าที่ชเวไหวไหล่ “ฉันแค่สงสัยว่าองุ่นจะกลับบ้านไปอย่างปลอดภัยหรือเปล่า”

               “ฉัน... กังวลเหมือนกันค่ะ” ในแง่หนึ่ง โกยองอึนมีส่วนเกี่ยวข้องในกระบวนการ เธอกลัวว่าจะทำอะไรผิดพลาดไปหรือเปล่า แม้ว่ามันจะผ่านมาสักพักแล้วก็ตาม

               แบคซาฮอนปฏิเสธี่จะพูด โชคดีที่ไม่มีใครสนใจเขา

               ทุกคนกังวลเรื่องของคิมซลอึมและถูกเชิญให้เข้าร่วมเรื่องผีด้วยคำพูดคล้าย ๆ กัน

               มันยากที่จะเลิกคิดถึงชายหนุ่มผู้แสนดีและมีเสน่ห์อย่างเขา ชายผู้ยังอ่อนเยาว์และดิ้นรนเพื่อผู้อื่นมากมาย ความปรารถนาอันยิ่งใหญ่เป็นแรงผลักดันสู่ “บ้าน” บ้านที่ไม่มีใครว่าคือที่ไหน

 

               แขกผู้มีเกียรตินั่งประจำที่แล้ว ภาพยนตร์กำลังถูกเตรียม...

 

               แสงไฟหรี่ลงช้า ๆ เวลาสิบนาทีผ่านไปแล้ว จะไม่มีบุคคลอื่นนอกเหนือจากแขกรับเชิญพิเศษเข้ามา พวกเขาสัมผัสได้ถึงแรงรั้งที่กดดันไม่ให้ตัวเองลุกออกจากเก้าอี้ อย่างไรก็ตาม ขอแค่พยายามไม่ลุกขึ้นเบาะอันหรูหรานี่ก็จะนั่งสบายมาก

 

               กำลัง◼◼ เลือกสรร◼◼

 

               ตัวอักษรที่เต็มไปด้วยความเย็นชากระตุกวูบหนึ่ง กลายเป็นถ้อยคำที่แสดงอารมณ์ความรู้สึกเบาบาง

 

               เรามาเริ่มที่... การเคลียร์ความเข้าใจผิดกันก่อนดีไหม?

 

            เสียงกลืนน้ำลายแผ่วเบาในความเงียบงัน แทบจะกลบเสียงลมหายใจ นี่เป็นเรื่องผีที่พวกเขามีเวลาเตรียมตัวกันเกือบหนึ่งสัปดาห์เพื่อไม่ให้เกิดอาการสติแตกจนทำเรื่องวุ่นวาย กระนั้นก็เป็นความจริง พวกเขาไม่มีใครรู้จักความมืดนี้ หรือภัยพิบัตินี้ ไม่มีคู่มือ ไม่มีบันทึก... ที่แห่งนี้กำลังแสดงอะไรให้พวกเขาดูกันแน่?

               หลายคนพลันนึกถึงชายที่สามารถจัดการปัญหานี้ได้ขึ้นมาโดยพร้อมเพรียง

               ไม่ เขาไม่อยู่ที่นี่แล้ว และมืออาชีพจะต้องไปพึ่งพาคนอื่น

 

               ครั้งหนึ่ง เจ้าหน้าที่ชเวได้ปฏิเสธ “บ้าน” ที่คิมซลอึมมีด้วยความเข้าใจผิดว่าเขาถูกปนเปื้อน

 

               สายตาไม่พอใจจากอึนฮาเจตวัดมองใบหน้าด้านข้างของเจ้าหน้าที่ แสงสลัวทำให้เห็นเพียงเงาลางเท่านั้น เธอแสดงสีหน้าไม่พอใจ และส่งสายตารุนแรงให้เขาจนชายผู้มีรอยแผลเป็นบนคอต้องหลบสายตาหนี

 

               คิมซลอึมไม่โทษเจ้าหน้าที่ชเว

 

               “นั่นรู้สึกดีมาก...ขอบคุณ” เสียงพึมพำแหบพร่าถูกนับเป็นการแสดงปฏิกิริยา โรงละครไม่เคลื่อนไหวเพื่อลงโทษ

 

               มันเป็นความผิดพลาด เนื่องจากคำถามที่ถูกใช้

คุณถามถึงการก่อกำเนิดของเลือดเนื้อและกระดูก แต่นั่นแหละคือจุดที่ผิดพลาดที่สุด

มาเถอะ... เรามาเริ่มจากจุดนั้นกันดีกว่า

 

หน้าจอค่อย ๆ สว่างขึ้น

 

ขวดแก้วบรรจุของเหลวสีสันสดใสทอประกายระยิบระยับอยู่ในฝ่ามือของคิมซลอึม น้ำยาวิเศษที่สามารถดลบันดาลให้ทุกสิ่งที่ปรารถนากลายเป็นจริง หรือถูกเรียกกันปากต่อปากว่าตั๋วขอพร

เขาได้มันมาแล้ว

โอบประคองมันด้วยสองมืออย่างทะนุถนอม

สิ่งที่ต้องทำมีเพียงแค่ต้องเอ่ยคำอธิษฐานขอพรด้วยความปรารถนาอันแรงกล้าหนึ่งประโยค หลับตาลง แล้วดื่มให้หมดในรวดเดียว ไม่ว่าต้องการสิ่งใดก็จะกลายเป็นจริง

คิมซลอึมต้องพิจารณามันอย่างระมัดระวัง เนื่องจากเงื่อนไขคือต้องขอพรให้ครอบคลุมในประโยคเดียว

 

“สิ่งนี้ทำให้เราเข้าใจความคิดของคุณซลอึมเหรอคะ?” โกยองอึนกระซิบ

“เรื่องนี้มันเชื่อได้สักแค่ไหนกันเชียว—” อึนฮาเจรีบปิดปากเมื่อเก้าอี้เริ่มสั่นเตือน

ความรู้สึกเหมือนกำลังก้าวก่ายเรื่องส่วนตัวส่งผลให้เกิดความอึดอัดเบาบางในบรรยากาศ แต่ก็ไม่มากนัก

คุณต้องการความเป็นส่วนตัวมากแค่ไหนในเรื่องผี? พวกเขาแค่ขอโทษคิมซลอึมในใจแล้วศึกษาต่อไป

อย่าน้อยเขาก็คิดอย่างรอบคอบ... พัคมินซอลลอบถอนหายใจ แต่ว่าหากเป็นเช่นนั้น ทำไมกวางโรถึงกลายมาเป็น 130666?

 

คิมซลอึมเฝ้าคิดทบทวนเป็นสิบเป็นร้อยครั้งว่าจะกล่าวเช่นไร ทุกครั้งที่นอนกระสับกระส่าย ทุกครั้งที่ต้องเผชิญหน้าอันตราย ทุกครั้งที่ต้องนั่งปั่นรายงานในออฟฟิศ แทบจะทุกวินาทีที่หายใจเลยทีเดียว

สิ่งแรกที่ผุดขึ้นมาคือ ‘ผมอยากกลับบ้าน’

ความปรารถนานี้ช่างแรงกล้า ทว่า ”บ้าน” เป็นนามธรรมเกินไป ที่อยู่อาศัยของเขาไม่ได้มีแค่แห่งเดียว ตั๋วขอพรจะใช้อะไรเป็นกฎเกณฑ์? ถ้าหากมันนับบริษัทเดย์ดรีมเป็นบ้านล่ะ? นั่นคงจะแย่แล้ว

บางที ตอนที่แฝงตัวไปเป็นสายลับ การที่เขาเร่ร่อนไปมาตามโมเทลซอมซ่อแทนที่จะกลับ ‘บ้าน’ ก็คงมาจากความรู้สึกลังเลลึก ๆ ในใจนี่แหละ

ด้วยเหตุนี้เขาจึงต้องพิจารณาอีกครั้ง ต้องไม่มีช่องโหว่ใด ๆ จะผิดพลาดไม่ได้เด็ดขาด

เขาต้องไม่เปิดโอกาสให้ตั๋วขอพรบิดเบือนคำอธิษฐานของเขา

 

“เขาคิดหนักขนาดนั้นแล้ว แต่ทำไม...” เสียงบ่นของแบคซาฮอนขาดหาย แต่คนที่ได้ยินต่างก็สงสัยเช่นเดียวกัน มันเกิดอะไรขึ้น?

บ้านของคิมซลอึมเป็นสถานที่แบบไหน? ถึงขนาดที่ว่าเขาคิดมาอย่างรอบคอบแล้วแต่ก็ยังล้มลง?

เจ้าหน้าที่ชเวกำลังครุ่นคิดถึงคำว่า ‘ไม่ใช่โลกนี้’ ที่ซลอึมเคยกล่าวถึง

ทุกคนฟังเสียงความคิดของคิมซลอึมซึ่งดังก้องในโสต ฟังพรที่ถูกปัดตกไปทีละข้ออย่างระมัดระวัง อึนฮาเจทั้งตลกขบขันกับความพยายามของเขา อีกใจหนึ่งก็เริ่มสั่นไหว

อะไรคือ “โลกที่ไร้เรื่องผี?”

สภาพการเป็นอยู่ของคิมซลอึมแย่มาก แม้แต่ห้องที่ถูกใช้เป็นฉากหลังก็ดูฝืนทน คล้ายห้องที่มีไว้ใช้เพียงให้ได้นอนหลับสักตื่นแล้วก็จากไป เย็นชืด ทรุดโทรม

 

ในที่สุด คิมซลอึมก็กลั่นกรองประโยคหนึ่งออกมา

เขากุมขวดแก้วแน่น อ้าปากเอื้อนเอ่ยชัดถ้อยคำ

“ผมขอพร... ให้ผมได้กลับไปยังสถานที่ที่ผมอยู่ ก่อนหน้าที่จะเข้าทำงานบริษัทเดย์ดรีมจำกัดหนึ่งวัน”

 

นั่น..เป็นพรที่เหมาะสมที่สุดแล้วจริงๆ เหรอ?

อย่างไรก็ถาม ไม่มีใครกล้าตัดสินใจแทนคิมซลอึม

 

ที่มุมหนึ่งของจอ กระต่ายสีชมพูโผล่ออกมาแว๊บหนึ่ง

 

ทุกคนสังเกตเห็น แต่ไม่ใช่ทุกคนที่จะสนใจ

ท่ามกลางผู้ชมไม่กี่คนที่แสดงปฏิกิริยาต่อหูปุกปุยสีชมพูนั้น เจ้าหน้าที่ชเวขนลุกซู่ จู่ ๆ ภาพวีรกรรมต่าง ๆ ในอดีตก็ทับซ้อนกับภาพภัยพิบัติหัวโทรทัศน์ที่น่าสะพรึง

 

แสงเจิดจ้าเปล่งประกายออกมาจากขวด คิมซลอึมหลับตาลง กระดกของเหลวทั้งหมดเข้าไปในรวดเดียว

ห้วงฝันอันดื่มด่ำ...คงอธิบายความรู้สึกได้เพียงเท่านี้ ของเหลวประหลาดที่ซึ่งหลอมรวมสรรพสัมผัสอันมิเคยพานพบมาก่อนไหลลื่นลงคอ

พลังงานไร้รูป อำนาจเหนือธรรมชาติ และความลี้ลับที่ล้นทะลัก

ความปิติยินดีสุดอัศจรรย์กำลังนำทางเขา

ใช่แล้ว เขากำลังเคลื่อนย้าย!

ร่างกายของคิมซลอึมกำลังถูกดึงไปยังที่ใดสักแห่ง

ลำมาก ไกลมาก... ไปยังสถานที่ที่เขาปรารถนา

ใช่

ใช่

ฉันกำลังจะกลับไปยังบ้านที่ปลอดภัยของฉัน...’

 

ไม่รู้ทำไม พวกเขากลับรู้สึกถึงความสิ้นหวัง

อาจเป็นเพราะหลายคนทราบดีว่าเหตุการณ์นั้นผ่านมานานแล้ว และ ‘ตั๋วขอพร’ ในมือของเขาเวลานั้นก็ใช้การไม่ได้

◼◼◼

ผมทรุดลงกับพื้น

 

มันกลายเป็นมุมมองบุคคลที่หนึ่ง เสียงบรรยายของคิมซลอึมมืดมน สับสน ฟังดูสั่นเครือแต่ก็เยียบเย็น

แบคซาฮอนสำลัก อาจเพราะเขาเผลอกลั้นหายใจนานเกินไป ไม่มีใครหันไปต่อว่าเขา

 

ร่างกายของผมกลิ้งไปบนพื้นสกปรกที่เต็มไปด้วยฝุ่น และเขาก็ไอออกมาเสียงดัง

อากาศอับชื้น

แม้จะลืมตาอยู่ก็ยังเห็นเพียงความมืดสนิท

เงียบ

สงัด

นี่คืออะไร?

 

เจ้าหน้าที่ชเวกำหมดแน่น จิกเล็บเข้าเนื้อโดยไม่รู้ตัว ลางสังหรณ์บางอย่างทำให้เขารู้สึกแย่

 

ความรู้สึกมหัศจรรย์หายไปแล้ว ความปรารถนาสิ้นสุดแล้ว นั่นหมายความว่า...

นี่คือจุดหมายปลายทางของผม

“...”

เลือดไหลออกจากศีรษะของผม

ผมมึนงง

 

โกยองอึนยกสองมือขึ้นปิดปาก แพขนตาสั่นเทา

 

ผมบิดตัวลุกขึ้นจากพิ้น เศษชิ้นส่วนแหลมคมบาดแขนและมือทำให้เจ็บปวด

ผมหอบหายใจอย่างหนักพลางถือขวดเปล่าไว้ในมือข้างหนึ่ง ตั๋วขอพรที่เหลือของเหลวอยู่เพียงหนึ่งหรือสองหยดส่องสว่างจาง ๆ เผยให้เห็นสถานที่ที่ผมอยู่

..บนเศษกระจกที่แตกกระจาย

 

“อืม... นี่ให้ความรู้สึกที่ไม่ดีเลยใช่ไหม?”

“ครับ”

อึนฮาเจไม่แม้แต่จะหันไปมองสีหน้าของคนด้านข้างด้วยซ้ำ

 

เมื่อหันศีรษะไป ผมก็เห็นว่าตัวเองล้มมาจากที่ไหน มันเป็นหลอดแก้วเปล่าที่แตกกระจาย ผมตกลงมาที่นั่น กระแทกกับเศษแก้วในหลุมฝุ่น

 

“เขาไปทำอะไรในที่แบบนั้นก่อนจะเข้าร่วมบริษัท? มันดูไม่ใช่สถานที่ปกติ”

คิมซลอึมคงมีคำถามเดียวกันในเวลานั้น

หลายคนในที่นั้นจ้องเขม็งไปยังหลอดแก้ว แสงบนจอจากมุมมองของซลอึมทำให้พวกเขามองเห็นไม่ชัดเจน แต่...

มัน...คุ้นตามาก

เป็นไปได้ไหมที่พวกเขาทุกคนเคยเห็นสิ่งนี้มาก่อน... และประทับใจเกี่ยวกับมันมากด้วย?

 

ทำไม?

ผม...ถูกส่งตัวเข้าไปในนั้นเหรอ?

หัวใจเต้นแรงด้วยความวิตกกังวลก่อนลางร้ายจะครอบงำจิตใจ ผมพยายามอย่างสุดกำลังที่จะระบุรูปร่างของอุปกรณ์นั้นในความมืด มันดูเหมือนเครื่องจักรที่เคยเก็บสารละลายปริมาณมาก

มันดูคุ้นตา

ด้านล่างหลอดแก้วว่างเปล่าที่ไม่มีแสงสว่าง มีปุ่มกดและแผงแป้นพิมพ์อยู่ ซึ่งเป็นเครื่องทดลองเก่า...

ตู้บ่มเพราะความฝัน

มันคือตู้บ่มเพราะความฝันที่แตกสลายจากสถาบันวิจัยเริงร่า

 

“เจ้าหน้าที่ เจ้าหน้าที่!” ริวแจกวานงัดนิ้วของคนข้างกายในคลายออก ปลายเล็บของเขาเกือบมีเลือดออกแล้ว “กฎห้ามทำร้ายร่างกายอาจหมายถึงตัวเองด้วย ตั้งสติหน่อยครับ”

“ฮ่ะ... ฮ่ะๆ นี่มัน...อะไรกันวะเนี่ย?”

ไม่ใช่คนเดียวที่ตั้งคำถาม แม้แต่ J3 ที่ดูจะไม่แสดงอารมณ์ก็ยังขมวดคิ้ว

“นี่มันคือการลักพาตัวหรือเปล่า? ทำไมเจ้าหน้าที่องุ่นของเราถึงไปอยู่ในที่แบบนั้น”

“กวางโรของเรา” อึนฮาเจขัด

เรื่องนี้อย่างไรก็ต้องมีบริษัทมาเกี่ยวข้องไม่มากก็น้อย ทุกคนเองก็รู้อยู่แก่ใจดีว่าเดย์ดรีมมันแย่ขนาดไหน ต่างคนต่างพยายามปะติดปะต่อเรื่องราวเข้าด้วยกัน เนื่องจากมันเป็นการฉายแบบภาพยนตร์ หากพวกเขามัวแต่โต้เถียงภาพจะไม่หยุดเคลื่อนไหวให้ ทั้งคู่จึงตัดบทกันอย่างง่ายดาย

 

ผมมองไปรอบ ๆ อย่างเหม่อลอย

ในที่สุดดวงตาก็ปรับสภาพเข้ากับความมืด ร่วมด้วยแสงริบหรี่ของตั๋วขอพรที่เหลืออยู่

สถานที่แห่งนี้

นี่คือห้องต้นแบบสำหรับการบ่มเพาะความฝันของห้องปฏิบัติการสถาบันวิจัยเริงร่า

“...!

ผิดปกติ

มีบางอย่างผิดปกติ

ทำไมผมถึงมาอยู่ที่นี่?

“ไม่นะ”

ใจเย็น ๆ ไว้ ใจเย็น ๆ

ผมขออย่างชัดเจนแล้วว่าให้ส่งผมกลับไปยังที่ที่ผมอยู่เมื่อวันก่อนที่ฉันจะเข้าร่วมบริษัทเดย์ดรีม ทำไมผมถึงมาอยู่ที่นี่? เดี๋ยวก่อน ไม่ ไม่ นี่ไม่ถูกต้อง!

มันแตกต่างออกไป!

ใช่ มันมีโครงสร้างเหมือนกับห้องแลปนั่น แต่ก็ต่างกัน ภาพรวมแตกต่างกันนิดหน่อย

ผมเห็นเครื่องจักและเอกสารต่าง ๆ มากมาย แม้กระทั่งเทปบันทึกเสียงและขวดสารเคมีเปล่า ๆ รวมถึงคอมพิวเตอร์...

คอมพิวเตอร์ไม่มีฝุ่นเลย

...แปลก

ผมเซและหันศีรษะไป ผมต้องการคำใบ้ ผมต้องหาคำใบ้

แล้วก็พบมัน

บันทึกการทดลอง

 

“โอ้ไม่ ฉันเริ่มรู้สึกเจ็บกระเพาะ”

“คุณต้องการยาลดกรดไหม พลเมือง?”

“ไม่ล่ะ ขอบใจ”

อึนฮาเจและเจ้าหน้าที่ชเวพยายามลดความตึงเครียด นั่นแทบไม่ช่วยอะไรเลย มีเสียงสบถซ้ำ ๆ จากแบคซาฮอน สลับกับเสียงสะอื้นของโกยองอึน

พัคมินซองอยากหลบสายตาจากภาพบนจอ ก่อนจะถูก J3 ตบหลังมือเบา ๆ “...ขอบคุณครับ ผมไม่เป็นไร”

 

สถานที่ซึ่งเต็มไปด้วยเลือดและสิ่งสกปรก บันทึกทั้งหมดถูกลบออกอย่างพิถีพิถัน เหลือเพียงคำพูดที่ว่า “เราถูกหลอกลวง” ที่ถูกย้ำซ้ำ ๆ อย่างบ้าคลั่ง

มันอยู่ข้าง ๆ หลอดแก้วที่แตกของเครื่องบ่มเพาะความฝัน เหมือนกับที่ผมเคยเจอครั้งที่แล้วในห้องบ่มเพาะความฝันเลย “...”

ผมเข้าไปใกล้มัน

กระดาษเก่าแก่แผ่นนั้นไม่ได้ชุ่มไปด้วยเลือดและสิ่งสกปรก แต่มีสีน้ำตาลเหมือนถูกไฟไหม้

ผมพลิกดูทีละหน้าด้วยมือที่สั่นเทา

งานวิจัยชิ้นแรกของ

วัตถุประสงค์การวิจัย: ◼◼◼◼

◼◼◼◼สิ่งมีชีวิต◼◼ต่างโลก

เรา◼◼◼◼◼◼ อ้างอิง◼◼◼สุดท้าย◼◼◼

หัวใจของผมเต้นรัวอย่างน่าหวาดหวั่น

ผมพลิกหน้าหนังสืออย่างรวดเร็ว

มีทันทึกผลการทดลองมากมาย

 

“เซนเซอร์เริ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ...”

“ครับ”

อึนฮาเจหันไปถามอีจาฮอน “คุณรู้ไหม?”

“เขากำลังลดโอการปนเปื้อนของพวกเรา”

“เขา?” ทำไมถึงใช้สรรพนามเหมือนกำลังเอ่ยถึงมนุษย์ล่ะ?

“...” อีจาฮอนไม่ได้ตอบอะไรเพิ่มเติม

ผู้ชมจดจ่อไปที่หน้าจอ

โดยไม่ได้สังเกตว่าที่นั่งแถวหลังสุดมีเงาเพิ่มเข้ามา

 

◼◼ล้มเหลว◼◼ ล้มเหลว

ล้มเหลว ◼◼

◼◼

สำเร็จ

ผลลัพธ์ที่ได้นั้นมีความหมายอย่างยิ่ง

การทดลองหมายเลข 316

ปริมาณสารละลาย ◼◼◼◼

วัสดุ ◼◼◼ สาร Qterw-A-◼◼◼ , ◼◼◼ , เลือดมนุษย์, ◼◼◼

ปลุกสติผู้ถูกทดลองในหลอดแก้วได้สำเร็จ

◼◼◼ ไม่สำเร็จ รูปแบบล่มสลาย

การทดลอง ◼◼◼

...

 

“นี่มันผิดศีลธรรม!!”

ไม่มีใครคัดค้านเสียงนั้น หากโรงละครแห่งนี้อนุญาตให้พกพาอาวุธ บางที่เจ้าหน้าที่ชเวอาจจะไม่สามารถรักษากฎได้อีกต่อไป

อึนฮาเจตระหนักได้ถึงสิ่งที่เลวร้ายที่สุด เช่นเดียวกับโกยองอึนที่พยายามกลั้นเสียงจนเจ็บหน้าอก เธอเป็นผู้หญิงที่ควบคุมอารมณ์ตัวเองได้ดีมาตลอด อย่างไรก็ตาม เช่นเดียวกับคนในครอบครัวที่แสนใกล้ชิด เธอไม่กล้าคิดว่าคิมซลอึมสามารถเผชิญเรื่องราวเหล่านี้ได้อย่างไร

อีจาฮอนนิ่งงัน ไม่มีใครรู้ว่าเขาคิดอะไรอยู่

ถ้าเป็นปกติ แบคซาฮอนคงหัวเราะเยาะ ยินยันว่าเขาคิดถูก คิมซลอึมเป็นสัตว์ประหลาด แต่ไม่ใช่ตอนนี้ ตอนที่...

ทีมรักษาความปลอดภัยเงียบสนิท มีเพียงแรงตบเบา ๆ ราวกล่อมเด็กของ J3 เท่านั้นที่ช่วยให้พัคมินซองยังมีสติอยู่

หน้าจอยังคงฉายภาพผลวิจัยมากมายจนตาลาย

 

◼◼◼◼

ผู้ทดลองกรีดร้อง จากนั้นสัญญาณชีพก็ดับลง

◼◼◼

กลายพันธุ์ ◼◼◼ ปฏิเสธ ◼◼◼

ความคิดที่น่าหวาดหวั่นวนเวียนอยู่ในหัว

การทดลองดำเนินต่อไปซ้ำ ๆ โดยมีเงื่อนไขเฉพาะเจาะจงมากขึ้นเรื่อย ๆ

1.รักษาเอกลักษณ์ดั้งเดิมของบุคคลนั้นไว้

2.ลืมความ◼◼◼◼

3.กำหนดเป้าหมาย◼◼◼◼

4.ขจัด◼◼◼◼◼

◼◼◼◼◼◼◼◼◼◼◼◼◼◼◼◼◼◼◼◼◼

◼◼◼◼◼◼◼◼◼◼

◼◼◼◼◼◼◼◼◼◼◼◼◼◼◼◼◼◼◼◼◼◼◼◼◼◼

 

โกยองอึนนวดหูของเธอ การเซนเซอร์พวกนี้นอกจากจะทำให้มองข้อความบนเจอไม่ชัดแล้ว เสียงของผู้บรรยายยังกระตุกซ่าอีกด้วย

มันเปียก...

เธอกะพริบตา แสงไฟในโรงละครสลัวมาก แต่ของเหลวที่ติดนิ้วมือมานั้น...

เลือด

มีเลือดไหลออกมาจากหูของเธอ

 

ผลการทดลองหมายเลข 444

◼◼◼

◼◼◼◼◼

สำเร็จ

“...”

เมื่อพลิกหน้าสุดท้ายก็เห็นกระดาษที่ฉีกขาดชิ้นหนึ่งสอดอยู่ มันมีร่องรอยของการถูกยับยู่ยี่และม้วนเป็นก้อน มีลายมือเขียนอย่างรีบร้อนอยู่บนนั้นด้วย

ลายมือที่เคยประณีตบรรจงกลับถูกทำลายจนหมดสิ้น

งเดย์ดรีมรู้◼◼◼ มันเป็นกลอุบายอีกอย่างหนึ่ง ก่อนที่จะ◼◼◼ ◼◼ลักลอบพาเขาออกไปและซ่อนเขาไว้ในสถานที่ที่คนพลุกพล่านที่สุด โปรดเถอะ’

และใต้คำว่า "สถานที่ที่แออัดที่สุด" มีคนขีดเส้นใต้หนาๆ และเขียนด้วยลายมือที่แตกต่างออกไปว่า: การปฐมนิเทศพนักงานใหม่?

ราวกับอนุมานจากข้อความ

"..."

เลขที่

จิตใจของผมปฏิเสธสิ่งนั้น

แต่การหักลบได้เสร็จสิ้นไปแล้ว

ไม่ ไม่มีอะไรให้สรุปได้เลย

มันชัดเจนเกินไป

เพื่อตอบสนองความปรารถนาของที่ว่า "โปรดส่งผมกลับไปยังที่ที่ผมอยู่เมื่อวันก่อนเข้าร่วมบริษัทเดย์ดรีม" ฉันจึงตื่นขึ้นมาในเครื่องบ่มเพาะความฝันที่พังทลายนี้

ดังนั้น.

ผม...

เป้าหมายการวิจัย◼◼◼◼◼◼

◼◼◼

สิ่งสังเคราะห์บางอย่างที่มีสิ่งมีชีวิตจากอีกมิติหนึ่งซึ่งได้รับเชิญโดย ◼◼ ◼◼◼◼ ได้ปรากฏขึ้นภายในนั้น

 

มีเสียงสำรอกดังขึ้นจากด้านหลัง กลิ่นคาวเลือดฟุ้งกำจาย

พัคมินซองกำลังตัวสั่น J3 ยังคงตบหลังมือเขาเบา ๆ โดยมีสีหน้าเหม่อลอยราวกับหุ่นยนต์ที่ไร้จิตวิญญาณ

“พวกเรากำลังปนเปื้อน”

อึนฮาเจสะดุ้ง รู้สึกถึงความชื้นบริเวณใบหน้าส่วนล่าง กลิ่นสนิมคลุ้งในโพรงจมูก เธอหันไปเห็นอีจาฮอนที่กำลังต่อต้านแรงดึงของเก้าอี้ แขนทั้งสองข้างดันพนักวางแขน เกร็งจนเส้นกล้ามเนื้อนูนชัด

เก้าอี้สั่นเตือน

แต่เขาไม่หยุด

เจ้าหน้าที่ชเวมองอะไรไม่เห็นแล้ว เขาไม่รู้ตัวเลย ดวงตาของเขาถูกปกคลุมด้วยม่านน้ำสีโลหิต ริวแจควานก็นั่งคอพับไปแล้วครู่หนึ่งด้วยเช่นกัน

แย่แล้ว

เนื้อหาตอนนี้มีความเข้มข้นมากเกินไปแม้จะผ่านการกรองแล้วก็ตาม

อีจาฮอนงัดที่นั่งของเขาออกมาได้ในที่สุด ต่างจากเสียงเฟอร์นิเจอร์หักที่ควรเป็น มันกลับส่งเสียงฉีกฉากราวกับเนื้อสด ๆ

หน้าจอดับลง ทุกคนอยู่ภายใต้ความมืดมิด